วีรเวร-วีรกรรมของร.ล.ธนบุรีในยุทธนาวีที่เกาะช้าง

<< < (31/43) > >>

NAVARAT.C:
เช้าวันรุ่งขึ้น ๑๘มกราคม ตอนบ่าย ฐานบินจันทบุรีได้รับวิทยุจากกองทัพเรือแจ้งว่า มีเรือข้าศึกขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาโจมตีเรือของเราที่แหลมสิงห์อีก ขอให้ส่งเครื่องบินไปช่วยเหลือด่วน ผบ.ฝูงจึงสั่งให้ร.ท.ประสงค์นำหมู่ออกไปโจมตีเรือรบข้าศึก คราวนี้ทั้ง๓เครื่องติดระเบิด๒๕๐ก.ก. กะจะดำลงซัดแบบเผาขนให้อยู่หมัด แหลมสิงห์อยู่ใกล้กันนั้นเอง บินประเดี๋ยวเดียวก็ถึง มองเห็นจำได้ว่าเป็นร.ล.ศรีอยุธยากำลังวิ่งไปทางแหลมงอบ จึงมุ่งบินผ่านไปหาเรือข้าศึก ในใจคิดว่าต้องเป็นขนาดใหญ่พอๆกับเรือลามอตต์ ปิเกต์ลักลอบเข้ามาโจมตีซ้ำ แต่บินวนเวียนเที่ยวหาไปจนถึงสัตหีบก็ไม่พบ เลยนำหมู่บินกลับ ลงถึงพื้นผบ.ฝูงบอกว่าเป็นห่วงอยู่กลัวจะไปถล่มเรือศรีฯเข้า พอบินขึ้นไปแล้วได้รับวิทยุจากทัพเรือ ขอโทษมาว่าแจ้งผิด ที่ว่าเรือข้าศึกนั้นที่จริงคือเรือศรีอยุธยา

นับเป็นโชคของร.ล.ศรีอยุธยาที่มิได้โดนระเบิดจากเครื่องบินจมในครั้งนั้น แต่รอดมาก็เคราะห์ร้าย ถูกจมลงในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าสะพานพุทธฯด้วยฝีมือดำดิ่งทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศไทยในคราวกบฏแมนฮัตตั้นจนได้

NAVARAT.C:
การรบที่เกาะช้างยุติในวันนั้น และไม่มีเหตุการณ์ปะทะใดๆในแนวรบด้านนี้อีก จนกระทั่งวันมีคำสั่งให้หยุดการรบในวันที่๒๘มกราคม๒๔๘๔ ตามที่ญี่ปุ่นได้ยื่นมือเข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

แผนกประวัติศาสตร์ กองทัพเรือฝรั่งเศสสรุปความเสียหายของฝ่ายไทยในการรบที่เกาะช้างว่า ทำให้กำลัง๑ใน๓ของกองทัพเรือไทยใช้การไม่ได้อีกต่อไป โดยบรรยายรายละเอียดว่า

๑  เรือตอร์ปิโดทันสมัย๓ลำ ถูกจู่โจมโดยไม่รู้ตัวและถูกยิงจมลงในช่วงแรกของการรบ หมายเลขของเรือที่อ่านได้คือ หมายเลข๑๑ ๓๒ ๓๓ ซึ่งก็คือเรือตราด เรือชลบุรี และเรือสงขลา

๒  การรบช่วงที่๒ เป็นการต่อสู้ทางด้านตะวันออกของเกาะช้าง เรือธนบุรีได้ถูกเรือลามอตต์ ปิเกต์ทำลายทิ้งไว้แถวนั้นในสภาพย่ำแย่และมีเพลิงลุกไหม้ ฝ่ายไทยพยายามนำเรือเข้าเกยตื้นเพื่อไม่ให้เรือจม แต่เนื่องจากเสียหายมากจากการสู้รบ เรือจึงล่มลงในเขตน้ำตื้นแถบฝั่งแหลมงอบ

๓  แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่า เรือยามฝั่งอีกลำหนึ่งที่ชื่อศรีอยุธยาอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ และดูเหมือนจะเป็นลำนี้เองที่ถูกตอร์ปิโดของเรือลามอตต์ ปิเกต์ ถึงแม้ว่าจะได้รับความเสียหายหนัก แต่เรือศรีอยุธยาก็ยังสามารถแล่นหนีไปได้พ้น  และได้แล่นเข้าไปในแม่น้ำจันทบูรณ์โดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นแล้วก็ไปเกยตื้นอยู่ที่นั่น การเกยตื้นนี้ทำให้เรือใช้การไม่ได้อีกเลย จนบัดนี้(๒๔๙๐)ยังเกยสันดอนอยู่ที่จันทบูรณ์ โครงเรือยังพอเห็นได้เวลาน้ำลง
เรือศรีอยุธยานั้น เมื่อเครื่องบินของเรามาสังเกตุการณ์ที่เกาะช้างไม่เห็นเรือลำนี้ แต่มีคนเห็นอยู่ที่สัตหีบ คงเดินทางมาตอนกลางคืนเพื่อสับเวรกับเรือธนบุรี ทำให้กองเรือเฉพาะกิจของเราเผชิญหน้ากับเรือปืนยามฝั่งทั้ง๒ลำ ที่กำลังเปลี่ยนเวรกันพอดีเข้าโดยบังเอิญ

๔  กองทัพเรือไทยเสียเรือรบสำคัญ๒ลำที่มีศักยภาพจะต่อตีกับเรือลามอตต์ ปิเกต์ในอ่าวไทยได้ ในท้ายที่สุด การสูญเสียกำลังพลของไทยในครั้งนี้ใหญ่หลวงมาก เมื่อการรบยุติลงแล้ว จากจำนวนลูกเรือทั้งหมด๔ลำ มีผู้รอดชีวิตเพียง๘๒คนเท่านั้น

ข้อความข้างต้น สิ่งพิมพ์ทางการทหารทั้งหลายของฝ่ายตะวันตกต่างใช้อ้างอิงในการเขียนประวัติศาสตร์การยุทธทางเรือระหว่างฝรั่งเศสกับไทย ติดต่อกันมาช้านาน แม้ที่ขยายขึ้เท่อกันในอยู่เวปสมัยปัจจุบัน

จริงอยู่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลที่จะอ้างชัยชนะ ฝรั่งเศสนั้นแน่นอน เพราะจมเรือรบเราได้ในขณะที่เขาไม่ได้เสียหายอะไรมาก แต่หากเปรียบเทียบเป้าหมายใหญ่ที่เขาตั้งใจจะไปยิงถล่มฐานทัพเรือสัตหีบ หรือตัวเมืองจันทบุรีให้ย่อยยับแล้ว สิ่งที่เขาได้ไปจากสมรภูมิที่เกาะช้าง นับว่าเป็นผลงานที่ต่ำกว่าความต้องการมาก
 
สำหรับไทยเราแล้วเห็นว่า การที่ร.ล.ธนบุรีชึ่งเล็กกว่าเรือลามอตต์ ปิเกต์ถึง๔เท่า แต่สามารถสัปยุทธกับเรือฝรั่งเศส แบบเด็กคนเดียวถูกผู้ใหญ่รุม๕ต่อ๑ แต่ยังสามารถยันเอาไว้ได้ถึงสองชั่วโมง มิให้กองเรือศัตรูผ่านไปทำลายเป้าหมายที่สำคัญกว่าได้ต้องหันหลังกลับในที่สุด ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งแล้วในการป้องกันมาตุภูมิ

รายงานของฝรั่งเศสโอ้อวดเกินความจริงตลอด เรือรบที่เขาคิดว่าจมเราได้๕ลำนั้น ความจริงเพียง๓ลำ ที่สำคัญ เขาคิดว่าเขาฆ่าเราได้มากมายโดยระบุว่ากำลังพลทั้งหมดของเราเหลือรอดเพียง๘๔คนเท่านั้น
การรบที่เกาะช้าง เราเสียทหารกล้าไปเพียง๓๖นาย จากจำนวนทหารบนเรือรบ๓ลำทั้งหมด๒๓๔นาย เท่ากับ๘.๕๓%ของกำลังพลทั้งหมด ถือว่าน้อยกว่าที่ฝรั่งเศสเข้าใจมาก

และชัยชนะหลายอย่างของเขา เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย เหตุการณ์สำคัญอย่างน้อยก็๕ครั้งที่มิใช่ความผิดของฝ่ายไทย แต่เป็นเวรกรรมแท้ๆที่บรรดาลให้เกิดขึ้น และเป็นคุณต่อศัตรู

วีรเวร-วีรกรรมของร.ล.ธนบุรีในยุทธนาวีที่เกาะช้างจบลงแล้วที่บรรทัดนี้ แต่วีรกรรมของเหล่าทหารเรือผู้กล้าในการรบครั้งนั้นยังไม่จบ แต่จะยังคงอยู่ในหัวใจของคนไทย ให้บอกเล่ากันต่อๆไปชั่วลูกชั่วหลาน


R-Z1a0dpx7M&feature=related

เทาชมพู:
หลักฐานทางฝ่ายฝรั่งเศสที่ลงไว้ในวิกิพิเดีย    ให้น้ำหนักฝรั่งเป็นฮีโร่ตามเคย  ช่วยผู้ประสบภัย  ได้ชัยชนะด้วย

Thonburi shifted fire back to Lamotte-Picquet after a salvo from the French cruiser put her after turret out of action. Soon she reached the safety of shallow water which the French ships could not enter for fear of grounding, but it all came too late for the hapless Thais as Thonburi was burning fiercely and listing heavily to starboard. Her remaining turret was manned and hand and could not fire unless the maneuvers of the ship put it in appropriate position. At 07:50, Lamotte-Picquet fired a final salvo of torpedoes at 15,000 meters (16,404 yards) but lost sight of Thonburi behind an island from which she was not seen to emerge.

For the next hour, the French ships patrolled the area, picking up survivors and ensuring their victory was total. At 08:40, Bérenger ordered the squadron to head for home, but this coincided with the start of the expected Thai air attacks. Thai planes dropped several bombs close to Lamotte-Picquet and scored one hit, although the bomb failed to explode. Lamotte-Picquet's anti-aircraft guns put up a vigorous barrage and further attacks were not pressed home. The final raid departed at 09:40, after which the victorious French squadron returned to Saigon.

เทาชมพู:
ควรถือว่าการต่อสู้อย่างทรหดของทหารเรือไทย ทำให้แผนของฝรั่งเศสที่จะโจมตีไทยไม่เป็นผลสำเร็จ   ต้องล่าถอยกลับไป   แม้ฝ่ายฝรั่งเศสก่อความเสียหายให้เรือรบของไทยอย่างหนัก   แต่ทางไทยก็ป้องกันประเทศไว้ได้
ส่วนจะไปคุยว่าเป็นชัยชนะทางฝ่ายฝรั่งเศส    ก็คุยไป   เหมือนในปัจจุบันนี้ก็มีคนอเมริกันจำนวนมากเชื่อว่าอเมริกาไม่ได้แพ้สงครามเวียตนาม
ขอบคุณคุณ Navarat.C  สำหรับเรื่องดีๆ ปลุกสำนึกคนไทยที่รักชาติค่ะ

siamese:
ขอบคุณครับ อ.Navarat.C เพลงวอลซ์นาวีชอบมากครับ และเพลงดอกประดู่ โดยเสด็จกรมหลวงชุมพร ยังร้องได้ก้องอยู่เสมอครับ

หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป
ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ
เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน
ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา


พวกเราจงดู รู้เจ็บแล้วต้องจำ
ลับดาบไว้พลาง ช้างบนยอดกาฟฟ์จะนำ
สยามเป็นชาติของเรา ธงยอดเสาชักขึ้นทุกลำ
ถึงเรือจะจมในน้ำ ธงไม่ต่ำลงมา


เกิดมาเป็นไทย ใจร่วมกันแหละดี
รักเหมือนพี่เหมือนน้อง ช่วยกันป้องปฐพี
สยามเป็นชาติของเรา อย่าให้เขามาย่ำมายี
ถึงตายตายดี ตายในหน้าที่ของเรา


พวกเราทุกลำ จำเช่นดอกประดู่
วันไหนวันดี บานคลี่พร้อมอยู่
วันไหนร่วงโรย ดอกโปรยตกพรู
ทหารเรือเราจงดู ตายเป็นหมู่เพื่อชาติไทย

http://www.youtube.com/watch?v=7k_EBc63mno



นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว