เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 54736 เจ้านายวังหลัง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 07 มี.ค. 12, 16:11

เมื่อพระยาสุริยอภัยยกทัพมาถึงกรุงธนบุรี    พระยาสรรค์ก็ทำใจดีสู้เสือออกมาต้อนรับ ไม่ได้ใช้ไม้แข็ง   ใจคอก็ครั่นคร้ามอยู่มาก   มีเกร็ดเล่าว่าวันนั้นเป็นวันพระ   ท้าวนางข้างในออกมาฟังเทศน์ตามปกติ    แต่ว่าท้าวทรงกันดาล(มอญ) ซึ่งได้ชื่อว่าฝักใฝ่เป็นพวกเดียวกับพระยาสุริยอภัย เกิดทำเทียนล้มไปโดยผ้าม่าน   ไฟลุกไหม้ขึ้นมา   บรรดาสาวสรรค์กำนัลในตกใจก็ร้องวี้ดว้าดกันอลหม่าน   ข้างหน้าฟังเทศน์อยู่ได้ยินเสียงก็ตกอกตกใจ  นึกว่าเกิดยึดอำนาจขึ้นมา ก็ลุกขึ้นเตรียมพร้อมกันเป็นโกลาหล  
 
แต่เอาเข้าจริง พระยาสุริยอภัยก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง    เพียงแต่เข้ามาพบพระยาสรรค์ด้วยชั้นเชิงแบบการทูต   ถามกันดีๆถึงเรื่องจลาจล   พระยาสรรค์ก็เจรจาการทูตตอบไปคล้ายๆนักการเมืองสมัยนี้คือที่ทำทุกอย่างลงไปเพื่อประชาชน  เจตนาแค่ปกป้องประชาชนมิให้เดือดร้อน      แต่ไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูงอะไร    ตอนนี้ก็แค่รักษาเมืองเอาไว้รอสมเด็จเจ้าพระยากลับมาจากเขมรเท่านั้น

ในเมื่อพระยาสรรค์อ้างด้วยถ้อยคำเรียบร้อยมีเหตุมีผลแบบนี้  พระยาสุริยอภัยจะบอกตรงๆว่าไม่เชื่อ ก็จะเป็นการหักหน้าอีกฝ่าย  ทำไม่ได้อยู่ดี   ก็ลากลับออกมาจากวัง   กลับมาบ้านของตนที่สวนมังคุด  ส่วนทัพที่ยกมาก็ให้พักชั่วคราวอยู่ที่บ้านปูน ทางเหนือของบ้าน   แต่ก็ตั้งใจจะยังคุมเชิงไว้  เพราะไม่ไว้วางใจอีกฝ่าย  จึงให้ไพร่พลเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 07 มี.ค. 12, 20:30

พระยาสรรค์บวกลบดูแล้ว  รู้ว่าตัวเองถ้าทำการใหญ่คนเดียวก็ไม่สำเร็จแน่นอน    อำนาจวาสนาบารมีไม่ถึง    ที่ยึดอำนาจได้อย่างลอยลำตอนนี้ก็เกิดจากดวงมากกว่าฝีมือ           พระยาสรรค์ไม่อยากเสียอำนาจ    แต่ถ้าจะนั่งบนหลังเสือต่อไปอีก อย่างแรกก็ต้องชิงกำจัดพระยาสุริยอภัยเสียก่อนทัพใหญ่ของสมเด็จเจ้าพระยาฯกลับจะมาถึง

