เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 133734 รักเร้นของวังบัคกิ้งแฮม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:28

ภาพนี้แรงจริงๆ  ดิฉันใจไม่ถึง เลยไม่กล้านำลง  ท่าน Navarat.C ใจถึงกว่า  สมาชิกเรือนไทยจึงมีโอกาสได้เห็นทั่วกัน  

เห็นแล้ว ทำให้ปลงได้ว่าชีวิตคนเกิดมาก็เท่านี้    ไม่มีใครหนีพ้นเกิด แก่ เจ็บ ตาย    ระหว่างมีชีวิตอยู่  ยังมีโอกาสจะประกอบคุณงามความดีก็ทำเสีย    เราก็ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะเกิดเป็นอะไร  มีโอกาสมากเท่าชาตินี้หรือเปล่า

เจ้าหญิงไดอาน่าได้ประกอบกรรมดีต่อเพื่อนมนุษย์ไว้มาก  เรื่องหนึ่งในจำนวนนี้ที่เห็นชัดคือทรงคลุกคลีกับคนป่วยโรคเอดส์โดยไม่รังเกียจ    อย่างที่ไม่มีเจ้านายองค์ไหนทำมาก่อน   สร้างความอบอุ่นใจ  จุดความหวังให้คนป่วยเหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้ง  พลอยทำให้สังคมหันมาเมตตาและเห็นใจคนป่วยโรคเอดส์ด้วย    เธอจึงเป็นที่รักของประชาชน
ส่วนเรื่องส่วนตัวของเจ้าหญิงนั้น ก็เป็นความอาภัพอีกเรื่องหนึ่งของผู้หญิง    ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอสภาพเมียหลวง     และผู้ชายที่เข้ามาเพื่อหวังเอาเปรียบ แต่ไม่มีความจริงใจให้
เรื่องเมียน้อย   ผู้หญิงไทยดูเหมือนจะทนเก่งและปลงตกเก่งกว่าผู้หญิงฝรั่ง    

****************
      กลับมาเรื่องนายพอล เบอร์เรลล์
      เขากลายเป็นสามล้อถูกหวย เมื่อชื่อเสียงดังเปรี้ยงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในข้ามคืน      สื่อไหนๆก็อยากสัมภาษณ์  รายการทีวีก็อยากเชิญไปเปิดเผยประเด็นลับ   เงินทองไหลมาเทมาเข้ากระเป๋า   เขาตัดสินใจเขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ A Royal Duty เล่าถึงชีวิตการทำงานในวังบัคกิ้งแฮม ในฐานะมหาดเล็กชั้นผู้น้อยของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธมาก่อนจะได้เลื่อนขึ้นเป็นมหาดเล็กประจำพระองค์ของเจ้าหญิงไดอาน่า
      แน่ละว่าจุดขายของหนังสือไม่ใช่ชีวิตนายเบอร์เรลล์   แต่เป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวของเจ้านายที่สาธารณชนไม่มีโอกาสล่วงรู้    ข้าเก่าเต่าเลี้ยงเท่านั้นถึงจะล่วงรู้
        มีคนอ่านจำนวนมากมองว่านายพอล เบอร์เรลล์ใส่สีตีไข่ผสมเข้าไปในเรื่องไม่น้อย    เพราะแกเขียนยกตัวเองว่าแกเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าหญิงมากกว่ามหาดเล็ก   แกเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดที่สุด  ในแต่ละวัน แกก็เป็นบริวารคนสุดท้ายที่ได้อยู่กับเจ้าหญิงจนกระทั่งถึงเวลาเข้าบรรทม       ไม่ว่าเรื่องนั้นหรือเรื่องนู้นแกก็รู้ดีกว่าใคร   เวลาเจ้าหญิงเศร้าโศกว้าเหว่ขาดคนปรึกษา แกก็เป็นคนปลอบใจเจ้าหญิงมาไม่รู้กี่หนแล้ว  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:30

    พฤติกรรมความในนำออกของนายพอล เบอร์เรลล์ทำให้เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่กริ้วมาก   ถึงกับประณามต่อสื่ออย่างเปิดเผย  ว่าข้าเก่าคนนี้ทรยศ ขายนายได้ลงคอ   ถ้าจงรักภักดีจริง ก็ควรหุบปากให้สนิท     
    ในโลกภายนอกที่กระหายหิวการบริโภคข่าวคนดัง  ถ้านายพอลหุบปากก็ย่อมไม่ได้อะไร    แต่การเปิดปากครั้งนี้ว่ากันว่าแกได้เงินไปประมาณ 5 ล้านปอนด์     จากนั้นแกก็อพยพลูกเมียไปอยู่ที่ฟลอริดา ส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกา     แต่ล่าสุด  นายพอลอำลาอเมริกากลับมาลอนดอนตามลำพัง   บอกว่าคิดถึงบ้าน  เขาเปิดกิจการร้านขายดอกไม้เล็กๆ  ด้วยเงิน 50000 ปอนด์ที่เจ้าหญิงทิ้งไว้ให้ในพินัยกรรม    แล้วปฏิเสธว่าไม่ได้เงินมากมายถึง 5 ล้านอย่างที่เป็นข่าว


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:35

ใครอยากดู ใช้ภาษาไทยค้นหานะครับ ถ้าใช้ภาษาอังกฤษจะไม่เจอ

Princess Diana Crash Pictures

 เศร้า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:45

    เรื่องที่นายพอล เบอร์เรลล์ออกมาแฉมีตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ สาธารณชนไม่ได้สนใจเท่าไหร่     คนนั้นคือหญิงสาวชื่อทิกกี้ เลจจ์-เบิร์ก      แต่พอนายพอลบอกว่า ผู้หญิงคนนี้แหละเป็นรักเร้นครั้งใหม่ ที่เจ้าหญิงไดอาน่าระบุว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะเสกสมรสด้วย  ไม่ใช่คามิลล่า   ชื่อหล่อนก็ฮือฮาดังระเบิดเถิดเทิงในข้ามคืน
    ทิกกี้เป็นใคร  คำตอบคือหล่อนมีชื่อจริงว่าอเลกซานดรา เลจจ์-เบิร์ก  เป็นสาวผู้ดีมีตระกูลที่เคยเป็นนางกำนัลของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์มาก่อน  แล้วเปลี่ยนมาเป็นพี่เลี้ยงของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ ตามที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเลือกมาเองในปี 1993 เมื่อทรงแยกกันอยู่กับเจ้าหญิงไดอาน่าแล้ว
    เจ้าหญิงไดอาน่าไม่โปรดผู้หญิงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นบริวารฝ่ายเจ้าชายเต็มตัว    ทิกกี้เองก็มีท่าทีเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าหญิงอย่างเปิดเผย  ถึงกับยกตัวเองข่มการเลี้ยงพระโอรสของเจ้าหญิงอย่างไม่เกรงใจ  ว่า
    "ฉันให้เจ้าชายได้ในสิ่งที่สมควรในวัยนี้  พาไปที่โล่งแจ้งอากาศบริสุทธิ์  ให้ปืนล่าสัตว์ กับม้า  ส่วนแม่น่ะ กลับให้แต่ไม้ตีเทนนิส   กะกล่องข้าวโพดคั่ว เวลาไปดูหนัง"
      มิหนำซ้ำ หล่อนยังแสดงความกร่างด้วยการเรียกเจ้าชายวิลเลียมกับแฮร์รี่ว่า  "ไอ้หนู" ("my babies")  ซึ่งไม่มีข้าราชบริพารคนไหนกล้าเรียกเจ้านาย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:49

     เจ้าหญิงไดอาน่าไม่โปรดทิกกี้เอามากๆ หลายเรื่อง   เรื่องหนึ่งคือหล่อนสูบบุหรี่จัดมวนต่อมวน  แล้วสูบเวลาอยู่กับเจ้าชายเล็กๆทั้งสององค์เสียด้วย    เจ้าหญิงไดอาน่าทนไม่ได้  แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลับไม่ถือสา ยังโปรดปรานและไว้พระทัยหล่อนเป็นอันดี ทางสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธก็ทรงมีพระเมตตาหล่อน  มิได้ทรงเห็นด้วยกับเจ้าหญิงไดอาน่าว่าทิกกี้ไม่สมควรกับตำแหน่งพี่เลี้ยง          สื่อที่เชียร์ฝ่ายเจ้าชาย ลงความเห็นว่าเจ้าหญิงไดอาน่าทรงอิจฉาพี่เลี้ยงสาวของพระโอรส    เพราะไม่อยากให้เจ้าชายทั้งสองติดพี่เลี้ยงมากกว่าพระมารดา
     ในวัง  เจ้าหญิงไดอาน่ามีข้าราชบริพารที่ภักดีฝ่ายเจ้าหญิงเหมือนกัน  เวลามีเรื่องตื้นลึกหนาบางในวัง พวกนี้ก็คาบข่าวมาทูล  เรื่องหนึ่งในจำนวนนั้นคือเขาปิดกันให้แซ่ดว่า ทิกกี้ไปทำแท้งลูกที่เกิดจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์    จริงหรือไม่ก็ตาม  เจ้าหญิงก็ทรงเชื่อเพราะเข้าทางอยู่แล้ว  จนกระแหนะกระแหนหล่อนต่อหน้าแขกอื่นว่า "เสียใจด้วยนะเรื่องเด็ก"  
     ทิกกี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ   ให้ทนายยื่นโนติสมาให้เจ้าหญิงเพื่อกล่าวขอโทษหล่อนอย่างเป็นทางการ    แต่ไม่มีคำตอบจากเจ้าหญิง  ทนายความของเจ้าหญิงหาทางออกด้วยการซีรอกซ์โนติสแจกไปตามสื่อ  เป็นการปรามหนังสือพิมพ์มิให้ลงข่าวนี้ มิฉะนั้นจะโดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย

     ส่วนเรื่องซุบซิบกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์นั้น  ทั้งคู่ปฏิเสธ  ทิกกี้เพียงแต่ยอมรับว่าหล่อนเคยปลื้มเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แบบวัยรุ่นคลั่งดารา     เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็เมตตาหล่อนอยู่ไม่น้อย  แม้ว่าทิกกี้ทำอะไรหมิ่นเหม่ เหมือนจะถูกไล่ออกจากตำแหน่งพระพี่เลี้ยงอยู่ประจำ  แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง   เพราะเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ปรานีหล่อน    ส่วนคามิลล่ากับทิกกี้ไม่ถูกกันเลย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 13:52

ข่าวของทิกกี้เงียบลงไปเมื่อหล่อนแต่งงานในปี 1999  ทิกกี้ไม่เชิญคามิลล่ามาเป็นแขกในพิธีวิวาห์  เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่เสด็จมาร่วมงาน แต่เจ้าชายชาร์ลส์มิได้เสด็จมา อ้างว่าทรงติดงานอื่น  ต่อมาหล่อนมีลูก 2 คน   เจ้าชายแฮร์รี่ทรงรับเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกชายคนโต     ส่วนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ยังติดต่อกับทิกกี้และเสด็จมาเป็นแขกประจำที่บ้านของหล่อนในปี 2006  งานสำคัญๆของพระราชวงศ์ ทิกกี้ก็ได้รับเชิญเสมอ
ทิกกี้กับคามิลล่าคงจะประสานความเข้าใจกันได้ในภายหลัง   หล่อนจึงได้รับเชิญไปร่วมงานที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จัดให้คามิลล่าด้วย
ล่าสุดในงานอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน   ทิกกี้ก็ได้รับเชิญตามเคยของหล่อน  นับว่าราชสำนักยังต้อนรับทิกกี้ด้วยดี


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 15:57

ผู้ที่มานั่งเงียบกริบกันอยู่ในชั้น จะคุยกันบ้างก็ได้นะคะ   ยิงฟันยิ้ม

หลายปีผ่านไป  คดีสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าก็ยังไม่พ้นจากความสนใจของประชาชน   มีนายโมฮัมเหม็ด อัล ฟาเยดเป็นหัวหอกในการหาหลักฐานและให้ข่าวเป็นระยะ   จนเรื่องนี้ถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งช่วงระหว่างปี  2004-2007  
ในปี 1007 ศาลอังกฤษตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ตามคำร้องของ นายไมเคิล เบอร์เจส รองผู้อำนวยการสถาบันชันสูตรศพ ที่นำเรื่องสู่ศาล  รื้อฟื้นคดีเจ้าหญิงให้รู้ถึงสาเหตุแท้จริงของการสิ้นพระชนม์  ว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ  แต่เป็นการวางแผนอย่างแยบยล    ในตอนแรกศาลจะพิจารณาเป็นคดีลับ  แต่แล้วก็เปลี่ยนใจให้สาธารณชนร่วมฟังได้ เนื่องจากได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก

นายโมฮัมเหม็ดขึ้นให้การด้วย เขาให้การอย่างมั่นใจว่าเจ้าชายฟิลิปและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อยู่เบื้องหลัง     แต่คำให้การของนายโมฮัมเหม็ดก็มีกระแสถูกวิจารณ์ไปในทำนองว่าตลก ไม่น่าเชื่อถือ  คล้ายๆจะเป็นตาแก่เพี้ยนๆอะไรสักคนที่หลงเชื่อผิดๆหัวปักหัวปำอยู่คนเดียว

V
นายไมเคิล เบอร์เจส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:00

      ศาลอังกฤษใช้เวลาในการสอบสวนเกือบ 6 เดือนและสอบปากคำพยานกว่า 250 ปาก  รวมทั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ด้วย  ในที่สุดคำตัดสินออกมาว่า  ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า เจ้าชายฟิลิป ดยุค แห่งเอดินเบอระ รวมถึงหน่วยข่าวกรอง หรือหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ของอังกฤษมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า และ นายโดดี้ อัล-ฟาเยด  สรุปอีกทีว่าเป็นอุบัติเหตุอย่างที่กรมตำรวจปารีสเคยสรุปมาแล้ว   ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
    หลังจากเรียกร้องและวิ่งเต้นสืบสวนมายาวนานในคดีนี้  นายโมฮัมเหม็ดก็ถอดใจ  ประกาศยุติการต่อสู้คดีสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงและการเสียชีวิตของนายโดดี้  ที่เขาสู้มายาวนานถึง 10 ปี   โดยอ้างเหตุผลว่าเห็นแก่พระโอรสทั้งสองของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ผู้ล่วงลับ

    แต่นายโมฮัมเหม็ดก็ไม่วายเป็นข่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเขาออกมาทิ้งระเบิด ให้สัมภาษณ์ ''เดอะ เนชันแนล เอ็นไคว์เรอร์'' เตือน เคท มิดเดิลตัน เมื่อมีข่าวออกมาว่าเธอจะเข้าสู่พิธีเสกสมรสกับเจ้าชายวิลเลียม    ว่าให้ระวังการมุ่งร้ายหมายขวัญจากเจ้าชายฟิลิปและคามิลล่า  ถ้าหากว่าเคทเป็นที่นิยมของประชาชน เกินหน้าเกินตาคนอื่นมากเกินไป
     นายโมฮัมเหม็ดสรุปว่า
    ''เคท ก็เหมือนกับเจ้าหญิงไดอาน่า เธอไม่รู้ว่าต้องแลกกับอะไรตอนตัดสินใจให้คำปฏิญาณในพิธีวิวาห์กับราชวงศ์วินด์เซอร์"
   


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:09

ผ่านไป 14 ปี  ศพของเจ้าหญิงไดอาน่ายังนอนสงบอยู่ในสุสาน ซึ่งสร้างเป็นวิหารเล็กๆ บนเกาะน้อยในบริเวณคฤหาสน์อัลธรอป ของตระกูลสเปนเซอร์   
เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์น้องชายของเจ้าหญิง เจ้าของคฤหาสน์เปิดให้ประชาชนเข้าไปเยี่ยมชมและเคารพศพได้  รายได้ทั้งหมดจากนักท่องเที่ยวจะนำไปสมทบให้มูลนิธิที่ตั้งขึ้นเพื่อเจ้าหญิงไดอาน่า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:12

หลุมฝังศพของเจ้าหญิงไดอาน่า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:16

ส่วนนายโมฮัมเหม็ด อัล ฟาเยดก็สร้างอนุสรณ์ไว้ให้เจ้าหญิงและนายโดดี้เหมือนกัน  ในห้างแฮร์รอด ซึ่งเป็นกิจการของเขา
ภาพซ้ายเป็นรูปปั้นเจ้าหญิงกับนายโดดี้กำลังจับมือกันเริงระบำ เหมือนจะโผบินขึ้นสวรรค์ โดยเหนี่ยวขานกอัลบาทรอสซึ่งกางปีกพาเหาะขึ้นไป
ส่วนภาพขวา  นอกจากรูปในกรอบวางคู่กัน ยังมีของที่ระลึกคือแก้วแชมเปญที่เจ้าหญิงทรงดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากภัตตาคารคืนนั้น ยังมีรอยลิปสติคเปื้อนขอบแก้ว   กับแหวนที่นายโดดี้ซื้อมาหมาดๆ เพื่อจะมอบให้เจ้าหญิง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:25

ส่วนตัวละครเอกของเราในกระทู้นี้ อีกคู่หนึ่ง คือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับคามิลล่าก็แฮปปี้เอนดิ้งกันไปตามที่คาดหวัง   ทั้งสองสมรสกันเมื่อปี 2005  
คามิลล่าได้ตำแหน่งเป็นเจ้า  มีคำว่า"เฮอร์ รอยัล ไฮเนส " นำหน้า และมีบรรดาศักดิ์เป็นดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์  

ภาพนี้ถ่ายกับบุตรธิดาของเจ้าบ่าวเจ้าสาว
จากซ้าย เจ้าชายแฮรี่  และเจ้าชายวิลเลียม   ขวาคือลอร่า และทอม ปาร์คเกอร์-โบว์ลส์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:29

ความชื่นมื่นของเจ้าชายแห่งเวลส์ และดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:34

ความไม่ชื่นมื่นของหนังสือพิมพ์
v
v
ภาพบนไม่มีคำอธิบาย
ภาพล่างเป็นภาพล้อเจ้าชายแฮรี่ เมื่อมีข่าวว่าเจ้าชายเอาเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซีมาติดแขนเสื้อ    
ในรูปพ่อถามลูกชายว่า  "นี่ แฮรี่  ลูกไปไหนๆทั้งๆมีไอ้อะไรทุเรศนั่นเกาะติดบนแขนได้ยังไงกันน่ะ"  ลูกชายก็ย้อนพ่อว่า "ผมกำลังจะถามพ่ออย่างเดียวกันฮะ"



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 06 ธ.ค. 11, 16:47

ต่อไปจะย้อนกลับไปที่ตัวเอกในตอนเริ่มกระทู้   คือเจ้าฟ้าหญิงแอนน์  ว่าทรงมีชีวิตเป็นอย่างไรหลังจากหย่าขาดจากมาร์ค ฟิลลิปส์แล้ว


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.26 วินาที กับ 19 คำสั่ง