บทละครเรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

(1/3) > >>

mynamesunsun:
ช่วยดูให้หน่อยค่ะ ว่าถอดความถูกต้องหรือเปล่า พอดีลองถอดความเองแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ
 เมื่อนั้น                                    ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี
เสด็จเหนือแท่นรัตน์มณี                      ภูมีเห็นสองอนุชา
จึงตรัสเรียกให้นั่งร่วมอาสน์                สำราญราชหฤทัยหรรษา
แล้วปราศรัยระตูบรรดามา                   ยังปรีดาผาสุกหรือทุกข์ภัย
ซึ่งเราให้หามาทั้งนี้                               จะไปตีดาหากรุงใหญ่
ระตูทุกนครอย่านอนใจ                        ช่วยเราชิงชัยให้ทันการ

ถอดความ....ท้าวกะหมังกุหนิงเสด็จขึ้นแท่นประทับ เมื่อเห็นพระอนุชาทั้งสอง ซึ่งก็คือ ระตูปาหยังและระตูประหมัน จึงตรัสเรียกให้มานั่งร่วมกัน
แล้วถามสารทุกข์สุกดิบ และบอกว่าที่ให้พระอนุชาทั้งสองมานี้ เพื่อให้ไปช่วยตีเมืองดาหา ให้กษัตริย์ทุกนครอย่างได้นิ่งนอนใจ ให้มาช่วยกัน
ชิงชัยในการรบครั้งนี้

mynamesunsun:
ต่อค่า........
  เมื่อนั้น                                     เหล่าระตูปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
 จึงสนองมธุรสพจมาน                          พระมีการสงครามแต่ละครั้ง
จะตั้งหน้าอาสาออกชิงชัย                      มิได้ย่อท้อถอยหลัง
สู้ตายไม่เสียดายชีวัง                                กว่าจะสิ้นกำลังของข้านี้
ถอดความ.....ระตูปาหยังและระตูประหมัน จึงตอบว่า เมื่อมีสงครามในแต่ละครั้ง ก็จะอาสาออกชิงชัยชนะ
ด้วยความไม่ย่อท้อ จะสู้ตายโดยไม่เสียดายชีวิต จะสู้จนกว่าตัวจะตาย

mynamesunsun:
  เมื่อนั้น                                   ท้าวกะหมังกุหนิงเรืองศรี
ฟังระตูทูลตอบชอบที                             สมถวิลยินดีปรีดา
จึงตรัสว่าท่านมาเหนื่อยนัก                     จงไปพักพลขันธ์ให้หรรษา
ตรัสพลางทางชวนอนุชา                         เข้ามหาปราสาทรูจี
ถอดความ....เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงได้ยินที่อนุชาทั้งสองตอบมาก็รู้สึกพอใจมาก จึงตรัสว่า
อนุชาทั้งสองเดินทางมานี้คงเหนื่อยมาก ให้พากองทัพไปพักผ่อน และชวนให้อนุชาทั้งสองเข้าปราสาท

mynamesunsun:
 ลดองค์ลงนั่งบนแท่นทอง         กับด้วยพระน้องทั้งสองศรี
จึงตรัสเล่าความตามคดี             จนใช้เสนีถือสารไป
ถอดความ.....แล้วลงนั่งบนแท่นประทับ พร้อมด้วยพระอนุชาทั้งสอง แล้วตรัสเล่า
ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้อนุชาทั้งสองฟัง (วรรคนี้ จนใช้เสนีถือสารไป หมายความว่ายังไงหรอคะ)

mynamesunsun:
เมื่อนั้น                                           สองกษัตริย์ฟังแจ้งแถลงไข
จึงทูลขัดทัดทานทันใด                                   เป็นไฉนผ่านเกล้ามาเบาความ
อันสุรีย์วงศ์เทวัญอสัญหยา                              เรืองเดชเดชาชาญสนาม
ทั้งโยธีก็ชำนาญการสงคราม                           ลือนามในชวาระอาฤทธ์
กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย                              เราเป็นเมืองน้อยกระจิหริด
ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์                            เห็นผิดระบอบบุราณมา
ใช่จะไร้ธิดาทุกธานี                                        มีงามแต่บุตรีท้าวดาหา
พระองค์จงควรตรึกตรา                                  ไพร่ฟ้าประชากรจะร้อนนัก
ถอดความ....เมื่อระตูปาหยังและระตูประหมันได้ยินดังนั้น จึงรีบทัดทานว่า ทำไมท่านถึงไม่คิดให้รอบคอบ
เสียก่อน เมืองดาหานั้น มีวงศ์เทวัญซึ่งเป็นเชื้อสายกษัตริย์ที่สืบวงศ์มาจากเทวดาปกครองอยู่ อีกทั้งมีพลทหาร
ซึ่งชำนาญการทำสงคราม มีเมืองขึ้นนับร้อย เมืองของเราเป็นเพียงเมืองเล็กๆ เหมือนกับหิ่งห้อยที่ริอาจจะไป
แข่งกับแสงอาทิตย์ หญิงงามใช่ว่าจะมีแต่พระธิดาของท้าวดาหาเท่านั้น ขอให้พระองค์คิดให้ดีๆ เพราะการศึกครั้งนี้
จะทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนได้รับความเดือนร้อน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป