รวมบทกวีของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์)

(1/6) > >>

เทาชมพู:
บทกวีที่นำลงในกระทู้นี้  ส่วนหนึ่งนำมาจากหนังสือ "ปานมณีรุ้ง" ซึ่งเป็นหนังสือรวมบทกวีของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์)  คัดเลือกมาเฉพาะบางบท
บางบทก็นำมาจากหนังสืออื่น  แต่เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติเช่นกัน

ขอเชิญผู้ที่ชอบบทกวี เลือกบทกวีของศิลปินแห่งชาติที่ท่านถูกใจ มาลงเพิ่มเติมในกระทู้นี้ด้วยค่ะ

ท่านแรก คือม.ล.ปิ่น มาลากุล ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2530  ขอนำกลอนที่ชื่อว่า "อันอำนาจใดใดในโลกนี้" มาลงประเดิม

อันอำนาจใดใดในโลกนี้
ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา
สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา
ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มี

 

เทาชมพู:
ใต้โค้งสะพาน  ของ อุชเชนี (อาจารย์ประคิน ชุมสาย ณ อยุธยา) ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2536  เขียนเมื่อพ.ศ. 2493

ดวงใจ...
หยุดไห้เสียทีเถิดหนา
ดูจันทร์รูปเคียวเกี่ยวฟ้า
โลมหล้าด้วยแสงเงินเย็น

เรามีแต่โค้งสะพาน
ต่างบ้านคุ้มหัวไม่เห็น
แต่เช้าถึงค่ำลำเค็ญ
หลบเร้นฝนร้าวหนาวกาย

ละเมอว่านั่นสายรุ้ง
ผุดพุ่งรุ่งเร้าเฝ้าหมาย
โยงสุขสู่กันบั้นปลาย
ฝันร้ายรุ่งเฝือเหลือเงา

เพียงโค้งสะพานอันเดิม
ช่วยเสริมความหวังช่างเขลา
แต่คนยากเข็ญเช่นเรา
มีมากมิเบาเจ้าเอย

ถูกเขาขับไล่ไสส่ง
คงแต่ใจตรงเปิดเผย
เราซื่อเราโง่ทรามเชย
แต่มีหรือเคยคดใคร?

พราวเดือนเลื่อนลับอับแฝง
หิ่งห้อยยังแจงแสงใส
ความหวังแม้พลาดคลาดไป
อาจฟื้นคืนใหม่นานา

ด้วยใจแนบเรียงเคียงสนิท
มิ่งมิตรจงพิงอกข้า
หยัดอยู่สู้โลกพาลา
จนกว่าอรุณรุ่งราง


chupong:
ผมขออนุญาตท่านอาจารย์เทาชมพูเข้าร่วมกระทู้นี้ด้วยคนหนึ่งครับ

   ท่านอาจารย์อุชเชนี เป็นกวีอีกท่านหนึ่งที่ผมบูชาครับ และหนังสือ “ขอบฟ้าขลิบทอง” ของท่าน ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนังสือดีหนึ่งในหนึ่งร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน เสียดายครับอาจารย์ ผมเสียดายตรงที่หนังสือกวีนิพนธ์อีกเล่มหนึ่งของท่าน คือ “ดาวผ่องนภาดิน” กลายเป็นหนังสือหายากไปเสียแล้ว ผมเองก็หมดสิทธิ์ครอบครองครับ เพราะตามแสวงไม่พบเลย

   มีข้อสังเกตประการหนึ่ง นั่นคือ ท่านอุชเชนีนั้น นอกจากจะเป็นมือกลอนแล้ว ท่านยังเป็นมือฉันท์ชั้นครูอีกด้วย ใน “ขอบฟ้าขลิบทอง” แม้งานกวีนิพนธ์ส่วนใหญ่เป็นกลอน แต่ก็พบฉันท์จำนวนหนึ่ง ขณะนี้ผมอยู่ที่ทำงานครับ เลยมิได้นำหนังสือเสียงเรื่องขอบฟ้าขลิบทองติดตัวมา ถึงกระนั้น ก็ขออนุญาตเขียนถึงบทกวีชื่อ “พลังรัก” ที่ผมชื่นชอบสักนิดหนึ่งครับ

   ท่านอุชเชนีรจนาบทกวี “พลังรัก” ด้วยภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ ลีลาฉันท์เป็นไปตามขนบคัมภีร์วุโตทัยอย่างเคร่งครัด แต่เสน่ห์ซึ่งท่านสอดซ้อนเข้าไป นั่นคือ สัมผัสใน (สัมผัสสระ) ครับ ภุชงคประยาตฉันท์ บทหนึ่งแบ่งเป็นสองบาท บาทละ ๒ วรรค แต่ละวรรคกำหนดให้เขียน ๖ พยางค์ตายตัว โดยพยางค์ลหุ อยู่ตรงพยางค์ที่ ๑ กับ ๔ ถ้าจะสอดซ้อนเสน่ห์ด้วยสัมผัสใน (สัมผัสสระ) กวีท่านจะกำหนดให้พยางค์ที่ ๓ กับ ๕ ซึ่งเป็นพยางค์ครุสัมผัสกัน ทำให้อ่านแล้วไหวพลิ้ว ท่านอุชเชนีดำเนินลีลาของ “พลังรัก” ในครรลองนี้ชนิดเอตทัคคะทางฉันท์ ภุชงคประยาตของท่าน มีสัมผัสในปรากฏในวรรคที่หนึ่งของบาทแรก และวรรคที่ ๑ กับ ๒ ของบาทที่สอง ตั้งแต่ต้นจนจบบท ผมจึงถือเอา “พลังรัก” เป็นตัวอย่างภุชงคประยาตฉันท์ชั้นเซียนเหยียบเมฆอีกบทหนึ่งครับ
 

เทาชมพู:
ขอเอากลอนของศิลปินแห่งชาติอีกท่านหนึ่งมาลง  คือกลอนชื่อ อู่ข้าว อดข้าว ของ คุณ "ทวีปวร" หรือทวีป วรดิลก  ศิลปินแห่งชาติพ.ศ.2538   ท่านถึงแก่กรรมเมื่อพ.ศ.  2548
กลอนบทนี้แต่งเมื่อพ.ศ. 2489

อู่ข้าว-อดข้าว

อู่ข้าวอดข้าวคราวนี้
เคยมีคิดมั่นขันหมาย
เริดร้างห่างมอดวอดวาย
ปรากฏอดตายใกล้มา

เมืองข้าวอดข้าวข่าวใหญ่
นาไร่แลโรยโหยหา
เปลี่ยนคนเป็นควายไถนา
กินหญ้าแทนข้าวข่าวดี

ไชโยโห่ร้องก้องกึก
อึกทึกอู่เปล่าข้าวหนี
นังนุงยุ่งยิ่งสิงคลี
คนมีข้าวหมดอดตาย

อู่ข้าวอดข้าวคราวยาก
ชอกช้ำลำบากเหลือหลาย
ในน้ำมีปลาน่าสบาย
อับอายข้าวไร้ในนา

ชาตินี้เกิดมาอาภัพ
รอกลับเกิดใหม่ชาติหน้า
ตื่นเช้าทำไร่ไถนา
โลกบ้าหน้ามืดฝืดคอ

อู่ข้าวอดข้าวคราวยาก
ทรกรรมลำบากลูกพ่อ
ข้าวหมดอดตายใจคอ
จักรอชาติหน้าบ้าแล้ว!

:D :D:
บทกวี อำนาจ ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2536

      
       @ นี่ไม่ใช่เวทีที่แจ้งเกิด
       ไม่ใช่ที่ที่จะเชิดละครหุ่น
       ไม่ใช่ทั้งที่ประกาศเกียรติ์สกุล
       เทิดความเถื่อนอธรรมสถุลชีพเป็นธรรม
      
       @ ไม่ใช่ที่หลบภัยของคนร้าย
       ไม่ใช่ที่ค้าขายความรวยร่ำ
       ไม่ใช่ที่ฟอกถ่านอันเปื้อนดำ
       ไม่ใช่ที่ล้างกรรมปฏิกูล
      
       @ อำนาจนี้มอบไว้แด่ปวงชน
       ไม่ให้คนผูกขาดเข้ารวมศูนย์
       เข้าตั้งคอกพอกผลประโยชน์พูน
       ปล่อยประชาอาดูรอยู่ดักดาน
      
       @ อำนาจนี้มอบไว้แด่ปวงชน
       ไม่ใช่เพื่อรวมพลคนหน้าด้าน
       เข้าตั้งกลุ่มตั้งแก๊งค์อันธพาล
       เผด็จการเผด็จโกงเผด็จกิน
      
       @ รวมพลังมวลมหาประชาชน
       ร่วมโค่นคนทรยศให้หมดสิ้น
       ปลดม่านลวงปวงประชาทั่วธานิน
       ปลดแผ่นดินถิ่นไทยให้เป็นไท!
      
      
       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       พฤ.๒๖/๕/๕๔

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป