เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 35159 " พระคุณพ่อ" ประวัติของมหาอำมาตย์ตรี พระยาพิพัฒนธนากร(ฉิม โปษยานนท์)
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 08 พ.ย. 11, 23:56

ลองเทียบดูว่าคล้ายคลึงกับบ้านโปษ์กี่มากน้อยเพียงใด

แต่อย่างไรก็ตามคำอธิบายของทายาทนี้ข้าพเจ้าขออนุณาติค้นก่อน แต่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะเกรงว่าจะเป็นการเข้าใจผิดจากการฟังคำบอกเล่า

ทั้งนี้ ท่านใดไม่เห็นด้วยและหาข้อมูลได้วานแจ้ง เพราะอาจค้นช้า
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 00:03

อะไหนๆก็ไหนๆ

มาดูความหมายของคำว่า "เป่า" 宝

http://zhongwen.com/d/196/x95.htm


บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 00:05

คราวนี้ความหมายของคำว่า "จี้" (记)

http://zhongwen.com/d/176/x79.htm



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 10:58

ดูจากวิธีเลี้ยงลูกของพระยาพิพัฒนฯ  สังเกตเห็น 2 อย่างที่โดดเด่น คือยุติธรรมกับลูก   ถ้าให้ของมีค่ากับลูกสาวคนหนึ่ง  ลูกสาวคนอื่นๆก็ต้องได้ด้วย      ธิดาคนหนึ่งของท่านคือคุณหญิงสมหญิง โปษยานนท์ เคยเล่าให้ฟังว่า  ถ้าคุณพ่อซื้อตุ้มหูเพชรให้ลูก  ก็จะซื้อ 10 คู่ ให้ลูกสาว 10 คนเท่าเทียมกัน
อย่างที่สองคือ ท่านเลี้ยงลูกให้หนักเอาเบาสู้     บ้านโปษ์กี่เลี้ยงคนในบ้านเป็นร้อยคน  ต้องหุงข้าวด้วยกระทะใบบัวจึงจะกินได้ทั่วถึง   สั่งซื้อข้าวสารเป็นกระสอบๆ  ต้องให้บ่าวมาแบกขึ้นบ้านจากเรือข้าวสาร    ลูกชายของท่านก็จะถูกฝึกให้ช่วยบ่าวแบกข้าวสารด้วย      เพราะเจ้าคุณเห็นว่าให้ลูกรู้จักทำงานหนักทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง   จะทำให้ไม่ลำบากถ้าวันหนึ่งฐานะตกต่ำลง     ดังนั้นลูกสาวท่านทุกคนจึงต้องทำครัวเป็น กวาดถูบ้านเอง   ดูแลการงานในบ้านทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง   พี่โตๆก็เป็นแม่บ้านปกครองน้องๆ รับผิดชอบมาตั้งแต่เด็ก
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 12:33

ป้ายโปษ์กี่ ไม่แน่ใจว่าเป็นที่บ้านโปษ์กี่ หรือ บ้านสิงคาลวนิช ?

จาก โปษยานนท์ดอทคอม

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 13:30

ถ่ายรูปป้ายโปษ์กี่ จากหนังสือมาลงให้ดู


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 13:31

บ้านโปษ์กี่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 13:32

ภาพถ่ายเจ้าคุณ เมื่อครั้งเป็นหนุ่มน้อย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 13:35

เจ้าคุณพิพัฒนฯ กับพี่ชายทั้งสอง   คนโตชื่อ ฮง   คนรองชื่อซิ่ว  ได้เป็นหลวงวารีราชายุกต์เช่นเดียวกับบิดา  ส่วนเจ้าคุณเป็นบุตรชายคนเล็ก
น่าสังเกตว่าบุตรชายโตๆทั้งสองมีชื่อตัวเป็นจีน   ส่วนบุตรและธิดาคนอื่นๆ ชื่อเป็นไทยทั้งหมด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 13:36

พระยาพิพัฒนธนากร


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 09 พ.ย. 11, 21:26

นอกจากช่วยคนในบ้านแบกกระสอบข้าวสารขึ้นบ้าน  ลูกชายเจ้าคุณยังต้องกวาดบ้าน ตัดหญ้า ล้างชาม แจวเรือรับส่งบิดาและพี่น้อง   ลูกสาวก็ต้องช่วยกันทำอาหารให้คุณพ่อรับประทาน   คำสอนของเจ้าคุณที่ให้ลูกๆคือ
" พ่อฝึกพวกเจ้าให้ทำงานเป็นทุกๆอย่าง  เผื่อเจ้าเกิดตกยากภายภาคหน้า  จะได้ช่วยตัวเองได้"

ลูกๆของท่านบันทึกเรื่องอาหารการกินไว้ในหนังสือนี้ด้วย   อ่านน่าสนุกและน่าบันทึกไว้  เพราะเป็นภาพที่ห่างไกลจากวิถีชีวิตปัจจุบันนี้มาก   
ในเมื่อคนในบ้านมีหนึ่งร้อยกว่าคน  ข้าวหนึ่งกระสอบใหญ่ กินหมดใน 3 วัน  จึงต้องซื้อข้าวสารทีละ 20-30 กระสอบ   บรรทุกเรือฉลอมมาส่งที่ท่าน้ำ     ลูกๆกับบ่าวผู้ชายช่วยกันแบกไปเก็บไว้ในห้องเก็บข้าวสาร
ข้าวหุงด้วยกระทะเหล็ก   เชื้อเพลิงคือแกลบซึ่งต้องซื้อกันมาทีละลำเรือใหญ่     เช้าขึ้นก็หุง 1 กระทะใหญ่ นอกจากสำหรับคนในบ้านยังต้องเผื่อใส่บาตรด้วย  มีพระมารับบาตรถึง 2 วัด  หรือบางทีก็ 3 วัด
เย็นก็ต้องหุงกันอีก 1 กระทะ  จึงไม่แปลกที่ข้าว 1 กระสอบใหญ่  กิน 3 วันหมด
นอกจากมีห้องเก็บข้าวสาร  บ้านโปษ์กี่ยังมีห้องเก็บถ่าน    ห้องเก็บน้ำปลา  ส่วนเกลือเก็บไว้ในโอ่งใบใหญ่ๆ    แม่ครัวต้องไปจ่ายกับข้าวทุกวัน  และมีบ่าวผู้ชายที่เป็นชายฉกรรจ์ตามไปหาบกับข้าวกลับมา   ของสดที่จ่ายแต่ละวัน มากมายเกินกว่าแม่ครัวคนเดียวจะหิ้วไหว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 10 พ.ย. 11, 14:30

(ต่อ)
คนหุงข้าวเป็นจีนชื่อ "สุย" มาจากไหหลำ วันๆไม่ต้องทำอะไร นอกจากหุงข้าวอย่างเดียว   ส่วนแม่ครัวเป็นทีมงานต่างหากไม่เกี่ยวกับนายสุย    มีแม่ครัวหนึ่ง และลูกมืออีกสอง    เวลาไปจ่ายตลาดต้องมีไม้คานและสาแหรก หาบกันไปตลาด เพื่อหาบของสดกลับมาปรุงที่บ้าน
ตลาดที่จ่ายส่วนใหญ่คือตลาดสมเด็จ   วงเวียนเล็ก หรือบางทีก็ไปตลาดลาดหญ้า

การรับประทานอาหาร  จัดเป็นสำรับ  โดยแบ่งเป็นวงๆ   ลูกเจ้าของบ้านมี 20 คน ก็แบ่งเป็น 3 รุ่น คือรุ่นเล็ก รุ่นโต และรุ่นใหญ่  กินบนเสื่อ  พอโตขึ้นมาหน่อยก็นั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร   เมื่อตั้งกับข้าวเสร็จ   ผู้ช่วยแม่ครัวจะต้องถือกระดิ่ง เขย่าเรียกคุณๆ ด้วยการวิ่งไปจนสุดบริเวณจากหน้าบ้านไปสุดสวนหลังบ้าน    ไม่ว่าใครอยู่มุมไหนก็จะได้ยิน แล้วเข้ามารวมกันที่วงอาหาร

เจ้าคุณพิพัฒนฯรับประทานอาหารร่วมกับลูกๆตอนเย็น  วันศุกร์หรือเสาร์ สัปดาห์ละครั้ง     ท่านนั่งบนเบาะบางๆ  ส่วนลูกๆก็นั่งพับเพียบ แต่ไม่ได้เปิบข้าวด้วยมือ หรือใช้ตะเกียบ  แต่ว่ามีจานและช้อนส้อมแบบปัจจุบัน 

บางครั้งในวันอาทิตย์ตอนกลางวัน   ก็จะเรียกก๋วยเตี๋ยวเรือให้แวะเข้ามา ขายก๋วยเตี๋ยวให้คุณๆในบ้าน    หรือมีเรือข้าวต้มในตอนค่ำ   หรือหาบเป็ดพะโล้ในตอนบ่าย      เจ้าไหนแวะบ้านนี้ก็เป็นอันว่าไม่ต้องไปขายที่อื่นอีกต่อไป     ขายลูกค้าเจ้าเดียวก็สินค้าหมด รับเงินสบายไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 10 พ.ย. 11, 15:19

ปกติ  เจ้าคุณตื่นราว 10 โมงเช้า(หมายถึงว่าในวัยที่ท่านเกษียณราชการแล้ว)  รับประทานอาหารมื้อเช้าและกลางวันรวมเป็นมื้อเดียว  คือซุปไก่ตุ๋นทั้งตัว  คนจีนเรียกว่า "โกยเจง"  1 ถ้วย  ตามด้วยปลาทอด  ส่วนใหญ่เป็นปลาจาระเม็ดขาว  จิ้มกับเกลือผสมน้ำส้มสายชู
นอกจากนี้ท่านกินอาหารแบบฝรั่ง คือขนมปัง  ปอกเปลือกและหั่นเป็น 4 ชิ้น   ห่อผ้าป่านขาวบาง นึ่งในหม้อนึ่งทองเหลือง   รับประทานกับเนยตราหัววัว ซึ่งเป็นเนยกระป๋องจากเมืองนอก
อาหารที่เจ้าคุณรับประทาน เสิฟคล้ายอาหารฝรั่งมากกว่าอาหารไทย  เพราะมีซุปนำ  มีอาหารเบาๆอย่างปลา  ขนมปังกับเนย    และตามมาด้วยอาหารจานหลัก คือหมูทอดเครื่อง  หรือเนื้อสันในวัว  ทำง่ายๆด้วยการคลุกกับซีอิ๊วดำตรากวางซึ่งทำในบ้าน แล้วทอดไฟแรงๆให้ข้างนอกเกรียมแต่ข้างในสุกพอดีๆ
ถ้าวันไหนไม่มีซุป  ท่านก็รับประทานไข่แดงดิบๆ ราว 4-5 ใบ  เหยาะวูสเตอร์ซอสของอังกฤษ
มีอย่างเดียวที่บอกถึงความเป็นจีน  คือน้ำชาจีน   เจ้าคุณไม่ดื่มน้ำแข็งหรือของมึนเมาอย่างใดทั้งสิ้น

ขออินทรเนตรช่วยมองหา โกยเจง ว่าคืออะไร พบว่าเป็นเครื่องยาจีน   งั้นซุปไก่ตุ๋นของเจ้าคุณก็น่าจะเป็นไก่ตุ๋นเครื่องยาจีน  ใครพอรู้จักมากกว่านี้ ก็ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
หารูปไก่ตุ๋นเครื่องยาจีนไม่ได้  เจอแต่ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 10 พ.ย. 11, 15:53

เย็นวันศุกร์  เจ้าคุณรับประทานอาหารกับลูกๆพร้อมหน้า      หลังอาหารแล้วก็ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างแยกย้ายกันไป  ท่านใช้เวลานี้อบรมสั่งสอนลูกๆ   หรือเล่าเรื่องเก่าๆของบรรพบุรุษให้ฟัง    อย่างหนึ่งคือท่านเหล่านั้นยากลำบากกันมาอย่างไร กว่าจะตั้งตัวกันได้      ไม่เหมือนลูกๆที่เกิดมาก็เป็นลูกพระยา  อยู่กันสะดวกสบาย    ท่านจึงเน้นมากให้ระมัดระวังตัวในการใช้เงิน  อย่าสุรุ่ยสุร่าย  ให้กลัวความจนเข้าไว้
เจ้าคุณเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน  ช่างสังเกตและมีระเบียบเรียบร้อยยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก    ท่านจึงอบรมลูกๆได้ทั้งชายและหญิง   ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่นถูบ้านอย่างไรถึงจะสะอาด     ไปจนเรื่องใหญ่เช่นทำงานประกอบอาชีพ
ลูกคนไหนทำงานแล้ว บ่นว่าเงินไม่พอใช้   เจ้าคุณเป็นต้องเรียกมาถามทันที ให้แจกแจงรายละเอียดว่าที่ไม่พอใช้คือใช้อะไรบ้าง   โดนซักเข้าอย่างนี้ลูกๆก็จนมุมทุกที   เพราะที่บ่นว่าไม่พอใช้ มักจะหมดไปกับบุหรี่ กาแฟ เหล้า หนัง ละครฯลฯ  ล้วนแต่ความบันเทิงตามประสาชายหนุ่ม
เจ้าคุณก็จะย้อนถามว่า สิ่งเหล่านี้จำเป็นไหม   ถ้าไม่กินหรือไม่ทำจะตายหรือเปล่า    ในเมื่อเงินไม่พอ  ก็ต้องงดของพวกนี้    ความฉลาดอีกอย่างของเจ้าคุณคือท่านสามารถยกความประพฤติของท่านขึ้นมาเป็นแบบอย่างอบรมลูกๆได้   เช่นท่านเล่าว่าตอนหนุ่มๆ  กลับจากทำงาน ถ้าว่างก็เดินไปคุยกับพระที่วัดทองนพคุณใกล้ๆบ้าน  ซึ่งเป็นวัดที่ท่านเคยบวช      นอกจากไม่เสียเงินแล้ว ยังได้ธรรมะติดตัวกลับมา    พระท่านยังใจดีเลี้ยงน้ำชาเสียอีก   สรุปว่าไม่เสียเงินเลยสักสตางค์เดียว  ผิดกับไปแหล่งบันเทิงทั้งหลาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 10 พ.ย. 11, 16:02

ท่านผู้หญิงโฉมศรี บุตรีคนใหญ่ของท่านเล่าถึงตอนนี้ว่า ถ้าลูกๆจะขอเงินคุณพ่อแต่ละครั้ง  จะต้องมีเหตุผลประกอบว่าจำเป็นอย่างไร  ไม่ใช่ขอเฉยๆ    แม้แต่ตัวท่านผู้หญิงเองเมื่อสมรสแยกบ้านไปแล้ว   เจ้าคุณมาเยี่ยม พบว่าลูกสาวต้อนรับแขกเหรื่อเพื่อนฝูงด้วยเหล้า เบียร์และกับแกล้มต่างๆ     ท่านยังบอกว่าสมัยพ่อ แขกมาที่บ้าน เลี้ยงน้ำชาอย่างเดียว   น้ำหวานต่างๆ ไม่จำเป็นก็ไม่เปิดขวด เพราะถ้าแขกไม่กินก็เสียไปหนึ่งบาทเปล่าๆ
สิ่งที่เจ้าคุณเน้นคือ  มีรายได้มากน้อยเท่าใดไม่สำคัญเท่าเหลือเก็บหรือเปล่า   เพราะจะต้องเผื่อไว้ยามจำเป็นหรือฉุกเฉิน    ถ้าได้มามากแต่ไม่เหลือเก็บ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ค่าใช้จ่ายในการครองชีพ  เจ้าคุณจะเตือนบุตรธิดาเสมอว่า แม้ปากคนเรากว้างเพียง 2 นิ้ว แต่ถ้าต่อกันหลายปากก็เป็นฟุต   ถ้าต้องเลี้ยงดูคนในบ้านหลายคน  จะต้องคำนึงว่าเปลืองค่ากินเข้าไปเท่าไร

โอวาทและข้อคิดของเจ้าคุณที่มอบให้บุตรธิดา แผ่กว้างไปหลายสาขา  บ่งถึงความเจนจัดชีวิตและประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ของท่านได้เป็นอย่างดี
เป็นข้อคิดที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งทึ่ง  เพราะเป็นโอวาทที่สอนมาค่อนศตวรรษแล้ว  แต่ก็ยังทันสมัยใช้ได้อยู่ได้เสมอ   แสดงว่าท่านเฉียบแหลมในเรื่องธรรมชาติของมนุษย์อย่างดียิ่ง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.066 วินาที กับ 19 คำสั่ง