เรื่องนี้ พระยาสรรค์รู้ว่าจะหวังความร่วมมือจากขุนนางใหญ่น้อยคงยาก    เพราะใครหน้าไหนก็ไม่อยากเป็นปรปักษ์กับหลานชายของสมเด็จเจ้าพระยา     พระยาสรรค์ก็เลยมองหาว่าจะต้องหาหุ่นเชิดขึ้นมาสักคนหนึ่ง   
มองไปมองมา  ก็เห็นว่าเหมาะที่สุดคือหลานชายสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีพระนามว่าเจ้ารามลักษณ์ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม    เพราะเจ้านายพระองค์นี้ทรงเป็นนักรบมาก่อน   ถ้ากล่อมให้เชื่อได้ว่าพระยาสุริยอภัยต่างหากทำท่าจะชิงอำนาจ    ส่วนพระยาสรรค์เป็นฝ่ายคุ้มกันสมเด็จพระเจ้าตากสินเอาไว้      กรมขุนอนุรักษ์ฯก็คงเต็มใจเป็นพันธมิตร    ว่าแล้วพระยาสรรค์ก็ให้คนไปพากรมขุนอนุรักษ์ฯออกจากที่จองจำมาพบ     เกลี้ยกล่อมจนหลงเชื่อ
กรมขุนอนุรักษ์สงครามตรงไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าตากสิน  ทูลขอให้สึกออกมาปราบกบฎ   แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงปฏิเสธ  ยืนยันว่าพระองค์สิ้นบุญแล้ว ขออย่ารบกันต่อไปเลย   จากนั้นก็หันไปตรัสกับเจ้าฟ้าทัศพงศ์พระราชโอรสที่อยู่ใกล้ๆว่า  พ่อคงไม่รอด  แผ่นดินคงจะตกเป็นของสมเด็จเจ้าพระยา   เมื่อสิ้นบุญพ่อแล้วขอให้ฝากตัวกับสมเด็จเจ้าพระยาให้ดี      จากนั้นก็พระราชทานประคำกระดาษเลขยันต์ลงรักปิดทอง 108 เม็ดที่ติดพระองค์อยู่ให้เจ้าฟ้าทัศพงศ์
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 07 มี.ค. 12, 22:31

ขอเสียมารยาท ขัดจังหวะครับ

ไม่แน่ใจว่า ปีนี้ ( ๒๕๕๕ ) หรือ ปีหน้า ( ๒๕๕๖ ) นะครับ ที่ พิพิธภัณฑ์ของโรงพยาบาลศิริราชจะสร้างเสร็จ บนเนื้อที่บางส่วนของสถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม

ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ จะมีการจัดแสดง พระแสงองค์สำคัญ ๆ ซึ่งตกทอดมาถึงทายาทของกรมพระราชวังบวรสถานภิมุขครับ ถ้าได้ข่าวอย่างไร จะนำมาแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ

เคยเห็นองค์จริงแล้ว ตอนที่เขาเสวนากันเมื่อปีก่อน ต้องถือว่า ทายาทนั้นเก็บรักษาพระแสงต่าง ๆ ได้ดีพอสมควรตามฐานะที่จะพึงอำนวยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 09:18

เป็นข่าวที่น่าสนใจมากค่ะ     เมื่อพิพิธภัณฑ์เปิดแล้ว ก็ตั้้งใจจะหาโอกาสไปชมให้ได้สักวัน    ไม่รู้ว่าเขาจะเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปมาลงในเว็บได้หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 09:29

แม้ว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ทรงร่วมมือด้วยที่จะทำศึกการเมือง    กรมขุนอนุรักษ์สงครามก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ    นี่ก็อีกคนที่ขึ้นขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้   ก็กราบถวายบังคมลาออกมาจัดกำลังพล  เตรียมเข้าจัดการกับพระยาสุริยอภัยในตอนพลบค่ำ     ถือว่าใครลงมือก่อนคนนั้นได้เปรียบ   

วิธีของกรมขุนอนุรักษ์ฯคือตั้งค่ายรายพลวางโอบล้อมตั้งแต่วัดบางว้าน้อย(อมรินทร์)ลงมาถึงบ้านปูน  มีพระยาสรรค์จัดอีกทัพหนึ่งยกมาตีกระหนาบทางด้านใต้ เรียกว่าล้อมวงไว้ให้ฝ่ายปรปักษ์กระดิกกระเดี้ยไม่ได้     จากนั้นก็ใช้วิธีจุดไฟยกพลเข้าล้อมบ้านพระยาสุริยอภัย   

