เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 28989 ซิสซี่ จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 12:43

แต่เอาเข้าจริง  ซิสซี่ไม่ได้รักสามี  หรืออาจจะเคยรักเมื่ออยู่กินกันใหม่ๆ   แต่ก็เป็นความรักที่เกิดได้ดับได้   เมื่อดับแล้วก็ดับสนิท  ไม่มีอะไรมาก่อเชื้อให้ไฟกองนี้ลุกโชนขึ้นมาได้อีกครั้ง  
   เมื่อซิสซี่เป็นฝ่ายขอแยกทางจากสามี     เธอทำสิ่งที่เมียหลวงทั่วโลกยังไงก็ทำไม่ได้  คือหันไปผูกมิตรกับนางละครชื่อคัทธาลีนา  ชรัตต์   พระสนมลับของจักรพรรดิ (คนที่ทำให้เธอติดเชื้อกามโรคมาน่ะแหละค่ะ) ถึงขั้นให้จิตรกรแห่งราชสำนักวาดภาพหล่อน แล้วส่งไปถวายจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟเป็นของกำนัล  เพื่อประกาศให้รู้กันกลายๆว่าเธอยอมรับตำแหน่งและฐานะของผู้หญิงคนนี้ อย่างเป็นทางการ
หมายความว่า จักรพรรดิสามารถมีพระสนมคนนี้ได้อย่างเปิดเผย  ไม่ต้องลับๆอีกต่อไป    หล่อนจะเข้านอกออกในราชสำนักหรือเข้าเฝ้าจักรพรรดิและจักรพรรดินีก็ทำได้  ไม่มีใครว่า ในเมื่อจักรพรรดินีทรงอนุญาต เปิดไฟเขียวให้เสียอย่าง

ภาพวาดของนางละคร โดยจิตรกรแห่งราชสำนัก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 12:56

  ซิสซี่หยิบยื่นมิตรภาพให้ผู้หญิงคนนี้ถึงขั้นที่ว่า ชวนไปออกกำลังกลางแจ้ง  ไปปีนเขาด้วยกันได้   หรือว่าคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งตามประสาผู้หญิง แบ่งปันสูตรเครื่องสำอางและการบำรุงความงามกันได้  ราวกับเพื่อนฝูงที่ถูกชะตากันอย่างยิ่ง
  เหตุผลหนึ่งอาจเป็นได้ว่า เมื่อซิสซี่ไม่ต้องการทำหน้าที่ภรรยาอีกแล้ว  ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าไปเอาตัวพระสนมที่รู้ว่าพระสวามีถูกพระทัยให้มารับหน้าที่ภรรยา คอยดูแลปรนนิบัติแทนเธอ    คัทธาลีนาเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน ช่างเอาใจ รู้ใจจักรพรรดิดี   ก็น่าจะทำให้พระองค์มีความสุขได้  ไม่มากริ้ว  หรือเรียกร้องสิ่งใดจากพระมเหสีอีก  
  ตอนที่ซิสซี่และจักรพรรดิสูญเสียพระโอรสไป ในเวลาต่อมา    เธอนั่นแหละก็เรียกพระสนมมาหา  สั่งให้คอยปลอบพระทัยจักรพรรดิให้คลายเศร้าโศก     เพราะเธอจะไม่อยู่ ไปเที่ยวต่างแดนนานหลายเดือน(ตามเคย)
  
   นี่คือตัวอย่างของยอดเมียหลวง  

   และที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างคือ พระสนมคนนี้ขนาดแต่งตัวทรงเครื่องอลังการสุดขีด   ก็ยังสวยสู้ซิสซี่ไม่ได้เลย  เป็นเมียน้อยที่รูปร่างหน้าตาแพ้เมียหลวงราบคาบ
   รูปที่นำมาลง สวยกว่าตัวจริง  รูปจริงเหมือนค.ห.ข้างบนค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 20:39

