เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 15918 กลิ่นลำดวนหวนหอมเหมือนกลิ่นเจ้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 09:56


อิเหนาคงไว้เล็บยาวเชียว  และน่าจะเป็นนิ้วชี้ด้วยล่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 10:06

ตามเนื้อเพลงที่คุณวันดีนำเสนอ # ๑๔  ยังไม่พบว่ามีการเสี่ยงทายอะไร

พบแต่ความงามตามความนิยมสมัยนั้น

๒ ชั้น
       พระกรรณเปรียบเทียบกลีบบุษบง                      นาสิกทรงวงขอวิเชียรฉาย
ดำเนินเดินทอดระทวยกาย                                   กรกรายตล้ายงวงเอราวัณ
โอษฐนางอย่างสีลิ้นจี่จิ้ม                                     งามพริ้มเพราสมคมสัน
เกศาดำระยับขลับเป็นมัน                                     ทนต์นั้นเทียมสีมณีนิล



ฟันยายงามสู้พระเพื่อนพระแพงได้ไหมหลาน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 10:23


เข้าใจได้ว่าเพลงเสี่ยงเทียนของสุนทราภรณ์ที่แสนไพเราะ  คงมีลิขสิทธิ์ปกป้อง


        บุษบามาเสี่ยงเทียนเพราะมีความร้อนใจเนื่องจากอิเหนาเข้ามาพัวพันและแสดงความหึงหวงอย่างหนักฐานคู่หมั้นตั้งแต่เกิด

ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะจรกาก็ได้ยกทัพมาแล้วเพื่อช่วยเมืองดาหา


ไม่ทราบว่าจะเวียนเทียนไปได้อย่างไรเมื่อพระปฎิมาก็คงตั้งไว้ใกล้ผนังถ้ำด้านหนึ่ง  แสงสว่างคงไม่พอ  พื้นถ้ำน่ะทั้งมืดทั้งเย็น

และลื่นแน่นอน

ถ้าเวียนจะแปลว่ามาบ่อยก็คงไม่ใช่เพราะไม่ใช่กิจของพระธิดาที่จะเที่ยวในป่าในถ้ำ      

ถ้าจะเวียนกันจริงจังก็ต้องออกไปนอกวิหารที่ลานวัด

อยู่ดี ๆ ก็ขอให้พระปฎิมาอุ้มชู    แปลกแท้ๆเชียว


แถมขอให้อิเหนาเอ็นดูอีก      อิเหนานั้นรักใครไหลหลงบุษบายิ่งนัก  ว่านางงามกว่าสาวสวรรค์  

หมากที่นางเคี้ยว  อิเหนายังเอามาเคี้ยวต่อชื่นพระทัย


วกมาถามท่านที่เคารพทั้งปวงที่แวะมาคุย(ตอนนี้นับได้สองท่านเอง)  คิดว่า พระเพื่อนพระแพงตอนนั้นอายุเท่าไรคะ

สาวเร็วจัง
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 10:28

  

เสี่ยงโฆษณามาว่า  ลูกสาวเมืองนู้นสวยมาก  คู่ควรกับคนหล่อๆเมืองนี้ไงคะ

สีฟันนั้นน่าจะสีทับทิมระเรื่อมากกว่า  เพราะคงจะเคี้ยวหมากได้ไม่นาน เหมือนวิหยาสะกำ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:04

ภาพวาดของอ.จักรพันธุ์ นั้น  อ่อนหวานละเมียดละไม
แต่รายละเอียดของภาพวาดนั้นน่าสงกาเป็นยิ่งนัก
ถ้าใครได้อ่านบทละครในเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒
คงจำได้ว่า  พระปฏิมานั้นอยู่ในถ้ำ  ไม่ใช่ในสิ่งก่อสร้างอย่างวิหารโบสถ์เทวาลัย
ก็ไม่ควรจะมีเสาสลักสวยงามอยู่ในถ้ำ  เว้นแต่ว่าถ้ำนั้นเพดานไม่มั่นคง
จึงตั้งหาเสาอะไรมาค้ำเพดานไว้กันถล่ม  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็คงไม่ปลอดภัยที่เข้าไป

ถ้ำที่พระปฏิมานั้นประดิษฐานอยู่น่าจะลึกพอสมควร
กล่าวคือ พระปฏิมาคงจะประดิษฐานอยู่ตรงกลางถ้ำ
และหลังพระปฏิมาไปคงเป็นถ้ำต่อไปอีกลึกพอสมควร
มิฉะนั้น  อิเหนาจะไปต้อนค้างคาวมาแต่ไหน ถ้าถ้ำสิ้นสุดตรงพระปฏิมา

ภาพวาดของอ.จักรพันธุ์  นั้นสวยงาม  แต่ในรายละเอียดนั้นต้องพิจารณาให้มาก
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:17



เทพประจำแสงเทียน ไม่ใช่พระลักษมีหรือคะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:28

เพลงลาวเสี่ยงเทียนนั้น  ของเก่ามีบทร้องว่า

เจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย   ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา

คุณวิพล นาคพันธ์ขยายความไว้ในบทความเรื่อง เพลงลูกกรุงลูกทุ่งที่ดัดแปลงทำนองมาจากเพลงลาวเสี่ยงเทียน

เพลงลาวเสี่ยงเทียนเดิมเป็นเพลงลูกบท เกิดขึ้นในระหว่างปลายรัชกาลที่ ๔ ถึงต้นรัชกาลที่ ๕ โดยมีครูเพลงซึ่งไม่ทราบชื่อเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น แล้วนำมาเล่นต่อท้ายเพลงใหญ่ เป็นเพลงสำเนียงลาว (สำเนียงภาคเหนือ) อัตราจังหวะ ๒ ชั้น มี ๒ ท่อน ต่อมามีผู้ประดิษฐ์ทางร้องและใช้บทร้องที่ว่า “ข้าเจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา” ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ถึงกับนำไปเล่นกันอย่างแพร่หลาย และเรียกชื่อกันตามบทร้องว่า "ลาวเสี่ยงเทียน" เพลงนี้จึงมีชื่อ “ลาวเสี่ยงเทียน” มาตั้งแต่นั้น

“ข้าเจ้าสาวโคมเวียนเสี่ยงเทียนถวาย ขอน้อมกายก้มเกล้าเข้ามาหา”  หมายความว่ากระไร มีที่มาจากเรื่องอะไร

 ฮืม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:39

คุณวิมลยังอธิบายต่อไปว่า เพลงลูกกรุงและลูกทุ่งที่นำทำนองลาวเสี่ยงเทียนมาใช้ไม่ใช่มีเพียง "บุษบาเสี่ยงเทียน" และ "เสี่ยงเทียน" เท่านั้น แต่มีทั้งหมดถึง ๒๕ เพลง

มีผู้นำเอาทำนองเพลงลาวเสี่ยงเทียน ๒ ชั้น ไปดัดแปลงเป็นเพลงลูกกรุงลูกทุ่งเท่าที่รวบรวมได้ ๒๕ เพลง โดยเพลงส่วนใหญ่มาจากเพลงลาวเสี่ยงเทียน ๒ ชั้น เพลงที่ ๗ มาจากเพลงลาวเสี่ยงเทียน ๒ ชั้นทางเปลี่ยน ส่วนเพลงที่ ๘-๙ ทำนองลาวเสี่ยงเทียน ๓ ชั้น

(๑) เพลงลาวเสี่ยงเทียน ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง พูลศรี เจริญพงษ์ ขับร้อง มีเนื้อร้องดังนี้

“เพลินวิญญาหลับตาครั้งใดใยเฝ้าแต่ฝันเห็น ดังจะเป็นภาพเพียงนิทราพาให้ใฝ่ฝันถึง งามซาบซึ้งครวญคะนึงสวาท เหมือนใจจะขาดอยู่รอนรอน เผยอตาตื่นชะเง้อ ละเมอเผลอไปใจอ่อน โถไยจากจร อาวรณ์สะท้อนฤดี
พนมมือถือเทียนตั้งจิตพิษฐาน จงบันดาลให้รักในใจมั่นอย่าหมองศรี ตาหลับไว้ตรงแสงเทียนดวงนี้ ให้เป็นสักขีพยานข้า แม้เคยคู่สองเหมือนปองรักจริงดังว่า สมความปรารถนา ลืมตาให้พบเธอ”


(๒) เพลงลาวเสี่ยงเทียน คำร้องโดย คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง เป็นเพลงสำหรับให้นักเรียนร้อง ต่อมาดวงพร ผาสุข นำไปร้องแบบลูกกรุง มีเนื้อร้องดังนี้

“ธูปเทียนทองสองมือถือไว้ตั้งใจวันทา น้อมเคารพบูชาพระศาสดาของชาวพุทธ

พระปัญญาเลิศล้น ทรงค้นพบสัจธรรม พระการุณย์เลิศล้ำ ทรงน้อมนำสู่มนุษย์ พระองค์เลิศล้วนบริสุทธิ์สอนชนให้หลุดพ้นความทุกข์ทน “


(๓) เพลงเสี่ยงเทียน คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน มีเนื้อร้องดังนี้

“อ้าองค์พุทธาปฏิมาข้าน้อมเศียร เทพประจำแสงเทียนฟังข้าเสี่ยงเทียนวันทา ด้วยกุศลผลกรรม ขอจงโปรดนำให้สมอุรา ขอความปรารถนาของข้า สมดังสัจจาที่มุ่งไว้

มาตรแม้นรักข้าชื่นชมสบสมสมาน เทียนจงโชติชัชวาลดังคำอธิษฐานทันใด ถ้าหากรักของข้า ถึงต้องอัปราสลายไป แสงเทียนสุกใสจงดับ ลับไปต่อหน้าบัดนี้เทอญ”


(๔) เพลงบุษบาเสี่ยงเทียน ประพันธ์คำร้องโดย ศักดิ์ เกิดศิริ มีเนื้อร้องดังนี้

“เทียนจุดเวียนพระพุทธา ตัวข้าบุษบาขออธิษฐาน เทียนที่เวียนนมัสการบันดาลให้ หทัยสมปรารถนา ดลจิตอิเหนา ให้เขามารักข้า ขอองค์พระปฏิมา เมตตาช่วยคิดอุ้มชู ขอเทียนที่เวียนวน ดลฤทัยสิงสู่ ให้องค์ระเด่นเอ็นดู อย่าได้รู้คลายคลอน
อ้าองค์พระพุทธา ตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน ข้าสวดมนต์ขอพระพรวิงวอนให้ หทัยระเด่นปรานี รักอย่าเคลือบแฝง ดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรี โปรดมีจิตนึกเมตตา ขอเทียนที่เสี่ยงทาย ดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่บุษบา ดั่งข้านี้ตั้งใจ”


(๕) เพลงลูกทุ่งเสี่ยงเทียน ประพันธ์โดย พยงค์ มุกดา มีเนื้อร้องดังนี้

“ลูกจุดเทียนอธิษฐาน บนบานทวยเทพไท วอนคุณพระรัตนตรัย ฟังคำพร่ำไขขาน เทียนเล่มนี้คือชีวิต แม้นโชคโสภิต โปรดช่วงชัชวาล แม้ลูกโชคร้ายเพียงวายปราณ พระพายจงปาฏิหารย์ ดับเทียนลูกนั้นทันใด
พรหมบันดาลสวรรค์ลิขิต ในอดีตแห่งชีวิตลูกนี้ มีแต่ตรมขื่นขมทวี นานปีไม่มีแจ่มใส ลูกผิดหวังลูกพลั้งพลาด หมายใดมุ่งมาดกลับพลาดไป น้ำตาหยาดย้อยแต่น้อยจนใหญ่ มิมีผู้ใดเยื่อใยเวทนาการ
กลิ่นธูปควันเทียนที่ในกระถาง บัวน้อยที่วางหน้าพระประธาน ลูกสังเวยบวงสรวงอธิษฐาน นำเสียงบนบานไปสู่พระพรหม พระสร้างลูกไว้ในโลกกว้าง พบความอับปางแทบสิ้นลม เมื่อไรจักพ้นทางระทม พระหัตถ์แห่งพรหมโอบอุ้มลูกที
เทียนเสี่ยงทายประกายวับแวม ไม่แอร่มแจ่มหวนโหย ลมสงัดไม่มีพัดโชย โบยต้องให้หมองศรี กรรมแต่หลังยังไม่ลับ แสงเทียนไม่ดับแต่ริบหรี่ แสงเทียนอยู่ยั้งหวังยังมี ขอรอโชคดีสักวันคงมา”


(๖) เพลงสาวน้อยเสี่ยงเทียน ประพันธ์โดย พยงค์ มุกดา เพลงนี้เป็นเพลงเดียวกันกับเพลงลูกทุ่งเสี่ยงเทียน แต่ตั้งชื่อใหม่ให้เหมาะกับเป็นเพลงลูกกรุงที่ผู้หญิงร้อง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:43

(๗) เพลงเสี่ยงเทียนเสี่ยงรัก คำร้อง สมศักดิ์ เทพานนท์ ทำนอง ธนิต ผลประเสริฐ เป็นเพลงคู่ ดัดแปลงจากเพลงลาวเสี่ยงเทียน ๒ ชั้นทางเปลี่ยน มีเนื้อร้องดังนี้ 

“(ญ) จรดกรสองประณมเหมือนดอกบัว ไหว้วอนพระทั่วทิศถิ่นไกล โอ้คุณพุทธาจงได้ แจ้งในดวงใจของข้า โอ้ยามนี้ใครเหมือนดั่งเรา ถูกไฟร้อนเร่าเผาอุรา โอ้ไฟรักรุมกายข้า ยิ่งลามมาท่วมในหัวใจ ข้าคอยรักใครคนหนึ่ง โปรดให้สมภิรมย์รักใคร่ ไหว้วอนคุณพระเมตตา ชักนำให้เขามาให้รักมาชื่นหทัย

(ช) เจ้าเอย จะสมดังใจ รักจริงจริงหรือไร ข้านี้จะให้รักชื่นเชย

(ญ) โอ้คุณพระช่วยนำ ให้ความรักข้าเอย เสี่ยงรักชื่นเชย อกเอ๋ยสมใจ

(ช) โอ้นวลน้องเจ้าเอย ไหนเลยคร่ำครวญ หวนให้ใจหวน หวนครวญคร่ำคิดอะไร เผยคำสักนิด พี่จะคิดช่วยได้

(ญ) อย่าหวัง อย่าคิด

(ช) บอกสักนิดเถอะชื่นใจ

(ญ) ยากนักพี่เอย เผยคำให้ฟัง หวังใดที่หวัง หวังมาช่วยน้องทำไมพุทธาที่หวัง ได้ฟังหวังช่วยได้

(ช) อธิษฐานเรื่องรัก

(ญ) เรื่องรักไม่จริง

(ช) น้องรักเอย ถ้อยคำทั้งสิ้น พี่ได้ยินทุกสิ่ง

(ญ) ถ้าได้ยินก็จริง

(ช) สมใจได้จริง สิ่งสรรค์บันดาล

(ญ) สิ่งใดที่หวัง สมดังอธิษฐาน ไหนกันพี่

(ช) อยู่ใกล้ใกล้เธอนี้ รักเจ้ายิ่งชีวี อยู่เช่นนี้จนตาย”


(๘) เพลงเสี่ยงเทียนคอยคู่ ทำนองลาวเสี่ยงเทียน ๓ ชั้น คำร้อง-ทำนองโดย สง่า อารัมภีร วินัย จุลละบุษปะ ขับร้อง ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ขับร้อง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเพลงเสี่ยงเทียนเสี่ยงรัก คำร้องเพิ่มเติมโดย แก้ว อัจฉริยะกุล ทำนองโดย สง่า อารัมภีร มีเนื้อร้องดังนี้

“ค่ำคืนฝืนเศร้า พี่คอยแต่เจ้าร้าวใจ รักเอ๋ยเคยใกล้ จากไปดวงใจระทม รักปองของพี่ ไม่มีให้พี่ชื่นชม อกพี่ต้องตรม รักเคยได้ชม ไม่สมดังปอง
จุดเทียนไหว้พระ พุทธาเสี่ยงรัก ชักพามาให้ หากเทียนสดใส รักคงสุขใจ ได้สมดังปอง แสงเทียนงามผ่องแต่พี่หมองใจ สองกรวอนไหว้ หัวใจจะขาดรอน
พี่คอย คอยเธอ อยู่เสมอทุกวัน รักไม่จริงดั่งฝัน รักไม่มั่นดั่งปองรักน้องปองมั่น ขวัญเคยใกล้ สุดที่ใจจะต้อง อกพี่กลับหมอง แสงเทียนสุกส่อง แต่น้องไม่มา”


(๙) เพลงใต้แสงเทียน ของวงสุนทราภรณ์ คำร้อง สุรัฐ พุกกะเวส ทำนอง ธนิต ผลประเสริฐ ขับร้องโดย วินัย จุลละบุษปะ-ชวลี ช่วงวิทย์ มีเนื้อร้องดังนี้

“(ช) แจ่มจันทร์ขวัญพี่
(ญ) ค่ำคืนนี้ไม่มีโสมส่อง
(ช) ขอแสงเทียนที่ส่อง ส่องให้มองปรางทองของเจ้า
(ญ) ใต้เงาแสงเทียน อย่าวนเวียนเปลี่ยนใจเสียเล่า
(ช) รักคนเดียวเพียงเจ้า
(ญ) อย่ามาเย้าให้หลงวจี ดูซิแสงเทียนริบหรี่
(ช) ใจพี่ไม่หรี่เหมือนแสงเทียนหรอกเจ้า
(ญ) เสี่ยงประทีปเทียนชัย
(ช) รักพี่จะไม่เปลี่ยนไปใฝ่หลงนงเยาว์
(ญ) อย่าให้อายเขา แม้นรักอับเฉาจะเฝ้าร้าวใจ
(ช) หากเปลวเทียนดับลง รักพี่ไม่ดับกลับคงลุ่มหลงรักใคร่ แสงเทียนเป็นสื่อ
(ญ) ฮื้อ ไม่เบื่อบ้างหรือไร
(ช) หลงครวญชวนใคร่ ขวัญใจของพี่เอย
ญ.) ดึกลงฟากฟ้าพราว
(ช) มีแต่ดวงดาววับวาว ยังสวยไม่เท่าเจ้าเลย
(ญ) หวานคำพร่ำเฉลย
(ช) น้องเอยอย่าหมองอุรา โอ้ขวัญตาของพี่
(ญ) โธ่ดึกแล้วหนอ
(ช) ขอให้พี่เฝ้าพะนอ ไม่ขอแรมฤดี
(พร้อม) รื่นรมย์สุขศรี รักคงชื่นอย่างนี้ไม่มีร้างรา ใต้แสงเทียนนี่หนา สองเราเฝ้าบูชาเสน่หารักเอย”


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:44

ภาพวาดของอ.จักรพันธุ์ นั้น  อ่อนหวานละเมียดละไม
แต่รายละเอียดของภาพวาดนั้นน่าสงกาเป็นยิ่งนัก
ถ้าใครได้อ่านบทละครในเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒
คงจำได้ว่า  พระปฏิมานั้นอยู่ในถ้ำ  ไม่ใช่ในสิ่งก่อสร้างอย่างวิหารโบสถ์เทวาลัย
ก็ไม่ควรจะมีเสาสลักสวยงามอยู่ในถ้ำ  เว้นแต่ว่าถ้ำนั้นเพดานไม่มั่นคง
จึงตั้งหาเสาอะไรมาค้ำเพดานไว้กันถล่ม  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็คงไม่ปลอดภัยที่เข้าไป

ถ้ำที่พระปฏิมานั้นประดิษฐานอยู่น่าจะลึกพอสมควร
กล่าวคือ พระปฏิมาคงจะประดิษฐานอยู่ตรงกลางถ้ำ
และหลังพระปฏิมาไปคงเป็นถ้ำต่อไปอีกลึกพอสมควร
มิฉะนั้น  อิเหนาจะไปต้อนค้างคาวมาแต่ไหน ถ้าถ้ำสิ้นสุดตรงพระปฏิมา

ภาพวาดของอ.จักรพันธุ์  นั้นสวยงาม  แต่ในรายละเอียดนั้นต้องพิจารณาให้มาก

มิชอกช้ำดังมีดมากรีดหิน...องค์พระปฏิมาในถ้ำ ถือเป็นสิ่งเคารพสูงสุดเป็นองค์ประธานแห่งสถานที่ ต้องตกแต่งให้งามงด เรื่องสลักเข้าไปในภูเขาทั้งลูกยังทำได้งาม นะขอรับ ที่อินโดนิเซียภูเขามากมายให้เลือกปีน จะโดยเกาะต้นหมากก็กระทำได้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:49

(๑๐) เพลงนิราศนุช ประพันธ์โดย ป. วรานนท์ (ประชา วรานนท์) มีเนื้อร้องดังนี้

“ดวงฤดีพี่แสนตรม ระทมเศร้าเงียบเหงาหงอย ยามราตรีพี่หลงคอย คอยเจ้าเฝ้าฝันหา น้องอยู่ไหน ไม่เห็นหน้าหรือว่าอนงค์ หลงเพลินวิมาน หรือใครซ่อนน้อง ไว้ไกลบ้าน พี่ซานเที่ยวมอง หาน้องเนื้อนวล
ดวงฤทัยพี่ทุกข์ตรม ระบมเศร้า เฝ้าโหยหวล ดวงกมลพี่ร้องครวญ ครวญเพรียกเรียกโฉมศรี ด้นดั้นหาน้องพี่ ไม่มีสร่างซา นิทราไม่ลง ถามมวลแมกไม้ ในไพรพง แม้พบอนงค์ ช่วยกระซิบมาบ้าง
พี่ค้นอนงค์เสียทั่วทิศา ตามหาแก้วตาจนทั่วทุกทาง จนแสงรำไรฟ้าใกล้จะสาง ไม่พบน้องนางพี่เศร้าฤดี ถามดาวทั่วฟ้า นภาทุกที่ ไม่มีร่างน้อง หมองดวงฤทัย
จนเสียงดุเหว่าร้องก้องไพรพฤกษ์ พี่นึกว่าเธอเพ้อเพรียกร้องไป มองเห็นดวงดาววับวาวสดใส พี่นึกว่าใช่ดวงเนตรของเธอ พี่คอยผวา พาใจเก้อ หลงครวญพร่ำเพ้อ ถึงเธอคนเดียว เห็นจันทร์เคลื่อนคล้อย ลอยดวงเสี้ยว คิดถึงรูปเรียว เล็บมือน้องนาง”


(๑๑) เพลงสาบานรัก ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง เพลงนี้เป็นคนละเพลงกับเพลงสาบานรักที่ชรินทร์ – รุ่งฤดี เนี้ยว – ต้อม อู๋ – เอ๋ ร้อง มีเนื้อร้องดังนี้

“(ญ) มองนภาฟ้างามยามเย็น สวยเด่นจันทราน่ามอง
(ช) ถึงเดือนจะงามก็ยังเป็นรอง มิเปรียบหน้าน้องหรอกหนา
(ญ) คอยแต่ปากหวาน ชมทุกวันน่าเบื่อ ไม่อยากเชื่อถือวาจา
(ช) มิใช่ปากหวาน สรรน้ำคำมาว่า แจ่มจันทร์ สบตาหน้าน้องคงอาย
(ญ) รักน้องนานปีมิเบื่อหรือ
(ช) รักพี่ซื่อมิเบื่อง่ายดาย
(ญ) ไม่ช้าก็เบือนเคลื่อนคลาย
(ช) รักจนตายไม่หน่ายกัน
(ญ) พอรักมีใหม่คร้านจะเมินหมาง
(ช) รักไม่จางมิห่างจอมขวัญ
(ญ) จะเหมือนวจีสักกี่วัน
(ช) ขอสาบานให้จากใจ
(ญ) สาบานหน่อยซิ
(ช) จ๊ะ พี่สาบานก็ได้ ต่อไปไม่ขอรักใคร
(ญ) แม้ใจเปลี่ยนผัน ลืมสาบานเมื่อไหร่
(ช) ขอให้พี่แก่ตายเถอะขวัญชีวี”


(๑๒) เพลงกลับมาทำไม สังข์ทอง สีใส ประพันธ์เนื้อร้องและขับร้องเอง ต่อมาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องแหยม ยโสธร ขับร้องโดยหม่ำ จ๊กมก มีเนื้อร้องดังนี้

“มาทำไมให้อายบ้านนาเล่านวลน้อง ไม่ต้องกลับคืนมา วันจะไปไม่ลา หนีหน้าไปกับหนุ่มเมืองหลวง ทิ้งคนข้างหลังนั่งน้ำตาร่วง มันเจ็บในทรวงพุ่มพวงรู้หรือป่าว ทิ้งเคียวคราดไถไปเลยเดือนเก้า ช่างสุขสกาวกลับมาทำไม
คงจะโดนเค้าทิ้งไปหรือไงเจ้า ถึงเดินหน้าเศร้าหมดอาลัย นึกว่าเป็นคุณนายไปแล้วน้องแก้วฉัน จำได้ใหมเป็นคุณนายกี่วัน ช่างหน้าสงสารเสียนี่กระไร อะโอ้ยทำเป็นเศร้าให้เราเอาใจ น้ำตาพี่ไหลใครก็รู้ดี
ไปหาข้างหน้าดีกว่าคนสวย หาคนร่ำรวยก็อาจจะมี พี่นี่ไม่มีความหมาย ขืนอยู่ไปจะเป็นของฟรีขอบใจสุดซึ้งที่คิดถึงพี่ ขอให้โชคดีโทษทีนะพี่ไม่ว่าง”
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 11:54

(๑๓) เพลงเดือนคว่ำเดือนหงาย คำร้อง-ทำนอง จิ๋ว พิจิตร ขับร้องโดย ชินกร ไกรลาศ-กิ่งกาญจน์ กาญจนา ยอดรัก สลักใจ-สุนารี ราชสีมา มีเนื้อร้องดังนี้

“(ช) เรามามองกันสองคน ดูโน่นแน่ะดวงจันทร์

(ญ) มองอะไรที่ไหนกัน ดูนั่นแน่ะดวงเดือน

(ช) มีชื่อเหมือนดวงเดียวดังว่า เขาสร้างให้มาส่องฟ้ายามค่ำ

(ญ) เขาว่าเดือนหงาย แล้วทำไมเดือนคว่ำ

(ช) ร้ายจริงถ้อยคำ ไม่เอาน่ะถามมาใหม่

(ญ) สมมุติว่าเรา ได้เข้าเรือนหอ

(ช) พะเน้าพะนอ พี่จูบขวัญใจ

(ญ) จูบแล้วแนะนำ ว่าทำไฉน

(ช) ไม่ร้างแรมไกล นอนกอดทุกคราว

(ญ) อ๋อเพียงแค่นี้ หรือจะมีลูกเต้า

(ช) เรื่องมันยืดยาว ต้องอธิบายในห้อง

(ญ) เราจะไปที่ไหนดี ที่นี่มีคนมอง

(ช) ไปโรงเรียนเพื่อทดลอง เธอจะต้องไม่อายครู

(ญ) เรียนแบบไหนใจอยากรู้ ขอวอนให้ครูช่วยสอนแต่ต้น

(ช) รับรองชาตินี้ไม่มีหมองหม่น สามปีสี่คน

(ญ) ไม่จนก็เลี้ยงไม่โต”

 

(๑๔) เพลงสงกรานต์น้ำตา อาจินต์ ปัญจพรรค์ แต่ง ธานินทร์ อินทรเทพ ขับร้อง

(๑๕) เพลงรักไม่มีชนชั้น ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง อาณัติ พุทธมาศ ขับร้อง
 
(๑๖) เพลงดูดูดาดา ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง สุชาติ เทียนทอง ขับร้อง 
 
(๑๗) เพลงคาถามัดใจ ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง สายัณห์ สัญญา ขับร้อง
 
(๑๘) เพลงสายัณห์วอนแฟน ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง สายัณห์ สัญญา ขับร้อง
 
(๑๙) เพลงคนชายแดน ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง สายัณห์ สัญญา เอกชัย ศรีวิชัย   ขับร้อง
 
(๒๐) เพลงคนชายแดน ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง ร้องแก้เพลงคนชายแดนที่ผู้ชายร้อง ตั้งชื่อเดียวกัน แต่ดัดแปลงเนื้อร้องให้เหมาะกับที่ผู้หญิงร้อง แวว มยุรา ขับร้อง
 
(๒๑) เพลงคืนอาลัย ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง เสรี รุ่งสว่าง ขับร้อง

(๒๒) เพลงธารน้ำใจ ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง รุ่งตะวัน ขวัญกระบี่ ขับร้อง
 
(๒๓) เพลงวอนต้อยกลับบ้าน ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง รุ่งตะวัน ขวัญกระบี่ ขับร้องในแบบสำเนียงใต้ 

(๒๔) เพลงคนรักแม่ คำร้อง/ทำนอง ขวัญใจ สุริยัน เป็นเพลงสลับพูด แนวตลกขบขันแต่ให้คติเตือนใจ   วิฑูรย์ ใจพรหม ขับร้อง
 
(๒๕) เพลงวอนพ่อจตุคาม ยังไม่มีข้อมูลผู้แต่ง ดอกฟ้า ท่าชนะ ขับร้อง

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 12:14


ขอบคุณคุณเพ็ญชมพูค่ะ   ลงแรงเขียนมาเป็นความรู้ทั้งนั้น

ขอบคุณคุณดอนราชประสงค์ผู้หลงใหลความเป็นไทย และชักมีดละว้าว่องไว  ป้องกันตัวทัน

ขอบคุณคุณหลวงเล็กผู้กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาแนะนำทั้ง ๆ ที่ราชการรัดตัว


       ยังมีเพลง ลาวเจริญศรี  ที่สองชั้น คนแถวนี้น่าจะร้องได้อยู่   ที่ว่า  อายุเยาวเรศเจริญศรี   

๓ ชั้นและ ชั้นเดียว นั้น  คุณหมอพูนพิศ  อมาตยกุล  ผู้เป็นที่เคารพของวันดี ได้แต่งไว้เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๑๙ว่า


๓ ชั้น
       พระสดับขับร้องทำนองหวน                              ถึงเนื้อนวลพระธิดาฟ้าเมืองสรอง
ให้ซ่านซาบวาบหวามตามทำนอง                               ดังอกต้องศรรักปปักฤทัย
ด้วยมืดมนดลแดจนแพ้ฤทธิ์                                     บ่ได้คิดถึงองค์เฝ้าหลงใหล
พระกรรณแว่วขับลำอยู่ร่ำไป                                    ฝันใฝ่นวลละอองสองบังอร

ชั้นเดียว
       อนิจจาความรักหนักหนาหนอ                            ลวงพระลอมอดไหม้ดั่งไฟผลาญ
เหลือแต่เพลงเจริญศรีที่ยืนนาน                                 ขับขานไพเราะเสนาะเอย

บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 16 ธ.ค. 11, 18:21


มิชอกช้ำดังมีดมากรีดหิน...องค์พระปฏิมาในถ้ำ ถือเป็นสิ่งเคารพสูงสุดเป็นองค์ประธานแห่งสถานที่
ต้องตกแต่งให้งามงด เรื่องสลักเข้าไปในภูเขาทั้งลูกยังทำได้งาม นะขอรับ ที่อินโดนิเซียภูเขามากมายให้เลือกปีน
จะโดยเกาะต้นหมากก็กระทำได้  ยิงฟันยิ้ม

ถามต่อไปว่า  ถ้าเพดานถ้ำสูงดังที่ปรากฏในภาพวาดแล้ว
พลพรรคของอิเหนาจะต้อนค้างคาวออกมาดับเทียนทุกเล่มหมดด้วยวิธีการใด  
ท่าทางอิเหนาจะบังคับค้างคาวได้กระนั้นฤา

อันที่จริงก็สงสัยอยู่ว่า  ตกลงจะเป็นถ้ำหรือวิหารกันแน่
เพราะในบทละครในนั้น  บอกว่า วิหารพระปฏิมาอยู่บนเขา
แสดงว่าใช้ถ้ำเป็นวิหาร  ถ้ำนั้นน่าจะเพดานไม่สูงมาก


การสลักภูเขานั้นทราบอยู่  ที่อินเดียนั้นทำได้วิจิตรวิตถารมาก
ที่ชวาซึ่งรับอิทธิพลอินเดียมาก็น่าจะมีบ้าง  
แต่อยากเห็นภาพ ไม่ทราบว่าจะหามาให้ทัศนาได้หรือไม่

ถ้าพิจารณาพระปฏิมาในภาพวาด  น่าจะเป็นปฏิมากรรมพระโพธิสัตว์ในพุทธมหายาน
อาจจะเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  หรือพระโพธิสัตว์ปัทมปาณี (เดาไปเรื่อยๆ)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 17 ธ.ค. 11, 05:17



       อิเหนากุเรปันนั้นตามดูบุษบาอยู่ตลอดเวลา  อยากจะให้นางเห็นว่าตามมาด้วยเพราะ

พระแสนปฎิพัทธ์กำหนัดนาง                        ปิ้มปางจะสิ้นสมประดี


       ในการมาใช้บนยังเขาวิลิศมาหรา    อิเหนาดักหน้าดักหลังได้เข้าใกล้บุษบาหลายครั้ง

พรรคพวกอิเหนาที่มาด้วยมี กะหรัดตะปาตี (พี่ชายที่เกิดกับมเหสีรองนางลิกู)   สังคามาระตา

(ที่พูดว่าแม้มีจิตพิสวาทก็นับญาติกันได้  และเป็นน้องนางมาหยารัศมีแห่งเมืองปักมาหงัน)

และสุหรานากง(ราชโอรสแห่งสิงหัดส่าหรี  ลูกพี่ลูกน้องของอิเหนา) 


       จรกานั้นโกรธอิเหนาที่ถือโอกาสเข้าใกล้ชิดบุษบา   

จึ่งเสว่าแก่ระเด่นทั้งสาม                            เจ้าทำหยาบหยามข้ามข่มเหง

อะไรกลุ้มรุมดูเมียกันเอง                           เป็นเพื่อนชายไม่เกรงใจกัน


สังคามาระตาปากไวที่สุดตอบว่า  จะดูก็แต่เมื่อขบวนผ่านไปแล้ว

อันพระบุตรีดังปิ่นเกล้า                             เช่นเรานี้ควรแต่เป็นข้า

ไม่ใฝ่สูงให้เกินพักตรา                              อย่าพักคิดริษยาให้ป่วยการ


กะหรัดตะปาตีซ้ำ

ข้าและแลดูเยาวมาลย์                              จะใคร่ได้จึงซานซมมา

ด้วยตัวเรารูปชั่วแล้วต่ำศักดิ์                        เขย่งรักบังอรได้เกื้อหน้า

แม้นมิได้ก็ไม่คืนพารา                               จะเอากรุงดาหาเป็นเรือนตาย


สุหรานากงชมพรรคพวกกันว่าเสด็จพี่กะหรัดตะปาตีมีโวหารดี   สังคามาระตาก็อ่อนหวานฉลาดเจรจาพูดแก้หน้า

แล้วพูดกับจรกาต่อไปว่า

ฝ่ายระตูจรกา                                        เจ้าว่าทั้งนี้ผิดทีไป

ถึงจะเป็นคู่ครองของเข้า                            แต่พี่น้องของเราเรายกให้

อย่าดูนางนางจะอดสูใจ                             ต่อได้แล้วจึงพิศให้อิ่มตา


       เมื่อนั้น                                         จรกาแค้นขัดสหัสา

มิรู้ที่จะตอบวาจา                                     ก็สรวลเสเฮฮาไปด้วยกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.061 วินาที กับ 19 คำสั่ง