เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 ... 42
  พิมพ์  
อ่าน: 158306 ปริศนาเรื่องเก่าบางเรื่องจากผู้อาวุโส
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 405  เมื่อ 14 พ.ค. 12, 16:57

แพ้กุ้งปู  ก็อย่าไปรับประทานสิขอรับ
นี่ให้ทายว่าเป็นอาหารอะไร  ไม่ใช่ให้พิจารณาว่าจะรับประทานได้หรือไม่ได้
ท่านผู้อาวุโสว่า  เป็นตำราอาหารเก่าแก่  เคยทำเลี้ยงเป็นหน้าเป็นตาบ้านเมืองเชียวนะออกขุน
อ้อ  แต่ไม่ใช่หมี่กรอบ
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 406  เมื่อ 15 พ.ค. 12, 18:44

สูตรอาหาร ในคห.ที่ 403 จบแค่นั้น หรือมีต่ออีกคะ  ยิงฟันยิ้ม
ถ้ามีเส้นด้วย น่าจะเป็นต้นตำรับ ผัดไท....เอ...หรือ หมี่กะทิ...



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 407  เมื่อ 15 พ.ค. 12, 22:07



        เป็นแขกรับเชิญไปกินอาหาร   เท่าที่สังเกตได้ก็นับว่าเป็นคนละเอียดละออองค์อยู่

แต่การชิมรสยังอ่อนโยน  เพราะคงโดนรสพริกป่น

มันหมูนำมาต้มแข็งทำไมคะ       กับข้าวสมัยก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐  จะผัด หรือทอดด้วยน้ำมันหมู

เส้นที่ทอดจะหอมอร่อยในตัวเองระดับหนึ่ง          น้ำมันหมูแค่ผัดผักเปล่า ๆ ก็ชูรสชวนให้ตักซ้ำ


จะว่าไปแล้ว  ตำราอาหารก็แตกต่างกันไปบ้าง  ไม่แปลกอะไร


บ้านนี้นุ่งแพรและห่มแพร  คือใช้เนื้อไก่ สอง แบบ   ในเมื่อมีกุ้ง และ ปู และหมู   

หลายท่านพิจารณาที่ ส้มซ่า  ว่า คู่กันมากับหมี่กรอบ  ไม่เสมอไปค่ะ        ส้มซ่าในที่นี้ใช่ผสมกับมะนาวเพื่อแต่งกลิ่นให้จรุง


โปรดสังเกตว่ามีทั้งถั่วงอกและกุ้ยช่าย

น้ำเชื้อบ้านนี้แปลกแฮะ  มี  เต้าเจี้ยว  ซีอิ๊วขาว  พริกป่น  น้ำตาลทราย  น้ำปลา    น่าจะเครื่องแต่งรสในการปรุงมากกว่า


ตำรานี้มีดัดแปลงกันไป   ในตำราบางเล่มใช้กุ้งขนาดกลาง ๑ ต้ว  และ ก้ามปู หนึ่งก้าม(เหมือนกับบะหมี่อัศวินที่ร้านสีฟ้า)  ต่อ  หนึ่งชาม

ชายหนุ่มที่มีรสนิยมที่สุดในสยามประเทศ  ได้คิดตำรานี้ขึ้นมา   แล้ววานศรีภรรยาให้ปรุงเลี้ยงอาหารแขกเหรื่อชาวต่างประเทศ

เป็นที่ฮือฮามาช้านานแล้ว         

ไม่ยุติธรรมที่จะตอบ           แต่ยินดีอยู่ใบ้  ตามที่ท่านจะถามมา       ตำราไม่เหมือนกันทีเดียวค่ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 408  เมื่อ 15 พ.ค. 12, 22:33

ขอตอบใหม่ว่า "ยำ" ครับ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 409  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 00:57



มายืนเดี่ยวกินลมอยู่  ไม่มีใครมาถามคนทำกับข้าวเป็นบ้าง


เวลาเฉลยอย่า งง  นะจ๊ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 410  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 14:10

ถามคุณหลวงเล็กว่า "อาหารเมนูดังกล่าว เป็นอาหารที่ทำออกมาแล้ว เป็นประเภท นู๊ดเดิ๊ล หรือ เส้น ใช่หรือไม่"
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 411  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 15:41

ถามคุณหลวงเล็กว่า "อาหารเมนูดังกล่าว เป็นอาหารที่ทำออกมาแล้ว เป็นประเภท นู๊ดเดิ๊ล หรือ เส้น ใช่หรือไม่"

ไม่ทราบว่า  ออกขุนจะใช้ตัววิ่งทำไม  วันนี้เป็นวันหวยออก  สงสัยออกขุนคงจะวิ่งเลขไว้หลายตัวกระมัง ฮืม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 412  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:04

ถามคุณหลวงเล็กว่า "อาหารเมนูดังกล่าว เป็นอาหารที่ทำออกมาแล้ว เป็นประเภท นู๊ดเดิ๊ล หรือ เส้น ใช่หรือไม่"

ไม่ทราบว่า  ออกขุนจะใช้ตัววิ่งทำไม  วันนี้เป็นวันหวยออก  สงสัยออกขุนคงจะวิ่งเลขไว้หลายตัวกระมัง ฮืม

อย่าเบี่ยงเลี่ยงอ้อมเลี้ยววกวนหลบหลีกแถสีประเด็น  ยิ้มเท่ห์

1. เป็นของทานจริงจังใช่หรือไม่

2. เป็นของกินหลัก 1 หน่วยบริโภค อิ่มเลยหรือไม่

3. ไม่ต้องล้างชามเมื่อกินเสร็จ ใช่หรือไม่  ตกใจ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 413  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:37

หย่อนเส้นหมี่ในอุณโหทกพอสุก  แล้วตักขึ้นแช่ในสีตโลทก ชำระล้างให้ปราศจากคราบไคล
แล้วยกขึ้นพักให้หมาดดดยทั่ว  จากนั้น  ให้เอาน้ำมันใส่กระทะตั้นบนก้อนเส้าให้ร้อนระอุ
แลจึงโยนเส้นหมี่โปรยปรายลงไปแดดิ้นในทะเลน้ำมันนั้น  เมื่อกรอบได้ที่ก็ตักขึ้นพลัน
หาไม่เส้นหมี่จะแก่ไฟเกินต้องการ

อนึ่งหากต้องประสงค์เส้นหมี่ชนิดแห้ง  เมื่อตั้งกระทะน้ำมันแล้วดูให้น้ำมันพอร้อน
จึ่งดยนเส้นหมี่ลงไปทอดให้พอเส้นนั้นกระด้างขึ้น  แล้วจึงช้อนขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน
จากนั้นชีให้เส้นหมี่นั้นกระจุยกระจาย   ต่อจากนั้น  ตั้งกระทะน้ำมันอีกครั้งคราวนี้รอให้ร้อนจัด
แล้วจับเส้นหมี่ที่ทอดพอกระด้างลงไปทอดให้กรอบ  มีพรรณออกเหลืองอ่อน  แล้วจึงช้อนขึ้นมา
พักไว้ให้คลายความร้อนระอุจนสิ้น   แล้วจึงเก็บเข้าที่รโหฐาน  อย่าให้ต้องพระพายพัดผ่าน
มิเช่นนั้นเส้นหมี่จะแปรสภาพไปไม่กระด้างกรอบดังเดิม  ทั้งนี้  โบราณาจารย์ท่านกล่าวว่า
ให้ทอดเส้นหมี่ก่อนจะใช้การสัก ๑๖ - ๒๔ ชั่วยาม  ก็หามีความผิดใดไม่

เมื่อได้เส้นหมี่แล้ว  เมื่อจะผัดเส้นหมี่  ให้สรรหอมแดง ๗ หัว เสกแล้วปอกเปลือก
แล้วหาวัตถุอะไรก็ได้  ทุบหอม ๗ หัวให้พอแตก (อย่าให้แหลกละเอียดหรือกระเด็นกระจาย จะใช้การลำบาก)
เอากระเทียม ๗ กลีบ  เปลื้องเปลือกออกแล้วทุบพอให้แตกแล้วกระหน่ำสับให้เป็นชิ้นเล้กชิ้นน้อย
แล้วเอาลงเจียวให้หอมสะใจ  เอาหัวหอมที่ขนาบให้แตกแล้วลงไปผัดด้วยพอสุก
แต่นั้น  ให้ต่อยฟองไก่ ๒ หน่วย  ลงไปผัดคลุกเคล้า  ระหว่างนั้นให้รินน้ำเชื้อที่ปรุงไว้ลงไปทีละน้อย
ผัดต่อไปจนมีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งคุ้งน้ำ   เติมน้ำมันหมุลงไปเล็กน้อย  อย่าให้พลั้งมือรินมากไป
จะเลี่ยนลื่นแลผิดตำรับไป

จากนั้น  ตำราท่านว่าไว้ ให้นำเครื่องทั้งหลายอันได้ทำการสับหั่นไว้แล้วแต่เบื้องต้นลงไปประชุมคลุกคลีตีโมงด้วยกัน
เมื่อผสมผสานจนเห็นว่าสามัคคีกันดีแล้ว ให้ลองลิ้มชิมรสชาติดูให้ถูกปาก  แล้วตักยอยกขึ้นใส่ในหม้อน้ำเชื้อจงสิ้น
ยกหม้อน้ำเชื้อนั้นขึ้นบนก้อนเส้า  โหมเพลิงจนสรรพเครื่องปรุงในหม้อนั้นเดือดพลุ่งพล่าน  ลิ้มรสอีกครั้งให้เหมาะแก่ความต้องการ

ครั้นเมื่อจะเตรียมการรับประทาน  ให้เชิญถั่วเพาะและใบกุ้ยช่ายหั่นลงไปนอนรอในถ้วยใบงามของท่านเจ้าคุณ
แล้วเชิญเส้นหมี่ทอดกรอบปริมาณพออิ่มลงไปทับในชามนั้น   แล้วจึงตักเอาน้ำปรุงจากหม้อที่เดือดพล่าน
กรอกลงไปในชาม  แล้วเอาเครื่องโรยหน้าบรรจงทอดไว้ให้สวยงาม  เป็นอันเอาออกไปเสนอแก่ผู้มีความอยากอาหารได้

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 414  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:45

อ่านตำราอาหาร พบคำหรู ๆ เช่น กรกฎสมุทร, อุณโหทก,  สีตโลทก ทำให้อาหารดูอร่อยขึ้นเป็นกอง

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 415  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:46

ว่าแล้ว หมี่กรอบ (หมี่ต้องทำให้กรอบ) อิอิ อาหารจานนี้ทอดเส้น เสมือนเส้นข้าวซอยทอดเลย
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 416  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:50


อย่าเบี่ยงเลี่ยงอ้อมเลี้ยววกวนหลบหลีกแถสีประเด็น  ยิ้มเท่ห์

1. เป็นของทานจริงจังใช่หรือไม่

2. เป็นของกินหลัก 1 หน่วยบริโภค อิ่มเลยหรือไม่

3. ไม่ต้องล้างชามเมื่อกินเสร็จ ใช่หรือไม่  ตกใจ

ขอตอบคำถามออกขุนดังนี้

ข้อ ๑. แล้วแต่ความปรารถนาของผู้รับประทาน  บ้างก็รับประทานจริงจังมาก (๕-๖ ชามโคม)
บ้างก็รับประทานเอาพอพยาธิหายโหย  (สัก ๑-๒ ชาม)  บ้างก็รับประทานแต่พอเป็นเกียรติแก่เจ้าเรือนและพิธีการ (๑-๒ คำ)

ข้อ ๒. ๑ หน่วยนี้  กะได้ยาก เพราะไม่ได้บ่งปริมาณว่ากว้างสูงยาวเพียงใด  อาจจะเป็นถ้วยชา
ชามตราไก่  โอ  หรืออ่าง  จะอิ่มหรือไม่อิ่มนั้น  คงดูจากสามัญสำนึกของผู้รับประทานเป็นหลัก

ข้อ ๓. อันนี้ขึ้นอยู่กับภูมิพื้นจากการได้รับการอบรมบ่มนิสัยมารยาทของผู้รับประทานอาหารเป็นสำคัญ
และขึ้นอยู่ว่าท่านไปรับประทานอาหารนี้ที่แห่งหนตำบลใด  ถ้าเป็นที่เคหาตนเองจะไม่เช็ดล้างก็คงเป็นเรื่องท่าน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 417  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 16:54

ว่าแล้ว หมี่กรอบ (หมี่ต้องทำให้กรอบ) อิอิ อาหารจานนี้ทอดเส้น เสมือนเส้นข้าวซอยทอดเลย

อ้อ  หมี่กรอบบ้านออกขุนทำอย่างนี้กระนั้นฤา  ใส่น้ำลงไปเยี่ยงนี้คงจะกรอบดังลั่นไป ๗ คุ้งน้ำ
ตอบใหม่เถิด  ให้โอกาส
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 418  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 19:12

หมี่กรอบราดหน้า ทรงเครื่อง... ยิงฟันยิ้ม
ใส่ถั่งงอก กะกุ้ยช่าย น้ำส้มซ่า ด้วย...
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 419  เมื่อ 16 พ.ค. 12, 19:30

ติดใจตรงที่ใส่ผิวส้มซ่า คงไม่ใส่น้ำซุปจนท่วม คาดว่าจะออกแนวขลุกขลิก ๆ ๆ ๆ ๆ

"เส้นหมี่ทอดคลุกสามกษัตริย์" ... ทั้งนี้ไม่ทราบว่าสูตรท่านเจ้าคุณ คงมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว ชื่อหน้าตาอาหารย่อมเปลี่ยนแปลง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 ... 42
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.312 วินาที กับ 19 คำสั่ง