ผู้หญิงสูงศักดิ์ในประวัติศาสตร์ฝรั่งมักอาภัพอยู่อย่างหนึ่ง  คือถ้าดังเท่าไรก็ยิ่งเป็นเป้าหมายให้ถูกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวมากเท่านั้น  ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องชู้สาว     ถ้าหากว่ามีประเด็นอะไรพอจะลากเข้าสู่เรื่องนี้ได้ มักจะโดนกันทุกราย  จริงหรือไม่จริงก็ออกมาในรูปของพงศาวดารกระซิบ    ถ้าหากว่าพงศาวดารของจริงหาหลักฐานมาพิสูจน์ไม่ได้

ซิสซี่ตกอยู่ในข่ายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   เธอเป็นหญิงงาม  เธอมีชีวิตสมรสที่แตกแยกกับสามี   เธอไม่เป็นที่นิยมของประชาชนออสเตรียน   สายตาของผู้คนจึงจับจ้องว่า เธอมีชู้หรือเปล่า   เพราะความงามของเธอชักนำให้ชายหนุ่มและไม่หนุ่มมาห้อมล้อมกันอยู่หลายราย

เท่าที่ค้นหามาได้  ชื่อของซิสซี่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับผู้ชาย 2 รายด้วยกัน
คนแรกคือร้อยเอกจอร์ช มิดเดิลตัน  หรือเรียกชื่อเล่นๆว่า "เบย์" เป็นชาวอังกฤษเชื้อสายสก็อต   เขารับราชการในตำแหน่งคล้ายๆท.ส. ของเอิร์ลสเปนเซอร์ ผู้สำเร็จราชการแห่งไอร์แลนด์ ในช่วงที่ซิสซี่เดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สหราชอาณาจักร



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 01 พ.ย. 11, 09:45

ซิสซี่ชอบไปล่าสัตว์ในอังกฤษ    ขออธิบายแทรกในตอนนี้หน่อยนะคะ  ว่าเกมล่าสัตว์ถือเป็นกีฬาโก้หรูมีหน้ามีตา ของผู้ดีชั้นสูง  ชาวบ้านไม่มีสิทธิ์  การล่านี้ก็ไม่ใช่ล่าสัตว์ดุร้ายอย่างรพินทร์ ไพรวัลย์ทำในเรื่องเพชรพระอุมา   แต่เป็นการล่ากวางบ้าง  หมาจิ้งจอกบ้าง   หรือไม่ก็ไก่ฟ้า   ในเนื้อที่คฤหาสน์ของผู้ดีในชนบทถึงกับเลี้ยงกวาง   เลี้ยงไก่ฟ้า (pheasant) เอาไว้เอง  สำหรับเชิญเพื่อนฝูงมาร่วมวงล่าในฤดูล่าสัตว์   ส่วนหมาจิ้งจอกเป็นสัตว์ป่า เลี้ยงไม่เชื่อง ก็ไม่เลี้ยงกัน  แต่ล่าอย่างเดียว

ไก่ฟ้านั้นมีไว้ให้ยิงจากนักล่า ผู้ยืนปักหลักบนพื้นดิน      ส่วนกวางและหมาจิ้งจอกต้องขี่ม้าไล่ยิง    มีหมาล่าเนื้อที่เลี้ยงไว้วิ่งนำไปทั้งฝูง  ไล่หมาจิ้งจอกตัวเล็กๆตัวเดียวที่วิ่งหัวซุกหัวซุน     บรรดานักล่าจะต้องแต่งตัวชุดขี่ม้าตามธรรมเนียมนิยมอย่างโก้หรู  เฮฮาขึ้นม้าไปหลายคนด้วยกัน  ราวกับยกกองทัพไปรบ  มากกว่าไปล่าสัตว์เล็กขนาดประมาณหมาบางแก้ว ๑ ตัว

ในเมื่อกำหนดทิศทางไม่ได้ ว่าหมาจิ้งจอกมันจะวิ่งไปทางไหน   โดยมากมันก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงมุดรั้ว มุดดง ผ่านพุ่มไม้  ออกนอกทางเรียบๆ ในทุ่งอยู่แล้ว     ทำให้นักล่าต้องควบม้าไปตามทางลำบาก ต้องชักม้าให้โดดข้ามขอนไม้บ้าง รั้วบ้าง   ลัดเลาะไปตามทางชันบ้าง     จึงทำให้นักขี่ม้าในอังกฤษต้องเรียนวิธีบังคับม้าอย่างชำนาญ  เพื่อจะไม่ตกหลังม้าลงมาเสียก่อนเวลาไปล่าสัตว์     มันไม่เหมือนกับขี่ม้าเหยาะย่างอยู่ตามสวนสาธารณะ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 01 พ.ย. 11, 13:41

ร้อยเอกจอร์ช มิดเดิลตัน หรือขอเรียกสั้นๆว่า "เบย์"  เป็นนักขี่ม้าที่เก่งฉกาจที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ    นอกจากนี้นิสัยเป็นคนขี้เล่นร่าเริง อารมณ์ดี  และมนุษยสัมพันธ์ดี    เป็นที่โปรดปรานของเอิร์ลสเปนเซอร์ผู้เป็นนายอย่างมาก      เมื่อซิสซี่มาท่องเที่ยวอังกฤษ และมาเยี่ยมท่านเอิร์ลตามคำทูลเชิญ ณ คฤหาสน์อัลธอร์ปของท่าน     เธอชอบขี่ม้าอยู่แล้ว   ท่านเอิร์ลก็จัดให้มีกีฬาล่าสัตว์เป็นเกียรติแก่แขกผู้สูงศักดิ์
การมีแขกระดับจักรพรรดินีมาเยือนไม่ใช่ของง่ายๆ ทั้งการรับรองและประคับประคองให้ปลอดภัยทุกย่างก้าว    เจ้าภาพต้องพิถีพิถัน มองข้ามไม่ได้เลย      ท่านเอิร์ลก็เลือกเบย์ ท.ส.ของท่านให้เป็น "พี่เลี้ยง" คอยประกบซิสซี่เมื่อเธอออกไปขี่ม้าหรือล่าสัตว์     เพราะจะหาใครที่เก่งขนาดเขาผู้นี้อีกก็ไม่มี    ถ้ามีเขาเป็นพี่เลี้ยงก็ไว้ใจได้ว่า ไม่นำจักรพรรดินีหลงทางเข้าป่าเข้าพง หรือทำเธอตกม้าคอหัก แขนขาหัก อย่างแน่นอน
เบย์ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม เป็นที่พอใจของซิสซี่   มิตรภาพของเธอกับเบย์ดำเนินไปด้วยดี   จนกระทั่งซิสซี่มอบเกียรติให้เป็นพิเศษ ตอบแทนที่เขารับใช้เธอ   คือเชิญเขาไปเป็นแขกที่พระราชวังในเมืองโกดอลโล  ที่เธอจัดงานปาร์ตี้และงานเต้นรำอลังการ  เมื่อเธอไปพักอยู่ที่นั่น



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 01 พ.ย. 11, 14:23

ในงานเลี้ยงนี่เองที่เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
เจ้าฟ้าชายรูดอล์ฟ  โอรสของซิสซี่และจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ เจริญพระชนม์เป็นหนุ่มแล้ว     ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา   เห็นชัดว่าเจ้าชายแสดงความไม่พอพระทัยอดีตนายทหารสามัญชน ที่ได้รับเชิญมาปะปนอยู่กับเจ้านายและข้าราชสำนักผู้โอ่อ่าหรูหรา    ถึงกับฉีกหน้าเบย์กลางงานเต้นรำ ด้วยการไม่ยอมรับ  และไม่ต้อนรับเขาอย่างเปิดเผย
ความไร้มารยาทของเจ้าชาย ทำให้ซิสซี่โกรธลูกชายมาก    เรื่องนี้กลายเป็นรอยร้าวลึกระหว่างแม่กับลูก กินเวลาต่อมาอีกยาวนาน

เหตุผลของเจ้าชายอาจเป็นเพียงความถือพระองค์  อาจทรงรู้สึกว่า ก็แค่คนสนิทกระจอกๆของท่านเอิร์ล  ไม่ได้เป็นขุนนางบรรดาศักดิ์สูง  ไม่ได้มาจากตระกูลผู้ลากมากดีสักหน่อย  กลับได้รับเกียรติจากพระมารดาราวกับเป็นพระสหายสนิท   ก็เลยทรงแสดงความเย็นชาไม่ต้อนรับอย่างเปิดเผย
อย่าลืมว่า เจ้าชายเจ้าหญิงทุกองค์ล้วนแต่ถูกแยกจากซิสซี่ตั้งแต่เกิด    ไปอยู่ในการอบรมเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดจากสมเด็จย่า ซึ่งปลูกฝังความเคร่งครัดในราชประเพณีให้เต็มที่     เมื่อเห็นพระมารดาทรงทำอะไรแผลงๆ  เจ้าชายรูดอล์ฟก็ทนไม่ได้
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ขาเม้าท์เอาไปลือกันมาจนทุกวันนี้ว่า เบย์เป็นชู้ของซิสซี่  เจ้าชายถึงไม่ยอมรับ      ทุกคนอาจจะมองข้ามความจริงไปว่า การขี่ม้าล่าสัตว์แต่ละครั้ง ซิสซี่ไม่เคยมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับเขาเลย   เธอต้องมีราชองครักษ์และเจ้าภาพตลอดจนผู้ติดตามแห่ห้อมกันไปเสมอ

พระรูปเจ้าฟ้าชายรูดอล์ฟ รัชทายาทของออสเตรีย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 01 พ.ย. 11, 17:12

ในเมื่อซิสซี่ไม่ได้กลับไปล่าสัตว์ในไอร์แลนด์หรืออังกฤษอีก    เบย์ก็พ้นออกไปจากชีวิตของเธอ   เป็นอันจบฉากผู้ชายคนแรกที่ถูกลากเข้ามาพัวพันเพียงแค่นี้

ต่อมา ก็ถึงคนที่สอง

เมื่อซิสซี่อายุ 34   อยู่ที่พระราชวังในเวียนนา   วันหนึ่ง  ในเมืองมีงานเต้นรำสวมหน้ากาก ที่ชาวเมืองคนไหนๆก็ไปร่วมได้  เป็นงานสนุกสนานจนกระทั่งจักรพรรดินีผู้มีสภาพเหมือนนกในกรง อดใจไม่ได้      เธอก็ปรึกษากับนางสนองพระโอษฐ์  ว่าจะปลอมแปลงตัวไปร่วมงาน    ในเมื่อทุกคนต้องสวมหน้ากาก ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  ก็จะไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงสองคนที่ไปร่วมงานเป็นใครกันแน่   จบงานแล้วเธอก็กลับมาที่พระราชวังตามเดิม
ในตอนแรก นางพระกำนัลตกอกตกใจมาก แต่ก็ทัดทานเจ้านายของเธอไม่ได้      หล่อนก็จำต้องไปหาหน้ากากลูกไม้ซาตินสีดำขลิบลูกมาให้  พร้อมด้วยเสื้อคลุมยาวสีเหลืองสด   สวมทับชุดหรูหราของซิสซี่ไว้อีกทีหนึ่ว  ส่วนตัวหล่อนเองก็สวมเสื้อคลุมกันฝนสีแดงสด    เล็ดลอดออกจากวังไปด้วยกัน  
ในเมื่อไม่รู้จักใคร และไม่มีใครมาเป็นเพื่อนด้วยอีก   หญิงสาวทั้งสองก็เริ่มรู้สึกเซ็งจนซิสซี่คิดจะกลับบ้าน   พอดีชายหนุ่มร่างสูง ผมทองคนหนึ่งเดินเข้ามาหา  และทักทายเพื่อทำความรู้จัก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 02 พ.ย. 11, 09:52

ชายหนุ่มผมทองคนนั้นชื่อ ฟรีดริช ลิสต์ ปาเชอร์ ฟอน เทียนเบิร์ก Friedrich List Pacher von Theinburg (เข้าใจว่าจะออกเสียงผิด  รอคุณมะยมมาช่วยบอกคำที่ถูกต้องด้วยค่ะ)
เขาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยของเวียนนา  มาร่วมงานคืนนั้นโดยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  เห็นหญิงสาวสองคนยืนเกาะกันอยู่  ไม่มีผู้ชายมาด้วย  ก็เข้าไปทำความรู้จัก    แม้ไม่เห็นหน้าค่าตากัน เพราะเธอไม่ยอมถอดหน้ากาก   เขาก็รู้สึกทึ่งในน้ำเสียงไพเราะ และบุคลิกที่บอกให้รู้ว่าเป็นผู้ดีมีตระกูล   เขาเข้าใจว่าเธอคงเป็นสตรีบรรดาศักดิ์คนใดคนหนึ่งที่ไม่อยากเปิดเผยตัว
เขาขอเธอเต้นรำ  เธอก็ตกลง  สนุกสนานบันเทิงใจกันมากในคืนนั้น  ก่อนลาจากกัน เขาให้นามบัตรเขาแก่เธอ เพื่อหวังว่าจะสานไมตรีกันต่อไป

อีกไม่นาน  เขาก็ได้จดหมายจากเธอ  ส่งผ่านคนอื่นมาอีกที    เธอชอบเขียนโคลงกลอน เขาก็เขียนเป็น  จึงเขียนตอบไป  เธอก็เขียนมาอีก   มีคนอื่นเป็นตัวกลางส่งต่อให้เธออีกที

ทั้งสองเขียนติดต่อกันอยู่นานหลายปี   หลักฐานบางแห่งบอกว่านานถึง 10 ปี  โดยฝ่ายหญิงก็ไม่เปิดเผยตัว     แต่ว่าฝ่ายชายรู้แล้วว่าเธอคือใคร
ก็ในเมื่อความลับไม่มีในโลก  แล้วจดหมายนี้ก็ไม่ได้ส่งถึงกันโดยตรง  แต่มีคนกลางเป็นผู้รับอีกที     ความลับก็รั่วไหลได้เป็นธรรมดา  ในที่สุดเจ้าหนุ่มก็รู้จนได้ว่าเขากำลังติดต่ออยู่กับผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระราชอาณาจักร   แต่ฟรีดริชก็เป็นคนดีพอใช้ ไม่เคยเอาจดหมายเหล่านี้ไปเปิดเผยป่าวประกาศให้เป็นที่อื้อฉาว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 02 พ.ย. 11, 10:13

ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นหนังฮอลลีวู้ด  หรือนิยายเบสต์เซลเลอร์   คนเขียนบทก็คงเขียนให้จักรพรรดินีกับชายหนุ่มสามัญชนลักลอบพบปะกันจนได้  ในเมื่อไม่อาจเป็นคู่ครองกัน   ก็คงจะได้แต่เขียนรำพันความในใจถึงกัน  จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง

แต่ในเมื่อเป็นชีวิตจริง    ธรรมชาติของมนุษย์ก็ไม่มีอะไรซาบซึ้งขนาดนั้น      ปีแล้วปีเล่าผ่านไป  ฟริดริชก็ยังเขียนจดหมายตอบซิสซี่อยู่ แต่เขาก็ดำเนินชีวิตไปตามแบบที่ผู้ชายพึงเป็น  คือพบรัก แต่งงาน ตั้งครอบครัว และมีลูก    จนกระทั่งเขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มมาเป็นชายวัยกลางคน มีลูกมีเต้า มีภาระครอบครัวเต็มมือ   เขาก็รู้สึกขึ้นมาในวันหนึ่งว่าควรจะจบไมตรีนี้เสียที  เพราะมันไม่นำไปสู่อะไรทั้งสิ้น นอกจากความเลื่อนลอยไร้จุดหมายปลายทาง
ฟรีดริชตัดสินใจจบการติดต่อ ด้วยการเขียนคาดคั้นให้เธอเปิดเผยตัวจริงให้เขารู้เสียที   (ความจริงเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นใคร)  แต่ทำอย่างนี้เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกเขียนถึงเขา
ได้ผล   ซิสซี่หายเงียบไป ไม่เขียนมาถึงอีก   เพราะเธอไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้จนแล้วจนรอด

หลายปีต่อมา  ฟริดริชได้รับจดหมายจากเพื่อนผู้ลึกลับของเขาอีก  เธอเขียนมาเป็นโคลงอย่างที่เธอโปรดปราน   บรรยายถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่พบกัน     มันยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอ
ขอลอกโคลงที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วมาให้อ่านกัน    ท่านผู้อ่านเรือนไทยคงจะแปลเป็นไทยได้เอง  (กรุณาอย่าให้กูเกิ้ลแปล จะกลายเป็นฝันร้าย)
Do you think of that night still in the glowing ballroom?
Long, long ago, long ago,
where two souls once met,
long, long ago, long ago,
where our odd friendship began.
Do you, my friend, still think of it at times?
Do you think of the words, so intimately trusting,
that we exchanged by the loud dance music?
Oh, only too fast our time dwindled away,
a press of the hand yet, and I had to fly.
I did not dare unveil my face to you,
but I did show my soul to the light.
Friend, that was more, that was more!
Years have gone and drawn away,
but they will never unite us two again.
Questioning at night I look at the stars,
none gave me back help or answer.
Soon I came near to you, soon again far away.
Are you already lingering on another star?
If you live, then give me a sign by day,
that I may scarcely hope, but can await.
So long ago, so long ago!
Let me wait no more,
wait no more!
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 02 พ.ย. 11, 12:07

อ่านจากบทกวีของซิสซี่ข้างบนนี้  มองเห็นว่าเธอยังอาลัยอาวรณ์มิตรภาพอยู่ไม่น้อย  อาจเป็นได้ว่าฟรีดริชมีนิสัยหรือความคิดเห็นที่เข้ากันได้   มีรสนิยมบางอย่างเหมือนกันเช่นชอบเขียนโคลงกลอนเหมือนกัน      ความเป็นสามัญชนของเขาก็อาจทำให้ซิสซี่รู้สึกว่าเขามีอิสระในการดำเนินชีวิตอย่างที่เธอไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม    ซิสซี่ให้คุณค่าเพื่อนคนนี้ไว้สูงมาก    เธอยังคิดถึงเขามากในระยะหลายปีที่เลิกติดต่อกันไป    พร้อมกันนั้นก็มีบางบทแสดงถึงความอ้างว้างโหยหาในชีวิตของจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์     ถ้าหากว่าซิสซี่มีชีวิตอย่างคนทั่วไปที่มีภาระเต็มมือ หรือต้องกระเสือกกระสนหาเลี้ยงชีพ  ก็คงไม่มีเวลามาเพ้อเจ้อแบบนี้

Years have gone and drawn away,
but they will never unite us two again.
Questioning at night I look at the stars,
none gave me back help or answer.
บันทึกการเข้า
mayom
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

วิศวกรตกยาก


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 02 พ.ย. 11, 15:41

ชายหนุ่มผมทองคนนั้นชื่อ ฟรีดริช ลิสต์ ปาเชอร์ ฟอน เทียนเบิร์ก Friedrich List Pacher von Theinburg (เข้าใจว่าจะออกเสียงผิด  รอคุณมะยมมาช่วยบอกคำที่ถูกต้องด้วยค่ะ)
เขาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยของเวียนนา  มาร่วมงานคืนนั้นโดยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  เห็นหญิงสาวสองคนยืนเกาะกันอยู่  ไม่มีผู้ชายมาด้วย  ก็เข้าไปทำความรู้จัก    แม้ไม่เห็นหน้าค่าตากัน เพราะเธอไม่ยอมถอดหน้ากาก   เขาก็รู้สึกทึ่งในน้ำเสียงไพเราะ และบุคลิกที่บอกให้รู้ว่าเป็นผู้ดีมีตระกูล   เขาเข้าใจว่าเธอคงเป็นสตรีบรรดาศักดิ์คนใดคนหนึ่งที่ไม่อยากเปิดเผยตัว
เขาขอเธอเต้นรำ  เธอก็ตกลง  สนุกสนานบันเทิงใจกันมากในคืนนั้น  ก่อนลาจากกัน เขาให้นามบัตรเขาแก่เธอ เพื่อหวังว่าจะสานไมตรีกันต่อไป

อีกไม่นาน  เขาก็ได้จดหมายจากเธอ  ส่งผ่านคนอื่นมาอีกที    เธอชอบเขียนโคลงกลอน เขาก็เขียนเป็น  จึงเขียนตอบไป  เธอก็เขียนมาอีก   มีคนอื่นเป็นตัวกลางส่งต่อให้เธออีกที

ทั้งสองเขียนติดต่อกันอยู่นานหลายปี   หลักฐานบางแห่งบอกว่านานถึง 10 ปี  โดยฝ่ายหญิงก็ไม่เปิดเผยตัว     แต่ว่าฝ่ายชายรู้แล้วว่าเธอคือใคร
ก็ในเมื่อความลับไม่มีในโลก  แล้วจดหมายนี้ก็ไม่ได้ส่งถึงกันโดยตรง  แต่มีคนกลางเป็นผู้รับอีกที     ความลับก็รั่วไหลได้เป็นธรรมดา  ในที่สุดเจ้าหนุ่มก็รู้จนได้ว่าเขากำลังติดต่ออยู่กับผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระราชอาณาจักร   แต่ฟรีดริชก็เป็นคนดีพอใช้ ไม่เคยเอาจดหมายเหล่านี้ไปเปิดเผยป่าวประกาศให้เป็นที่อื้อฉาว

มาแล้วค่ะ ยิงฟันยิ้ม
ชื่อถูกต้องค่ะ  แต่นามสกุลออกเสียงภาษาเยอรมัน ตามนี้ค่ะ
ie = สระไอ
ur = สระอั ว

ฟอน ไทนบวร์ก


เรื่องราว ทำไมเศร้าอย่างนี้?
 ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 02 พ.ย. 11, 15:54

ขอบคุณค่ะ
เตรียมผ้าเช็ดหน้ามาให้คุณมะยมเลือก   ผืนเดียวรับรองว่าไม่พอ  สำหรับตอนต่อๆไป


บันทึกการเข้า
mayom
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

วิศวกรตกยาก


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 03 พ.ย. 11, 05:34

ขอบคุณค่ะ อายจัง

พยายามหารูป Herr Pacher von Theinburg มาฝากค่ะ  หาตามชื่อสกุล และ ละชื่อรอง (นิยมละชื่อรอง เช่นเดียว กับ Elisabeth Amalie Eugenie => Elisabeth => Sissi) (Friedrich == Fritz)
หาเจอรูป  Herr Friedrich Pacher von Theinburg  จะใช่คนเดียวกันไหมเนี่ย???
 ฮืม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 03 พ.ย. 11, 08:26

คิดว่าใช่ค่ะ.   ดิฉันหารูปตอนเขาหนุ่มๆไม่ได้

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 03 พ.ย. 11, 09:12

โคลงของซิสซี่บอกให้ฟรีดริชรู้ว่า เมื่อห่างหายกันไปหลายปี   เธอยังอาวรณ์ถึงเขาไม่เว้นวาย    อยากรู้ว่าป่านนี้เขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร     ทำให้เขารู้ว่าเขาเป็นเพื่อนที่มีความหมายกับจักรพรรดินีอยู่มาก    ฟรีดริชก็เลยใจอ่อน   แม้รู้ว่าไม่สมควรที่ชายมีลูกมีเมียแล้วอย่างเขา  จะสร้างสายใยสัมพันธ์นี้ต่อไปอีกก็ตาม 
เขาก็เลยเขียนโคลงกลอนตอบเธอไป   ส่งให้คนกลางตามที่เคยส่งมา 10 ปี   แต่จดหมายเขาถูกส่งกลับโดยไม่มีการเปิดซอง
จุดจบของทั้งสองก็มาถึงเพียงเท่านี้   ฟริดริชและซิสซี่ไม่ได้ต่อกันอีกแล้ว


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.084 วินาที กับ 19 คำสั่ง