เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 19
  พิมพ์  
อ่าน: 120847 เมนูอาหารป่า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 11 เม.ย. 12, 20:34

ดิฉันเชื่อว่าคุณตั้งคงจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับป่าเก็บไว้ในความทรงจำอีกมาก    การสำรวจพื้นที่ของนักธรณีวิทยาไม่ใช่การเข้าไปปิคนิคในป่า หรือไปล่าสัตว์ เราทุกคนก็ทราบกัน    พร้อมกับงานสำคัญที่ได้กลับมา  ก็ย่อมมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับชีวิตในป่าที่ไปพบเห็นอีกมาก  ซึ่งชาวเมืองไม่มีโอกาสรู้  จึงได้เชิญไว้เผื่อจะอยากเล่าถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รู้กัน

คุณตั้งเล่าถึงลิงผัดเผ็ด   ดิฉันก็พยายามหารูปประกอบมาให้ตามเคย   ไปค้นกูเกิ้ลได้เมนูลิงมาหลายจาน  แต่เจอรูปที่ชวนสังเวชมากกว่าชวนให้ทึ่ง  ก็เลยไม่ได้เอามาลงให้ดูค่ะ
อยากทราบอีกนิดเดียว   เนื้อลิงรสชาติมันคล้ายเนื้ออะไร   ถ้าตอบว่าคล้ายเนื้อค่างก็คงจะถามต่อว่าแล้วเนื้อค่างคล้ายอะไรที่ชาวบ้านชาวเมืองเขากินกัน  พอจะเปรียบเทียบได้ไหมคะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 21:02

....คุณตั้งเล่าถึงลิงผัดเผ็ด   ดิฉันก็พยายามหารูปประกอบมาให้ตามเคย   ไปค้นกูเกิ้ลได้เมนูลิงมาหลายจาน  แต่เจอรูปที่ชวนสังเวชมากกว่าชวนให้ทึ่ง  ก็เลยไม่ได้เอามาลงให้ดูค่ะ
อยากทราบอีกนิดเดียว   เนื้อลิงรสชาติมันคล้ายเนื้ออะไร   ถ้าตอบว่าคล้ายเนื้อค่างก็คงจะถามต่อว่าแล้วเนื้อค่างคล้ายอะไรที่ชาวบ้านชาวเมืองเขากินกัน  พอจะเปรียบเทียบได้ไหมคะ

จำๆไม่ได้จริงๆและจำแนกไม่ออกครับว่ารสเนื้อลิงเหมือนเนื้ออะไร คงจะเป็นเพราะความที่มันไม่ประทับใจเป็นพิเศษอะไรมากมาย จำได้แต่ว่ากลัวคาว จึงทำให้เผ็ดและรสร้อนแรงเท่านั้น ซึ่งผลที่ได้มาคือ อร่อยที่รสของเครื่องปรุง มิใช่ที่รสเนื้อ ซึ่งต่างกับรสเนื้อค่างที่มีรสเนื้อออกหวานเมื่อต้องพยายามเคี้ยวให้แหลก (Chewy)    Texture ของเนื้อค่างเหมือนกับเนื้อที่เรียกว่าเนื้อหมูป่าติดหนังที่ขายกันในท้องตลาด เพียงแต่ส่วนหนังและส่วนเนื้อบางกว่ามาก

   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 21:24

ขอบคุณค่ะ  หารูปเนื้อค่างไม่ได้  ได้แต่รูปเนื้อหมูป่ามาแทน


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 21:37

สลับไปเมนูอาหารที่ดูเป็นคนเมืองสักหน่อยครับ
ไก่ป่า เป็นอาหารที่หากินได้เกือบจะทุกวัน และจะเป็นอาหารมื้อเช้าเสียส่วนมาก ยิงมาครั้งละหนึ่งตัวก็พอ และก็ยิงแต่ตัวผู้เป็นหลัก ปล่อยให้ตัวเมียไปออกไข่เพาะพันธุ์ต่อไป (ยกเว้นอดจริงๆก็จะยิงตัวเมีย)
ไก่ป่าเป็นของที่หากินได้ค่อนข้างง่าย ตามปรกติเมื่อตั้งแคมป์แล้ว กินอาหารเย็นแล้ว พอมืดประมาณหนึ่งหรือสองทุ่มก็จะออกเดินไปบริเวณที่เป็นป่าไผ่พร้อมไฟฉายและปืน ไม่ทำอะไรหรอกครับไปแอบดูว่าต้นใหนมีไก่ป่าเกาะกิ่งไผ่นอนอยู่บ้าง จำสถานที่ไว้แล้วก็กลับมานอน พอประมาณตีห้าก็ไปอีกครั้ง คราวนี้เพื่อการยิงเอามากิน เหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพาะว่า ตอนหัวค่ำ ไก่จะมองลงพื้นดินเพื่อดูว่ามีสัตว์อะไรจะมารบกวนบ้าง เช่น อีเห็น เป็นต้น พอจะเช้าไก่จะมองฟ้าดูว่าเมื่อใดจะสว่าง มันไม่ค่อยจะระวังด้านพื้นดิน เราจึงสามารถเข้าไปใกล้ๆและยิงมันได้ไม่ยากนัก

ผมไม่เคยเอาไก่ป่ามาทำต้มยำสักครั้ง จะเอามาผัดเผ็ดหรือแกงเผ็ดเป็นปรกคิ ก็ทำง่ายๆ เอาเกลือ กระเทียม และพริกแห้งใส่ครก ตำให้แหลกแบบหยาบๆ ผัดเครื่องให้หอมแล้วจึงใส่ไก่ ใส่น้ำล้างครกลงไป แบบขลุกขลิก ปรุงรสด้วยน้ำปลา อาจจะใส่น้ำตาลปี๊บนิดหน่อยเพื่อตัดรสให้แหลมขึ้นก็ได้ เท่านั้นเอง กินกับข้าวสวยร้อนๆตอนเช้า อร่อยนักแล
เนื่องจากไก่ป่าตัวมันเล็ก วิธีการสับเนื้อไก่จึงมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับจำนวนคนในคณะ มีแบบสับเป็นชิ้นขนาดพองามแบบชาวกรุงก็มี สับเป็นชิ้นเล็กๆขนาดประมาณเมล็ดถั่วปากอ้าก็มี สับทั้งกระดูกทั้งตัวใกล้จะเป็นแบบลาบก็มี กินได้อรรถรสต่างกัน ที่กินแบบทรมาณ อร่อย กินได้หลายคน และไม่เปลืองกับนั้น ก็คือการสับทั้งกระดูก เวลากินก็พยายามเคี้ยวกระดูกบ้าง พยายามปลิ้นเนื้อออกให้หมดแล้วคายกระดูกบ้าง เป็นการกินที่ช้าและเปลืองข้าวอีกด้วย  

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 21:44

คุณตั้งเอ่ยถึงไก่ป่า ค่อยคุ้นชื่อหน่อย  เพราะในเพชรพระอุมา  นางเอกกินไก่ป่าที่พระเอกยิงมาให้หลายมื้อด้วยกัน
คุณตั้งพูดถึงผัดเผ็ดและแกงเผ็ดหลายครั้ง    เลยสงสัยว่าใช้น้ำมันอะไรคะ   และแกงเผ็ดที่ใส่กะทิด้วย  เอากะทิติดตัวไปในรูปแบบไหน
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 21:56

เมื่อไรที่กำลังเดินไปหาแคมป์แล้วพบไก่ป่า อาหารเย็นก็จะไปในอีกรูปแบบหนึ่ง จะกลายเป็นแกงไก่ป่าหรือลาบแทนที่จะผัดเผ็ด อาจจะสงสัยว่าเพราะเหตุใด ไม่มีอะไรหรอกครับ นึกถึงกับแกล้มเหล้ามากกว่า กับข้าวตัวจริงก็คือน้ำพริกกับผักเป็นหลัก
อย่างที่เล่าว่าไก่ป่าตัวมันเล็ก เราก็ต้องมีวิธีการเพิ่มปริมาณ เมื่อได้ไ่ก่มาแล้ว เรารู้ว่าเนื้อมันน้อยก็จะแวะหาต้นกล้วยป่า ลอกเอาแต่แกนในมาใส่ในแกงเพื่อเพิ่มปริมาณ ก็ทำเหมือนการทำก้านบัวแกงกะทิกับปลาทูใส่มะดัน เพียงแต่ใช้มีดขวั้นหยวกกล้วยให้เป็นชิ้นสั้นๆแล้วม้วนปั่นเอาใยออกไห้หมด แช่น้ำที่ใส่มะขามเปียกหรือมะนาวไว้กันดำก่อนที่จะใส่ลงในน้ำเดือดๆของแกง แกงนี้จะต้องปรุงรสอีกครั้งก่อนกิน เนื่องจากน้ำในหยวกกล้วยจะทำให้รสแกงจืดลงไป

หากได้ไก่แล้วยังอยู่ใกล้ช้านชาวบ้านป่า ก็จะทำลาบหรือแกงโดยใช้เปลือกต้นตะคล้ำนำมาสับให้แหลกเพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อ ใส่เปลือกตะคล้ำไปตามที่ต้องการเพิ่มปริมาณ เวลาตักกินจริงๆ นึกออกใหมครับ มีแต่เปลือกไม้ ไม่รู้ว่าเนื้อไปอยู่ที่ใหนหมด  
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 13 เม.ย. 12, 22:12

คุณตั้งเอ่ยถึงไก่ป่า ค่อยคุ้นชื่อหน่อย  เพราะในเพชรพระอุมา  นางเอกกินไก่ป่าที่พระเอกยิงมาให้หลายมื้อด้วยกัน
คุณตั้งพูดถึงผัดเผ็ดและแกงเผ็ดหลายครั้ง    เลยสงสัยว่าใช้น้ำมันอะไรคะ   และแกงเผ็ดที่ใส่กะทิด้วย  เอากะทิติดตัวไปในรูปแบบไหน

น้ำมันนั้นซื้อเตรียมเข้าไปครับ เป็นน้ำมันหมู ครั้งละ 1 กก. การใช้แต่ละครั้งจะเป็นเพียงการหล่อกระทะ มิได้ใส่ในปริมาณเหมือนทำครัวในเมือง สังเกตไหมครับว่าจะมีการใส่น้ำล้างครกเสมอ ผัดเผ็ดจึงออกมาในรูปของมีน้ำขลุกขลิก สำหรับแกงเผ็ดนั้นในป่าจะไม่มีการใส่กะทิเลย แท้จริงแล้วมันก็คือเครื่องแกงผัดเผ็ดที่ใส่กะปิและหอมแดงเพิ่มเข้าไป แล้วใส่น้ำมากๆนั่นแหละครับ มันเป็นแกงป่าจริงๆ ซึ่งจะเรียกว่าแกงส้มก็ไม่ใช่เพราะใส่กระเทียมในเครื่องแกงและไม่ใส่น้ำมะขามเปียก
อนึ่ง เหตุที่ผมยังไม่ใช้คำว่าแกงป่าก็เพราะว่า เครื่องแกงป่าที่อร่อยนั้นทำอีกแบบหนึ่งครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 18:08

ไก่ป่า


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 20:04

ไก่ป่า

รูปนี้ไก่ฟ้าครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 20:27

เพล้ง...
หน้าแตก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 20:29

มารีเอ๊กแซมค่ะ   
ไก่ป่าหน้าตาอย่างนี้หรือเปล่าคะ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 22:00

OK ครับ

ใกล้เคียงมากครับ สีสรรลักษณะนี้ แต่ตัวจริงๆจะมีขนปุกปุยน้อยกว่านี้ และขนสั้นกว่านี้ คือไม่เหมือนใส่โสร่งกรอมเท้าลากดิน
ผมว่ารูปตัวนี้เหมือนกับมีการผสมกับไก่บ้านมาแล้วครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 22:06

ตัวขนปุกปุยใส่โสร่งกรอมเท้าแบบนี้ละค่ะ  ดิฉันเคยเลี้ยงเอาไว้ที่สนามหลังบ้าน   จนกระทั่งไข้หวัดนกระบาดก็เลยต้องส่งกลับเจ้าของเดิม   เพิ่งรู้ว่าเป็นไก่ป่าผสมไก่บ้าน
เลยเอารูปมาให้ดูอีกหลายๆตัว   ว่าแบบไหนเป็นแบบที่ลงหม้อแกงของคุณตั้งตอนไปสำรวจป่า


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 22:15

ขอส่งรูปมาให้ดู

เป็นที่ตั้งแคมป์ที่ผมชอบมากที่สุดที่หนึ่ง อยู่ในห้วยขาแข้ง จะเห็นไก่อยู่ตัวหนึ่ง คือไก่ต่อ เป็นไก่ป่าที่ชาวบ้านเขาเอาไข่มาฟัก เป็นตัวผู้ จะไปใหนก็เอาใส่ชะลอมสานพอดีตัวมัน หนีบสะพายไปได้ทั้งวัน พอได้ยินเสียงไก่ป่าร้อง ก็เอามันออกมา (ผูกเชือกไว้ที่ขาข้างหนึ่งสั้นๆผูกติดไม้ปักเอาไว้) มันจะรู้หน้าที่ว่ามันต้องขันเพื่อเรียกตัวผู้อีกตัวให้ออกมา ไก่ป่าตัวผู้จะต้องรีบบินออกมาเผชิญหน้า มาดูว่าใครหว่ามาอวดเบ่งในถิ่นฮาเร็มของฉัน ก็จะถูกยิงเอามากิน ไก่ต่อเก่งๆ หากเจ้าของยิงพลาดแล้วไก่ป่าบินหนีไป มันจะยิ่งขันใหญ่เลยจนตัวที่บินไปนั้นอดไม่ได้ต้องบินกลับมาให้ยิงอีกครั้ง

แต่การใช้ไก่ต่อนี้ก็ต้องระวัง หากเป็นไก่ที่มีขนคอลาย บางทีจะกลายเป็นการขันเรียกเสือเข้ามา เสือก็อยากกินไก่เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 14 เม.ย. 12, 22:21

ไก่ต่อ เป็นศัพท์ใหม่   เคยได้ยินแต่ "นกต่อ" ค่ะ
วิธีการ ก็เพิ่งรู้นี่แหละ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 19
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.121 วินาที กับ 19 คำสั่ง