เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 134250 รักเร้นของวังบัคกิ้งแฮม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 07 ธ.ค. 11, 16:58

ในปี 2010 นี้เอง ข่าวใหม่ที่สื่อตาลุกวาวก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง     เมื่อเห็นว่าในพิธีแข่งม้าที่แอสคอท ซึ่งเจ้าหญิงเสด็จไปร่วมงานตามลำพัง    ขณะที่ทิโมธียังคงทำงานอยู่ในออฟฟิศที่ไวท์ฮอลล์ ลอนดอน     แอนดรูว์ ปาร์คเกอร์-โบว์ลส์  พ่อม่ายหมาดๆเพราะโรสแมรี่ ภรรยาเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 5 เดือนก่อน  ก็ไปงานนี้ และได้เข้าเฝ้าเจ้าหญิงด้วย   
แอนดรูว์เป็นถ่านไฟเก่าของเจ้าหญิงแอนน์  ใครๆก็จำได้   สายตาคนทั้งงานและสื่อจึงจับตามองกันเป๋ง ขณะเจ้าหญิงดำเนินทอดน่องเคียงข้างไปกับเขา   ทรงยิ้มย่องผ่องใสอย่างไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก   แอนดรูว์เองก็มีท่าทียิ้มแย้ม สบายๆ  ไม่ขัดเขิน     
เขาเป็นคนที่รู้จักวางตัวได้ดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปกับเจ้านายและพระสหาย  สมกับเป็นคนมีเชื้อมีสาย   คุ้นเคยกับเจ้าใหญ่นายโตมาแต่เล็ก      ผิดกับทิโมธีซึ่งมักจะเกร็งอย่างเห็นชัดเวลาอยู่ท่ามกลางสายตาคนอื่น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 07 ธ.ค. 11, 17:02

จากวันแข่งม้าที่แอสคอท    หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าบัดนี้ แอนดรูว์กลายเป็นแขกประจำของตำหนักแกทโคมบ์     ในปี 2011    พระโอรสธิดาของเจ้าหญิงต่างก็สมรส แยกครอบครัวไปหมดแล้ว  เช่นเดียวกับแอนดรูว์ซึ่งมีหลานปู่หลานตาแล้ว  เขาก็อยู่ตามลำพัง ไม่มีครอบครัวเป็นภาระ   
ก็ยังไม่มีใครเดาได้ว่า เหตุการณ์ภายหน้าจะเป็นอย่างไร      แต่ก็มีคนคาดคะเนไว้ล่วงหน้าว่า มันคงอลเวงกันไม่ใช่น้อย  ถ้าหากว่าเจ้าหญิงทรงหย่าขาดจากเซอร์ทิโมธี ลอเรนซ์  แล้วมาเสกสมรสเป็นครั้งที่สามกับถ่านไฟเก่า  เพราะถ่านไฟเก่านั้น ก็คือสามีเก่าของคามิลล่า ผู้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าหญิงเต็มตัว
สื่อเรียกความสัมพันธ์สี่คนอลเวงนี้ว่า Royal Merry-Go-Round

ถ้านับความเกี่ยวดอง  ก็คือ แอนดรูว์จะเป็นสามีเก่าของภรรยาของพี่ชายของภรรยาเขาเอง  และเจ้าหญิงจะเป็นภรรยาของสามีเก่าของพี่สะใภ้ของพระองค์   ส่วนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก็เป็นสามีใหม่ของภรรยาของน้องเขย...

จบกระทู้ไว้แค่นี้ดีกว่า   เขียนอีกเดี๋ยวลำดับผิดเสียเปล่าๆ แค่นี้ก็มึนหัวพอแล้วค่ะ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 07 ธ.ค. 11, 19:54

อ้าว ไหงปิด course ดื้อๆ ซะแล้วหละครับ  นักเรียนกำลังมันส์เลย
ยังอยากรู้เรื่องคาวๆ อื่นๆ ของราชวงศ์อีกครับ เช่นเฟอร์กี้ หรือรุ่นหลานที่เป็นเจ้าหญิงที่พฤติกรรมไม่ดีอื่นๆ อีก

แล้วเรื่องเจ้าชายแฮรี่  มีข่าวลือกันบ้างไหมครับว่าไม่ใช่ลูกของเจ้าฟ้าชาย  เพราะหน้าตาไม่เหมือนพ่อไม่เหมือนพี่ ผมก็แดง
แถมตอนนี้ทั้งพ่อทั้งพี่ชาย หัวล้านกันหมดแล้ว ตัวน้องชายผมยังเต็ม ผมก็สงสัยว่าเป็นลูกแท้ๆ หรือเปล่า


จริงๆ แล้วจากที่ถามๆ คนอังกฤษรอบข้าง(ตอนนี้อยู่ในอังกฤษครับ) ไม่มีใครเป็น royalist หรือรักราชวงศ์เลย
บางคนออกแนวไม่ชอบและแอนตี้สถาบันด้วยซ้ำ  ดูข่าวตอนช่วงพิธีแต่งงานเมื่อเดือนเมษาที่แล้ว  คนอังกฤษที่ชอบราชวงศ์มีราว 47% เองมั๊งครับ จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้
คนทางใต้จะมีสัดส่วนที่ชอบราชวงศ์มากกว่าทางเหนือ ผมอยู่ทางเหนือซะด้วย
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 07 ธ.ค. 11, 21:28

อย่าเพิ่งจบกระทู้เลยค่ะ..กำลังสนุกเชียว.. ยิงฟันยิ้ม
ตามอ่านมาตลอดค่ะ ที่ไม่กระแอมกระไอ...
เพราะอาจารย์เล่าได้เพอร์เฟคทั้งเรื่องและภาพประกอบค่ะ
อ่านเพลิน ชวนติดตามมากค่ะ ... เล่าต่อนะคะ...นะคะ..
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 10:25

อ้าว ปิดคอร์สแล้ว นักเรียนไม่ยอมให้ปิด  ลังเล
งั้นจะให้เล่าต่อเรื่องอะไรล่ะคะ

ก่อนอื่น ตอบคำถามคุณประกอบก่อน
- เรื่องของเฟอร์กี้ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกแย่กับผู้หญิงคนนี้มาก    จะให้เล่าก็ต้องดูก่อนว่าคนอ่านจะได้แง่คิดอะไรบ้าง
อย่างเรื่องเจ้าฟ้าหญิงแอนน์และเจ้าหญิงไดอาน่า อ่านแล้วก็ยังมีคนเห็นใจเธอ ในความดีด้านสาธารณกุศลที่เธอทำ   แต่เฟอร์กี้นี่ไม่น่าจะเป็นกรณีเดียวกันเลย
- เรื่องเจ้าชายแฮร์รี่ตกเป็นข่าวเม้าท์ว่าเป็นลูกเกิดจากเจมส์ เฮวิตต์  ขาเม้าท์พูดกันมานานแล้วค่ะ    
ความเป็นจริงคือเฮวิตต์และเจ้าหญิงไดอาน่าพูดตรงกันว่า มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ปี 1987 จนถึง 1992    ส่วนเจ้าชายแฮร์รี่ประสูติตั้งแต่ปี 1984  
ที่ว่าหัวไม่ล้านเหมือนพ่อกับพี่ชาย   ก็ทรงเป็นหนุ่มอายุ 26 เท่านั้นเองนะคะ    รออีกสักสิบปีแล้วค่อยมาดูกันใหม่
เจ้าชายแฮร์รี่มีพระเกศาสีแดง    ทำให้เป็นอีกข้อที่โยงเข้ากับสีผมของเ ฮวิตต์    แต่คนอาจลืมไปว่าเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์น้องชายเจ้าหญิงก็ผมแดงแบบเดียวกัน   ข้อนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์สังเกตเห็นตั้งแต่เข้ามาเยี่ยมพระโอรสประสูติใหม่   ทรงบ่นว่า ผมแดงเหมือนสเปนเซอร์เลย  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 10:27

จากซ้าย เจมส์ เฮวิตต์   เจ้าชายแฮร์รี่ และเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์  น้าชายของเจ้าชาย
เจ้าชายเหมือนใครมากกว่ากัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 10:31

อีกอย่างหนึ่ง ราชองครักษ์ยืนยันว่าเจ้าชายแฮร์รี่เป็นพระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แน่นอน    ดูได้จากมือ
พวกราชวงศ์วินด์เซอร์ มีนิ้วแบบเดียวกันหมด คือนิ้วอ้วนป้อม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 11:17

กลับไปดูใน notepad ที่ร่างเรื่องนี้ไว้   พบรักเร้นอีกเรื่องของมาร์ค ฟิลลิปส์ พระสวามีคนแรกของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ที่ยังไม่ได้นำมาลง  เลยขอลงไว้ตรงนี้

ตอนที่ยังไม่ได้หย่าขาดตามกฎหมายกับเจ้าฟ้าหญิงแอนน์  ในปี 1983   มาร์คพบครูสาวสอนวิชาศิลปะชื่อเฮเธอร์ ทอนคิน  ซึ่งเข้ามาฝึกขี่ม้าในโรงเรียนสอนขี่ม้าของเขาในนิวซีแลนด์   ปีต่อมาทั้งคู่เจอกันอีก   แล้วก็มีนัดกันก่อนจบลงในโรงแรมที่มาร์คพักอยู่
เดือนต่อมา เฮเธอร์พบว่าเธอตั้งครรภ์   ตอนนั้นมาร์คกลับไปอังกฤษแล้ว  เธอโทรทางไกลไปหาเขาที่ตำหนักแกทโคมบ์ เพื่อบอกข่าวนี้    เขาบอกให้เธอไปทำแท้ง  แต่เธอตัดสินใจเก็บเด็กเอาไว้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 11:17

เดือนสิงหาคม ปี 1985  เธอคลอดลูกสาวออกมาคนหนึ่ง ชื่อเฟลิซิตี้ ทอนคิน   แม้ว่าแจ้งให้มาร์ครู้   เขาก็ไม่เชื่อและไม่ยอมรับว่าเป็นลูก  จนมีการพิสูจน์ DNA กันในปี 1992  ปีที่เขาหย่าจากเจ้าฟ้าหญิงแอนน์พอดี
ผลแสดงว่าหนูน้อยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา  มาร์คก็เลยจ่ายค่าเลี้ยงดูให้  แต่ไม่ได้แต่งงานกับแม่ของเด็ก  เช็คที่เขาจ่ายให้เฮเธอร์เป็นเวลา 5 ปี ระบุว่า "ค่าที่ปรึกษาโรงเรียนฝึกม้า"  เฮเธอร์เอาเงินจำนวนนี้ส่งลูกสาวเข้าเรียนที่โรงเรียนสตรี Diocesan School for Girls ในเมืองเอบซอม  โอ๊คแลนด์
จนทุกวันนี้เฟลิซิตี้ก็ยังอยู่เงียบๆในนิวซีแลนด์  ไม่มีโอกาสพบพี่ชายพี่สาวต่างแม่ และไม่ได้รับการยอมรับเข้าตระกูลฝ่ายพ่อ    เป็นข่าวอยู่ประปรายบางครั้ง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 11:21

รูปซ้าย เฟลิซิตี้กับแม่ ตอนยังเยาว์  รูปขวา - หนูเป็นสาวแล้ว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 12:43

ถ้าถามว่ามาร์ค ฟิลลิปส์ อยู่ที่ไหนทำอะไร    คำตอบคือเขาแต่งงานใหม่เมื่อค.ศ. 1997  กับลูกสาวมหาเศรษฐีชาวอเมริกันชื่อแซนดี้ ฟลูเกอร์ เป็นนักกีฬาขี่ม้าที่เก่งกาจเหมือนสามี


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 12:46

มาร์คกับแซนดี้มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อสเตฟานี   ปัจจุบันพ่อแม่ลูกอยู่ในอังกฤษ


v
คนขวาคือซาร่า ลูกสาวของมาร์คกับเจ้าหญิงแอนน์   ส่วนคนซ้ายคือสเตฟานี น้องต่างมารดา




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 14:04

จริงๆ แล้วจากที่ถามๆ คนอังกฤษรอบข้าง(ตอนนี้อยู่ในอังกฤษครับ) ไม่มีใครเป็น royalist หรือรักราชวงศ์เลย
บางคนออกแนวไม่ชอบและแอนตี้สถาบันด้วยซ้ำ  ดูข่าวตอนช่วงพิธีแต่งงานเมื่อเดือนเมษาที่แล้ว  คนอังกฤษที่ชอบราชวงศ์มีราว 47% เองมั๊งครับ จำตัวเลขแน่นอนไม่ได้
คนทางใต้จะมีสัดส่วนที่ชอบราชวงศ์มากกว่าทางเหนือ ผมอยู่ทางเหนือซะด้วย
การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า  ส่งผลลบต่อคะแนนนิยมของประชาชนที่มีต่อพระราชวงศ์อยู่มาก  แต่จากการสำรวจ คนอังกฤษส่วนใหญ่ก็ยังอยากให้มีสถาบันกษัตริย์ต่อไป   ไม่ได้อยากเป็นสาธารณรัฐ   

อังกฤษเขาทำโพลเรื่องพระราชวงศ์อยู่สม่ำเสมอ    ตอนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เสกสมรสกับคามิลล่า ก็ทำโพลสำรวจคะแนนนิยมในตัวพระชายาคนที่สอง  ปรากฏว่าคามิลล่าได้ 25%  แปลว่าประชาชนคนอังกฤษ 1 ใน 4 คนเชียร์เธอ  อีก 3 คนไม่จำเป็นต้องบอกว่าคิดอะไร   
แต่ในปี 2011  เมื่อสำรวจอีก  พบว่าคะแนนนิยมในตัวคามิลล่าตกกราวรูดลงมา ได้แค่ 14 %  คือใน 7 คน มี 1 คนเท่านั้นที่ยกมือให้  แสดงว่าหลายปีที่คามิลล่ากลายมาเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง   เธอไม่สามารถชนะใจประชาชนได้อย่างที่เจ้าหญิงไดอาน่าเคยทำ ...
  ชนะใจได้แต่เจ้าชายชาร์ลส์องค์เดียว


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 14:38

                 ระหว่างที่รออาจารย์ ขอคั่นรายการด้วยเรื่อง งานพระศพเจ้าหญิงไดอาน่า ครับ

               คัดจากบทความที่ "ลุงเมฆ" (ไมเคิล ไรท) เขียนถึง ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงรุนแรง
ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอังกฤษที่ได้เห็นจากงานพระศพนี้

               ชาวเรือนไทยที่เคยชมหนังเรื่อง The Queen ที่เล่าเรื่องควีนในช่วงงานศพนี้คงจะติดตาม
เหตุการณ์ในช่วงนี้ได้อย่างออกรสเป็นพิเศษ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 08 ธ.ค. 11, 14:44

          มรณานุสติเนื่องในงานพระศพ เจ้าหญิงไดอาน่า

...............

                    ท่านผู้อ่านควรทราบว่า ตามประเพณีฝรั่ง -

          ๑. นางไดอาน่าไม่มีสิทธิ์รับธงราชวงศ์คลุมโลง
          ๒. ไม่เคยมีการวางดอกไม้หน้าวังมาก่อน
          ๓. ชาวอังกฤษไม่เคยร้องไห้อย่างเปิดเผยเป็นจำนวนมากรวมกันโดยไม่ถือชนชั้น ไม่ถือสีผิว
          ๔. ไม่เคยมีคนตบมือกันในมหาวิหาร
          ๕. ไม่เคยมีใครตบมือให้ขบวนแห่ศพ
          ๖. ไม่เคยมีใครโยนดอกไม้ใส่รถแห่ศพ

                งานศพครั้งนี้จัดลำบากมาก เพราะฐานะของไดอาน่าไม่แน่ชัด ท่านเป็นเจ้าหญิงและเป็น
พระมารดาของอนาคตกษัตริย์  แต่ท่านหย่าร้างกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และถูกถอดยศ Royal Highness
เสียแล้ว ท่านไม่เป็นสามัญชน แต่ท่านก็ไม่เป็นสมาชิกพระราชวงศ์
                ดังนั้น โบราณราชประเพณี (Ropyal Protocol) ไม่มีกฎเกณฑ์ที่จะจัดงานพระศพ(หรือศพ)
อย่างไร นอกจากนั้นยังมีความบาดหมางระหว่างพระราชวงศ์กับพระองค์ ในขณะที่เธอเป็นที่นิยมชมชอบ
ในหมู่ประชาชนอย่างมาก
              
                ในที่สุดสำนักพระราชวังจำเป็นต้องประกาศว่าจะจัด งานศพที่ไม่เหมือนงานอื่นสำหรับ
คนที่ไม่เหมือนใคร (a unique funeral for a unique person)

            งานนี้เริ่ม "ไม่เหมือน" เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์บินไปรับศพที่ปารีสโดยนำธงโบราณ
ประจำราชวงศ์ไปคลุมโลงศพทำให้คนอังกฤษส่วนใหญ่รู้สึกทั้งงงและตื้นตันใจ

              งานนี้ยิ่งแปลกเมื่อประชาชนเริ่มหลั่งไหลมาวาง "ทะเลดอกไม้" หน้าวัง ทุกรุ่นอายุ,ทุกสีผิว,
ทุกชนชั้นปะปนไม่ถือตัว เรียกได้ว่าไม่เป็นอังกฤษกันเสียแล้ว มันเหลือเชื่อจริงๆ เพราะสังคมอังกฤษ
โดยปกติแยกกันอยู่ มีแต่สงครามเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง