เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
อ่าน: 46526 ว่าด้วยเรื่องของหลังคาแบบไทย
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:23

ปั้นลม คือ ไม้วางทับบนเชิงชายทาบทับปลายแปหัวเสาทับหลังแปลานไปวางอยู่เหนืออกไก่ทั้งสองข้าง
ทำให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายบนของปั้นลมแหลม หลังปั้นลมถากอ่อนช้อยลงมาถึงปลายที่วางอยู่บนเชิงชาย ทำเป็นรูปคล้ายหางหงส์ เรียกส่วนนี้ว่า " ตัวเหงา"
หน้าที่ปั้นลม ป้องกันลมพัดหัวจากหรือแฝกปิดบังหัวจาก ซึ่งไม่น่าดู และเสริมสร้างความงามของหลังคาทรงสูง
ปั้นลมและตัวเหงา เป็นองค์ประกอบสำคัญที่แสดง "เน้นลักษณะเรือนไทยอย่างรุนแรง"

จากหนังสือ "บ้านไทยภาคกลาง" โดย ศาสตราจารย์ พล.ร.ต. สมภพ ภิรมย์ ร.น.,ราชบัณฑิต

ของคุณมากครับ สำหรับข้อมูลนี้และที่อยู่ในความเห็นของคุณ POJA ต่อๆมา
เรื่องปั้นลมนี้ ผมเกือบจะเขียนถามออกมาแล้วว่า เป็นเอกลักษณ์หรือไม่ ก็พอดีได้คำตอบ




สำหรับเรื่องของคำว่า เรือน และคำว่า บ้าน นั้น อ่านแล้วทำให้นึกถึงความหมายที่ลึกซึ้งของคำว่า House และ Home ในความเข้าใจของฝรั่ง
ฝรั่งเขาว่า A house is a home without love ซึ่งดูจะเป็นการแยกระหว่างที่พักพิง (house) กับภูมิลำเนา (home)

Would you like to come to my house ? หมายถึงมาที่พักของผม (มีแต่ผมอาศัยอยู่) แต่หากลงท้ายด้วย my home หมายถึงจะได้พบกับสมาชิกของครอบครัวของผมด้วย

ในทำนองเดียวกันก็ดูจะมีการใช้คำว่า house plan หรือ house design ในความหมายที่ค่อนข้างจะจำกัดเฉพาะการออกแบบบ้านในเชิงของ conceptual แต่หากใช้คำว่า home plan หรือ home design ดูจะมีความหมายกว้างไกลครอบคลุมถึงวิถีการใช้ชีวิตในลักษณะต่างๆด้วย เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงทุกอย่างว่าจะต้องมี functionality สำหรับความเป็นอยู่อย่างสุขสบายอย่างครอบครัว จึงมักจะได้ยินคำว่า cottage house มากกว่า cottage home เป็นต้น
ก้าวล่วงเข้าไปในดงสถาปนิกแล้ว ขอคาระวะและขออภัยหากข้าน้อยล่วงเกินก็ด้วยเบาปัญญา     

 
จากคำบรรยายของท่าน ศ.พล.ร.ต. สมภพ ภิรมย์ ร.น. และของท่าน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม นั้น ผมอาจหาญเดาเอาเองว่า เรือน ดูจะมีความหมายในตรงกับลักษณะที่เป็นตัวสิ่งก่อสร้าง (คือ house) ในขณะที่บ้าน ดูจะหมายถึง home (มีญาติอยู่กันเป็นครอบครัว)

   






นึกถึงประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก
A house is made of brick and stone, but a home is made of love alone
 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:26

ฝากคำกลอนฝรั่งให้คุณ naitang ครับ เป็นกลอนที่ท่องเมื่อเด็ก ๆ ยังจำได้ดีครับ จึงนำมาฝากให้ครับ  ยิงฟันยิ้ม

"A House is made of brick and stone, But Home is made of LOVE alone"

ต้องกราบขออภัยด้วยครับ เพราะเพิ่งเห็นคอมเม้นต์นี้หลังจากที่โพสต์ไปแล้ว
 ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:38

เหงาจริงๆด้วย    ยิ้ม

รูปสุดท้ายบางท่านเรียกว่า "เหงาจัด" ครับ
 เศร้า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26510

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:40

ขอนำเพลงเกี่ยวกับ home ที่แพร่หลายที่สุดในโลก  คือเพลง Home, Sweet Home  เข้ามากล่อมในกระทู้
ประโยคที่จับใจที่สุดของเพลง คือ There's no place like home. ไม่มีที่ไหนในโลกที่เหมือนบ้านของเรา

Mid pleasures and palaces
Though we may roam,
Be it ever so humble,
There's no place like home.
A charm from the skies
Seems to hallow us there,
Which seek thro' the world,
Is ne'er met with elsewhere.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

I gaze on the moon
As I tread the drear wild,
And feel that my mother
Now thinks of her child;
As she looks on that moon
From our own cottage door,
Thro' the woodbine whose fragrance
Shall cheer me no more.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

An exile from home,
Splendor dazzles in vain,
Oh, give me my lowly
Thatched cottage again;
The birds singing gaily,
That came at my call:
Give me them and that
Peace of mind, dearer than all.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:48

ขอนำเพลงเกี่ยวกับ home ที่แพร่หลายที่สุดในโลก  คือเพลง Home, Sweet Home  เข้ามากล่อมในกระทู้
ประโยคที่จับใจที่สุดของเพลง คือ There's no place like home. ไม่มีที่ไหนในโลกที่เหมือนบ้านของเรา

Mid pleasures and palaces
Though we may roam,
Be it ever so humble,
There's no place like home.
A charm from the skies
Seems to hallow us there,
Which seek thro' the world,
Is ne'er met with elsewhere.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

I gaze on the moon
As I tread the drear wild,
And feel that my mother
Now thinks of her child;
As she looks on that moon
From our own cottage door,
Thro' the woodbine whose fragrance
Shall cheer me no more.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

An exile from home,
Splendor dazzles in vain,
Oh, give me my lowly
Thatched cottage again;
The birds singing gaily,
That came at my call:
Give me them and that
Peace of mind, dearer than all.
Home, home, sweet sweet home,
There's no place like home,
There's no place like home.

http://www.youtube.com/watch?v=eB7PVkf-37g&feature=related


ทำนองเพลงเหมือนเพลงโบสถ์ของคริสตังค์คาทอลิคครับแต่จำไม่ได้ว่าชื่อเพลงอะไร
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:53

ผมขอต่อด้วยเพลงดังของ Sadao Watanabe

เพลง    WHEN WE MAKE A HOME

.>>>
( A lovely home...hoo..hoo)
When we make a home,
when our love has gronw
when all our apprehensions fade,
and we can say forever.
When we share our dreams,
everything we own
we'll build a life together,
when we make a home.
Safe and warm,(safe and worm)
We sheltered from the storm
(so happy together)
When we make a home together,love
will last forever.
Now, our love is young,(hoo..hoo)
facing the unknown (forever more)
but we'll find joy together,
when we make a home.
Solo...
( A lovely home...hoo..hoo)
When our hearts are one,
Though our minds are two
when we can cherish everyday,
And fill our lives with laughter.
We will dance and sing,
in the setting sun
we're make a home together,
when our hearts are one.
Safe and warm, (safe and warm)
we sheltered from the storm
(so happy together)
When we make a home together,love
will last forever.
Now, our love is young,(hoo..hoo)
facing the unknown (forever more)
but we'll find joy together,
when we make a home.
Safe and warm,(safe and warm)
we sheltered from the storm
(so happy together)
When we make a home together,love
will last forever.
Now, our love is young,(hoo..hoo)
facing the unknown (forever more)
but we'll find joy together,
when we make a home.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26510

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 18:54

เหงาจริงๆด้วย    ยิ้ม

รูปสุดท้ายบางท่านเรียกว่า "เหงาจัด" ครับ
 เศร้า

เอา "เหงา" มาโชว์บ้างค่ะ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 19:00

หาเพลงมาช่วยสร้างบรรยากาศครับ
http://www.youtube.com/index?desktop_uri=%2F&gl=US#/home
บันทึกการเข้า
Sujittra
พาลี
****
ตอบ: 322


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 19:02

โพสต์แล้วไม่ขึ้น
ต้องขออนุญาตโพสต์ใหม่ครับ

http://m.youtube.com/index?desktop_uri=%2F&gl=US#/home
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 7061


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 19:19


เคยเป็นเพลงโปรดของผมครับ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26510

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 19:48

ไหนๆก็ไหนๆ จะกลายจากหลังคาเป็นเพลง home แล้ว ก็ขอรำลึกความหลังด้วยเพลงนี้ค่ะ   เป็นเพลงที่เคยร้องในโรงเรียนตอนอยู่ม.ต้น     เรียนจบไปแล้วหลายปี  ค่อยกลับมาสงสัยว่าทำไมถึงถูกสอนให้ร้องเพลงคาวบอย     คงเป็นเพราะมีชั่วโมงร้องเพลงประสานเสียง  และเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงประสานเสียงละมัง 



บันทึกการเข้า
naitang
สุครีพ
******
ตอบ: 1370


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 19:52

ในสมัยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ (ในช่วงปี 2000) วันหนึ่งมีเด็กวัยรุ่น 3 คนมาพบ สองคนแต่ตัวเหมือนรูปในการ์ตูนพวกช่างทำนาฬิกากุ๊กกูของเยอรมัน กางเกงขาบาน เสื้อรัดตัว กระดุมเม็ดใหญ่ ใส่หมวก Top hat ทรงสูง มาพบเพื่อสนทนาและหาข้อมูล เขาบอกที่มาที่ไปว่า เขาได้รับทุนจากสมาคมอะไรสักอย่างของยุโรปที่เกี่ยวกับการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นระยะเวลาสามเดือน เป็นทุนให้กับเยาวชนที่สนใจที่จะยึดอาชีพในสาขาการสร้างอาคารบ้านเรือน (เชิงช่าง) มีให้ทุกๆปี ปีละ 1 ทุนเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสามคน จำนวนเงินไม่มากพอที่จะใช้เที่ยวเตร่นอนโรงแรมแพงๆได้ ทุนอนุญาตให้เด็กเดินทางไปที่ใหนก็ได้ ไปกินอยู่หลับนอน คลุกคลีและทำงานกับช่างของท้องถิ่นต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ไปเรียนรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นต่างๆในเรื่องของการสร้างอาคารบ้านเรือน พร้อมๆไปกับการเผยแพร่และนำภูมิปัญญาของท้องถิ่นของตนไปเผยแพร่ด้วย เป็นลักษณะของการการเรียนรู้เข้าถึงด้วยการปฏิบัติ
เด็กสามคนนี้สนใจเมืองไทย สนใจในปรัชญาการทำงาน แนวคิด และวิธีการสร้างบ้านตามแบบวิถีชาวบ้านแบบไทย และโดยเฉพาะบ้านแบบไทยๆที่ชาวบ้านและคนถิ่นเขาอยู่กัน ไม่ใช่บ้่านแบบสมัยใหม่ที่เขาออกแบบและก่อสร้างกันด้วยเทคโนโลยีพร้อมสรรพ เขาถามว่าควรจะไปกินอยู่หลับนอนและร่วมทำงานกับช่างไทยที่ใดดี
ผมค้นหารูปภาพบ้านไทยของถิ่นต่างๆที่ดูเป็นปกติชาวบ้านให้เขาดูด้วยความยากลำบาก หนังสือเผยแพร่ในลักษณะที่เป็นอย่างทางการเท่าที่มีของส่วนราชการ ก็มีแต่ภาพของเรือนไทยภาคกลางเป็นหลัก เขาพยายามหาภาพรายละเอียดที่แสดงถึงเรื่องของภูมิปัญญา เช่น วิธีการเข้าลิ้นไม้ การต่อหัวเสา ฯลฯ จำได้ว่าไม่มี มีแต่ภาพรูปร่าง รูปทรง และความวิจิตรพิศดาร เขาถามผมในหลายเรื่องมากๆ ผมก็เลยต้องพยายามบอกว่ามันหน้าตามันเป็นอย่างไร ทำอย่างไร และคิดอย่างไร โดยไม่ปรุงแต่งและอวดรู้ เล่าจากประสบการณ์ที่เคยเห็น เคยดู เคยคุย เคยถามช่างเท่านั้น ไม่แสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการและปรัชญาประกอบ ด้วยทราบอยู่ว่าเราไม่รู้จริง
บอกเขาให้ติดต่อมหาวิทยาลัยที่สอนเรื่องสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยาม แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะลุยไปแสวงหาเอาเองตามถิ่นของสถาปัตยกรรมไทย

เด็กทั้งสามบอกว่า ทุนนี้มีมานานมากแล้ว และเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ภูมิปัญญาของช่างในยุโรปมีอยู่ในระดับคล้ายๆกันและใกล้ๆกัน และทำให้มีการพัฒนาในเชิงภูมิปัญญาที่เหมาะสำหรับแต่ละถิ่น (local wisdom) ผมชอบปรัชญาความคิดนี้มาก ยังเคยคิดว่าไทยน่าจะนำมาทำบ้าง จะว่าไม่เคยเล่าให้ผู้เกี่ยวข้องฟังก็ไม่ใช่ แต่ดูจะไม่สนใจฟังและถูกเบรคเสียแต่แรกเล่าเรื่อง และสายตายังดูจะบอกด้วยว่าเป็นใครมาจากใหน

คิดว่าคงมีหลายท่านที่ทราบแนวคิดและปรัชญาในลักษณะนี้อยู่แล้ว และอาจเคยได้พบประสบด้วยตนเองอีกด้วย
  
ดูจะเป็นเรื่องเล่าที่ไม่เกี่ยวข้องกันกับกระทู้นี้ แต่เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งลึกๆที่ผลักดันให้ผมตั้งกระทู้ขึ้นมาเลียนแบบคุณ han_bing ครับ  


    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26510

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 20:09

อย่างนี้เขาเรียกว่าแยกซอยค่ะ  คือเลี้ยวออกจากถนนใหญ่แยกเข้าไปซอยไป  ตอนท้ายจะเลี้ยวกลับมาถนนสายเดิม  หรือว่าจะไปจบที่ถนนสายใหม่ก็แล้วแต่  ไม่ผิดกติกา

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26510

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 20:27

ก่อนจะลืมไปว่ากระทู้นี้คุยกันเรื่องหลังคา มาจนถึงบ้านเรือนแบบต่างๆ   ขอเอารูปที่เซฟไว้มาลงให้คุณตั้ง(และท่านอื่นๆด้วย) ดู   มองผ่านๆก็เหมือนเรือนไทย
แต่เอาเข้าจริง  ไม่ยักใช่   ไม่ใช่จริงๆด้วย   
ไม่มีคำถามแล้วค่ะว่าของประเทศไหน   รอฟังความเห็นอย่างเดียว


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
สุครีพ
******
ตอบ: 1370


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 28 ก.พ. 12, 21:30

กำลังเลี้ยวเข้าถนนเดิมแล้วนะครับ
ก่อนจะเข้าถนนใหญ่จริงๆ นึกออกอีกเพลงครับ Homeward Bound ของ Simon & Garfunkel ในหนังเรื่องอะไรนึกชื่อไม่ออก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.604 วินาที กับ 19 คำสั่ง