เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 21
  พิมพ์  
อ่าน: 84878 ละเลงเลือด(ฝรั่งเศส)ที่สมรภูมิบ้านพร้าว
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 17:57

สรุปผลงานทางด้านการทหารของไทยในสงครามอินโดจีนฝรั่งเศสตรงนี้เสียหน่อยก็แล้วกันครับ

หลังจากการรบครั้งสำคํญที่สมรภูมิบ้านพร้าว และสมรภูมิทางทะเลที่เกาะช้างแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็เนือยๆไปเพราะญี่ปุ่นเห็นว่าเด็กๆชกกันพอหอมปากหอมคอแล้ว แยกดีกว่าเดี๋ยวฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะพิการไป เสียแผนของญี่ปุ่นที่จะหาพันธมิตรช่วยร่วมรบเพื่อครอบครองเอเซียแทนฝรั่งพอดี

ใกล้จะหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ข่าวทหารก็แถลงออกมาดังนี้



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 18:02

๑๒ กุมภาพันธุ์ ๒๔๘๔


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 20:15


หลังจากการรบครั้งสำคํญที่สมรภูมิบ้านพร้าว และสมรภูมิทางทะเลที่เกาะช้างแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็เนือยๆไปเพราะญี่ปุ่นเห็นว่าเด็กๆชกกันพอหอมปากหอมคอแล้ว แยกดีกว่าเดี๋ยวฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะพิการไป เสียแผนของญี่ปุ่นที่จะหาพันธมิตรช่วยร่วมรบเพื่อครอบครองเอเซียแทนฝรั่งพอดี

เหตุผลตรงนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจ  เพราะดูตามรูปการณ์แล้ว ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบฝรั่งเศสทุกประตู     ทำไมญี่ปุ่นถึงมาไกล่เกลี่ย
แต่จะเป็นอย่างไรก็ตาม  ผลการไกล่เกลี่ยก็คือไทยได้ดินแดนกลับคืนมา  
เรียกว่าชนะฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 20:41

หลังจากพิมพ์ข้างบนนี้ไปแล้ว  ก็นึกได้ว่าเป็นไปได้ไหม อีกประการหนึ่ง   นอกจากญี่ปุ่นจะสงวนพันธมิตรอย่างไทยไว้ไม่ให้บอบช้ำกับการทำสงครามกับฝรั่งเศส    ก็อาจมีเหตุผลอีกอย่าง คือญี่ปุ่นไม่ต้องการให้ไทยขยายดินแดนได้มากกว่านี้อีก     จะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศใหญ่ในเอเชียอาคเนย์    
ต่อไปภายหน้า  ญี่ปุ่นขยายอำนาจมาทางนี้เมื่อใด  ก็จะเคี้ยวยากขึ้นกว่าเก่า     จึงตัดไฟเสียแต่ต้นลม   ให้ไทยแลนด์เอาดินแดนไปแค่นี้แหละ พอแล้ว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 22:17

ขออนุญาตตอบ

ประเทศที่ผลิตอาวุธไม่เป็น (ไม่นับหอก ดาบ ปืนคาบศิลา พญาตานี) ไม่มีทางเป็นเจ้าอาณานิคมได้หรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาณานิคมน้อยๆหรือยิ่งใหญ่ระดับมหาอำนาจ

เหตุที่ไทยรบชนะฝรั่งเศส ต้องสังเกตุด้วยว่านักประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง จะแยกแยะเรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส หรือมิฉะนั้นก็จะเรียกว่ารัฐบาลวีชี่  เขาไม่ถือว่าใช่ฝรั่งเศส(ที่เคยเป็นประเทศมหาอำนาจ)แท้ๆ

ญี่ปุ่นนั้น ก่อนสงครามจะขายอาวุธทันสมัยให้ไทยถูกๆ หลังจากที่อเมริกาและยุโรปทำท่าไม่อยากจะขายให้ คงเป็นด้วยหวังว่าวันหนึ่งจะได้ไทยเป็นพวก เอาอาวุธญี่ปุ่นไปช่วยขับไล่ฝรั่งออกจากดินแดนที่ญี่ปุ่นหวังจะได้ครอบครองแหล่งทรัพยากรแทน โดยเฉพาะฝรั่งเศสในอินโดจีน

บังเอิญฝรั่งเศสแพ้เยอรมันในสงครามภาคพื้นยุโรปเร็วเกินไป อินโดจีนฝรั่งเศสขาดน้ำเลี้ยง ญี่ปุ่นจึงบีบเข้าเป็นพันธมิตรได้ง่ายๆ โดยรบกันเพียงสี่ห้าวันหลังการยกพลขึ้นบก ฝรั่งเศสก็ยอมเปิดทางให้ญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานทัพในญวนทางเหนือเพื่อจะบุกจีนได้ ความจำเป็นที่จะยืมมือไทยช่วยผ่อนแรงบ้างก็หมดไป เมื่อไทยหาข้ออ้างขอดินแดนคืนจากฝรั่งเศส โดยส่งทูตไปทั้งโตเกียวและเบอร์ลินเพื่อขออนุญาตทะเลาะกับฝรั่งเศสวีชี่ ทั้งสองชาติเห็นใจยอมเปิดไฟเขียวให้โดยมีข้อแม้ว่า จะต้องไม่บุกเกินพื้นที่ที่เคยเป็นของไทยมาก่อนเท่านั้น  ส่วนอื่นๆห้ามแตะ หลวงพิบูลฯจึงกล้าที่จะบุกข้ามพรมแดนไปรบฝรั่งเศส

ส่วนเหตุผลที่ว่า ไทยกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบฝรั่งเศสทุกประตู ทำไมญี่ปุ่นถึงมาไกล่เกลี่ย

เหตุการณ์ที่เกิดติดๆกันในวันที่๑๖ มกราคม ซึ่งทัพบกฝรั่งเศสแตกพ่ายยับเยิน และวันที่๑๗ ซึ่งไทยเสียเรือรบชั้นเยี่ยมไปถึง๓ลำ ไม่นับที่ผ่านมาตั้งแต่รบกัน เครื่องบินของกองทัพอากาศทั้งสองฝ่ายที่ยิงกันตกเป็นว่าเล่น คลังเชื้อเพลิงเกือบหมดแล้ว และคลังแสงที่กระสุนก็เกือบเกลี้ยง ญี่ปุ่นคำนวณแล้วเห็นว่า พันธมิตรน้อยๆทั้งสองบอบช้ำเต็มที สมควรจะหยุดได้แล้ว  เมื่อมหาอำนาจบอกให้หยุด ทั้งไทยและอินโดจีนฝรั่งเศสไม่มีใครกล้าหือ การประชุมตกลงทำสัญญาสงบศึกที่โตเกียว ญี่ปุ่นก็เป็นฝ่ายนั่งฟัง ให้ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกัน จะเอาโน่นเอานี่ไปก่อน พอยันกันเหนื่อยหาที่ยุติไม่ได้ญี่ปุ่นถึงจะทุบโต๊ะว่างั้นเอาอย่างนั้นอย่างนี้  ให้ไทยได้ดินแดนคืน แต่ก็ต้องจ่ายเงินมหาศาลให้ฝรั่งเศสเป็นค่าชดเชย(พร้อมกำไร)สำหรับสิ่งก่อสร้างต่างๆที่ได้ลงทุนไปแล้วในดินแดนที่จะยกให้ไทย  พวกฝรั่งเศสในอินโดจีนกำลังขาดเงินหิวโหยอยู่แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวจึงอันเป็นที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างก็นำไปอ้างกับประชาชนของตนได้ว่าเป็นชัยชนะ

หลังสงครามโลกสงบ ไทยก็ต้องคืนดินแดนให้เขาไป แต่เงินเขาไม่ยักคืนมา

แต่ก็ช่างเถอะ เพราะหากไทยยังคงครอบครองดินแดน ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือแผ่นดินของเขมรและลาวอยู่ไม่ยอมปล่อย  เราคงได้ประสพชะตากรรมเหมือนฝรั่งเศสที่พยายามจะกลับเข้าไปครอบครองอินโดจีนอีก  ชัยชนะของกองทัพญวนที่ติดอาวุธให้โดยจีนแดง ขับไล่บดขยี่กองทัพฝรั่งเศสทุกที่มั่น สุดท้ายก็สมรภูมิเบียนเดียนฟูที่ทหารต่างด้าวละลายไปจริงๆหลายกรม ทหารตายและบาดเจ็บหลายพันคน กรมที่๕ ที่เคยแพ้ไทย เจออาวุธรัสเซียที่จีนมอบให้ญวนแบบไม่อั้นยกนี้เข้า ถึงกับละลายไปจริงๆ คือรัฐบาลฝรั่งเศสยุบกรมทิ้งไปเลย

สมัยหลังสงครามโลกเป็นต้นมา ทหารชาติเอเซียไม่มีใครด้อยกว่าใคร แม้แต่ฝรั่งก็เถอะ ขอให้มีอาวุธเท่าเทียมพอสู้กันได้ก็พอ กองทัพของใครมีผู้อุปถัมภ์ที่ดี จะให้รบกับใครก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นการรบเพื่อป้องกันมาตุภูมิด้วยแล้ว ขวัญกำลังใจจะเหนือผู้รุกรานมาก และขวัญกำลังใจนี้แหละคือพลังที่จะทำให้ชนะผู้รุกรานได้อย่างเด็ดขาด
 
ขนาดไทยคืนดินแดนเขาไปแล้ว เรายังต้องทำสงครามกับเพื่อนบ้านต่างฝ่ายต่างลัทธิ ทั้งรบในบ้านเขาและบ้านเรา ดีแต่ว่าตอนหลังเราพูดกับจีนรู้เรื่อง แล้วบังเอิญพี่เบิ้มค่ายคอมมิวนิสต์ รัสเซียกับจีนเกิดแตกคอกัน ไทยจึงรอดจากหายนะมาได้ อเมริกันมหามิตรตอนนั้นน่ะหรือ เผ่นกลับบ้านไปนานแล้ว

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 22:18

ไปเจอฝรั่งนั่งวิเคราะห์บทบาทของญี่ปุ่นที่เข้ามายุติสงครามอินโดจีน   เอามาลงให้อ่านเฉยๆ    ตั้งแต่อ่านที่ท่านนวรัตนนำหลักฐานจากหลายๆด้านมาเปรียบกันแล้วก็ไม่ขอฟันธงเรื่องอะไรทั้งนั้นละค่ะ

ฝรั่งเขาบอกว่า กรณีพิพาทอินโดจีนจบลงในปลายเดือนมกราคมด้วยฝีมือญี่ปุ่นที่ตัดสินใจว่าสงครามตรงนี้น่าจะจบได้แล้ว  เพราะมองว่าตอนนี้ไทยเริ่มหมดแรงแล้ว  คืบหน้าต่อไปไม่ไหว   ญี่ปุ่นก็เลยยื่นมือเข้ามาระงับข้อพิพาท  ด้วยกำปั้นที่ใหญ่กว่า  ใครๆก็ต้องฟัง
ผลการไกล่เกลี่ยคือญี่ปุ่นตกลงให้ประเทศไทยได้ครอบครองเฉพาะดินแดนที่รบชนะมาได้   แต่ก็ถูกบังคับให้จ่ายเงินชดใช้ความเสียหายให้กับรัฐบาลวิชีด้วย

ข้อตกลงที่จะหยุดยิง ญี่ปุ่นก็เป็นผู้กำหนดอีกน่ะแหละ    ถึงตรงนี้ก็ดูออกกันแล้วว่าผู้ที่กำปั้นใหญ่ที่สุดในเอเชียคือใคร   ญี่ปุ่นยังต้องการรุกคืบผ่านไทยไปมาเลย์เซียและพม่าอีกด้วย     โดยมีไทยเป็นทางผ่าน
พอมาถึงตรงนี้  จอมพลป. ก็เริ่มไม่ไว้ใจญี่ปุ่นขึ้นมาแล้ว  จึงแอบติดต่อลับๆกับอเมริกาและอังกฤษเพื่อขอความช่วยเหลือ  จะเรียกว่าเหยียบเรือสองแคมก็น่าจะได้
จากนั้นเป็นยังไงก็หาอ่านได้จากเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 22:22


สมัยหลังสงครามโลกเป็นต้นมา ทหารชาติเอเซียไม่มีใครด้อยกว่าใคร แม้แต่ฝรั่งก็เถอะ ขอให้มีอาวุธเท่าเทียมพอสู้กันได้ก็พอ กองทัพของใครมีผู้อุปถัมภ์ที่ดี จะให้รบกับใครก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นการรบเพื่อป้องกันมาตุภูมิด้วยแล้ว ขวัญกำลังใจจะเหนือผู้รุกรานมาก และขวัญกำลังใจนี้แหละคือพลังที่จะทำให้ชนะผู้รุกรานได้อย่างเด็ดขาด
 
ขนาดไทยคืนดินแดนเขาไปแล้ว เรายังต้องทำสงครามกับเพื่อนบ้านต่างฝ่ายต่างลัทธิ ทั้งรบในบ้านเขาและบ้านเรา ดีแต่ว่าตอนหลังเราพูดกับจีนรู้เรื่อง แล้วบังเอิญพี่เบิ้มค่ายคอมมิวนิสต์ รัสเซียกับจีนเกิดแตกคอกัน ไทยจึงรอดจากหายนะมาได้ อเมริกันมหามิตรตอนนั้นน่ะหรือ เผ่นกลับบ้านไปนานแล้ว
นึกถึงสงครามเวียตนามขึ้นมาทันทีเลยค่ะ   อเมริกาส่งทหารมาตายเสียนับไม่ถ้วน  แพ้เวียตกง     
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 13:07

ไปสำรวจชัยชนะของกองทัพไทย ในสงครามอินโดจีน  ได้ผลมาตามนี้ค่ะ
-กองพลพายัพ ยึดได้แคว้นหลวงพระบาง ฝั่งขวาห้วยทราย ตรงข้ามเชียงแสน มีเมืองปากลาย หงสา และเชียงฮ่อน
-กองทัพอิสาน กองพลอุบลยึดได้แคว้นนครจัมปาศักดิ์   กองพลสุรินทร์ ยึดได้เมืองสำโรงจงกัล ทางจังหวัดเสียมราฐ
-กองทัพบูรพา ยึดได้พื้นที่ทางทิศตะวันตกของศรีโสภณ กองพลจันทบุรี ยึดได้บ้านกุบเรียง และบ้านห้วยเขมร ทางด้านทิศตะวันตกของบ่อไพลิน และพระตะบอง
- กองทัพเรือ ยุทธนาวีเกาะช้าง สามารถกันเรือรบฝรั่งเศสไม่ให้บุกเข้ามาถึงอ่าวไทยได้
- กองทัพอากาศ ไปทิ้งระเบิดทำลายสถานที่สำคัญทางทหาร ในอินโดจีนอีกหลายแห่ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 13:11

ผลการเจรจา   ฝรั่งเศส ยอมยกดินแดนแขวงหลวงพระบางฝั่งขวาแม่น้ำโขง แคว้นจัมปาศักดิ์ และแคว้นเขมร ให้แก่ไทย  มีพิธีรับมอบดินแดนที่จังหวัดพระตะบองกันอย่างโอ่อ่าเอิกเกริก
ประเทศไทยได้ดินแดนคืนมาประมาณ 90,000 ตารางกิโลเมตร  จัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ขึ้น 4 จังหวัด คือ พระตะบอง พิบูลสงคราม นครจัมปาศักดิ์ และลานช้าง   แต่ก็อย่างที่ท่านนวรัตนบอกไว้ข้างบนนี้   เราไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ   แต่ถ้อยทีถ้อยตอบแทนกัน คือเอาดินแดนมาก็ต้องจ่ายเงินรัฐบาลฝรั่งเศสไป   ของฟรีไม่มีในโลกอยู่แล้ง
เงินนี้ ฝ่ายไทยเรียกว่าเงินทดแทนค่าก่อสร้างทางรถไฟของอินโดจีนฝรั่งเศส เป็นเงิน 6 ล้านเปียสตร์อินโดจีน  ผ่อนจ่าย 6 ปี   หลังจากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการปักปันดินแดนขึ้น ประกอบด้วยฝ่ายไทย   ฝ่ายฝรั่งเศส   และฝ่ายญี่ปุ่น   โดยมีฝ่ายญี่ปุ่นเป็นประธานกรรมการ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 13:15

            ไทยได้รับดินแดนกลับคืนมารวมประมาณ 69,000 ตารางกิโลเมตร  จัดตั้งเป็นอำเภอและจังหวัด มีชื่อหลายชื่อตั้งเป็นอนุสรณ์แก่บุคคลสำคัญในสมัยนั้น    คือ อำเภอไพรีระย่อเดช อำเภอเกรียงศักดิ์พิชิต อำเภอพรหมโยธี อำเภออธึกเทวเดช อำเภอสินธุสงครามชัย อำเภอวรรณไวทยากร อำเภออดุลย์เดชจรัส อำเภอหาญสงคราม และจังหวัดพิบูลสงคราม
            หลายชื่อก็คุ้นๆกันอยู่
            ส่วนจังหวัดที่มาจากชื่อเมืองเขมรและลาวเดิมก็คือ
            1. เมืองเสียมราฐ (เขมร) ได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดพิบูลสงคราม  ปกครองอำเภอไพรีระย่อเดช อำเภอกลันทบุรี อำเภอพรหมขันธ์ อำเภอเกรียงศักดิ์พิชิต อำเภอวารีแสน และอำเภอจอมกระสานต์
            2. เมืองพระตะบอง (เขมร) ยกขึ้นเป็นจังหวัดพระตะบอง ปกครองอำเภอเมืองพระตระบอง อำเภอพรหมโยธี อำเภออธึกเทวเดช อำเภอมงคลบุรี อำเภอไพลิน อำเภอศรีโสภณ และอำเภอสินธุสงครามชัย
            3. นครจัมปาศักดิ์ (ลาว อยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง) ยกขึ้นเป็นจังหวัดนครจัมปาศักดิ์ ประกอบด้วยอำเภอเมืองนครจัมปาศักดิ์ อำเภอวรรณไวทยากร อำเภอธาราบริวัติ อำเภอมโนไพร และอำเภอโพนทอง
            4. หลวงพระบาง (ลาว อยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง) ยกขึ้นเป็นจังหวัดลานช้าง ประกอบด้วยอำเภอสะมาบุรี อำเภออดุลย์เดชจรัส อำเภอแก่นท้าว อำเภอเชียงฮ่อน และอำเภอหาญสงคราม
            ส่วนเส้นเขตแดน  ใช้ร่องน้ำลึกในแม่น้ำโขงเป็นเส้นเขตแดน บรรดาเกาะที่อยู่ฝั่งขวาของเส้นเขตแดน (ด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำโขง) เป็นของไทย ยกเว้นเกาะโขง และเกาะโดน ไทยและฝรั่งเศสปกครองร่วมกัน

            สมัยนั้น อาณาเขตของไทยก็แผ่ออกไปกว้างใหญ่ไพศาล    แต่ว่าอยู่ได้ไม่นาน    ตามลักษณะของสมบัติผลัดกันชม   โปรดอดใจรอท่านอาจารย์เจ้าของกระทู้มาเลกเชอร์บทต่อไป
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 17:10

ในภาพคือชาวเขมรส่วนหนึ่งที่ลี้ภัยสงครามเข้ามาอยู่ในประเทศไทย  เหมือนกันทุกครั้งที่มีการยิงกันไม่ว่าในอดีต และอนาคต หลังๆนี้ไทยพยายามผลักดันกลับไป  แต่สมัยนั้น รัฐบาลหลวงพิบูลอ้าแขนไว้เกทับฝรั่งเศส โดยพยายามอธิบายทำนองว่าราษฎรอินโดจีนเหล่านี้ อพยพหนีการกดขี่ของฝรั่งเศสมาเป็นราษฎรไทย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 19:18

กระทู้มาถึงบทสุดท้ายแล้ว ผมยังมีภาพหลังเหตุการณ์ละเลงเลือด(ฝรั่งเศส)ที่สมรภูมิบ้านพร้าวมาให้ชมอีกนิดหน่อย

ในภาพนี้ ทหารไทยในสมรภูมิกำลังอัญเชิญธงไตรรงค์ขึ้นสู่ยอดเสา โดยมีราษฎรส่วนหนึ่งร่วมด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 19:21

ค่ายของทหารไทย

ค่ายของฝรั่งเศสก็ประมาณนี้แหละครับ ไม่ได้หรูหรากว่ากันหรอก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 19:27

พลตรีหลวงพิบูลสงคราม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรี เดินทางไปแสดงความชื่นชมในชัยชนะครั้งสำคัญ ในภาพพลตรี หลวงพรหมโยธี เพื่อนซี้มารับที่สถานีรถไฟอร้ญประเทศ มีการตาเบ๊ะพึ่บพั่บรายงานตัวตามธรรมเนียมในฐานะแม่ทัพกองทัพบูรพา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 19:46

ผบ.สูงสุดได้เดินทางไปปอยเป็ตเพื่อชมทรากสงครามที่นั่น ในรูปท่านยืนสังเกตุการณ์บนที่สูงเพื่อฟังการบรรยายเหตุการณ์รบที่นั่น


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 21
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง