เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 12548 ขนมเค้ก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 04 ต.ค. 11, 22:09

ยังหาไม่พบว่าขนมเค้กเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร   แต่คิดว่าขนมฝรั่งกุฎีจีน ที่ทำกันมาตั้งแต่อยุธยาจนกระทั่งบัดนี้ คือขนมเค้กชนิดไม่ใส่เนย
น่าจะมาพร้อมกับกำเนิดของหมู่บ้านโปรตุเกสในอยุธยา  มากกว่าตกทอดมาจากท้าวทองกีบม้าเพียงคนเดียว


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 22:21

อ.เทาชมพู คงจะหมายถึง ขนมเค้กที่ทำในรูปแบบ การตีครีม แต่งหน้าเค้กเป็นดอกไม้ ใช่ไหมครับ


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 23:55



       ขนมฝรั่งที่เรียกว่ากระดีจีนนั้น   เคยเห็นในตลาดสดบางลำภูค่ะ   ทำอยู่ใกล้ๆร้านก๊วยเตี๋ยวที่ขายลูกชิ้น

คนขายผิงขนมแล้วเกลี่ยไฟไว้บนถาดซึ่งที่จริงคือแผ่นสังกะสีแผ่นโต     อากาศแถวนั้นร้อนระอุ

เมื่อประมาณนานมาแล้ว    นักเลงเหน็บลูกขวานยังไม่มาตลาด   เลยไม่ได้เจอกัน


       เค้กนั้นเห็นว่าเจ้านายคงสร้างความนิยมขึ้น    เจ้านายที่ทรงสนใจการทำอาหารฝรั่ง  ได้ทรงเรียนวิชาจากแหม่มโดยตรง

ก็ทำเค้กไปถวายพระพันปีหลวงบ้าง    ทำแซนวิชหรู ๆ  ไปแจกตามงานหนังสือ  งานประชุมต่างๆบ้าง


       ที่บ้านผู้ปกครองทำขนมปังขิง    เค้กกล้วยหอม  และแยมโรว์เป็นส่วนมาก     ครีมเค้กต้องใช้เวลามาก  นานๆทำทีค่ะ

ไปซื้อแป้ง ผงฟู และเนยสับปะรสที่เสรีวัฒน์  สะพานหัน   มีตำราปกสีน้ำเงินบ้าง  เขียวบ้างแจก     มีขนมคับเค้ก  ที่ตัดฝาด้านบนออก

แบ่งเป็นสองส่วน   แล้วทาครีมใส่กลับลงไปในถาดขนมที่รองด้วยถ้วยกระดาษ   เรียกว่าขนมผีเสื้อ  ในตำราขนมสวยมาก

แต่ขนมที่ทำที่บ้านปีกใหญ่และหนา   แต่หอมอร่อย


       นานมาแล้วก่อนที่คุณหนุ่มจะระดมพลมาอยู่ที่เอราวัณเป็นดอนผู้กว้างขวาง   ขนมเค้กเนยที่นี่อร่อยที่สุด   

จริงๆแล้วน่าจะเป็นเค้กฟองน้ำมากกว่าเพราะนุ่มนวล

       ครีมเค้กนั้น   ม.ล.เติบ  ชุมสาย  ทำขายชิ้นละ ๑ บาท   มีลายดอกทิวลิปด้วย   ท่านใส่แยมสีต่างๆ

รู้จักมาร์มาเลดก็ตอนนั้นค่ะ
       

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 07:40


       นานมาแล้วก่อนที่คุณหนุ่มจะระดมพลมาอยู่ที่เอราวัณเป็นดอนผู้กว้างขวาง   ขนมเค้กเนยที่นี่อร่อยที่สุด   

จริงๆแล้วน่าจะเป็นเค้กฟองน้ำมากกว่าเพราะนุ่มนวล



จัดภาพหน้าร้านเอราวัณเบเกอรี่ให้ก่อน อาจจะเห็นไม่ชัดเท่าไร แต่ยังมีอีกภาพหนึ่งเห็นชัดเจน (ขอเวลาหานิดหน่อย) ขนมอบ ขนมเค้กที่แห่งนี้ยุคหนึ่งถือว่าอร่อยล้ำเลิศครับ คุณวันดีคงเห็นภาพเก่า ๆ แล้วคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ด้วยเคยแวะเวียนไปเป็นแน่แท้

ภาพเด็กน้อยขายพวงมาลัยริมรั้วศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ ปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ ยังคงทำมาหากินตามจริตที่ได้เคยมา


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 08:16



       ร้านขายขนมเค้กอีกแห่งคือชมซุยฮง    ไกลบ้านที่อยู่มาก   ท่านผู้ใหญ่พาไปด้วยให้ช่วยหิ้วของ

(การติดตามผู้ใหญ่นี่เป็นภาระกิจที่น่ารำคาญมาก    เมื่อญาติ ๆ กลับจากการไปศึกษาในต่างประเทศ  ก็ต้องเดินสาย

ไปเยี่ยมท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านพัก       กุลสตรีในสมัยนั้นไม่ได้มีรถประจำบ้านทุกคน    ส่วนมากก็ขึ้นรถเมล์ และเรียกรถสามล้อ

เบรคของรถสามล้อนั้นเป็นทองเหลือง  ตั้งอยู่หน้าพื้นรถวางเท้าของผู้โดยสาร    คนขี่สามล้อจะเหวี่ยงน่องอันกำยำล่ำสันมาทางด้านหลัง   

ระหว่างที่ขี่รถอยู่      เป็นที่ยั่วยวนและกระตุ้นความซนของนักอ่านหนังสือเก่ามาก      คิดอยู่เสมอว่าถ้าเราเขยิบ

ไปด้านหน้าเล็กน้อย แล้วเหยียบเบรคเล่น   จะเกิดอะไรขึ้น   แต่ไม่ได้มีโอกาสทำดังใจปรารถนาเลย

เนื่องจากกระโปรงนิวลุคของญาติทั้งหลายบานแผ่อยู่บนตัวของข้าพเจ้า    ขยับตัวเล็กน้อยก็จะถูกเอ็ด)


       คำว่า "ดอน"  ในวงการหนังสือเก่า  เป็นคำยกย่องสูงสุด   เพราะ "ดอน"  คือผู้กำหนดราคาซื้อขายหนังสือโบราณก่อนหนังสือ

จะเข้าสู่ตลาด    เขาเหล่านี้มีเหตุผลอันมากมายมาสนับสนุนว่าทำไมจึงต้องเรียกราคานั้น

บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 20:44

ไม่มีประสบการณ์ใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับขนมเค้ก เพราะไม่ชอบทาน และไม่ชอบทำ คนในบ้านก็ไม่ยักมีใครจะทำให้กิน

แต่ว่าคนในบ้านนี้อันได้แก่แม่และป้า เล่าความหลังเมื่อสี่สิบปีก่อนในจังหวัดชัยภูมิว่า การหาซื้อขนมเค้กยากมาก กระทั่งแยมโรลล์

ดังนั้นทั้งสองท่านสมัยยังเด็ก (๑๔ - ๑๖ ปี) สองพี่น้อง จึงได้ทำขนมแยมโรลล์ขาย ทำเสร็จก็ปั่นจักรยานไปขายที่โรงเรียน

ผลว่าขายดีมาก

แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้สนใจไต่ถามว่าแป้งอะไรไปหาซื้อที่ไหน (แต่เดาว่าน่าจะเป็นร้านขายในตลาดซึ่งทุกวันนี้เป็นที่เดียวที่มีขายในชัยภูมิ) แล้วใช้อะไรอบ

แต่ก็เดาว่าน่าจะเป็นเตาสังกะสีกระมัง เพราะเห็นใช้อบขนมผิงกัน

ตำราซื้อเข้ามาจากกรุงเทพฯ เพราะตำรานั้นทุกวันนี้ก็ยังตกอยู่ที่ข้าพเจ้า เก่าาาาาาาาาาาาาาาาาามากกกกกกกกกกกกกกกก จนไม่กล้าเปิด

อันนี้เป็นเกล็ดเล็กๆคือ ป้าบ่นภายหลังว่า แม่ไม่ช่วยทำเลย ป้าต้องตื่นแต่ตีสี่ตีห้านั่งทำเอง แล้วพอมาช่วยทำทีไร วินาศบรรลัยไปทุกครั้ง เลยให้แม่เอาไปขายอย่างเดียว

ภายหลังแม่เลยเถียงว่า อย่ามารำเลิกกันนะ ถ้าฉันไม่ไปขาย เธอเอาไปขายขายได้ไหม เห็นหน้าเศร้าหิ้วกลับมาทุกครั้งไป

เหตุเกิดเมื่อ ๔๐ ปีก่อน แต่ยังเป็นเรื่องให้ข่มกันทุกวันนี้

แต่เรื่องของเรื่อง เค้กหรือขนมรั่งในต่างจังหวัดหาได้ยากพอควร
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 22:33



       ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๘    เค้กอีกชนิดหนึ่งที่วางขาย  คือขนมเค้กลูกเกดค่ะ   มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์มาตราฐาน

แต่เมื่อสุกแล้วปล่อยให้เย็น  และเคาะกับตะแกรง    กลิ่นหอมก็ยังเตะจมูกอยู่     ในเวลานั้นลูกพรุนแคะเมล็ด

และลูกเกดมีขาย  จัดว่าเป็นของนอกและฟุ่มเฟือย       นานแสนนานจะได้ส่วนแบ่งบ้าง


       ไม่เคยเห็นเค้กสับปะรสหน้าคว่ำ    ใส่ลูกพรุนอยู่ครงกลาง     อาจเป็นเพราะเป็นของหาง่าย  หรือไม่มีตำรา

เค้กขิงมี   เค้กใบเตยไม่มี   เค้กช็อคกาแลตมี  แต่หน้าเป็นช็อคกาแลตตุ๋นในหม้อสองชั้นด้ามยาว   แล้วใส่น้ำตาล

วิธีแต่งหน้าคือคอยให้เค้กเย็นแล้วป้ายหน้าที่ผสมแล้วด้วยไม้พายยาง    ป้ายหน้าไปทางนั้นที  ทางนี้ทีด้วยซ่อม


       ฟรุตเค้กมีค่ะและไม่ชุ่มเพราะผลไม้แห้งหายาก   คนไทยจึงหั่นกล้วยตากและฟักเชื่อม  ใส่ไปอย่างหาญกล้า

ปนมะเขือเทศย้อมเขียวแดงแรงฤทธิ์             ไม่มีการแช่ผลไม้ในเหล้าบรั่นดีเลย         

บรั่นดีและตราขาว(สมัยนั้นไม่เห็นท่านผู้ใหญ่ดื่มแบ็ลค)อยู่ในตู้พิเศษของบิดา


       แม่ทอดกล้วยหอมด้วยเนยในกระทะเล็ก     ด.ญ. วันดีไม่ชอบเลย       ญาติ ๆ บอกว่าแปลกเพราะเห็นไม่เคยปฎิเสธอาหารหรือขนมอะไรเลย

ต่อมาไม่นานก็พาแม่ไปรับประทานอาหารฝรั่งเศส   แถวๆที่ดอนหนุ่มสยามตั้งแก๊งค์เลยไปทางทิศใต้สามสี่ซอย      สั่งเครปมาให้แม่ชิมด้วย

สมาชิกของกลุ่มนักอ่านส่วนมากเจอแต่กล้วยแขกทอดหน้าห้องสมุดสมเด็จกรมพระยาดำรงค์ ฯ (ร้านอาหารฝรั่งเศสเดิมปิดไปแล้วค่ะ  สหาย)


        ประมาณยี่สิบปีมานี้  ชอบคริสมาสพุดดิ้งของอังกฤษมาก    ซื้อที่แฮร์รอดขากลับ  เป็นอ่างเล็กๆ   เนื้อเค้กชุ่มฉ่ำเป็น

สีดำ   ซึ่งเคยเข้าใจว่าพุดดิ้งคือส่วนผสมเหลวๆรสมะนาวบ้าง  ช็อคกาแลตบ้าง    ตีให้ขึ้นฟูแล้วแช่ตู้เย็นไว้   บีบวิปครีมใส่นิดหนึ่ง

ถ้ามีใครอยู่แถวนั้น       ถ้าปลอดคนก็กดวิปครีมประดับเป็นวง ๆ เต็มถ้วยขนม   

       


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 23:35

ส่ง คริสมาสพุดดิ้ง ชุ่มฉ่ำ มาฝากคุณWandee ก่อนวันคริสมาสค่ะ... ยิงฟันยิ้ม

พุดดิ้งกับเค้กใช้วิธีการทำสุกที่ต่างกันค่ะ
ส่วนผสมคล้ายๆ กัน แต่พุดดิ้งใช้วิธีนึ่งให้สุกจึงใช้เวลานานกว่า ส่วนเค้กใช้วิธีอบค่ะ


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 04:36



       ความสนุกในการทำฟรุตเค้ก  คือไปซื้อหาผลไม้และนัท ที่จะนำมาแช่บรั่นดีค่ะ

ในเมืองใหญ่ๆของโลก    ดีพาร์ทเม้นสโตว์ก็จะจัดแสดงวัสดุและเครื่องปรุงอาหารและขนมกันเป็นการมโหฬาร

แม่บ้านแต่คนก็มีตำราต่างกันออกไป    ความรื่นเริงของสมาชิกในครอบครัวคือการที่ได้มาอยู่ร่วมกัน  กินอาหารพร้อมหน้ากัน


       ขนมเค้กอีกหนึ่งแบบที่ทำได้  และชอบทำคือเค้กฟองน้ำค่ะ      ใช้ไข่แดงเป็นหลัก     เนื้อเค้กจะนุ่มแต่ยึดติดกัน

หน้านั้นก็แล้วแต่ชอบ    เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆหลายคน(มีหลานและลูกเพื่อนบ้านเป็นผู้ชายทั้งนั้น) ได้นั่งเก้าอี้สูงในครัว

และติการทำเค้ก   ชมไม่ค่อยมี      แต่ขนมพร่องไปมากค่ะเพราะพวกเขาต้องชิมหลายชิ้นก่อนจะวิจารณ์

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 11:39

ขอแซวเล็กน้อย...ดีนะครับที่ ด.ญ. วันดี มิได้ชอบทานกล้วยหอมทอด หากชอบขึ้นมาจะเป็นเช่นไรหนอ  ฮืม

ตอนที่ยังเป็น ด.ช.หนุ่มสยาม จำได้ว่าเค้กจะแต่งหน้าไม่สวยงามเหมือนสมัยนี้ มีแต่ครีมหนา กับกลีบดอกไม้กุหลาบเป็นริ้ว ๆ เพื่อนเคยเหน็บให้ว่าไม่ชอบทานเค้กแบบนี้ที่เป็นเค้กวันเกิดเท่าไร ออกไปแนว "เค้กจีน" หรือ "เค้กประเพณี" กันเกินไป ต้องจักดอด จักกลีบ ขอบข้างต้องเป็นริ้ว ๆ สีขาว สีชมพู สีแดง ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ช่างเข้าใจเทียบเสียจริง


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3930


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 21:29

ขอเรียนถามเรื่องราวเกี่ยวกับ..เค้กราชปะแตน.. ครับผม

ของเดิม ของแท้เป็นอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 16:27

ยังไม่มีเวลาจะร่วมวงนานๆ  ขอแก้ตัวด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมใบนี้ค่ะ
เห็นครั้งแรก  ใครจะคิดว่าเป็นขนมเค้ก  


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30716

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 16:39

กระป๋องเป๊ปซี่ ก็เค้ก  วางอยู่บนเค้กเช่นกัน


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10759



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 16:48

ขอเรียนถามเรื่องราวเกี่ยวกับ..เค้กราชปะแตน.. ครับผม

ของเดิม ของแท้เป็นอย่างไรครับ

ใช้อินทรเนตรสอดส่องได้ ข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้

สมัยโบราณเค้กนี้ถูกเรียกว่า Royal Cake หรือ เค้กราชประแตน ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษว่า ราชา-แพตเทิร์น หมายถึงเค้กที่นิยมโดยชนชั้นสูงรับราชการรับใช้แผ่นดินที่แต่งชุดนี้และเพราะได้รับอิทธิพลจากยุโรปโดยเฉพาะการรับประทานน้ำชาและเค้กยามบ่าย จึงได้มีการอบเค้กนี้โดยใช้ส่วนประกอบชั้นดีราคาแพงที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

ส่วนรายละเอียดลึก ๆ อ่านได้จาก พันทิป



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3930


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 18:23

กระป๋องเป๊ปซี่ ก็เค้ก  วางอยู่บนเค้กเช่นกัน

เข้าใจทำนะครับ
สะดุดใจในทันทีก็คือ แล้วจำนวนประป๋องที่ทำด้วย Cake นั้น จะเป็นตัวแทนของน้ำในปริมาณเท่ากับ 1 Keg ที่ใช้กันตามงานเลี้ยงหรือไม่
ปรากฎว่าไม่ครับ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง