เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 36
  พิมพ์  
อ่าน: 98615 ทวิภพ ๒๕๔๗ The Siam Renaissance การเดินทางครั้งใหม่ของมณีจันทร์
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 315  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 15:00

จาก http://www.manager.co.th/Mwebboard/listComment.aspx?QNumber=228385&Mbrowse=9

เล่าว่า

            “ ปี พ.ศ.๒๔๐๘ (สมัยรัชกาลที่ ๔) ได้เกิดกรณีปากเสียงกันระหว่าง บาทหลวงโรมันคาทอลิก
ชาวฝรั่งเศส ชื่อ ลามาร์ช กับขุนนางสยามผู้หนึ่ง ชื่อ พระยาวิเศษสงคราม โดยบาทหลวงได้บริภาษว่า
             “พระยาวิเศษเป็นคนโกหกตลบแตลง” พระยาวิเศษได้บริภาษย้อนกลับไปว่า “ บาทหลวงเอง
ก็ตลบแตลงไม่ผิดกันเท่าใดดอก” ทำให้บาทหลวงโกรธมาก และ กล่าวว่า “พระยาวิเศษด่าบาทหลวง
ซึ่งเป็นตัวแทนของพระเจ้าไม่ได้ จงคุกเข่ากราบขออภัยเสีย” พระยาวิเศษไม่ยินยอม

              บาทหลวงจึงนำเรื่องไปฟ้องต่อ มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret) กงศุลฝรั่งเศสประจำ
ประเทศสยามให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจอมเกล้าฯ(ร.๔) เพื่อให้ลงโทษโบยพระยาวิเศษ มองซิเออร์ โอบาเรต์
ได้ทำหนังสือมอบให้กับบาทหลวงลามาร์ช รีบนำไปถวายสมเด็จพระจอมเกล้าฯในทันที
              เมื่อบาทหลวงลามาร์ช ได้นำหนังสือทูลถวายสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๆ ทรงทราบความแล้ว
ก็ทรงมีรับสั่งให้บาทหลวงลามาร์ชกลับไปก่อนเพราะใกลค่ำแล้ว และจะทรงพิจารณาความในวันรุ่งขึ้น
แต่บาทหลวงลามาร์ช หากลับออกไปไม่ กลับกล่าวบริภาษขู่อาฆาตสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ด้วยถ้อยคำ
หยาบคายประการต่าง ๆ ว่า
              “ สมเด็จพระจอมเกล้าหากไม่ยอมลงโทษโบย พระยาวิเศษที่ดูหมิ่นต่อตัวแทนของพระเจ้า
ก็เท่ากับสมเด็จพระจอมเกล้าคือกษัตริย์ที่เป็นศัตรูของพระเจ้า….” (บันทึกกรมอารักษ์)
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 316  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 15:03

            จากนั้นบาทหลวงลามาร์ชก็ไปแต่งความเท็จ เล่าให้มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret)
กงศุลฝรั่งเศสประจำประเทศสยาม ฟังว่า
            “สมเด็จพระจอมเกล้าฯ นอกจากจะไม่ทรงลงโทษพระยาวิเศษแล้วยังกล่าวดูถูกพระผู้เป็นเจ้า
และดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทหารทั้งหลายในกองทัพของพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ ด้วย ”
            พร้อมกับทำหนังสือให้ทหารนำหนังสือไปทูลถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีข้อความว่า
            “ มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret) กงศุลฝรั่งเศส จะเดินทางออกจากประเทศสยามใน ๖ สัปดาห์นี้
เพื่อนำความที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ดูหมิ่นพระจ้านโปเลียนที่ ๓ ไปกราบทูลให้ทรงทราบ
แต่ก่อนที่จะไปฝรั่งเศสจะแวะที่ไซ่ง่อนเสียก่อน เพื่อบอกให้แม่ทัพเรือที่นั่นนำกองทัพบุกสยามทันที ”

             เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงทราบข้อความในหนังสือดังกล่าว จึงมีรับสั่งให้หม่อมราโชทัย
ไปชี้แจงให้มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret) กงศุลฝรั่งเศสประจำประเทศสยาม ได้รับทราบความจริงทั้งมวล
             แต่ในทันทีที่ มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret) เห็นหม่อมราโชทัยเข้ามาพบตน ก็ตรงรี่เข้าจิกหัว
หม่อมราโชทัย ลากตัวถีบออกไปนอกประตูทันที และโยนเครื่องพานหมากพลู ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
ทรงพระราชทานมานั้นออกมานอกประตู ”
             มองซิเออร์ โอบาเรต์(Aubaret) กงศุลฝรั่งเศสประจำประเทศสยาม ได้เดินทางกลับประเทศด้วย
สาเหตุดังกล่าว (บันทึกกงศุลฝรั่งเศส ค.ศ.๑๘๖๕)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 317  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 15:10

และจากเว็บหนังสือสารคดี  -   บางกอกรีคอเดอ

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=83&page=9

เล่าว่า

         ...... การกระทำของชาวต่างชาติที่เข้ามาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ และคิดแบ่งดินแดนไทย
ซึ่งคนชาวบ้านชาวเมืองไม่มีโอกาสรู้  หมอบรัดเลย์ก็นำมาลงพิมพ์ให้ได้อ่าน เช่น
         ในฉบับวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๙  หมอบรัดเลย์ได้เก็บความจากหนังสือพิมพ์
อังกฤษชื่อ ไชนะ เติลเครฟ มาลงพิมพ์มีความว่า
 
         "พวกฝรั่งเศสได้เข้ามาตั้งบ้านเมืองใกล้กับแดนกรุงเทพฯ ได้พูดโอ้อวดว่าได้ที่เมืองกระแล้ว
จะขุดคลองใหญ่ให้ทะลุทะเลตะวันตก เพื่อให้เรือกำปั่นแล่นลัดเข้าออกตามคลองนั้น  เราเห็นว่า
เมืองฝรั่งเศสเป็นไมตรีกับกรุงเทพฯ แล้วมาเจรจาดังนี้เป็นการไม่ดี ผิดธรรมเนียมบ้านเมือง
  
           คนทั้งปวงที่ได้ฟังข่าวกรุงเทพฯ  ใน ๒ ปีที่แล้ว คงจำมนเซียโอบาเรกงสุลฝรั่งเศสที่กรุงเทพฯ ได้ว่า
ครั้งนั้นโอบาเรได้ทำการวุ่นวายต่าง ๆ  แล้วกลับไปกรุงปารีส คนทั้งปวงก็หวังใจว่าเอมเปอเรอฝรั่งเศส
จะถอดออกจากกงสุล แต่กลับให้มาเป็นกงสุลต่อไปอีก ฯลฯ"
 
          มนเซียโอบาเรนั้นคือ มองซิเออโอบาเรต์ (Monsieur Auburet) ซึ่งแต่เดิมเป็นทหาร
จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  Captain Auburet
         เหตุที่โอบาเรต์ทำการวุ่นวายต่าง ๆ นั้น เนื่องมาจากข่าวการทำสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
ว่าด้วยเรื่องเมืองเขมร กับข่าวการทำสัญญาว่าด้วยอากรสุรากับฝรั่งเศส ซึ่งหมอบรัดเลย์ได้พยายามห้ามปราม
และชี้แจงให้เห็นโทษของสุรามาตลอด จึงเป็นเรื่องที่ควรยกย่องสรรเสริญอีกเรื่องหนึ่งของหมอบรัดเลย์
ที่หวังดีต่อชีวิตของคนไทย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 318  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 15:15

         หลังจากเกิดเรื่องนี้แล้ว โอบาเรต์ได้ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๔๐๘
แต่แล้วก็กลับมาอีกเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๐๙ และเกิดเรื่องกับหมอบรัดเลย์อีก
          การวิจารณ์การกระทำของกงสุลดังกล่าวมาแล้ว เพียงแต่ทำให้กงสุลฝรั่งเศสไม่พอใจและถูกเพ่งเล็ง  
แต่หมอบรัดเลย์ก็ไม่สนใจ เมื่อพบว่ากงสุลโอบาเรต์ทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ก็นำมาพิมพ์ให้ประชาชนคนอ่านได้ทราบ
เป็นเหตุให้โอบาเรต์เป็นเดือดเป็นแค้นเป็นอันมาก ดังข่าวที่ลงพิมพ์ในฉบับวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๐๙
ซึ่งมีความดังต่อไปนี้

           "ได้ยินข่าวเล่าลือกันมากว่าในวันศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ (วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๔๐๙)
มองซิเออร์โอบาเรต์กงสุลฝรั่งเศสได้เข้าไปเฝ้าในหลวงที่หน้าพระที่นั่งสุทไธยสวรรย์  องอาจกล่าวโทษ
ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นใจความว่า
            ถ้าจะโปรดให้ท่านอยู่ที่กลาโหมต่อไป  กรุงสยามกับฝรั่งเศสจะอยู่เป็นสุขไม่ได้ มิหนำซ้ำว่า
ควรจะถอดเสีย  ถ้าความนี้เป็นความจริงก็ผิดอย่างธรรมเนียมที่เคยมีในยุโรปแต่เดิมมา ถึงมาตรว่า
จะเป็นราชทูตใหญ่จะมากล่าวโทษ  ผู้ที่เป็นสำเร็จราชการแผ่นดินเหมือนอย่างท่านก็ไม่ได้  
ที่ประเทศยุโรปถึงราชทูตใหญ่ทำองอาจดังนั้น เห็นทีอังกฤษหรือฝรั่งเศสหรือเมืองอื่นก็ดี จะส่งหนังสือ
ที่ราชทูตถือมาคืนให้แล้วก็จะไล่เสีย        
            นี่เป็นแต่กงสุลบรรดาศักดิ์ต่ำกว่าราชทูตมากจะยอมได้หรือ เรามีความหวังใจว่ารัฐบาลกรุงเทพฯ
จะไม่ยอมตามที่กงสุลฝรั่งเศสปรารถนานั้นเลย เป็นการองอาจแทบจะบังคับในหลวงให้ตัดแขนข้างขวาเสีย
ตั้งแต่ความนั้นเกิดมาเราได้ถามหลายคนนักหนาก็ว่าเป็นความจริง ผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ว่าเป็นความจริง
คนทั้งปวงเสียใจนัก
             ได้ยินข่าวว่าในหลวงได้โปรดยกโทษกงสุลฝรั่งเศสเสียแล้ว  ถ้าเป็นความจริงยกโทษเสียง่าย ๆ ดังนี้
ถ้าฝรั่งเศสยกทัพมาตีเมืองฝ่ายใต้ได้หมด ก็จะยกโทษเสียง่าย ๆ ดั่งนั้นก็ได้เหมือนกัน



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30824

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 319  เมื่อ 19 เม.ย. 12, 16:48

ขอคั่นโปรแกรมหน่อยค่ะ
ดิฉันเอาเรื่องสั้นประเภท Magical realism  มาฝากคุณ SILA และท่านอื่นๆที่สนใจเรื่องสั้นประเภทนี้

http://www.lasculturas.com/lib/libMagicRealism.htm
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 320  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:15

          แม่มณีบอกพ่อตรีว่าสยามปลอดภัย แต่เราจะต้องเสียดินแดนมากมาย



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 321  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:17

         พ่อเทพครุ่นคิดตัดสินใจคิดการใหญ่เพื่อบ้านเมือง(อีกครั้ง) เดินไปหยิบหัวไม้ตะพด
ติดมีดแหลมสอดเข้าใน



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 322  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:19

        แม่มณียังเล่าถึงแนวคิดของอังกฤษหมายให้สยามเป็นกันชนปักปันดินแดน 
พ่อตรีถามว่ารู้ได้อย่างไร

         แม่ตอบว่า สำหรับฉันเรียกประวัติศาสตร์ สำหรับท่านเรียกอนาคต     

         พ่อเทพเปิดลิ้นชัก เปิดหีบแล้วหยิบปืนสีทองออกมา
             



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 323  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:21

         พ่อคิดลงมือจัดการฝรั่งเศส



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 324  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:22

.



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 325  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:23

          แม่มณีแย้งว่าเราจะสนับสนุนโอกาสนั้นไม่ได้ 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 326  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:25

          พ่อเทพเริ่มตระหนักว่าโลกกำลังจะเปลี่ยน

          พ่อตรีย้ำความคิดนี้และบอกพ่อเทพว่า

                   ถ้าแม่มณีมาจากปีข้างหน้าจริงก็เป็นลางบอกแล้วว่าพวกเราต้องเปลี่ยนไปตามโลก



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 327  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:28

พ่อตรีอธิบายขยายความต่อว่า

          ถนนใหม่ (New Road) ใกล้วังหลวงเกิดขึ้นพร้อมกับโลกใหม่(New World)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 328  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:31

          วังหน้าเสด็จกับพวกฝรั่งเป็นประจำ



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 329  เมื่อ 20 เม.ย. 12, 09:33

          การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การสูญเสีย ตรองด้วยปัญญาให้ดี



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 36
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง