เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
อ่าน: 54219 เมื่อญี่ปุ่นบุก : ไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 15 เม.ย. 12, 15:52

  นโยบายของญี่ปุ่นหลัง พ.ศ. 2475  กลับไปปลูกฝังชาตินิยมอย่างรุนแรงเท่านั้นยังไม่พอ   ในด้านการต่างประเทศ  แรงปลุกใจให้ญี่ปุ่นกลับมาเป็นมหาอำนาจก็เข้มข้นขึ้นมาอีกครั้ง     เกิดการเกลียดฝรั่งถึงขั้นญี่ปุ่นประกาศว่าจะช่วย "ปลดแอก" ให้เพื่อนประเทศเอเชียด้วยการให้พ้นอำนาจฝรั่ง   ประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้นก็ปกครองด้วยทหาร  ซึ่งมีหน้าที่ตัดสินว่าอะไรดีที่สุดสำหรับประเทศ   ประชาชนถูกปลูกฝังให้เชื่อและทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ   
  พ.ศ. 2484  นายพลเอกโตโจได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี   ก็กุมอำนาจไว้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด    ไม่มีผู้ใดในประเทศค้านได้  กองทัพญี่ปุ่นจะขยายอำนาจไปทางไหน ประชาชนในประเทศก็พร้อมจะว่านอนสอนง่ายกระทำตาม   อย่างหนึ่งที่ญี่ปุ่นทำมาก่อนหน้านี้แล้วคือทำสงครามกับจีน  ซึ่งญี่ปุ่นประมาทคาดหน้าเอาไว้ว่าจีนคงไม่มีปัญญาต้านทานได้นานนัก    แต่ญี่ปุ่นคาดผิด  รัฐบาลจีนคณะชาติที่นำโดยนายพลเจียงไคเช็คเป็นจีนกระดูกแข็งเคี้ยวยากกว่าที่ประมาทเอาไว้    อย่างน้อย จีนก็สู้สุดฤทธิ์  สามารถต้านทานญี่ปุ่นเอาไว้ได้จนกระทั่งญี่ปุ่นแพ้สงครามมหาเอเชียบูรพา     แต่นั่นเป็นตอนจบของเรื่องที่ญี่ปุ่นในตอนต้นยังคะเนผิดอยู่    ญี่ปุ่นจึงก้าวมาเรื่อยๆสู่สงครามมหาเอเชียบูรพาอย่างรู้ๆกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 15 เม.ย. 12, 21:41

การทำสงครามเป็นเรื่องเปลืองกำลังคนและกำลังทรัพย์อย่างยิ่ง   ถ้าไม่ได้กำไรคุ้มทุนที่ลงไป ก็ไม่มีชาติไหนอยากทำสงครามยึดดินแดนคนอื่นให้เสียเวลา      ญี่ปุ่นเองแม้ว่าได้เปรียบจีน แต่ 4 ปีที่ทำสงครามกันนั้น จีนเป็นชาติเคี้ยวยากกว่าที่คิด  ทำให้ญี่ปุ่นเปลืองต้นทุนไปจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เหมือนกัน  ประกอบกับมหาอำนาจคือสหรัฐอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส ต่างก็พากันแอนตี้ญี่ปุ่นจนระงับการส่งสินค้าสำคัญต่างๆมาให้ เช่นเหล็กและน้ำมัน  เพื่อตัดกำลังญี่ปุ่นลงไป

ถึงตอนนี้ญี่ปุ่นก็มีทางเลือก 2 ทางคือ ถอนตัวจากรุนรานจีนตามที่อเมริกาบีบบังคับ  แล้วหันมาเป็นประเทศเศรษฐกิจ  ผลิตสินค้าเป็นล่ำเป็นสันตีตลาดต่างๆ เพราะไร้คู่แข่ง เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นพอดีในยุโรป  ทำให้ประเทศใหญ่ๆทั้งหลายระส่ำระสายไม่เป็นอันผลิตสินค้าอย่างเคย     หรือว่าเลือกอีกทางคือรักษาความแข็งแกร่งในฐานะมหาอำนาจทางเอเชียเอาไว้  ด้วยการเดินหน้าทำสงครามต่อไป  ทั้งกับพี่เบิ้มมหาอำนาจทางตะวันตก   และประเทศเล็กประเทศน้อยในเอเชียที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าสามารถกวาดมาไว้ในอำนาจ  เอาทรัพยากรมาเพิ่มกำลังทรัพย์ในคลังหลวงของตนเองให้ถึงเป้าหมาย

อย่างที่บอกแล้วว่าอำนาจทางการเมืองของญี่ปุ่นในยุคนั้นอยู่ในมือทหาร    ถ้าหากว่าทหารจะเลิกรบแล้วกลับมาค้าขายอย่างเดียวก็ไม่ใช่วิสัยของทหารเท่านั้นเอง      ทหารญี่ปุ่นย่อมรู้สึกว่าเสียเกียรติภูมิอย่างยิ่งที่ต้องคายอ้อยที่เข้าปากช้างมาแล้วกลับคืนออกไปตามเดิม
ผลก็คือ ญี่ปุ่นเลือกหนทางที่ 2  คือเดินหน้าเป็นมหาอำนาจทางการทหารต่อไปให้ถึงที่สุด 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 15 เม.ย. 12, 21:58

  ว่ากันตามจริงญี่ปุ่นก็ไม่ได้ผลีผลามกระโจนเข้าสงครามโดยไม่วางแผนยุทธศาสตร์เสียก่อน    ญี่ปุ่นคิดเอาไว้รอบคอบพอสมควร   ขอแบ่งเป็นข้อๆเพื่อให้อ่านง่ายตามนี้นะคะ
  ๑  กำลังทหารของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฮอลันดาที่ประจำอยู่ในอาณานิคมหรือเมืองท่าต่างๆ  มีอยู่เบาบางในเอเชีย   พอที่ญี่ปุ่นจะเอาชนะได้ไม่ยาก
  ๒  เมื่อใช้กำลังยึดเมืองพวกนี้ได้แล้ว   ทรัพยากรทั้งหลายก็จะลอยมาอยู่ในอุ้งมือญี่ปุ่นพอเป็นทุนทำสงครามต่อไป
  ๓  ประเทศฝรั่งพี่เบิ้มทั้งหลายกำลังติดพันทำสงครามกับเยอรมันและอิตาลีอยู่ในขณะนั้น   ไม่สามารถแบ่งกำลังมาต่อต้านญี่ปุ่นในเอเชียได้อยู่ดี
  ๔  การแพ้หรือชนะของเยอรมันต่อพันธมิตร มิได้ก่อผลเสียให้ญี่ปุ่นทั้งขึ้นทั้งล่อง     ถ้าเยอรมันชนะ พันธมิตรแพ้   ญี่ปุ่นก็ปลอดภัยจากประเทศพันธมิตรจะมาตีโต้เอาอาณานิคมกลับคืนไป     
     ต่อให้เยอรมันแพ้ พันธมิตรชนะ   ก็ชนะอย่างสะบักสะบอม จนต้องพักฟื้นไปอีกหลายปีกว่าจะหันมากู้อำนาจในเอเชียได้   ถึงตอนนั้นญี่ปุ่นก็คงรวบประเทศเล็กประเทศน้อยในเอเชียไปไว้ในอำนาจได้หมดแล้ว

   จะเห็นได้ว่าหลักยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นไม่ได้เป็นไปลอยๆ  ก็มีน้ำหนักน่าเชื่อถือทุกข้อ    ทำให้ญี่ปุ่นมั่นใจในตัวเองพอจะเดินหน้ารุกคืบต่อไป  พร้อมกับเผยแพร่นโยบาย "ปลดแอก" ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งชวนเชื่อเอาไว้ก่อน  เพื่อให้เห็นว่าในเมื่อเราเป็นเอเชียด้วยกัน ก็น่าจะพูดกันรู้เรื่องมากกว่าฝรั่ง
    แต่ก็อย่างที่ว่า   แม้นโยบายที่รอบคอบที่สุดก็ยังรอบคอบไม่พอจะนำไปสู่ชัยชนะได้    เนื่องจากตัวแปรมีมากกว่าที่ญี่ปุ่นคิด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 16 เม.ย. 12, 18:14

ก่อนจะพูดถึงฝรั่งขอพูดถึงประเทศในเอเชียก่อนนะคะ

ญี่ปุ่นวางแผนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับหนึ่งในเอเชียด้วย 2 วิธีคือ 1) หักหาญเอาด้วยกำลังอย่างที่ทำกับจีนและเกาหลี     กับ 2) เกลี้ยกล่อมให้ร่วมมือแบบตกกระไดพลอยโจนอย่างที่ทำกับไทย    อย่างที่สองนี้ญี่ปุ่นเชื่อว่าจะทำให้ได้ใจจากประเทศเล็กๆในเอเชียง่ายขึ้น   
แต่ผลก็ไม่ยักเป็นอย่างที่แผนที่วางไว้     ยังไม่ต้องพูดถึงประเทศอื่น   เอาไทยเป็นตัวอย่างก่อน   แม้ว่ารัฐบาลจอมพลป. จะเออออห่อหมกเป็นมิตรกับญี่ปุ่นด้วยดีในระยะต้น     แต่เมื่อเวลาผ่านไป  เหตุการณ์ก็พิสูจน์ได้ว่าไทยก็เล่นบทเหยียบเรือสองแคม   ไม่ได้เข้าข้างญี่ปุ่นเต็มร้อย    ขบวนการเสรีไทยที่เป็นฝ่ายพันธมิตรเต็มตัวได้รับการสนับสนุนลับๆจากคนในรัฐบาล เช่นหลวงอดุลเดชจรัส มือขวาของจอมพลป.เหมือนกัน   ญี่ปุ่นจะทำอะไรก็ต้องเกรงใจรัฐบาลที่วางตัวเป็นพันธมิตร    พร้อมกันนั้นหอกข้างแคร่จากขบวนเสรีไทยก็ทิ่มแทงอยู่ลับๆตลอดเวลา

ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นคือคะเนกำลังของฝรั่งผิดไปอย่างจัง       การโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์แบบสายฟ้าแลบ ถึงแม้ประสบชัยชนะอย่างงดงาม   แต่ก็เท่ากับพญาผึ้งบินไปต่อยยักษ์หลับให้ตื่นขึ้นมา      ตอนนั้นประชาชนอเมริกากำลังแบ่งเป็นสองฝ่าย  ฝ่ายหนึ่งไม่อยากจะไปยุ่งกับสงครามในยุโรปให้เปลืองตัว  เพราะอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่บอบช้ำ      อีกฝ่ายหนุนให้อเมริกาเข้าข้างพันธมิตรเพื่อปราบเยอรมันไม่ให้ผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าใหญ่สุดในโลก   เพราะถ้าเยอรมันชนะสงครามเมื่อใด   อเมริกาก็จะเป็นประเทศต่อไปที่เยอรมันมุ่งหน้ามาเด็ดหัวเด็ดปีกให้สิ้นซาก  หลังจากประเทศอังกฤษฝรั่งเศสแพ้ราบคาบไปแล้ว

การถล่มเพิร์ลฮาเบอร์จนยับเยิน  เรือรบอเมริกันจมลงก้นอ่าว  ทหารเรือตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่   ปลุกเลือดรักชาติให้พุ่งสูงขึ้นมาในประชาชนอเมริกันทั้งประเทศ     ทุกคนหันหน้ามาจับมือกัน  ประกาศคำเดียวว่า "รบ"
เมื่อยักษ์ตื่นขึ้นมาแล้ว    พญาผึ้งต่อให้มีพิษสงยังไงก็ตาม  กำปั้นของยักษ์ก็มหึมากว่าอยู่ดี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 16 เม.ย. 12, 19:48

เมื่อยักษ์ตื่นขึ้นมาแล้ว   ยักษ์ก็จัดทัพออกรบเต็มกำลังอัตราศึก  ทั้งกองทัพเรือที่จัดขึ้นมาใหม่    ส่วนเรือรบที่เพิร์ลฮาเบอร์ถูกถล่มก็ถล่มไป   อเมริกายังระดมพลได้อีกเหลือเฟือ   รวมทั้งกองทัพอากาศที่มีพละกำลังมหาศาล   ซึ่งญี่ปุ่นไม่มีทางสู้ได้
กองทัพของอเมริกาถูกส่งไปยันญี่ปุ่นไว้ในปาซิฟิคในค.ศ. 1985  ได้สำเร็จ  จากนั้นก็เป็นฝ่ายรุกคืบไปเรื่อย   ยึดฟิลิปปินส์คืนจากญี่ปุ่น  มิหนำซ้ำยังเหยียบจมูกตั้งทัพอยู่บนเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นได้สำเร็จ

ญีปุ่นทำสงครามมานานหลายปีเต็มที   เงินทองและกำลังพลก็สิ้นเปลืองไปในสงครามเป็นจำนวนมาก    เหมือนนักมวยที่ต่อยหลายเวทีติดๆกัน เวทีละ 12 ยก  ยังไงก็ต้องอ่อนเปลี้ยเพลียแรง    ส่วนมวยอเมริกันนั้นเป็นมวยรุ่นใหญ่  เพิ่งโผล่ขึ้นเวทีมาในยกที่แปด   ก็ย่อมกระปรี้กระเปร่าฮึกเหิมมากกว่า     กองทัพอากาศของอเมริกาสามารถทำลายเมืองของญี่ปุ่นไปทีละเมืองโดยไม่ต้องยกพลสู้กันจนตายเป็นเบืออย่างการรบทางบก   
นอกจากนี้เมื่อเยอรมันแพ้สงคราม   อังกฤษซึ่งยังมีเขี้ยวเล็บอยู่ก็ระดมพลที่ยังเหลือหันมาช่วยอเมริกาทางปาซิฟิค   กลายเป็นนักมวยฝรั่งสองคนต่อนักมวยญี่ปุ่นคนเดียว    ถึงตอนนี้   ญี่ปุ่นก็มองเห็นแล้วว่าอนาคตตัวเองดับวูบลงด้วยคำว่า "แพ้"

ในเมื่อญี่ปุ่นดูออกว่าตัวเองนับวันถอยหลังได้เลย    ไทยน่ะหรือจะดูไม่ออก   
จากนั้นผลเป็นยังไง ก็รู้ๆกัน     
เป็นอันว่ามาถึงตอนจบ ของการคั่นรายการไว้แต่เพียงนี้ค่ะ
 
บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 32


ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 27 เม.ย. 12, 15:05

เข้ามาเช็คชื่อครับ อย่าเพิ่งตัดสิทธิ์สอบ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31137

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 27 เม.ย. 12, 19:17

ดิฉันหมดภูมิแล้วค่ะ  ต้องแล้วแต่ท่านอาจารย์นวรัตน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.033 วินาที กับ 19 คำสั่ง