เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 86440 ละเลงเลือด(ฝรั่งเศส)ที่สมรภูมิบ้านพร้าว
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 31


ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 18 ก.พ. 12, 22:52

แม้จะเข้าห้องช้าแต่ก็ตั้งใจเรียนจนทันครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 19 ก.พ. 12, 07:27

ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบครับ
บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 31


ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 21 ก.พ. 12, 15:25

วีรกรรมทหารเรือมีแล้ว ทหารบกมีแล้ว ยังขาดของกองทัพอากาศ ช่วงสงครามอินโดจีนนะครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 21 ก.พ. 12, 18:16

ยังมีคนอยากอ่านอีกเหรอครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 21 ก.พ. 12, 21:16

นักเรียนหลังห้อง  ช่วยกันยกมือหน่อยซิคะ

เอารูปเครื่องบินมาเซิฟๆก่อนค่ะ  เขาบอกว่าเป็นเครื่องบินขับไล่แบบ 10 (บข.10) หรือ Hawk III
มีรายละเอียดว่า
ประเภท        เครื่องบินขับไล่ปีกสองชั้น ที่นั่งเดี่ยว
                 ความเร็วสูงสุด 248 ไมล์ / ชม.
                 พิสัยบิน 577 ไมล์ / ชม.
                 เพดานบิน 29,700 ฟุต
                 อาวุธ ปืนวิคเกอร์ 8 มม. จำนวน 2 กระบอก ยิงลอดวงใบพัด
                 ติดระเบิด 50 กก. ใต้ปีกข้างละ 2 ลูก หรือ ระเบิดขนาด 250 กก. ใต้ลำตัว 1 ลูก
                ประจำการในกองทัพอากาศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2478 – 2492     
                 
- เป็นเครื่องบินขับไล่หลักของกองทัพอากาศไทยในช่วงสงครามอินโดจีน
- มีฉายาว่า “ฟ้าคำรน” เนื่องจากเสียงของเครื่องยนต์     
- เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกของกองทัพอากาศไทยที่ถูกนำเข้าประจำการเป็นจำนวนมาก ทั้งจัดซื้อและสร้างขึ้นเอง


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 22 ก.พ. 12, 04:17

ยังอยู่ครับ ไม่ไปไหน ไม่เบื่อด้วย

จริงๆ จำได้ว่าวีรกรรมของทางทัพฟ้าเราในสงครามอินโดจีนก็มีไม่น้อยนะครับ คาบเกี่ยวไปถึงช่วงสงครามโลกเลย
ที่ดีๆ ก็มี ที่พลาดพลั้งเช่นทิ้งระเบิดใส่พวกเดียวกันก็พอมีบ้าง

รอท่านอาจารย์มาต่อครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 31


ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 23 ก.พ. 12, 14:17

เอามาเสริม เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบที่ ๒ (บ.ท.๒)  บริพัตร
ออกแบบและสร้างโดยคนไทยในปี พ.ศ.๒๔๗๐ โดย น.ท.หลวงเวชยันต์รังสฤษฎ์ (อดีต ผบ.ทอ.)
เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด 2 ที่นั่ง ปีก 2 ชั้น โครงสร้างทำด้วยด้วยท่อภูราลูแมงและไม้ บุผ้า ใช้เครื่องยนต์จูปิเตอร์ขนาด 400-600 แรงม้า 1 เครื่อง(เครดิต Skyforce ห้องหว้ากอ พันทิป)


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 23 ก.พ. 12, 14:52

^
เครื่องบินแบบข้างบนนี้ไม่มีโอกาสได้เข้าสมรภูมิหรอกครับ

สร้างมาแล้ว บินไปอวดธงที่อินเดีย๓เครื่อง รอดกลับมาเครื่องเดียว
ปรับปรุงแล้ว บินไปอวดอินโดจีนฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็หายจ้อย เหลือไว้ประดับพิพิธภัณฑ์ทหารอากาศ๑เครื่องที่เห็นในภาพ
บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 31


ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 23 ก.พ. 12, 21:04

นักเรียนที่ดีต้องรู้จักขวนขวาย
เครื่องบินแบบบริพัตร ไปเยือนประเทศอินเดีย
เมื่อไทยสามารถสร้างเครื่องบินแบบบริพัตร ซึ่งเป็นเครื่องบินที่นับว่าดีเด่นในสมัยนั้นได้เอง ท่านเจ้าคุณเฉลิมอากาศ เจ้ากรมอากาศยานในระยะนั้น จึงมีความคิดเห็นว่า ควรจะมีการส่งเครื่องบินไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่เกียรติของประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
เมื่อเดือน พศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๒ อุปทูตอังกฤษ มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศนำคำเชิญของรัฐบาลอินเดีย ขอเชิญรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ส่งเครื่งบินทหารไปเยี่ยมประเทศอินเดียเป็นทางราชการ กระทรวงการต่างประเทศจึงส่งเรื่องให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาให้ความเห็น กระทรวงกลาโหมตกลงรับคำเชิญและเมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว จึงให้กรมอากาศยานดำเนินการตลอด คือเลือกสรรเครื่องบิน กำหนดตัวบุคคลที่จะไป วัน เวลา เส้นทาง แล้วรายงานให้ทราบ
กรมอากาศยานตกลงส่งเครื่องบินแบบบริพัตร จำนวน ๓ เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ออกแบบสร้างเองจากโรงงานกรมอากาศยาน กำหนดถึงกรุงเดลี ใน ๑ มกราคม ๒๔๗๒ โดยบินออกจากดอนเมืองและลงพักเป็นระยะ ๆ ดังนี้ ดอนเมือง - ย่างกุ้ง - อัคยับ - กัลกัตตา - อัลละฮาบัด - เดลี
      เครื่องที่ ๑   มีนายร้อยเอก จ่าง นิตินันทน์ ต่อมาเป็น นายพันตรี หลวงแสนพลเทพ เป็นนักบิน นายพันโท หลวงเนรมิตรไพชยนต์ เป็นผู้โดยสาร
      เครื่องที่ ๒   มีนายร้อยเอก กฤษณ์ บูรณะสัมฤทธิ์ ต่อมาเป็น นายพันตรี หลวงอัมพรไพศาล เป็นนักบิน และนายสิบเอก สีนวล มากพานิช ช่างเครื่องเป็นผู้โดยสาร
      เครื่องที่ ๓   มีนายร้อยโท กิ่ง ผลานุสนธิ์ ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก หลวงล่าฟ้าเริงรณ เป็นนักบิน และนายสิบตรี ชื่น เมฆพยม ช่างเครื่องเป็นผู้โดยสาร
นอกจากนักบินและช่างเครื่องแล้ว ทางราชการได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อช่วยเหลือทางพื้นดินด้วย มีร้อยเอง หลวงถกลนภากาศ ( มนต์ สิงหเสนี ) เป็นผู้ควบคุมนำชิ้นส่วนอะไหล่ไปไว้ตามตำบลต่าง ๆ ที่เครื่องบินจะลงพักระหว่างทาง คณะนี้ออกเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังปีนังในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๔๗๒ แล้วโดยสารเรือต่อไปยัง ย่างกุ้ง อัคยับ กัลกัตตา แล้วเดินทางโดยรถไปอัลละฮาบัด และเดลี ในราววันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๔๗๒
พิธีส่งเครื่องบิน

วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๗๒ ก่อนกำหนดวันออกเดินทาง ได้มีการประกอบพิธีตามประเพณี นายพลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสด็จมาประทับเป็นประธาน เวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์ที่สโมสรนายทหาร ดอนเมือง ซึ่งจัดขึ้นป็นโรงพิธี เสร็จแล้วเสนาบดีฯ และพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ประทับแรมและพักแรมอยู่ที่นี่ เพื่อส่งเครื่องบินซึ่งจะออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น
วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๔๗๒ เวลาเช้าก่อน ๐๗.๐๐ นาฬิกา ได้ประชุมพร้อมกันที่สนามหน้าโรงซ่อมหมายเลข ๖ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยพร้อมที่จะออกเดินทางได้แล้ว ผู้แทนรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะไปเจริญสันถวไมตรียังเดลี ได้เรียงตัวเข้าไปนมัสการพระสงฆ์ รับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ แล้เข้าถวายคำนับเสนาบดี รับการทรงเจิมหน้า แล้วแยกย้ายกันไปประจำเครื่องบิน
เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกาตรง นายพลตรี พระยาเฉลิมอากาศ ให้สัญญาณปล่อยเครื่องบิน นักบินทั้งสามเร่งเครื่องยนต์บังคับเครื่องขึ้นสู่อากาศ ท่ามกลางเสียงสวดชัยมงคลกถาของพระสงฆ์ และเสียงไชโยโห่ร้องของผู้มาส่ง
อุบัติเหตุ

ครั้นเวลา ๑๐.๔๕ นาฬิกา ของวันออกเดินทางนั้นเอง เครื่องบินตามทั้งสามเครื่องกลับมาลงที่สนามบินดอนเมือง รายงานว่าเครื่องนำประสบอุบัติเหตุ เครื่องยนต์ขัดข้องต้องร่อนลงในป่า เข้าใจว่าเป็นจังกวัดอุทัยธานี แต่ไม่เห็นเหตุกาณ์ทางพื้นดิน เพราะบริเวณนั้นเป็นป่าทิบ
นายพลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ซึ่งยังประทับอยู่ที่กรมอากาศยาน โปรดให้โทรเลขถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดตาก ขอให้ช่วยค้นหาเครื่องบินและนักบินซึ่งประสบอุบัติเหตุและให้นำแพทย์ไปด้วยเพื่อช่วยเหลือนักบินและผู้โดยสาร
ครั้นเช้าวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๔๗๒ ได้รับข่าวทางโทรเลขว่า นายร้อยเอก จ่าง นิตินันทน์ ปลอดภัยเดินบุกป่าจากที่เครื่องบินตกไปพักอยู่ที่บ้านหนองกี่ ท้องที่อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พระยาศรีมหาเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ออกเดินทางไปค้นหาได้พบเข้า ส่วนนายพันโท หลวงเนรมิตรไพชยนต์ เครื่องบินหักบีบทับลำตัวท่อนบนถึงแก่กรรมทันที จึงจัดการนำศพไปไว้ที่จังหวัดอุทัยธานี เครื่องบินลำนั้นลหักอยู่ในป่าทึบดงหนองเงียก ตำบลพลวงสองนาง อำเภอทัพทัน ห่างจากเขาลำพยนประมาณ ๖ กิโลเมตร
การเดินทาง

การเดินทางครั้งหลังเป็นไปตามระยะทางและวันเวลาที่กำหนดไว้ แต่ได้เกิดมีเหตุที่น่าเสียใจอยู่บ้างคือ ในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๗๒ ขณะที่เครื่องบินทั้งสองบินเข้าสู่เขตเมืองอัลละฮาบัด มองเห็นสนามบินที่จะลงอยู่แล้ว เครื่องของ ร.ท.กิ่ง ผลานสนธิ์ เกิดขัดข้องต้องลงบนชายหาดแม่น้ำคงคา ซึ่งได้ทราบในภายหลังว่าท่อทางเดินของน้ำมันรัวจนเบ็นซินหมด เครื่องบินได้รับความเสียหายไม่สามารถจะซ่อมให้ใช้การได้ทันความประสงค์ จึงส่งกลับทางเรือ หัวหน้าผู้ควบคุมและนักบินบาดเจ็บต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองอัลละฮาบัด ส่วนอีกเครื่อลงสนามบินได้เรียบร้อย
 ลังเล
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 23 ก.พ. 12, 21:19

เยี่ยม


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 24 ก.พ. 12, 03:49

แห่ะๆ  นักเรียบนเหลวไหลอย่างเรา รอคุณครูป้อนอย่างเดียว ไม่ไหว ไม่ไหว
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 24 ก.พ. 12, 07:30

แหะๆเหมือนกัน  มีนักเรียนเหลวไหลยังดีกว่าไม่มีนักเรียนครับ เห็นอยู่สองสามคน ไม่ไหว ไม่ไหว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 24 ก.พ. 12, 12:48

นักเรียนที่แอบอยู่ยังไม่โชว์ตัว   ขอโชว์รูปเครื่องบินก่อนนะคะ  
ไม่แน่ใจว่าลำนี้ใช้งานสมัยอินโดจีนหรือไม่  หน้าตาทันสมัยมาก  มีคำอธิบายว่า เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลาง แบบ ๔๑ มาร์ติน ๑๓๙ ดับเบิ้ลยู (ท. ๓) Martin
จากเว็บช่างกลนนทบุรี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10921


ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 24 ก.พ. 12, 14:56

อาจารย์ใหญ่ท่านอุตส่ห์มาช่วยลุ้น ต้องให้กำลังใจท่านหน่อยด้วยรูปเจ้ามาร์ติน เครื่องทิ้งระเบิดขนาดกลางของกองทัพอากาศไทยแท้ๆ ดูธงชาติที่แพนหางได้ รูปนี้ถ่ายโดยอเมริกันเจ้าของเครื่องเมื่อมาตรวจสอบสภาพหลังส่งมอบที่ดอนเมือง

เครื่องฝูงนี้เองที่หลวงพิบูลอยากได้อีกสักฝูงหนึ่ง แต่พี่กันซักว่าน้องจะเอาอาวุธยาวเยอะแยะไปถล่มใคร ไหน ช่วยตอบพี่หน่อย หลวงพิบูลตอบได้แต่แบ๊ะๆ แล้วหันไปซื้อเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดแบบนากาจิมาของญี่ปุ่นแทน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 25 ก.พ. 12, 09:14

ได้โอกาสปั่นกระทู้
เครื่องบินที่อเมริกาไม่ยอมขายให้  จอมพลป. ซื้อจากญี่ปุ่นเอาไปใช้ในสงครามอินโดจีนใช่ไหมคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง