เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 28988 ซิสซี่ จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย
mayom
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

วิศวกรตกยาก


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 03:11

ในเมื่ออยู่ในตำแหน่ง แต่ไม่มีอำนาจในราชสำนัก     ซิสซี่ก็หันเข้าหาสิ่งเดียวที่เธอควบคุมได้ คือตัวเธอเอง   เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มงวดกับรูปร่างและความสวยงามจนเกินเหตุ เป็นการชดเชยกับสิ่งที่เธอขาด      สมัยนั้นผู้หญิงมีลูกแล้วมักจะปล่อยตัวให้อ้วนขึ้นตามธรรมชาติ  แต่ซิสซี่ควบคุมไม่ให้น้ำหนักเกิน 105 ปอนด์ สำหรับความสูง 5 ฟุต 6 นิ้ว   ด้วยการจำกัดอาหารอย่างเคร่งครัด  กินแต่น้ำผลไม้  และอาหารปรุงพิเศษ   ไม่กินของหวาน ไม่กินเนื้อ ไม่กินแป้ง อย่างคนอื่นๆ  เพื่อเอวเธอจะได้เล็กอยู่เพียง 20 นิ้ว เท่านั้น
เธอสร้างห้องมีเครื่องมือออกกำลังกายไว้ เพื่อจะได้ออกกำลังทุกวัน    ออกไปขี่ม้าวันละ 8 ชั่วโมงเป็นการออกกำลังกลางแจ้ง



Sisi-Syndrome  ร้องไห้

http://www.nodealproductions.com/homepage/theimaginedillness.html

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/12966819
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 08:43

ดีใจที่มีคนเข้ามาร่วมวงคุยค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 08:54

โรคของซิสซี่ ตรงกับปัจจุบันเรียกว่า Anorexia   เป็นความผิดปกติทางบริโภคอาหาร หรือ eating disorder  อย่างหนึ่ง    คนป่วยจะมีอาการทางจิต เกิดความกลัวอ้วน ทำให้ไม่อยากกินอาหารอย่างคนปกติ    นั่นก็ไม่กิน นี่ก็ไม่กิน หรือกินแล้วก็อาเจียน  ผอมเท่าไรก็ยังรู้สึกว่าผอมไม่พออยู่ดี
เจ้าหญิงไดอาน่าก็เคยมีอาการนี้เหมือนกัน
จะว่าไป  ซิสซี่กับเจ้าหญิงไดอาน่ามีชีวิตหลายอย่างเหมือนกันราวกับฝาแฝด    เมื่ออ่านเรื่องราวของซิสซี่ต่อไป  จะพบว่าทำไมนักประวัติศาสตร์สรุปเช่นนั้น

เจ้าหญิงโซฟีน้อยที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่ออายุ 2 ขวบ   ป่วยด้วยโรคหัด  หรือไม่ก็ไข้อีดำอีแดง (scarlet fever) ในยุคที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน  อัตราตายของทารกสูงมาก  อยู่ไหนก็มีสิทธิ์ตายได้  จะไปเหมาว่าเพราะซิสซี่พาลูกไปไกลบ้านเลยตายก็ไม่ถูกนัก  แต่นั่นแหละ  สำหรับแม่ผัวที่เห็นว่าสะใภ้เป็น "แม่ที่ไม่ประสีประสา"   ความผิดก็เลยลงที่ซิสซี่เต็มๆ 
 
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10732



ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 09:05

โรคของซิสซี่และไดอาน่า เรียกว่า Bulimia Nervosa ยังรับประทานอาหารได้และปริมาณมากเสียด้วย แต่สุดท้ายต้องพยายามเอาออกมาด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่นการอาเจียน

ส่วน Anorexia Nervosa คือโรคเบื่ออาหาร

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 09:34

http://www.actilingua.com/AboutVienna/personalities/wittelsbach.php

Sissi was obsessed with her beauty and her perfect figure and taking care of her body, resulting in anorexia.
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10732



ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 28 ต.ค. 11, 10:22

โรคของซิสซี่ ตรงกับปัจจุบันเรียกว่า Anorexia   เป็นความผิดปกติทางบริโภคอาหาร หรือ eating disorder  อย่างหนึ่ง    คนป่วยจะมีอาการทางจิต เกิดความกลัวอ้วน ทำให้ไม่อยากกินอาหารอย่างคนปกติ    นั่นก็ไม่กิน นี่ก็ไม่กิน หรือกินแล้วก็อาเจียน  ผอมเท่าไรก็ยังรู้สึกว่าผอมไม่พออยู่ดี
เจ้าหญิงไดอาน่าก็เคยมีอาการนี้เหมือนกัน  

Anorexia และ Bulimia มีอาการคาบเกี่ยวกัน หากซิสซี่มีอาการกินแล้วอาเจียนแล้วไซร้ บ่งชี้ถึงอาการของโรค Bulimia  

Bulimia nervosa เป็นศัพท์ใหม่เพิ่งถูกตั้งชื่อและอธิบายอาการโดยจิตแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ Gerald Russell ใน พ.ศ. ๒๕๒๒ นี้เอง

เจ้าหญิงไดอาน่าเป็นคนสมัยใหม่ ชื่อโรคที่เป็นก็เป็นศัพท์ใหม่ไปด้วย

พระองค์ทรงเป็นโรค Bulimia Nervosa แน่นอน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
mayom
อสุรผัด
*
ตอบ: 23

วิศวกรตกยาก


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 06:25

  อายจัง  มารอคุณเทาชมพู เล่่่าเรื่องของซิสซี่ต่อค่ะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 08:33

Anorexia

ปลากรอบ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 11:41

เนตเส่ียค่ะ
โพสจากมือถืออย่างทุลักทุเล ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 14:57

เพิ่งจะได้น้องเน็ตกลับคืนมา  ยิงฟันยิ้ม

การท่องเที่ยวไปหลายประเทศช่วยเปิดหูเปิดตาซิสซี่ให้กว้างขึ้น  รักษาแผลกายและใจที่รับมาจากราชสำนักและสามี    ประเทศที่เธอโปรดปรานที่สุดคือฮังการี    พระราชวังกราสซัลโควิช ในเมืองโกดอลโล ใกล้กรุงบูดาเปสต์ กลายมาเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศของเธอ
สมัยนั้นฮังการีถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของออสเตรีย   แต่ก็ยังคงขนบธรรมเนียมและความรู้สึกของประชาชน ว่าพวกเขาเป็นฮังกาเรียนอยู่ดี   ซิสซี่ถูกชะตากับชาวฮังกาเรียนมาก    เธอรับบรรดาผู้มีตระกูลชาวฮังกาเรียนมาเป็นข้าราชบริพาร และให้พวกเขาพูดภาษาฮังกาเรียนกับเธอเท่านั้น
ความผูกพันที่ซิสซี่มีต่อฮังการี เพิ่มทวีขึ้นตามวันเวลา  เมื่อกลับมาออสเตรีย  เธอก็หว่านล้อมให้จักรพรรดิให้อิสระแก่ชาวฮังการีมากขึ้น  ให้แยกออกไปเป็นอีกราชอาณาจักรหนึ่ง   สถาปนาตำแหน่งราชากับราชินีแห่งฮังการีขึ้น    โดยเธอขึ้นเป็นราชินีแห่งฮังการีอีกตำแหน่งหนึ่งนอกเหนือจากจักรพรรดินีแห่งออสเตรีย

ภาพข้างล่าง  วังกราสซัลโควิช



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 14:58

Anorexia

ปลากรอบ
น่ากลัวมาก ปลากรอบแห้งพวกนี้เป็นภาพตัดต่อหรือว่าของจริงคะ?
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 30 ต.ค. 11, 16:05

ของจริงครับ

ที่น่ากลัวกว่านี้ยังมีอีก แต่ก็น่าทุเรศด้วย
เลยไม่ผ่านเซนเซอร์ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 12:08

ต่อค่ะ

ซิสซี่มีความสุขมากเมื่ออยู่ในฮังการี  ที่นี่เธอมีอิสระจะทำสิ่งต่างๆตามใจรักมากกว่าเมื่ออยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีอันเข้มงวดของราชสำนักเวียนนา   เธออยากอยู่กลางแจ้งนานเท่าไรก็ไม่มีใครว่า   ไม่ต้องทนอยู่กับงานพระราชพิธีต่างๆ อย่างเมื่ออยู้ในฐานะจักรพรรดินี
อย่างหนึ่งที่เธอทำคือตั้งโรงเรียนสอนขี่ม้าขึ้น  เธอหัดฝึกม้าเอง  ขี่ม้าวันละหลายๆชั่วโมง   นอกจากนี้ยังทำงานสาธารณกุศล  ไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลและสถานคนป่วยโรคจิต   ข้อหลังนี่อาจจะเป็นเพราะเธอเองก็ตระหนักดีถึงโรคซึมเศร้าที่คุกคามมานานหลายปี  
อาการป่วยทางจิตของซิสซี่ยังไม่หายขาด  เมื่อกลับไปเวียนนา    แต่กลายเป็นโรคหวาดระแวง (Paranoid) ทั้งๆที่เป็นหญิงงามอย่างยิ่ง  เธอก็อึดอัดไม่สบายใจที่ถูกมหาชนจับจ้องเวลาไปงานพิธีต่างๆ   เธอหาทางออกด้วยการกางร่มบังบ้าง หรือสวมผ้าคลุมหน้า หรือแม้แต่คลี่พัดบังหน้าเอาไว้  เพื่อไม่ให้ใครเห็นหน้าเธอได้ถนัด
ซิสซี่เป็นที่รักของชาวฮังกาเรียนมากเท่าใด  เธอก็เป็นที่ไม่ชอบใจของชาวออสเตรียนมากเท่านั้น   เหตุผลชัดๆคือประชาชนรู้สึกว่าเธอไม่ได้ทำหน้าที่ของจักรพรรดินีเท่าที่ควร  เพราะมัวเอาเวลาไปท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 12:16

ขอให้สังเกตวิธีขี่ม้าของซิสซี่  คือขี่แบบที่เรียกกันว่า sidesaddle  ไม่ได้นั่งคร่อมอานอย่างนักขี่ม้าสมัยนี้    
ผู้หญิงสมัยปลายศตวรรษที่ 19  ยังนุ่งกระโปรงยาวรุ่มร่าม  แม้แต่ในชุดขี่ม้า     เวลาขี่ก็คือนั่งเบี่ยงตัว วางก้นและสะโพกไว้บนอานหลังม้า  แต่ขาทั้งสองห้อยรวมอยู่ด้านเดียว
เป็นท่านั่งที่ยากมาก    ถ้าไม่ลื่นตกจากอาน ก็อาจจะหล่นจากหลังม้าได้ง่ายๆ ตอนม้าวิ่งหรือกระโจนข้ามสิ่งกีดขวาง

ซิสซี่ขี่ม้าได้วันละหลายๆชั่วโมง ถือว่าทรงตัวเก่งมาก  ยิ่งฝึกม้าเอง ก็ต้องถือว่าขี่ม้าได้ยอดเยี่ยม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 31 ต.ค. 11, 12:42

เมื่อซิสซี่เดินทางกลับเวียนนา หลังจากไปพักผ่อนต่างประเทศเสียนาน    เธอก็คืนดีกับจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ    เธอมีธิดาองค์ที่สี่และเป็นองค์สุดท้องคือเจ้าหญิงมารี-วาเลอรี่  จากนั้นความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็จบสิ้นแบบเด็กขาด  แต่ไม่ได้แตกหักแบบมองหน้ากันไม่ได้      จักรพรรดิและจักรพรรดินียังคงออกงานพิธีหลวง หรือเสด็จไปเยือนที่อื่นๆอย่างเป็นทางการร่วมกันเสมอ

เรื่องความสัมพันธ์ของจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ กับซิสซี่ ก็เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์   เพราะในสมัยโบราณ เจ้านายอภิเษกสมรสกันด้วยเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ  ไม่ได้สมัครใจ  ดังนั้นพระราชาจึงมักจะมีพระสนมมากบ้างน้อยบ้างเป็นเรื่องธรรมดา   ส่วนพระราชินีก็มีหน้าที่ผลิตรัชทายาท  จากนั้น ถ้าไม่หันเข้าหาศาสนาเป็นที่พึ่ง หรืออยู่ไปวันๆ ก็อาจจะแอบมีชู้บ้าง ไม่ให้ประเจิดประเจ้อ   เป็นที่เข้าใจเหตุผลกันได้ทั้งสองฝ่าย
แต่ชีวิตของซิสซี่กับจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ เริ่มต้นเหมือนตอนจบในเทพนิยาย  จักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟทรงหลงรักเจ้าสาวแบบเจ้าชายรักเจ้าหญิง   คือรักแต่แรกเห็น    ส่วนซิสซี่นั้นแม้ไม่ได้รักฝ่ายชายแต่แรก แต่เธอก็เต็มใจจะแต่งงานด้วย   จากนั้นทั้งคู่ก็น่าจะอยู่กันด้วยความสุขตลอดไป
  
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.065 วินาที กับ 19 คำสั่ง