พระยาสุริยอภัยท่านก็ชาตินักรบเหมือนกัน   มองเกมพระยาสรรค์ออกว่า ลองคนกล้ามักใหญ่ใฝ่สูงถึงขั้นยึดอำนาจ เกาะกุมองค์พระเจ้าแผ่นดินจองจำเอาไว้ในวัดได้ขนาดนี้   เรื่องจะวางมือง่ายๆส่งอำนาจให้คนอื่นรับไปแทน เห็นจะไม่มีทาง     ท่านก็เลยสั่งไพร่พลเตรียมพร้อมไว้ยี่สิบสี่ชั่วโมง    ตั้งค่ายวางพลปืนรายทางไปตลอดแนวเหมือนกัน     พอฝ่ายโน้นบุกเข้ามา  ทางนี้ก็ยิงกระหน่ำออกไป   กรมขุนอนุรักษ์ฯก็จุดไฟขึ้น   กะใช้ไฟคลอกบ้านพระยาสุริยอภัยและแม่ทัพนายกองฝ่ายนี้ให้เรียบราบ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 09:59

สถานการณ์ทำท่าจะเข้าข้างกรมขุนอนุรักษ์ฯและพระยาสรรค์ในตอนต้น  เมื่อไฟที่จุดลุกลามรวดเร็วมาถึงบ้านปูน    พระยาสุริยอภัยเห็นจวนตัว ก็พนมมือทำสัตยาธิษฐาน    พงศาวดารเล่าถึงคำพูดของท่านไว้ไพเราะมาก   ท่านตั้งสัตย์ว่า

"ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญศีลทานกุศล  สิ่งใดๆก็ตั้งใจปรารถนาพระโพธิญาณสิ่งเดียว   เดชะอำนาจความสัตย์นี้ขอจงยังพระพายให้พัดกลับคืนไป    อย่าให้เพลิงไหม้มาถึงบ้านข้าพเจ้าเลย"

พงศาวดารเล่าต่อไปว่า สัตยาธิษฐานของพระยาสุริยอภัยได้ผล    ลมกลับพัดย้อนกลับไปทางเหนือซึ่งเป็นทางที่กรมขุนอนุรักษ์ฯยกพวกบุกลงมา   บ้านของพระยาสุริยอภัยก็รอดจากเป็นเถ้าถ่านลงไปได้

พระยาสุริยอภัยและไพร่พลปักหลักสู้ ๒ ทัพอย่างดุเดือดทั้งคืน  จนกระทั่งสว่างมองเห็นตัวกัน  จึงเห็นว่าเป็นกรมขุนอนุรักษ์สงครามนั่นเองที่บัญชาการรบอยู่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 10:31

พอสว่าง  ก็รู้กันทั้งเมืองว่าเกิดศึกกลางเมืองขึ้นมาแล้ว     ฝ่ายที่เข้าข้างพระยาสุริยอภัยก็รวบรวมพลกันออกมาช่วยรบ    หนึ่งในจำนวนนั้นที่พงศาวดารบันทึกไว้คือพระยาเจ่ง หัวหน้าพวกมอญ (ต้นสกุลคชเสนี)   และอีกพวกหนึ่ง คือเจ้าศิริรจจา เจ้าหญิงจากทางเหนือ พระขนิษฐาของพระเจ้ากาวิละเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่   ได้สมรสกับเจ้าพระยาสุรสีห์ จึงมาอยู่ที่กรุงธนบุรี ในฐานะท่านผู้หญิงสุรสีห์

เมื่อรู้ว่าหลานชายของสามีตกอยู่ในอันตราย    ท่านผู้หญิงก็จัดบ่าวไพร่แต่งทัพยกข้ามแม่น้ำมาสมทบ ช่วยตีกระหนาบทัพกรมขุนอนุรักษ์ฯอีกทางหนึ่ง    จนถอยร่นไป    การรบดำเนินมาจนถึง ๑๑ โมงเช้า  ฝ่ายพระยาสุริยอภัยก็มีชัย    กรมขุนอนุรักษ์ฯ หนีไปซ่อนอยู่ที่วัดยางในคลองบางกอกน้อยริมวัดละครทำ     พระยาสุริยอภัยก็ติดตามเอาตัวมาได้ พร้อมทั้งพรรคพวก     สอบสวนได้ความว่าพระยาสรรค์ปล่อยออกจากที่จองจำ เพื่อเอาตัวมารบด้วย   ก็ให้จองจำเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง

ฝ่ายพระยาสรรค์เห็นทัพกรมขุนอนุรักษ์ฯ แตกพ่ายหนีไปแล้ว   ก็เสียขวัญรีบรวบรวมพลถอยหนีกลับเข้าวัง    พระยาสุริยอภัยก็ตั้งค่ายล้อมเอาไว้  รายเรียงตั้งแต่บ้านปูน  ถึงคลองข้างวัดอรุณ   ซึ่งเป็นคลองคูพระราชวัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 13:30

จะเห็นได้ว่า ตัวแปรของจลาจลธนบุรี อยู่ที่ศึกกลางเมืองระหว่างพระยาสุริยอภัยกับกรมขุนอนุรักษ์ฯ และพระยาสรรค์     ถ้าหากว่าพระยาสุริยอภัยไม่ยันศึกกระหนาบสองด้านทั้งเหนือทั้งใต้เอาไว้ได้ ตั้งแต่หัวค่ำไปจนจดรุ่งเช้า    แต่เกิดพ่ายแพ้ บ้านช่องถูกเผา ไพร่พลแตกฉานซ่านเซ็น   ตัวเองถูกจับเป็นเชลยพระยาสรรค์      สมเด็จเจ้าพระยาท่านก็ต้องทรงหนักใจเหมือนกันว่า ถ้าต้องตีธนบุรีให้แตก  หลานท่านก็คงไม่รอด  
นอกจากหลานชาย   พี่สาวของท่าน น้องสะใภ้ท่าน ก็ล้วนแล้วแต่กลายเป็นตัวประกันให้พระยาสรรค์ด้วยกันทั้งนั้น

ข้อสำคัญ พระยาสรรค์ก็คงฮึกเหิมขึ้นมาก   ว่าตัวเองชนะทั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินและชนะทั้งทัพหน้าของสมเด็จเจ้าพระยา  สามารถเอาขุนนางใหญ่น้อยไว้ในอำนาจได้      จลาจลอาจจะยืดเยื้อก่อความเสียหายแค่ไหนก็ไม่อาจประมาณได้  ธนบุรีอาจพินาศไปทั้งเมืองก็เป็นได้

แต่ในเมื่อพระยาสุริยอภัยเอาชนะพระยาสรรค์ได้สำเร็จ   ทุกอย่างก็จบลงง่ายดาย  ไม่เสียเลือดเนื้อกันมากกว่านี้
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 17:40

แปลกใจข้อที่ 1 อะไรเป็นสาเหตุใ้ห้พระเจ้าตากละวางการเมือง ยอมออกบวชง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่ ก่อนหน้านี้ ยังส่งทัพไปตีเขมร
แปลกใจข้อที่ 2 หากยอมง่าย ๆ แล้ว ทำไมจึงทรงเชื่อว่า"พ่อคงไม่รอด" ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้เป็นผู้ก่อจลาจลขึ้น
แปลกใจข้อที่ 3 ทำไมจึงคิดว่า "แผ่นดินคงจะตกเป็นของสมเด็จเจ้าพระยา   เมื่อสิ้นบุญพ่อแล้วขอให้ฝากตัวกับสมเด็จเจ้าพระยาให้ดี"

ดูเหมือนเรื่องราวตรงนี้ เป็นการเมืองซับซ้อนเกินสติปัญญาดิฉันอย่างยิ่งค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 18:10

มาถึงตรงนี้ก็ต้องพักบทบาทพระยาสุริยอภัยไว้ชั่วขณะ  เพราะติดการบ้านคุณ samson เอาไว้  บวกกับการบ้านที่คุณร่วมฤดีให้มาอีกครั้งนี้  จะต้องพยายามเฉลยไปตามข้อมูลที่มี

ขอย้อนกลับไปเมื่อสมเด็จเจ้าพระยายกทัพออกไปตีเขมร    เหตุการณ์ทางกรุงธนบุรีแทนที่จะสงบอย่างที่ควรจะเป็น ก็ไม่สงบ    กรุงธนบุรีตั้งมา 14 ปี  หมายความว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงตรากตรำทำศึกไม่ได้หยุดเลย 14 ปี   ยังไม่บวกสมัยที่ทรงเป็นนายทหารป้องกันกรุงศรีอยุธยาจากพม่าอีกหลายปีอีกด้วย       ในเมื่อ ร่างกายและสมองคนเราไม่ได้ทำด้วยเหล็กไหล  เมื่ออ่อนล้าหนักเข้า ก็ทรงวางมือจากราชการบ้านเมืองให้สมเด็จเจ้าพระยารับไปทำศึกแทน    ทรงหันเข้าหาพุทธศาสนาเป็นการระงับความเครียดทั้งกายและใจ
สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงศึกษาธรรมะในเชิงปฏิบัติ    มิได้ทรงหวังแต่เพียงแค่จะเป็นอุบาสกที่ดีรักษาศีลห้าศีลแปดครบถ้วนเพียงเท่านั้น  แต่ทรงหวังถึงขั้นสำเร็จประโยชน์ในนิพพานเลยทีเดียว      ทรงผ่านสำเร็จประโยชน์ในโลกนี้และโลกหน้าไปโดยมุ่งหวังแต่เฉพาะพระโพธิญาณเป็นหลัก    ทรงข้ามความรู้ในด้านปริยัติ  ซ้ำทางปฏิบัติก็มิได้เป็นไปตามลำดับ   ดังนั้นเมื่อทรงนั่งกรรมฐาน แทนที่จะเป็นไปเพื่อความสว่างทางจิต และสงบจากกิเลส  ก็กลับออกนอกทางไป  คือจะทรงเจออะไรก็ไม่อาจทราบได้ แต่เกิดความเข้าพระทัยว่าทรงบรรดาโสดาปัตติผลแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 18:18

ในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี เล่าเหตุการณ์ตอนนี้ว่า

ครั้นถึงณวันอาทิตย์เดือนเก้าแรมหกค่ำ สมเด็จพระพุทธเจ้า อยู่หัวเสด็จออกณโรงพระแก้ว ให้ประชุมพระราชาคณะพร้อมกัน และพระองค์มีพระสติฟั่นเฟือนถึงสัญญาวิปลาศ  สำคัญพระองค์ว่าได้ โสดาปัตติผล จึงดำรัสถามพระราชาคณะว่า พระสงฆ์ปุถุชน จะไหว้นบเคารพคฤหัสถ์ ซึ่งเป็นพระโสดาบันบุคคลนั้น จะได้หรือมิได้ ประการใด
และพระราชาคณะที่มีสันดานโลเล มิได้ถือมั่นในพระบาลีบรมพุทโธวาท เกรงพระราชอาชญา เป็นคนประสมประสานจะเจรจาให้ชอบพระอัธยาศัยนั้นมีเป็นอันมาก มีพระพุทธโฆษาจารย์วัดบางว้าใหญ่ พระโพธิวงศ์ พระรัตนมุนีวัดหงส์เป็นต้นนั้น ถวายพระพร ว่า พระสงฆ์ปุถุชนควรจะไหว้นบคฤหัสถ์ซึ่งเป็นโสดาบันนั้นได้ แต่สมเด็จพระสังฆราชวัดบางว้าใหญ่ พระพุทธาจารย์วัดบางว้าน้อย พระพิมลธรรมวัดโพธาราม สามพระองค์นี้สันดานมั่นคงคือพระพุทธวจนะโดยแท้ มิได้เป็นคนสอพลอประสมประสาน จึงถวายพระพรว่า ถึงมาตรว่าคฤหัสถ์เป็นพระโสดาบันก็ดี  แต่เป็นหีนเพศต่ำ อันพระสงฆ์ถึงเป็นปุถุชน ก็ตั้งอยู่ในอุดมเพศอันสูง เหตุทรงผ้ากาสาวพัสตร์ และพระจตุปาริสุทธศีลอันประเสริฐซึ่งจะไหว้นบคฤหัสถ์อันเป็นพระโสดาบันนั้นมิบังควร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 18:30

คำตอบพระสงฆ์แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายหนึ่งตอบรับว่าไหว้ได้  อีกฝ่ายตอบปฏิเสธว่าไหว้ไม่ได้   ให้เหตุผลว่าพระสงฆ์ต่อให้เป็นพระธรรมดาๆ ไม่ได้บรรลุอะไร ก็ยังอยู่ในสมณเพศซึ่งสูงกว่าเพศฆราวาส  แม้ฆราวาสบรรลุธรรมขั้นอริยะก็ไม่สามารถจะเป็นฝ่ายนั่งให้พระสงฆ์ไหว้อยู่ดี
ผลก็คือสมเด็จพระเจ้าตากสินพิโรธ    ลงโทษแก่พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ตอบปฏิเสธ เป็นโทษหนักเรียงตัวกันไปเลย  พระที่โดนหนักก็ไม่ใช่แค่เจ้าคุณ  แต่เป็นถึงขั้นสมเด็จพระสังฆราช    สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระพุทธาจารย์ พระพิมลธรรม กับบรรดาพระราชาคณะและพระมหาเปรียญอีกหลายรูป  

พงศาวดารธนบุรีแจกแจงรายละเอียดว่า
     "แต่พวกพระราชาคณะให้ตีหลังองค์ละร้อยที    พระฐานาเปรียญให้ตีหลังองค์ละห้าสิบที พระ สงฆ์อันดับให้ตีหลังองค์ละสามสิบที แต่พระสงฆ์ซึ่งตั้งอยู่ในศีลในสัตย์  พวกว่าไหว้ไม่ได้นั้นทั้งสามพระอารามเป็นพระสงฆ์ถึงห้าร้อยรูป ต้องโทษถูกตีทั้งสิ้น...พระราชาคณะทั้งสามพระองค์ กับพระสงฆ์ อันเตวาสิกซึ่งเป็นโทษทั้งห้าร้อยนั้นให้ไปขนอาจม  ชำระเว็จกุฎีวัดหงส์ทั้งสิ้นด้วยกัน
แล้วให้ถอดพระราชาคณะทั้งสามนั้น จากสมณฐานันดรศักดิ์ลงเป็นอนุจร  
     ครั้นนั้นมหาภัย พิบัติบังเกิดในพระพุทธศาสนาควรจะสังเวชยิ่งนัก บรรดาคนทั้งหลายซึ่งเป็นสัมมาทิฏฐิ   นับถือพระรัตนตรัยนั้น ชวนกันสลดจิตต์คิดสงสารพระพุทธศานา มีหน้านองไปด้วยน้ำตาเป็นอันมาก    ที่มีศรัทธาเข้ารับโทษให้ตีหลังตนแทนพระสงฆ์นั้นก็มี และเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วทั้งเมือง"


     อ่านถึงตอนนี้แล้วก็ยังสยอง      เพราะพระสงฆ์ที่ทำผิดถึงขั้นถูกถอด ถูกจับสึกไม่ให้อยู่ในผ้าเหลืองอีก  มีอยู่หลายยุคหลายสมัย   ไม่ใช่เรื่องไม่เคยเกิด  ในพระไตรปิฏกก็ระบุไว้ชัดเจนว่าโทษระดับไหนถึงขั้นปาราชิก คือถูกจับสึกห้ามบวชอีกตลอดชาติ    แต่โทษแค่ถวายคำตอบตามหลักการแล้วไม่ถูกพระทัย  เลยโดนเฆี่ยนโดนตี ถูกใช้ให้ไปล้างส้วมขนอุจจาระขนาดนี้ ไม่เคยมีมาก่อน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 08 มี.ค. 12, 18:45

นอกจากเรื่องพระสงฆ์  ก็มีรายละเอียดอย่างอื่นที่แสดงถึงพระอัธยาศัยที่เปลี่ยนไปของสมเด็จพระเจ้าตากสิน  เช่นทรงหวาดระแวงในแง่ร้ายกับบรรดาข้าราชบริพารรอบข้าง    เช่นทรงวางกำปั่นใส่เงินผิดที่  หาไม่พบ  เข้าพระทัยว่าถูกขโมยไป ก็ทรงลงโทษโบยหลังเฆี่ยนตีเจ้าจอมแบบตีหมู่เสียหลังลายทั่วกัน    เจ้าจอมคนหนึ่งตั้งครรภ์ เข้าพระทัยว่าเป็นชู้กับมหาดเล็กฝรั่ง ก็ลงทัณฑ์ถึงตาย ฯลฯ

พระอาการของพระเจ้าตากสิน เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานมาก ว่าทรงเสียพระสติจริงหรือไม่    ถ้าเสียจริง เป็นอาการโรคแบบไหน   ดิฉันคงจะต้องปล่อยให้คุณหมอในเรือนไทยที่ประสงค์จะออกความเห็น ทำหน้าที่นี้แทน     ส่วนตัวเอง คงจะตอบคุณร่วมฤดีว่า  เข้าใจโดยส่วนตัวไม่คิดว่าทรงเสียพระสติขนาดจิตเภทจนไม่รู้เรื่องอะไรเอาเลย   อาจจะเป็นแค่ทรงมีพระอาการดีบ้างไม่ดีบ้าง เป็นช่วงๆ   มีอาการหลงผิดคิดไปเองในบางเรื่อง อย่างที่เรียกว่าโรค Delusion

อย่างหนึ่งที่เห็นจากข้อมูลก็คือ   เมื่อจบสิ้นในการลงโทษพระสงฆ์ และเจ้าจอมมหาดเล็กทั้งหลาย  ไม่ว่าจะทรงรู้ตัวว่าทำผิดหรือไม่รู้ก็ตาม  ผลคือก็ทรงสิ้นอาลัยไยดีในทางโลก   มุ่งหน้าจะไปนิพพานอย่างเดียว   ดังนั้นใครจะยึดอำนาจ ใครจะสู้หรือจะยอมแพ้    ก็ทรงเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ควรเอามาเป็นภาระ    ราชบัลลังก์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทรงอาลัยอาวรณ์อีก    พระสติอาจจะผิดเพี้ยนไป แต่พระปัญญายังมีอยู่  จึงทรงดูออกว่าสมเด็จเจ้าพระยาเป็นผู้มีบารมีมากที่สุดในแผ่นดิน  คงจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ต่อไป  จึงเตือนพระราชโอรสให้ฝากเนื้อฝากตัวกับท่าน  ก็อาจจะเป็นได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 09 มี.ค. 12, 11:38

    ฝ่ายสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อให้พระยาสุริยอภัยยกทัพมาธนบุรีแล้ว  ก็มีหนังสือไปแจ้งเจ้าพระยาสุรสีห์น้องชายซึ่งขณะนั้นอยู่ที่
พนมเปญว่าธนบุรีเกิดจลาจล     จากนั้นท่านก็ยกทัพประมาณห้าพันคนเศษ กลับมาทางด่านจารึก  ข้ามแม่น้ำปราจีนมาทางนครนายก  ตัดลงมาทางทุ่งแสนแสบ
    ที่ทุ่งแสนแสบนี้เอง   หลวงสรวิชิต  (ต่อมาคือเจ้าพระยาพระคลัง(หน) นายด่านเมืองอุทัยมารอรับอยู่   เพื่อแจ้งเหตุทางธนบุรีให้ทราบ  จากนั้นก็นำทัพสมเด็จเจ้าพระยาเข้าสู่เมือง  ทัพตั้งพักอยู่ที่วัดพระเชตุพน    พระยาสุริยอภัยได้หนังสือแจ้งมาล่วงหน้าก็สร้างพลับพลาชั่วคราวให้พักที่นั่น   แต่งเรือมารอรับ  โดยมีท้าวทรงกันดาล(มอญ) ท้าวนางผู้ใหญ่ในวังธนบุรีลงเรือของฝ่ายในมารอรับอยู่

ขอลอกความตอนนี้มาให้อ่านกันค่ะ   มีรายละเอียดชัดเจนแจ่มแจ้งดี 

"เมื่อช้างของสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกมาหยุด ณ พลับพลาหน้าวัดแล้ว    ก็ลงจากช้างเข้าในพลับพลา     พระยาสุริยอภัยกับข้าราชการทั้งปวง  ซึ่งข้ามมาคอยรับก็แถลงข้อราชการแผ่นดินทั้งปวง    เสร็จแล้วท้าวทรงกันดาลเชิญลงเรือข้ามไปเข้าพระราชวัง    ขึ้นอยู่บนศาลาลูกขุนมหาดไทย   ขุนนางทั้งปวงก็เข้ามาพร้อมกัน ณ ที่นั้น   พระยาสรรค์และพรรคพวกก็กลัวเดชานุภาพเป็นกำลัง    มิรู้ที่จะหนีที่จะสู้ประการใด   ก็มาคำนับพร้อมด้วยขุนนางทั้งปวง      สมเด็จเจ้าพระยาฯ จึงปรึกษาด้วยมุขมนตรีทั้งหลายว่า  เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเป็นอาสัตย์อาธรรมดังนี้แล้ว    ท่านทั้งปวงจะคิดอ่านประการใด     ขุนนางทั้งปวงจึงลงความเห็นว่า  เมื่อพระเจ้าแผ่นดินละสุจริตธรรม  ประพฤติการทุจริตดังนี้    ก็เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามมมหลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่นดิน  จะละไว้มิได้  ควรให้สำเร็จโทษเสีย"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 09 มี.ค. 12, 12:46

สมเด็จเจ้าพระยาฯจึงให้ตั้งกระทู้ถามพระเจ้ากรุงธนว่า เป็นเจ้าแผ่นดินใช้ขุนนางให้ไปทำสงคราม   ได้ความลำบากกินเหงื่อต่างน้ำ     ขุนนางทั้งหลายก็อุตสาหะกระทำศึกมิได้อาลัยแก่ชีวิต  คิดแต่จะทะนุบำรุงแผ่นดินให้สิ้นเสี้ยนหนาม   จะให้สมณพราหมณาจารย์และไพร่ฟ้าประชากร  อยู่เย็นเป็นสุขสิ้นด้วยกัน    เหตุใดอยู่ทางหลังจึงเอาบุตรภรรยาขุนนางมาจองจำทำโทษ    แล้วโบยตีพระสงฆ์และลงโทษแก่ข้าราชการ และอาณาประชาราษฎร์   เร่งรัดโดยพลการโดยหาความผิดมิได้   ทั้งพระพุทธศาสนาก็เสื่อมทรุดเศร้าหมองดุจเมืองมิจฉาทิฐิ     โทษเป็นประการใด   
พระเจ้ากรุงธนฯ ก็รับผิดสิ้นทุกประการ    จึงให้เอาไปสำเร็จโทษเสียนอกพระราชวัง  หน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์


ส่วนกรมขุนอนุรักษ์สงครามและพระยาสรรค์ ถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง