เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 11699 สาแหรกของแม่พลอย
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



 เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 08:03

แม่บอกว่าความจริงแม่เป็นพระญาติเสด็จเหมือนกัน พ่อของแม่หรือตาของพลอยเป็นหลานของเจ้าจอมมารดาของเสด็จ
แต่แม่บอกแต่เท่านี้แล้วบอกพลอยว่า "อย่าพูดไป เราเป็นข้าท่าน ไปนับญาติกับเจ้ากับนายไม่ดี เดี๋ยวเหาจะขึ้นหัว"

ช้อยกล่าวกับพลอยที่บ้านคลองบางหลวง ในคืนที่ตัดสินใจออกจากบ้านท่านเจ้าคุณ (พระยาพิพิธฯ) เข้าเฝ้าเสด็จที่ตำหนักในพระบรมมหาราชวัง

.......


"หีบอะไรคะคุณ? ตั้ง ๒๐-๓๐ ชั่ง"
"ก็หีบหมากคุณสายหยุด ญาติข้างผัวของหล่อนน่ะซี แม่แช่ม" คุณสายตอบ
"ไหน" แม่ถามอย่างสนใจ "สายหยุดเศรษฐีที่เคยอยู่ตำหนักเจ้าคุณฯ น่ะหรือ?"
"นั่นแหละ" คุณสายตอบ "จะมีสายหยุดไหนเสียอีกล่ะ ถือว่าเป็นลูกผู้ดี พ่อเป็นเจ้าพระยา ปู่ย่าตาทวดเป็นเจ้าคุณราชินิกูล มีเงินจนไม่รู้จะทำอะไรหมด ... "

แม่สายคุยกับแม่ช้อยที่ตำหนักเสด็จ


คุณสาย เป็นข้าหลวงต้นตำหนักของเสด็จ  (ซึ่งเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 4 หมายความว่าเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

อ้างความเห็นของอาจารย์เทาชมพูในกระทู้เก่า    "เรียนถามคุณ เทาชมพู เรื่อง แถวเต๊ง และ ชาววัง !!" 


คงจะมีหลายๆ ท่านได้ค้นคว้าไว้แล้ว แต่ผมหาไม่พบ ขออนุญาตตั้งเป็นกระทู้ใหม่ละกัน
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 09:10

แม่บอกว่าความจริงแม่เป็นพระญาติเสด็จเหมือนกัน พ่อของแม่หรือตาของพลอยเป็นหลานของเจ้าจอมมารดาของเสด็จ
แต่แม่บอกแต่เท่านี้แล้วบอกพลอยว่า "อย่าพูดไป เราเป็นข้าท่าน ไปนับญาติกับเจ้ากับนายไม่ดี เดี๋ยวเหาจะขึ้นหัว"

ช้อยกล่าวกับพลอยที่บ้านคลองบางหลวง ในคืนที่ตัดสินใจออกจากบ้านท่านเจ้าคุณ (พระยาพิพิธฯ) เข้าเฝ้าเสด็จที่ตำหนักในพระบรมมหาราชวัง

.......


"หีบอะไรคะคุณ? ตั้ง ๒๐-๓๐ ชั่ง"
"ก็หีบหมากคุณสายหยุด ญาติข้างผัวของหล่อนน่ะซี แม่แช่ม" คุณสายตอบ
"ไหน" แม่ถามอย่างสนใจ "สายหยุดเศรษฐีที่เคยอยู่ตำหนักเจ้าคุณฯ น่ะหรือ?"
"นั่นแหละ" คุณสายตอบ "จะมีสายหยุดไหนเสียอีกล่ะ ถือว่าเป็นลูกผู้ดี พ่อเป็นเจ้าพระยา ปู่ย่าตาทวดเป็นเจ้าคุณราชินิกูล มีเงินจนไม่รู้จะทำอะไรหมด ... "

แม่สายคุยกับแม่ช้อยที่ตำหนักเสด็จ


คุณสาย เป็นข้าหลวงต้นตำหนักของเสด็จ  (ซึ่งเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 4 หมายความว่าเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

อ้างความเห็นของอาจารย์เทาชมพูในกระทู้เก่า    "เรียนถามคุณ เทาชมพู เรื่อง แถวเต๊ง และ ชาววัง !!" 


ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เข้าใจและมีความรู้อะไรมากนักกับ    "บ้านบน บ้านล่าง ของก๊กบ้านข้างโน้น" และ "สายราชินิกูล"


คงจะมีหลายๆ ท่านได้ค้นคว้าไว้แล้ว แต่ผมหาไม่พบ ขออนุญาตตั้งเป็นกระทู้ใหม่ละกัน
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 09:36

ลองดูใน แม่พลอย ใน "สี่แผ่นดิน" มาจากสกุลใด ที่ http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3383.0 นะคะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 09:50


คุณสายหยุดไม่ได้เป็นญาติโกโหติกากับแช่ม


        พ่อของแช่มเป็นหลานของเจ้าจอมมารดา

เป็นญาตินี่กว้างขวางมาก    คิดได้แต่เพียงว่า  ปู่หรือย่าของแช่มน่าจะเป็นพี่น้องของเจ้าจอมมารดา

และอาจจะเป็นพี่น้องต่างมารดาด้วยซ้ำไป  เพราะดูเจียมตัวมาก  อยู่ฉะเชิงเทราซึ่งเศรษฐกิจดีมีนามีสวน

สกุลหญิงผู้ดีของเวียงจันท์มีอยู่ในตัวจังหวัดเพราะโดนกวาดต้อนมาสมัยสงครามเจ้าอนุวงศ์  ท่านเหล่านี้นุ่งผ้าลาย  มีฝีมือด้านทำกับข้าว
และขยันขันแข็งประดุจชาวสวนที่ดีทั่วไป(ชีวิตชาวสวนนี่ลำบากมาก   ท่านที่เล็งๆไว้จะปลูกฝังลูกหลาน  อย่าเดินหน้าเลย)

อ้าว...ออกอ่าวไทยไปแล้ว

ครอบครัวที่ถวายบุตรีเข้ามา  ก็จะเป็นบุตรีจากเอกภรรยา  แล้วน้องสาวก็ตามมาทีละคนสองคน  และน้องสาวต่างมารดา


ขุนนางแปดริ้วมีพระยาคนไหนบ้างนะ   ขอไปดูก่อนค่ะ



สกุลทั้งสิ้นในฉะเชิงเทรามีผู้เก็บรายละเอียดไว้แล้ว  คือสมาชิกท่านหนึ่งในเรือนไทยนี้ที่กวาดเก็บสกุลขุนนางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นานแล้วไม่ได้แวะมา     งานหนังสือก็ไม่เจอเลย   
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 14:50



ข้อมูลเรื่องแม่แช่มมีน้อยมากค่ะคุณลุงไก่      ถือว่าล้อมวงคุยกันก็แล้วกันนะคะ   ขอเชิญเพื่อนๆทุกคนด้วย     


        ทราบตามที่พ่อของช้อยกล่าวว่าหน้าตาดีถึงลือ  ตอนนั้นยังเป็นข้าหลวงอยู่ที่ตำหนักเสด็จ

แช่มสวย  ช่างพูดช่างคุย     มีเพื่อนเยอะ   แล้วก็ไปอยู่กับเจ้าคุณพ่อในฐานะภรรยา  มีเรือนห้าห้องฝากระดานซึ่งนับว่า

ใหญ่โต   ตอนที่ไปนั้นคุณเชยเพิ่งจะเกิด  เพราะพ่อเพิ่มเกิดมาอ่อนกว่าคุณเชย ๑ ปี

       คุณหญิงเอื้อมกลับไปอยู่อัมพวาบ้านเดิมก่อนพลอยเกิด


       หวานอ่อนกว่าพลอย ๒ ปี    แสดงว่าเจ้าคุณพิพิธท่านมีภรรยาน้อยติดๆกัน  โดยไม่ได้เกรงใจแช่มเลย  ไม่เหมือนที่เขียนไว้ในเพลงยาว
(อ่านแล้วจินตนาการเอง)

       แช่มไม่ใช่ภรรยาเอกเพราะไม่ได้คุมการเงินการคลังและทรัพย์สินของบ้าน


       บ้านที่คลองบางหลวงต้อง "ตั๋ง"  พอใช้  กำแพงเป็นอิฐเสริมรั้วเหล็ก   ซึ่งสามัญคนจะไปมีได้ที่ไหน   ดีไม่มีจะเป็นรั้วที่ทำในอังกฤษสมัยเจ้าคุณปู้อีกที

ต่อมาก็คงทรุดโทรมลงตามลำดับด้วยเหตุต่างๆกัน

       เรื่องเจ้าคุณพิพิธและบ้านเคยคุยกันมาแล้ว   ขอข้ามไปที่แช่มนะคะ

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 15:03



        แช่มไปค้าขายที่แปดริ้ว   ซื้อแพที่พวกพ้องขายให้ถูก ๆ ไว้สินค้าแบบร้านชำ  แล้วขายต่ออีกที   

ผักปลาก็ซื้อไว้  แสดงว่าเป็นค้าแบบเงินทุนไม่มาก

แช่มเป็นชาววังและเมียเจ้าคุณจะตรวจแพเป็นเชียวหรือว่าจวนจะต้องเปลี่ยนไม้เปลี่ยนจาก  เสียเงินเพิ่มอีก       

ชาวบ้านที่ทำนาทำสวนอยู่ในน้ำกร่อยนั้นเขาว่ากันว่ากันว่า  "ไม่จืด"

        พ่อฉิมมีเรือหลายลำ

        แช่มอายุอย่างมากไม่เกิน  ๓๒ - ๓๓  เพราะพ่อเพิ่มอายุ ๑๒ เท่านั้น     ถ้าแช่มสูงวัยกว่านี้พระยาพิพิธคงไม่มอง


       แช่มคงทำงานหนักไม่เป็น  เช่นขึ้นต้นมะพร้าว  ปอกและขูดมะพร้าว   ดีนะที่ไม่ต้องเผาถ่านด้วย

 
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 15:19

        ฉิมมีน้องสาวมาอาศัยอยู่ด้วยที่แพเพื่อกันคนนินทา    เมื่อแช่ม "ตกร่องปล่องชิ้น" กับฉิมแล้ว

น้องของฉิมซึ่งเป็นญาติของแช่มก็ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านให้แช่มต้องปรนนิบัติเหนื่อยแรง  โทรม

เรื่องปรนนิบัตินี้ก็คงเป็นเรื่องของกินคาวหวาน   กินแถวไปตลอดจนน้ำอบน้ำปรุงผ้าผ่อนท่อนสไบ

แป้งเม็ด  แป้งน้ำ น้ำมันตานี   สีผึ้ง


        แช่มเป็นชาววัง   การแต่งตัวและสนทนาก็จัดว่าเด่นในแถวนั้น  สวยก็สวย  กิริยามารยาทก็เป็นผู้ดี

งานฝีมือก็ไม่น้อยหน้าใคร    สาวชาวสวนก็ต้องเทียบไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมิได้ฝึกปรือหรือรู้เห็นมา  

แพขายของก็ขยายงานออกไปจนแช่มต้องหาบ่าวมาช่วยอีกคน   คงจะเหนื่อยทีเดียว


       โรคภัยสุขภาพนั้นมิได้เลือกบุคคล        กรรมก็มาถึงแช่มในวันหนึ่งอย่างไม่คาดฝัน

เพราะอายุยังน้อยเกินไปที่จากไปทั้งๆมีห่วง    
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 15:34



       นึกขอบพระคุณที่สี่แผ่นดินมิได้เเล่าว่าแช่มขายฟืนด้วย  เพราะมีตำราอยู่เล่มหนึ่ง

แสดงความรุ่มรวยของไม้ในเมืองไทยเป็นนักหนา   ถ้าจะต้องลอกมา  ก็ได้อีกสามสี่กระทู้แน่ ๆ


       อาหารการกินของคนแพในแปดริ้วนั้น  คงมีปลาและหอยเป็นหลัก   จะมามีปลากุเลาเค็ม

ทอดหอมฉุย   เกาเหลา   แกงปลาน้ำมันแดง(แกงโบราณก่อนตำราท่านผู้หญิงเปลี่ยนใช้น้ำมันเป็นหลักค่ะ)

ฮื่อแซ  ลูกชิ้น   แฮ่กึ๊นกระไรได้      คนแพต้องเขียมค่ะ

       คนหนุ่มคนสาวกินอาหารน้อยลงไปหน่อย   หนังสือพิมพ์บอกว่าความจำดี  สมองแจ่มใส

       แม่แช่มตอนเจ็บคงเป็นห่วงพลอยที่สุด      พลอยอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วและก้าวเข้าสู่ความเป็นอมตะ

       แช่มต่างหากต่อสู้อยู่ในป่ามนุษย์ที่โหดร้าย
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 15:58



        เขียนมาเอื่อยๆ   มีอ้างอิงพราว  แต่เว้นเสียเพราะถือว่าคุยกันตามคุณลุงไก่ชวนไว้

ขออภัยถ้าคิดไม่ตรงกับท่านอื่น       คิดแล้วอยากกินปลากุเราเค็มทอด  บีบมะนาว หอมแดงห้่น

พริกมูลหนูไม่ต้อง  คลุกข้าว    กับจานอื่นไม่ต้องก็ได้ค่ะ     

        ของหวานก็มะม่วงสุก  เละหน่อยก็ได้ค่ะ  ลูกสวย ๆ ส่งมาขายในเมืองหลวง
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 16:21

เรียนคุณวันดี ในเมื่อแม่แช่มไปอยู่แปดริ้ว คงต้องค้าขายอยู่แถวอำเภอเมืองเป็นแน่ แต่แปดริ้วก็หลายอำเภอที่สามารถตั้งตัวทำมาหากินได้อย่างสบาย แค่คัดมะม่วงคอนมาขาย ทำมะม่วงกวน ก็คงเลี้ยงตัวได้ แต่นิสัยชาววังติดตัวไปย่อมมีฝีมือไม่น้อยเช่นกัน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 16:35

เรียนคุณวันดี ในเมื่อแม่แช่มไปอยู่แปดริ้ว คงต้องค้าขายอยู่แถวอำเภอเมืองเป็นแน่
แต่แปดริ้วก็หลายอำเภอที่สามารถตั้งตัวทำมาหากินได้อย่างสบาย
แค่คัดมะม่วงคอนมาขาย ทำมะม่วงกวน ก็คงเลี้ยงตัวได้ แต่นิสัยชาววังติดตัวไปย่อมมีฝีมือไม่น้อยเช่นกัน

เอ๊ะ  ออกขุน  สมัยนั้นมีอำเภอเมืองฉะเชิงเทราแล้วรึ 
มะม่วงสมัยก่อนไม่ได้ออกตลอดทั้งปีเหมือนสมัยนี้
แม่แช่มน่าจะปลูกพืชพันธุ์อย่างอื่นด้วยกระมัง ไม่เช่นนั้นคงไม่พอกิน
เอ  สมัยรัชกาลที่ ๕ แถวแขวงเมืองฉะเชิงเทราเขาเก็บอากรสวน
เฉพาะต้นมะม่วงต้นละเท่าไร  ถ้าปลูกเป็นสวน 
คงเสียอากรยกสวนเป็นชั่งกระมัง

ส่วนฝีมือชาววังนั้น  ออกขุนอย่างคิดว่า แช่มจะไปทำสินค้าโอทอปขายจริงน่ะรึ
ชาววังฝีมือประณีตทำอะไรสวยงาม  แต่ดูไม่ถูกจริตคนบ้านนอกบ้านนานัก
ผมว่า  แม่แช่มเป็นชาววังออกไปอยู่แปดริ้วคงไม่ได้ทำการค้าดอก
ถ้าทำสวนล่ะไม่แน่   แต่คงทำงานหนักไม่ได้มาก  เดี๋ยวไม่สะบายยยย ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 16:48

"ของที่แม่เอามาคราวนี้ ดูมากมายนักหนา นับของที่ใส่ชะลอมก็สิบกว่าชะลอม มีลูกไม้กล้วยอ้อยจากบ้านนอกบ้าง ซึ่งแม่บอกว่าเอามาฝากเพื่อนฝูง ไข่ทั้งจืดทั้งเค็มและปลาแห้งปลากรอบ ซึ่งแม่บอกว่าจะเอามาถวายเสด็จ ได้คัดเลือกเอามาล้วนอย่างดีจริงๆทั้งนั้น ทำให้คุณสายต้องสัพยอกขึ้นว่า"

"แล้วแม่ก็หยิบชะลอมเล็กๆ น่าเอ็นดูเป็นที่สุดขึ้นมาหลายชะลอม ของในชะลอมนั้นเมื่อพลอยเห็น ก็เกือบจะลิงโลดด้วยความดีใจ ชะลอมหนึ่งมีปลากรอบตัวเล็กๆเท่านิ้วก้อย เข้าไม้ตับไว้อย่างกับของจริงๆ อีกชะลอมหนึ่งมีมะขามป้อมลูกเล็กๆได้ขนาด อีกชะลอมหนึ่งใส่ไข่เต่าเปลือกขาวสะอาด ส่วนอีกชะลอมหนึ่งนั่นใส่ไข่เค็มทำด้วยไข่นกกระจาบ พอกขี้เถ้าสีดำลูกเล็กๆ ไม่เกินปลายหัวแม่มือ แต่สิ่งสุดท้ายที่แม่ล้วงจากชะลอม ก็คือทุเรียนกวนพวงหนึ่ง ห่อกาบหมากเรียบร้อยเป็นห่อเล็กๆ แต่ละห่อน่าเอ็นดูเพียงจะขาดใจ"

""ถ้าค้าขายไปได้อย่างนี้\" เสียงแม่พูด \"ฉันก็เห็นพอจะตั้งตัว ลืมตาอ้าปากกับเขาได้"


"ก็รับซื้อของพวกผักปลาจากชาวบ้าน\" แม่ตอบ \"ฉันซื้อแพเขาไว้ พวกพ้องเขาขายให้ถูกๆ รับซื้อจากเรือก็เอาขึ้นแพไว้ บางทีก็มีเรือจากกรุงเทพฯเขาไปรับซื้อ แต่พ่อฉิมเขาบอกว่ากำไรไม่งาม เขามีเรือหลายลำ เขาว่าให้เอาใส่เรือมาส่งกรุงเทพฯ แล้วซื้อของกรุงเทพฯ พวกผ้าผ่อนถ้วยโถโอชาม กลับไปขายได้อัฐมากกว่า ฉันมาคราวนี้ก็เอาของใส่เรือมาด้วย นึกว่าจะซื้อของกลับไปเหมือนกัน\"


เห็นไหมคุณหลวงเล็ก แม่แช่มเธอ "อึด" จะตายไป ชะรอยความแบบนี้เธอคงทำตัวแบบยี่ปั๋ว หรือ ซาปั๋ว ก็ไม่ว่ากัน ของที่เอามาฝากพลอยก็ประดิษฐ์ประดอยทำให้แม่พลอยอย่างสุดฝีมือ  แลบลิ้น แลบลิ้น

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 17:00


        ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทราตั้งที่อำเภอเมืองค่ะ  แบ่งอำเภอ ๗  กิ่งอำเภอ ๑  ตำบล  ๙๑(ข้อมูล ๒๔๘๕)

       
       แปดริ้วน้ำดีค่ะ  ขุนบาลขุดคลองต่อถึงกัน     ปลาและหอยมากับเรือประมง  ขายในราคาถูก(สมัยนู้นนะ)  ปู กุ้งมาจากเมืองชล

คนที่ทำนา ทำสวนมะพร้าว  สวนมะม่วงเป็นจีนนอกค่ะ    สมาคมอั้งยี่ก็ใหญ่โต   โดนเล่นสงกรานต์เสียน้ำแดงไปทั้งแม่น้ำ

แปดริ้วเลี้ยงสัตว์หมูไก่   เก็บภาษีการพนันได้มาก


       แม่แช่มมีแพนะคะ      จะให้ไปเลี้ยงหมูได้ยังไง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 17:06



        เท่าที่จำได้  แปดริ้วมีปลาใหญ่  มีมะพร้าว  มีข้าวที่ทำนาได้สองครั้ง   

มะม่วงอร่อยที่เรียกว่า ส้มลิ้มมาจากพิจิตรค่ะ

มะม่วงแปดริ้วสมัยโน้นมีมะม่วงแรดเป็นหลักและมะม่วงสุกที่ไม่ดีเลิศแต่ก็จัดว่าใช้ได้ค่ะ

ทำบุญบวชพระกันใหญ่โต     เพราะรายได้ดี
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 22 ธ.ค. 11, 17:17



       มาตราฐานทางสังคมของแช่มคงสูงในสายตาของชาวแปดริ้ว  เพราะเธอนุ่งผ้าลาย

ผ้าพื้นนั้นชาวบ้านนุ่งค่ะ       


       ฉิมนั้นดีดลูกคิดแล้วแน่นอน    เป็นหนุ่มทั้งแท่งจะให้กินแตงน้ำกะทิหรือคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง