เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 15336 แฟชั่น จากนครต้องห้าม
babyblue
อสุรผัด
*
ตอบ: 8


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 05 ก.พ. 12, 07:05

สวยมากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ที่นำมาให้ชม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 00:24

ยินดีครับ คุณ babyblue

เผื่อใครจะเบื่อเรื่องสัญลักษณ์มงคลกันแล้ว
3 สัญลักษณ์สุดท้ายสำหรับฉลองพระองค์มังกร
เป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้ง 5 ที่ประกอบกันเป็นโลกครับ

แน่นอน... เรื่องราวของสัญลักษณ์ทั้งหมด
เรียงร้อยเข้าด้วยกันขึ้นเพื่อแสดงความเป็น
'โอรสสวรรค์ ผู้เป็นพระจักรพรรดิแห่งโลก' ของพระจักรพรรดิ






Detail of Emperor’s summer court robe showing one of the Twelve Symbols: Grain, 1851-1861 (Xianfeng period). Bright yellow gauze with embroidered pattern. On loan from the Palace Museum, Beijing

เมล็ดข้าว 1 ใน 12 ลายสัญลักษณ์มงคลบนฉลองพระองค์คลุมในฤดูร้อนของพระจักรพรรดิเสียนเฟิง, ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 06 ก.พ. 12, 00:30

3 สัญลักษณ์สุดท้าย
เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงธาตุได้มากถึง 5 ธาตุ

'ข้าว' เกิดจาก 'ดิน' เป็นผลิตผลจาก 'ผืนดิน' รวงข้าวมีสี 'ทอง'
ข้าวจึงหมายถึง 'ดิน' และ 'ทอง'

'ต้นไม้น้ำ' เกิดจาก 'น้ำ' แต่เป็น 'ต้นไม้'
'ต้นไม้น้ำ' จึงหมายถึง 'ไม้' และ 'น้ำ'

ส่วน 'เปลวไฟ' เป็นตัวแทนของ 'ไฟ' และการทำลายล้าง
'ไฟ' จึงไม่ควรแสดงรูปร่วมกับสัญลักษณ์อื่น

อธิบายความหมายคร่าวๆนะครับ
ลึกๆยังมีอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน  รูดซิบปาก





Detail of Emperor’s summer court robe showing one of the Twelve Symbols: Waterweed, 1851-1861 (Xianfeng period). Bright yellow gauze with embroidered pattern. On loan from the Palace Museum, Beijing

ต้นไม้น้ำ 1 ใน 12 ลายสัญลักษณ์มงคลบนฉลองพระองค์คลุมในฤดูร้อนของพระจักรพรรดิเสียนเฟิง, ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่ง





Detail of Emperor’s summer court robe showing one of the Twelve Symbols: Flame. 1851-1861 (Xianfeng period). Bright yellow gauze with embroidered pattern. On loan from the Palace Museum, Beijing
 
เปลวไฟ 1 ใน 12 ลายสัญลักษณ์มงคลบนฉลองพระองค์คลุมในฤดูร้อนของพระจักรพรรดิเสียนเฟิง, ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 08 ก.พ. 12, 00:28

เห็นคุณ SILA ถามถึงฉลองพระองค์หงส์เหนือมังกร
เห็นทีน่ากลัวว่าผมจะหามาให้ชมกันไม่ได้เป็นแน่
เลยขอเอาฉลองพระองค์ลายหงส์มาให้ชมแทนนะครับ

องค์นี้เป็นของยศพระสนมครับ
อายุก็น่าจะราวๆรัชสมัยพระนารายณ์มหาราชเห็นจะได้
แต่สภาพยังใหม่กริบๆอยู่เลย...
อิจฉาประเทศเขตหนาวเป็นที่สุด








Imperial concubine's festive robe, 1736-1795 (Qianlong period). Yellow silk with woven pattern. Length150 cm x width 176 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing
 
ฉลองพระองค์ในงานฉลองของพระสนม ค.ศ. 1736-1795 (รัชกาลพระจักรพรรดิคังซี) ไหมสีเหลืองทอลาย ยาว 150 x กว้าง 176 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 09 ก.พ. 12, 01:16

เห็นฉลองพระองค์มังกรมากันหลายภาพแล้ว
ไม่ทราบว่าคนอ่าน gallery จะเลี่ยนตาไหม

องค์นี้ตัดเย็บจากหนังเซเบิล, หนังหมาป่าสีดำ, และไหมสีเหลือง
เป็นฉลองพระองค์องค์นอกสำหรับทรงทับฉลองพระองค์ลายมังกรของพระจักรพรรดิ
สำหรับทรงเวลาอากาศหนาวจัดๆในฤดูหนาวครับ
ใครเคยไปปักกิ่งกันคงพอทราบ ว่าทำไมต้องหนาขนาดนี้









Emperor's fur coat, 1796-1820 (Jiaqing period) . Black fox, sable, yellow silk lining. Length 136 cm x width 174 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing

ฉลองพระองค์ขนสัตว์คลุมของพระจักรพรรดิ์ ค.ศ. 1796-1820 (รัชกาลพระจักรพรรดิ์เจี้ยฉิ่ง) หนังหมาป่าสีดำ, เซเบิล, และไหมสีเหลือง ความยาว 136 ซ.ม. ความกว้าง 174 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 09 ก.พ. 12, 10:18

         มีรูปพระนางซูสีในชุดลายดอกไม้และหงส์งามวาดโดยจิตรกรตะวันตก
มาแจมครับ

A Western Portrait of China's Empress Dowager Cixi


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 11 ก.พ. 12, 21:14





ขอบพระคุณ คุณ SILA มากๆครับผม
ฉลองพระองค์แบบที่คุณ SILA โพสต์ภาพมา
เป็นฉลองพระองค์รุ่นปลายราชวงศ์ชิงครับ

แทนที่จะสวมเสื้อกันตัวฟิตๆ
สาวๆในราชสำนักเริ่มหันมาสวมเสื้อตัวหลวมๆ
ทับบนเสื้อตัวฟิตๆข้างในอีกทีหนึ่งกัน

ภาพนี้มีคำบรรยายภาพจาก Victorian & Albert Museum ว่า





Empress' outer robe, 1875-1908 (Guangxu period). Bright yellow silk with embroidered pattern. Length 142 cm x width 123 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing

ฉลองพระองค์พระจักรพรรดินี, ค.ศ. 1875-1908 (รัชกาลพระจักรพรรดิกวางสู) ไหมสีเหลืองสดและงานปัก ยาว 142 ซ.ม. x กว้าง 123 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 13 ก.พ. 12, 14:41

ว่ากันว่าฉลองพระองค์คลุมแบบหลวมๆ
ที่ปรากฏมากขึ้นสมัยปลายราชวงศ์ชิง
มีจุดเริ่มต้นมาจากฉลองพระองค์คลุม
สำหรับการขี่ม้า หน้าตาแบบนี้ครับ








Imperial concubine's riding jacket (magua), 1875-1908 (Guangxu period). Green satin with woven pattern, sable and lace. Length 80 cm x width 125 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing

ฉลองพระองค์คลุมสำหรับทรงม้าของพระสนม, ค.ศ. 1875-1908 (รัชกาลพระจักรพรรดิกวางสู) ไหมซาตินสีเขียวทอลาย, จนเซเบิล และแถบลูกไม้ ยาว 80 ซ.ม. x กว้าง 125 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 13 ก.พ. 12, 20:07

ฉลองพระองค์ลายมังกร พระนางซูสีไทเฮา เป็นฉลองพระองค์ที่ทรงไว้ครั้งสุดท้ายถูกฝังไปพร้อมกับพระองค์ ซึ่งรอดจากการทำลายพระศพ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 13 ก.พ. 12, 20:19

ชุดในราชสำนักราชวงศ์ชิงนั้น งดงามน่าดู เนื่องจากปักด้วยไหมจีน เล่นสีอย่างสวยงาม ภาพนี้งดงามมากครับ

1. พระนางซูสีไทเฮา
2. องค์หญิงหรงยึ พระมเหสีในจักรพรรดิ์กวงสู .. ต่อมาได้เป็นพระชนนีหรงยึในจักรพรรดิ์ปูยี.. ผู้ลงนามประกาศสละราชสมบัติจักรพรรดิ์ปูยี สิ้นสุดราชวงศ์ชิง
3. พระสนมต้วนกังในจักรพรรดิ์กวงสู (มีน้องสาวคือพระสนมเฉิน)
4. ขันทีหลี่เหลียนอิง
5. ขันทีคุ่ยหยู่กุ่ย ผู้ผลักพระสนมเฉินตกบ่อน้ำตาย


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 20 ก.พ. 12, 14:18

สัปดาห์ที่ผ่านมา (และน่าจะต่อไปอีกหลายสัปดาห์)
ผมมีเรื่องยุ่งๆเข้ามาให้ต้องทำค่อนข้างมากครับ
ขอโทษสมาชิกเรือนแต่ละท่านที่รอกระทู้ด้วย

ขอบคุณ คุณ Siamese มากๆครับ สำหรับภาพถ่ายโบราณสวย
เห็นลายฉลองพระองค์ของพระนางซูสีแล้วนึกถึงแพรยกลายแบบนี้ครับ
ไม่แน่ใจว่าจะใช่แบบเดียวกันหรือเปล่า... แต่เห็นลายคล้ายๆกัน
ผมเลยขอเอามาฝากให้ดูเล่นนะครับ ยิ้ม







Length of brocaded damask, 1875-1908 (Guangxu period). Multi coloured threads on a lilac ground. Length 770 cm x width 78.5 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing

ผ้าแพรยกดอกหลายสี, ค.ศ. 1875-1908 (รัชกาลพระจักรพรรดิกวางสู) ด้ายหลายสีบนพื้นสีม่วงไลแลค ยาว 770 ซ.ม. x กว้าง 78.5 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 20 ก.พ. 12, 14:56

เป็นลายอักษรจีนคำมงคลครับ
ฝากภาพย้อมสีให้อีกภาพ งามแท้


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 22 ก.พ. 12, 17:06

ภาพย้อมสีสวยมากๆเลยครับ...
ที่แท้พระนางซูฉี เอ๊ย ซูสีก็เป็นอาซิ้มคนหนึ่งนี่เอง
(พูดแบบนี้จะโดนพวกขันทีแก่ๆตบปากไหมนี่!)



ดูเสื้อ ดูผ้า ดูภาพวาด ภาพถ่าย ไปตั้งหลายภาพแล้ว
ดูรองเท้ากันบ้างดีกว่าครับ... ฉลองพระบาทฮองเฮาองค์นี้ใช่ย่อยเลย!!



คุณ han_bing เล่าเอาไว้ว่า

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ หญิงชาวแมนจูไม่มัดเท้าอย่างหญิงจีน แต่ด้วยความมาอยู่กับคนจีนเลยอยากจะมีเท้าเล็กๆเดินแล้วโงนไปเงนมากับเขาบ้าง เลยประดิษฐ์รองเท้าส้นสูงๆที่ฐานเล็กๆให้เดินแล้วโงนเงนนิดๆหน่อยๆพอเป็นพิธี

อย่างไรก็ตามจากภาพข้างต้นคงเป็นรองเท้าฤดูหนาว เดินลุยหิมะ ใครเคยฝ่าหิมะแล้วก็คงเข้าใจดี


ครับ!






Empress' court boots, 1662-1722 (Kangxi period). Satin, leather strips, wood, starched white cotton. Height 45 cm x width 10 cm x depth 28 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing
 
รองเท้าพระจักรพรรดินี สำหรับงานพระราชพิธี ค.ศ. 1662-1722 (รัชกาลพระจักรพรรดิคังซี) ผ้าไหมซาติน, แถบหนัง, ไม้, ผ้าฝ้ายสีขาวลงแป้ง สูง 45 ซ.ม. x กว้าง 10 ซ.ม. x ลึก 28 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 22 ก.พ. 12, 19:47

ภาพย้อมสีสวยมากๆเลยครับ...
ที่แท้พระนางซูฉี เอ๊ย ซูสีก็เป็นอาซิ้มคนหนึ่งนี่เอง
(พูดแบบนี้จะโดนพวกขันทีแก่ๆตบปากไหมนี่!)


แบบว่าโดนเฆี่ยนจนตาย  แลบลิ้น

เอารูปแบบรองเท้าสมัยราชวงศ์ชิงมาให้ชม ทำด้วยกระเบื้องยกสูง นัยว่าเท้าใหญ่และอยากจะให้เท้าดูเล็กจึงสร้างแนวนี้ขึ้นมา


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 24 ก.พ. 12, 00:35

เอารูปรองเท้ามาฝากคุณ Siamese ครับผม






Woman's shoes, 1875-1908 (Guangxu period). Satin, wood, starched white cotton, glass beads and silk tassel. Height 17 cm x width 21.5 cm. On loan from the Palace Museum, Beijing
 
รองเท้าสตรี, ค.ศ. 1875-1908 (รัชกาลพระจักรพรรดิกวางสู) ไหมซาติน, ไม้, ผ้าฝ้ายสีขาวลงแป้งแข็ง, ลูกปัดแก้ว และ เกลียวไหม สูง 17 ซ.ฒ. x กวาง 21.5 ซ.ม. ยืมจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง