เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 20904 Rose and Love
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


 เมื่อ 06 ก.พ. 12, 23:09

วันแห่งความรักใกล้ตัวเราเข้ามากันทุกทีแล้ว...
กระทู้นี้ขออนุญาตชวนคุยเรื่องดอกกุหลาบกับความรักกันดีกว่า...
(เผื่อว่าผมจะหาได้กับเขามั่ง โสดมานานเต็มที 555+)

ขออนุญาตประเดิมด้วยภาพนี้นะครับ...





บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 23:17



พูดถึง 'กุหลาบ' อย่างแรกที่ผมนึกถึง คือ 'เพลง'
ที่จริงเพลงที่เกี่ยวกับดอกกุหลาบก็มีอยู่ไม่น้อยเลย...

คุณ อรวี สัจจานนท์ ร้องเพลง 'กุหลาบเวียงพิงค์' ไว้
ด้วยเสียงหวานๆแกมน้ำเสียงออดอ้อนของเธอ...

กุหลาบในเนื้อเพลงชัดเจนว่าเป็นความเปรียบ
หมายถึงสาวแรกรุ่นที่ยังไม่ประสาอะไรในรสรัก

เนื้อเพลงส่วนหนึ่งเตือนสาวน้อยเหล่านีด้วย
ว่าอย่าไปหลงน้ำคำหนุ่มเมืองใต้
มิฉะนั้นอาจจะโดน 'หลอกลวงช้ำทรวงเหมือนดั่งบัวบาน'
นางเอกใน อีก 1 ตำนานรักไม่สมหวังของเมืองเหนือ 'วังบัวบาน' ครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 23:32





อีก 1 เพลงรักในกลีบกุหลาบครับ 'กุหลาบในมือเธอ'
ความเปรียบในเพลงฟังดูแรกๆก็ไม่หนักหนาอะไร
แต่พอคิดตามๆไปก็แรงมิใช่น้อย

แรกเริ่มเดิมทีกุหลาบอยู่ในมือสาวเจ้า
หนุ่มคนร้องเพ้อปองดอกกุหลาบ แต่สาวไม่ยอมให้
แถมยังเอาไปให้หนุ่มอื่นแทนอีกตะหาก...

หนุ่มคนร้องเพลงกลับมาเห็นอีกที
กลีบกุหลาบก็ถูกเหยียบขยี้จนกระจายเสียแล้ว...

ฟังแล้วตัวเองแอบรู้สึกสงสารสาวพิลึก...
คำว่า 'ผู้ที่หวังจริง ก็เลยต้องยิ่งหัวใจราน' ก็ชวนใหรู้สึกกำกวมยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ความหมายในเพลงจะไปทางไหน สงสารหรือถากถางกันแน่ ฮืม
ถ้าเป็นอย่างหลัง หนุ่มคนไหนเป็นสุภาพบุรุษมากพอ
เงียบไว้เสียคงจะดีกว่าไม่น้อย


คุณชายถนัดศรี เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงครับ ที่หลายๆคนคงยังคุ้นหู
และยังไม่หมดใจในรสเพลงกันอยู่จนถึงทุกวันนี้



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 08:45

เพลงทยอยนอก ๓ ชั้น

กลิ่นกุหลาบซาบนาสาพาระลึก
เมื่อยามดึกเคยชมดมกลิ่นหอม
น้ำอบปรุงจรุงรสต้องอดออม
ถือถนอมบุปผากระสาจน

กลีบกุหลาบทาบกระดาษวาดรูปไว้
จะส่งให้โฉมตรูรู้เหตุผล
ชมดอกไม้แสนเบื่อเหลือจะทน
คิดสุคนธ์เคยรื่นชื่นใจเอยฯ


พระราชนิพนธ์ในพระราชหัตถเลขา พระราชทานมาจาก
เมืองซานเรโมพร้อมกลีบกุหลาบทาบมาบนกระดาษ
ถึงโฉมตรูผู้หนึ่ง  คือเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ
เจ้าจอมคนสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ่านพระราชนิพนธ์บทนี้แล้ว
นึกถึงเนื้อเพลงตอนหนึ่งในเพลงปี่ของพระอภัยมณี
ซึ่งบรรเลงขับกล่อมสามพราหมณ์
ในเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ที่ว่า

ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 08:58

ใกล้วาเลนไทน์ กุหลาบขาดตลาด

ขอมอบเพลงนี้ให้คุณติบอแทน



My funny valentine
Sweet comic valentine
You make me smile with my heart
Your looks are laughable
Unphotographable
Yet youre my favourite work of art

Is your figure less than greek
Is your mouth a little weak
When you open it to speak
Are you smart?

But dont change a hair for me
Not if you care for me
Stay little valentine stay
Each day is valentines day

Is your figure less than greek
Is your mouth a little weak
When you open it to speak
Are you smart?

But dont you change one hair for me
Not if you care for me
Stay little valentine stay
Each day is valentines day

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 09:29

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ "กุหลาบ" ในแง่ภาษาและที่มาของคำ

"ของที่จะฝากมาให้คอนสตันติน ฟอลคอนนั้น จะเป็นสุราเมืองเปอร์เซีย ๒-๓ หีบ น้ำดอกไม้เทศ ผลไม้เมืองเปอร์เซีย"

ข้างต้นเป็นข้อความในจดหมายเหตุพ่อค้าฝรั่งเศสที่ระบุถึงของฝากให้เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (ฟอลคอน) อัครมหาเสนาบดีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  สิ่งของดังกล่าวล้วนเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของชาวเปอร์เซีย ซึ่งส่งเข้ามาจำหน่ายยังกรุงศรีอยุธยา นอกเหนือไปจากผ้าเยียรบับ ผ้าอัตลัด ผ้าย่ำมะหวาด ผ้าปัศตู ผ้าตาดทอง พรม อัญมณี และม้าเปอร์เซีย (ม้าเทศ)

คำว่า "กุหลาบ" นั้น เป็นคำที่มาจากภาษาเปอร์เซีย แต่มิได้หมายความถึงดอกกุหลาบอย่างที่เราเรียกขาน หากหมายถึงน้ำดอกไม้ เพราะดอกไม้ในภาษาเปอร์เซียเรียกกุ้ล   ส่วนคำว่าน้ำคือออบ  เมื่อเรียกน้ำดอกไม้ ก็คือกุล้อบ  ซึ่งคนไทยออกเสียงเพี้ยนเป็นกุหลาบ และเนื่องจากน้ำดอกไม้ที่ส่งเข้ามาขายติดฉลากเป็นภาพวาดดอกกุหลาบ คนไทยจึงอาจเข้าใจว่าดอกไม้ชนิดนี้เรียกขานเช่นนั้น และโดยแท้จริงแล้วน้ำนั้นก็เป็นน้ำที่กลั่นจากดอกกุหลาบจริง ๆ

กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา   ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า

กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง            เนืองนอง
หอมรื่นชื่นชมสอง              สังวาส
นึกกระทงใส่พานทอง          ก่ำเก้า
หยิบรอจมูกเจ้า                 บ่ายหน้าเบือนเสีย


พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบขึ้น เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๖ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๖๗  เรื่องย่อคือสุเทษณ์เทพ ผู้ทรงฤทธานุภาพ หลงรักมัทนาเทพธิดา แต่มัทนาไม่รักตอบ สุเทษณ์ผิดหวังและโกรธ ถึงกับสาปมัทนา ให้ไปเป็นดอกกุหลาบในโลกมนุษย์ เดือนหนึ่งเมื่อถึงวันเพ็ญ จึงกลายร่างเป็นมนุษย์ ที่สาวและสวยได้วันหนึ่ง ต่อเมื่อใดได้พบรัก โดยมีความรักกับบุรุษเพศ จึงจะเป็นมนุษย์ตลอดไป

ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในคำนำเกี่ยวกับชื่อของนางเอกในเรื่องว่าอยากให้ชื่อมีความหมายว่าดอกกุหลาบ ทรงใช้ให้รองอำมาตย์โท หลวงธุระกิจภิธาน (ตรี นาคะประทีป) ไปค้นดู ได้ความว่า "กุหลาบ" ในภาษาสันสกฤตใช้ว่า "กุพฺชก"  ทรงมีพระราชนิพนธ์ว่า

"ก่อนที่ได้ทราบว่าดอกกุหลาบเรียกว่าอย่างไรในภาษาสันสกฤตนั้น, ข้าพเจ้าได้คิดไว้ว่าจะใช้ชื่อนางเอกในเรื่องนี้ตามนามแห่งดอกไม้, แต่เมื่อได้ทราบแล้วว่าดอกกุหลาบ คือ "กุพฺชก" เลยต้องเปลี่ยนความคิด, เพราะถ้าแม้ว่าจะให้ชื่อนางว่า "กุพชกา" ก็จะกลายเปนนางค่อมไป. ข้าพเจ้าจึ่งค้นหาดูศัพท์ต่าง ๆ ที่พอจะใช้ได้เปนนามสตรี, ตกลงเลือกเอา "มัทนา", จากศัพท์ "มทน" ซึ่งแปลว่าความลุ่มหลงหรือความรัก. พะเอินในขณที่ค้นนั้นเองก็ได้พบศัพท์ "มทนพาธา", ซึ่งโมเนียร์ วิลเลียมส์ แปลไว้ว่า "the pain or disquietude of love" ("ความเจ็บปวดหรือเดือดร้อนแห่งความรัก"), ซึ่งข้าพเจ้าได้ฉวยเอาทันที, เพราะเหมาะกับลักษณะแห่งเรื่องทีเดียว.  เรื่องนี้จึ่งได้นามว่า "มัทนะพาธา, หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ" ด้วยประการฉนี้."

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 10:34

             แวะเข้ามาแปะเพลงเก่าจากนักแสดงไทยทีวีช่องสี่ อยู่ในอัลบั้มเพลงชุดเดียวกัน
หรือใกล้กันกับเพลงกุหลาบในมือเธอ ที่ร้องโดยคุณชรินทร์ข้างต้น

กุหลาบร่วง โดย คุณนงลักษณ์ โรจนพรรณ

             


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 10:52

เป็นสุขกับกระทู้นี้มาก  ได้รำลึกความหลังขึ้นมาได้หลายอย่างค่ะ
ชอบเสียงทุ้มลึก ของ Jim Reeves นักร้องลูกทุ่งอมตะผู้ล่วงลับไปนานหลายสิบปี  แต่ซีดีเพลงของเขายังมีจำหน่ายจนทุกวันนี้
ก็เลยเอากุหลาบแดงของจิม รีฟส์มาสมทบในกระทู้

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 11:03

คนที่เรียนวรรณคดีอังกฤษ  ย่อมรู้จักบทกวี  My Love is Like a Red Red Rose  ของ Robert Burns กวีชาวสก็อต  บทกวีบทนี้ส่งเขาให้โด่งดังเป็นกวีเอก และเป็นความภูมิใจของชาวสกอตแลนด์มาจนทุกวันนี้

My love is like a red red rose
That’s newly sprung in June;
My love is like the melodie
That’s sweetly play’d in tune.

So fair art thou, my bonnie lass,
So deep in love am I;
And I will love thee still, my dear,
Till a’ the seas gang dry.

Till a’ the seas gang dry, my dear,
And the rocks melt wi’ the sun:
And I will love thee still, my dear,
While the sands o’ life shall run.

And fare thee weel, my only love
And fare thee weel, a while!
And I will come again, my love,
Tho’ it were ten thousand mile.

เชิญฟังเพลงจากบทกวี รับวันวาเลนไทน์ได้ค่ะ

บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 13:55

ขอบพระคุณสมาชิกชาวเรือนทุกท่านที่สนใจกระทู้นี้ครับ
ดูเหมือนคนที่อยู่ในประเทศเขตอบอุ่น
จะผูกพันกับกุหลาบมากกว่าคนในเขตร้อนมากทีเดียว

วรรณกรรมตะวันตกหลายเรื่อง ขาดดอกกุหลาบไปอย่างหนึ่ง
อาการจะหนักเสียยิ่งกว่าขาดพระเอกหรือนางเอกไปเสียอีก
ลองนึกถึง 'The Name of The Rose' ดูกันเล่นๆ....
ถ้าขาดดอกกุหลาบไป ชื่อหนังคงต้องเปลี่ยนใหม่แน่ๆ

หนังเรื่องโปรดของผมเรื่องหนึ่ง นางเอกเป็นเด็กหญิงที่เกิดในอินเดีย
คุณพ่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตที่นั่น เพราะแผ่นดินไหว
เธอเลยถูกส่งตัวกลับมาอยู่ในความดูแลของลุงที่อังกฤษ
และได้ค้นพบสวนในความลับเข้า.... The Secret Garden ครับผม





บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 14:36

         Bette Midler นักร้องนักแสดงรับบทเป็น "โรส" ในหนังเรื่อง The Rose (1979)
หนังเล่าเรื่องราวชีวิตนักร้องที่อิงต้นแบบนักร้องจริงชื่อดัง - Janis Joplin



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 14:42

           เพลงเอกชื่อเดียวกับหนัง ซึ่งเป็นเพลงแต่งใหม่ให้ Bette ร้องประกอบภาพยนตร์
กลายเป็นเพลงดังได้ไม่ยาก ด้วยเนื้อเพลงที่งดงามความหมายประทับใจและท่วงทำนองไพเราะ

      


                     The Rose
 
      Some say love, it is a river

That drowns the tender reed

Some say love, it is a razor

That leaves your soul to bleed

      Some say love, it is a hunger

An endless aching need

I say love, it is a flower

And you, its only seed


       It's the heart, afraid of breaking  

That never learns to dance

It's the dream, afraid of waking

That never takes the chance

        It's the one who won't be taken

Who cannot seem to give

And the soul, afraid of dying

That never learns to live


       When the night has been too lonely

And the road has been too long

And you think that love is only

for the lucky and the strong

         Just remember in the winter

Far beneath the bitter snow

Lies the seed

That with the sun's love, in the spring

Becomes the rose
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 14:56

มีเพลงลูกทุ่งของอเมริกา ในปี 1970  ที่ขึ้นอันดับ 3 ของบิลบอร์ด ชื่อ I never promised you a rose garden ร้องโดย Lyn Anderson



เนื้อร้องเป็นสำนวนและคำพังเพยอยู่หลายเรื่อง    คำว่า rose garden ในที่นี้ หมายถึงชีวิตที่สวยงามสะดวกสบาย พรั่งพร้อมไปทุกอย่าง
แบบเดียวกับ La Vie en Rose  ชีวิตบนกลีบกุหลาบ หรือชีวิตสีกุหลาบ   เพลงเก่าแก่และแนวคิดเก่าแก่จากฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้หลายสิบปี


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 15:36

           La Vie en Rose  หนึ่งในเพลงเอกจากนักร้องผู้เป็นตำนานของฝรั่งเศส
Edith Piaf คลิปนี้เป็นเสียงร้องของเธอพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษครับ

              
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 ก.พ. 12, 15:45

            Piaf ยังร้องเพลงนี้ในภาคภาษาอังกฤษด้วย

         

         หนังชีวประวัติของ Piaf มีชื่อเดิมในฝรั่งเศสว่า La Mome แต่เมื่อนำออกฉาย
นอกบ้านใช้ชื่อว่า  La Vie en Rose  (2007) 


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง