พระนิพนธ์บทตาโบลวิวังต์ ในสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

<< < (5/5)

เพ็ญชมพู:
นายแพทย์พูนพิศ   อมาตยกุล เขียนไว้ในบทความเรื่อง แผ่นเสียงร่องกลับทางของวังบ้านหม้อ

ได้มีโอกาสไปสำรวจแผ่นเสียงโบราณรุ่นนี้ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี  ก็ได้พบสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกว่า  มีแผ่นเสียงรุ่นเดียวกันนี้บันทึกเพลงตับอยู่ไม่น้อยกว่าสามเรื่อง  คือเรื่องสามก๊ก ตอนจูล่งออกไปช่วยนางบีฮูหยินเมียเล่าปี่แล้วนำเอาเต๊า ลูกนางบีฮูหยินฝ่าดงข้าศึกมามอบให้เล่าปี่ ได้เรียกเพลงชุดนี้ว่า "ตับจูล่ง" ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ใช้ครั้งแรกปี  ๒๔๓๗ ในงานชุดเพลงภาพนิ่งตาโบลวิวังต์ (Tableux  Vivante) มีเพลงตับเรื่องเรื่องอาบูหะซันตอนแต่งงานเรื่องพระลอ  ตอนพระลอคลั่งรัก  ที่เรียกว่า " ตับพระลอคลั่ง '' กับยังมีเพลงเกร็ดต่าง ๆ รวมมาด้วยซึ่งในคราวนี้จะเขียนเฉพาะส่วนของเพลงที่เป็นของวังบ้านหม้อเท่านั้น

ได้ค้นพบแผ่นเสียงตับเพลง " เรื่องอาบูฮาซันน่าหนึ่ง " (เขียนตามภาษาอย่างเก่าที่ปรากฎบนหน้าแผ่นเสียง) หมายเลข ๔๗๐๕๖/๑ เพลงสร้อยสม  ร้องโดยนายอิน  นายใหญ่ ที่น่าสังเกต คือ ตัวหนังสือนั้นเขียนด้วยลายมือ  แสดงว่ายังไม่ได้ใช้พิมพ์ดีด  แถมผู้เขียนข้อความบนหน้าแผ่นเสียงซึ่งเป็นกระดาษสีดำ ก็เขียนภาษาบกพร่อง คือคำว่า " ตอน " เขียนว่า "ตอ " ตกตัวอักษร "น" ไปหนึ่งตัว ซึ่งเรื่องความผิดพลาดในอักขรวิธีนี้  พบได้บ่อย ๆ ในแผ่นเสียงรุ่นนี้



ขอขยายความเรื่องเพลงตับอาบูหะซันต่อไปอีกเล็กน้อยว่า  เป็นเพลงชุดที่สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  ทรงจัดขึ้นโดยใช้บทร้องมาจากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๒๑)  อันเป็นคำประพันธ์ประเภทลิลิต  เรียกว่า"ลิลิตนิทราชาคริต" (เรื่องอาบูหะซัน)เดิมใช้ร้องประกอบการแสดงภาพนิ่ง  (Tableux  Vivante) คือใช้ละครแต่งตัวสวยงาม  ให้ตรงตามบทร้อง  ในที่นี้ก็จะแต่งเป็นแขก  มีฉากสวยงามเป็นภาพแขก  แล้วให้ตัวแสดงยืนหรือนั่งอยู่ในท่านิ่ง  ไม่กระดุกกระดิกตาก็ไม่กระพริบ  ใช้ไฟส่องให้เห็นเด่นชัด แล้วบรรเลงร้องเพลงประกอบ  พอถึงตอนดนตรีบรรเลงรับร้อง  ก็ดับไฟ  ผู้แสดงก็ขยับเขยื้อนได้นิดหน่อย  พอเพลงบรรเลงรับร้องจะหมด  ไฟก็จะสว่างขึ้น  ตัวแสดงก็นิ่งอยู่เหมือนการจัดภาพนิ่งหรือหุ่นนิ่งนั่นเอง

เพลงตับเรื่องอะบูหะซันนี้  เล่าเรื่องฉากการแต่งงานของอะบูหะซันกับนางนอซาตลอัวดัด  โดยมีพระทางศาสนาอิสลามเรียกว่า "อีแมน" เป็นผู้ทำพิธีและยังมีพรเจ้ากาหลิบพระนางโชบิเดกับตัวประกอบอื่น ๆ มาร่วมอยู่ในฉากนี้เป็นจำนวนมาก  การแสดงเป็นภาพนิ่งหรือหุ่นนิ่งจึงดูสวย  เหมือนไปชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไม่ผิดกันเลย

เพลงที่ร้องในตับนี้ขึ้นต้นด้วยเพลงแขกกล่อมเจ้าสองชั้น  ติดตามมาด้วยเพลงแขกถอนสายบัว  แขกหนัง  แขกต่อยหม้อ  แขกเจ้าเซ็น  และพราหมณ์ดีดน้ำเต้า  รวมหกเพลงซึ่งจะใช้เวลาบรรเลงราว ๒๕-๓๐ นาทีครบทั้งตับ

 ;D

เพ็ญชมพู:
การใช้ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์สำหรับบรรเลงร่วมกับการแสดงละครภาพนิ่งหรือตาโบลวิวังต์ (Tableaux Vivants)

ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ในระยะที่เรียกว่าคอนเสิร์ตแบบไทยนั้น นอกจากจะใช้บรรเลงและขับร้องในลักษณะเป็นคอนเสิร์ตเรื่องหรือละครมืดแล้ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ยังได้ทรงปรับปรุงบทขับร้องจากเนื้อเรื่องเก่าและบทกวีมาใช้ในการแสดงละครภาพนิ่ง หรือที่เรียกกันว่า ตาโบลวิวังต์ (Tableaux Vivants) ซึ่งเข้าใจว่าจัดทำขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๕ - ๒๔๓๗ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ที่โปรดให้พระอนุชา และพระราชวงศ์ที่ยังทรงพระเยาว์แต่งพระองค์ต่างๆ แสดงตามท้องเรื่องในท่าที่หยุดนิ่ง ระหว่างนั้นก็ใช้ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์บรรเลงประกอบละครที่เป็นภาพนิ่งเหล่านั้น การแสดงดังกล่าวโปรดให้จัดขึ้นในพระราชฐานเพื่อทรงเก็บเงินบำรุงการกุศล

หลังจากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระราชดำริว่าบทเพลงตับเรื่องสั้น ๆ เช่น เรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามหนี ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงพระนิพนธ์ขึ้นไว้แล้วนั้น จะนำมาใช้แสดงได้ จึงโปรดให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงคิดหาเรื่องอื่นๆ มาแต่งเป็นบทเพลงตอนสั้น ๆ แบบนั้น เป็นการบรรยายเรื่องประกอบภาพในฉากเพิ่มขึ้นอีก

ในครั้งนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ทรงจัดบทเพลงถวายรวม ๘ ชุด มีแนวเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ทำนองแบบ ๑๒ ภาษาของไทย คือ

ชุดที่ ๑ กล่าวสรรเสริญเทพยดา ประกอบภาพพระเป็นเจ้าทั้ง ๓ ประเภทเป็นการไหว้ครู

ชุดที่ ๒ เรื่องราชาธิราช ประกอบภาพฉากแบบพม่า

ชุดที่ ๓ เรื่องนิทราชาคริต ประกอบภาพฉากแบบแขก

ชุดที่ ๔ เรื่องนางซินเดอร์เรลลา ประกอบภาพฉากแบบฝรั่ง

ชุดที่ ๕ เรื่องสามก๊ก ประกอบภาพฉากแบบจีน

ชุดที่ ๗ เรื่องพระลอ ประกอบภาพฉากแบบลาว

ชุดที่ ๘ เรื่องอุณรุท ประกอบภาพฉากแบบไทย

บทเพลงชุดต่าง ๆ เหล่านั้น ต่อมาก็เป็นที่นิยมนำมาใช้บรรเลงกันแพร่หลายอยู่ในวงการดนตรีไทยจนทุกวันนี้ ตั้งชื่อเรียกกันว่า ตับสมิงพระราม ตับอาบูหซัน ตับนางซิน และตับจูล่ง เป็นต้น

 ;D

เพ็ญชมพู:
ตับนิทราชาคริต

http://www.youtube.com/watch?v=uHCmakzivNk


ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ขับร้อง : กัญญา โรหิตาจล , สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนำเนื้อหาจากวรรณคดีเรื่องลิลิตนิทราชาคริต พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ตอนวิวาห์อาบูหะซันกับนางนอซาตอลอัวดัต มาปรับปรุงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ ลักษณะพิเศษของบทร้องชุดนี้อยู่ที่แต่งเป็นร่ายกับโคลง เพลงประเภทตับเรื่อง ประกอบด้วยเพลงสำเนียงแขก ๖ เพลง มีดังนี้ ร้องแขกกล่อมเจ้า ร้องแขกถอนสายบัว ร้องแขกหนัง ร้องแขกต่อยหม้อ ร้องแขกเจ้าเซ็น ร้องพราหมณ์ดีดนํ้าเต้า - นักดนตรีปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ - ขลุ่ยเพียงออ : สุวัฒน์ อรรถกฤษณ์ , ขลุ่ยอู้ : ปี๊บ คงลายทอง , ซออู้ : ธีระ ภู่มณี , ระนาดเอก : ศักดิ์ชัย ลัดดาอ่อน , ระนาดทุ้ม : เผชิญ กองโชค , ฆ้องวงใหญ่ : สมชาย ดุริยประณีต , ระนาดทุ้มเหล็ก : มนัส ขาวปลื้ม , ฆ้องหุ่ย ๗ เสียง : ม.ล.สุลักษณ์ สวัสดิกุล , กลอง : บุญช่วย แสงอนันต์ , เอนก อาจมังกร , ฉิ่ง : บุญสร้าง เรืองนนท์

 ;D

เทาชมพู:
เรื่องต่อไปที่จะเอ่ยถึงคือ สามก๊ก  ตอนจูล่งพาอาเต๊าตีฝ่าทัพโจโฉ
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเล่าปี่แตกทัพ เพราะแพ้โจโฉ    ลูกเมียก็กระจัดพลัดพรายไปคนละทาง   จูล่งทหารเอกอีกคนหนึ่งของเล่าปี่ควบม้าเดี่ยวไปค้นหาอาเต๊าลูกชายคนเดียวของเล่าปี่    พบนางบีฮูหยิน เมียรองของเล่าปี่อุ้มทารกอยู่   นางได้รับบาดเจ็บถูกทวนแทงขาเดินไม่ไหว    จูล่งก็คะยั้นคะยอให้นางอุ้มเด็กขึ้นม้าไป เขาจะจูงม้าให้เอง 
นางบีฮูหยินเห็นว่าทำอย่างนั้นจะไม่รอดกันทั้งหมด   นางก็ส่งทารกให้  แล้วตัวเองก็โจนลงบ่อใกล้ๆกัน ฆ่าตัวตายไปเสียให้หมดเรื่องหมดราว
จูล่งเสียใจมาก  เอาดินถมบ่อกลบศพนางไว้ให้มิดชิด  แล้วอุ้มอาเต๊าขี่ม้าตีฝ่าทัพโจโฉไปได้จนสำเร็จ

สงสัยว่านางบีฮูหยินเดินไม่ไหว  ทำไมมีแรงปีนขอบบ่อ โดดน้ำตายได้ก็ไม่รู้  จูล่งก็ไม่เห็นจะห้ามปรามอะไร

เทาชมพู:
เพลงประกอบในตอนนี้เป็นเพลงไทยเดิมขึ้นต้นว่าจีน ทั้งหมด  เริ่มต้นด้วยร้องเกริ่น  จากนั้นก็คือ จีนฮูหยิน  จีนเสียผี  จีนขิมเล็ก และจีนช้วน
วาดภาพว่าตาโบลวิวังต์ในตอนนี้   มีคนแต่งเป็นนักรบจีนกันทั้งโรง   มีแต่งตัวเป็นคุณนายอยู่คนหนึ่ง    สีสันเสื้อผ้า อาวุธ และเครื่องประดับคงจะออกมาสีสันสว่างตา สวยมาก

เพลงชุดในเรื่องนี้  เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่าเพลง "ตับจูล่ง"

http://www.youtube.com/watch?v=k01SyKSp1Mo

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว