เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 15
  พิมพ์  
อ่าน: 69327 วีรเวร-วีรกรรมของร.ล.ธนบุรีในยุทธนาวีที่เกาะช้าง
Diwali
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 01 ต.ค. 11, 23:45

เข้ามาลงชื่อว่าตามอ่านอยู่นะครับ


เรื่องนี้ เรียนตามตรงว่า เพื่อนๆผมหลายคนยังไม่รู้เรื่องเลย
ตัวผมเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก


ดังนั้นขอทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนไทยทั่วไปนะครับ
คือ นั่งฟังเฉยๆ ถ้าคุณครูไม่ถาม ก็จะไม่ส่งเสียงนะครับ
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 05:33

เนื่องจากผมได้ไปเขียนเชิญชวนชาวพันทิปให้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ด้วย คุณzodiac28จึงได้ท้วงติงผมในเรื่องของการสะกดชื่อคนฝรั่งเศส
ตามลิงค์นี้

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11139158/X11139158.html

ดังนั้น ที่ผมเขียนไปคือ
พลเรือเอกฌอง เดกูซ (Jean Decoux)   ที่ถูกควรจะเป็น ฌอง เดอกูซ์  
พลเรือตรี จูลร์ เตร์โฮ้ซ (Jules Terraux) ที่ถูกควรจะเป็น ชูล แตโฆ
นาวาเอกเรจีส์ เบรังเยร์ (Régis Bérenger) ที่ถูกควรจะเป็น เฆชี เบฆองเช่

แต่ผมขออนุญาตที่จะเขียนชื่อผู้บังคับการเรือฝรั่งเศสว่าเบรังเยร์ต่อไปตามแบบที่คนไทยเขียนมาเจ็ดสิบปีแล้ว และนี่ก็เข้าไปตั้งครึ่งต่อนเรื่อง ไปเปลี่ยนเข้าเดี๋ยวจะทำให้สับสนว่าเป็นคนละคนกัน

เป็นอันว่า ท่านทั้งหลายโปรดรับทราบตามที่คุณzodiac28ได้กรุณาทักท้วงก็แล้วกัน

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 10:53

๐๖๒๐ ร.ล.ธนบุรีถอนสมอขึ้นพ้นน้ำ เครื่องดีเซลเริ่มทำงานหมุนใบจักรให้เรือเคลื่อนตัวออกอย่างช้าๆจากบริเวณเกาะลิ่ม หมุนตัวไปตามทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลยามนั้นมีหมอกบางๆทัศนวิสัยไม่สู้จะดีนัก คลื่นสงบ อากาศค่อนข้างเย็น ร.ล.หนองสาหร่ายและร.ล.เทียวอุทกวิ่งจากไปแล้วหลังได้รับสัญญาณธงสองมือ ผู้บังคับการสั่งไม่ให้ตามมาเพราะเรือทั้งสองไม่ใช่เรือรบ เดี๋ยวจะพลอยโดนลูกหลงให้เสียของเปล่าๆ

เสียงยามบนสะพานเดินเรือที่ตะโกนเมื่อหลายนาทีที่ผ่านมาว่าเห็นเรือลามอตต์ปิเกต์ที่ปลายเกาะช้าง ปลุกประสาททหารทุกคนในเรือให้ตื่นตัวอย่างถึงขนาด เจ้ายักษ์ใหญ่กำลังมุ่งหัวเรือไปสู่ทิศตะวันออก ระหว่างเกาะง่ามกับเกาะไม้ซี้ แลเห็นแสงไฟแลบจากปากกระบอกปืนที่ยิงไปทางทิศทางเกาะง่ามเป็นประกายตลอดเวลา ผู้บังคับการเดินไปทางท้ายของสะพานเดินเรือพลางตะโกน“เรือลามอตต์ปิเกต์อยู่ที่หลังเกาะนั่นไง สู้มัน ไม่ต้องถอย” และชี้มือให้พวกที่อยู่บนสะพานควบคุมปืนเบาทำการวัดระยะยิง

ขณะนั้นเรือลามอตต์ปิเกต์กำลังจะแล่นเข้าบังเกาะไม้ซี้  ร.ล.ธนบุรี เริ่มสอบศูนย์จากศูนย์รวบเพื่อสับไฟให้ใช้ยิงที่ศูนย์ควบคุมการยิง เมื่อไฟสัญญาณทุกดวงติดขึ้นแสดงว่าปืนทั้งสองป้อมพร้อม ต้นปืนจึงปรับกล้องเครื่องเล็งจับเป้าหมายกะว่าถ้าหัวเรือลามอตต์ปิเกต์โผล่พ้นเกาะไม้ซี้ จะซัดตับแรก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 10:58

ตั้งแต่ที่ได้ยินแตรรบ ทหารประจำป้อมท้ายทุกคนก็กระโดดเข้าไปในป้อมทีละคนอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าไปแล้วก็ถอดเสื้อออก เข้าประจำหน้าที่ของตนโดยเคร่งครัด ไม่มีใครแสดงอาการตื่นเต้นวิตก นายป้อมสั่งการให้พลประจำปืนกระบอกซ้ายเติมอากาศเข้าเครื่องนำปืนกลับที่พร่องอยู่เล็กน้อยให้เต็ม(ปืนใหญ่เมื่อยิงแล้วจะถอยหลัง ต้องมีเครื่องดึงกลับเข้าที่) และสั่งให้ผู้ช่วยนายป้อม (ร.ต.เปล่ง เฉ่งพาณิช)เร่งพลประจำห้องเครื่องแรงน้ำมัน(เครื่องไฮโดรลิก)ให้รีบเดินเครื่องโดยเร็ว เพื่อที่จะได้เดินเครื่องลำเลียงกระสุน ลำเลียงนัดดิน หันป้อม ฯลฯ ได้

ขณะนั้นเองที่หอควบคุมการยิงก็ได้ส่งสัญญาณมาให้ทำการสอบเข็มเครื่องรับมุมหันของป้อมและมุมกระดกของปืนให้ตรงกับเข็มของศูนย์รวบที่หอควบคุมการยิง นายป้อมได้หันไปถามพลกระดกขวา(พ.จ.ต.ชม) และพลกระดกซ้าย(จ.ต.เฟี้ยม สกุลมั่น)ว่าตรงหรือยัง ทั้งสองตอบว่า ตรงแล้ว นายป้อมหันจะไปถามพลหันป้อมที่นั่งประจำที่อยู่ระหว่างปืนทั้งสอง เพื่อจะถามดูอีกว่าตรงหรือไม่ แต่ก็ต้องใจหายวูบเพราะไม่เห็นพลหันป้อมนั่งอยู่ตรงนั้น ถามผู้ช่วยนายป้อมได้ความว่า ผู้บังคับการสั่งให้ไปประจำที่เกาะง่ามชั่วคราวเพื่อวัดระดับน้ำตั้งแต่เย็นวันวาน นายป้อมมองไม่เห็นใครจะแทนได้เพราะทุกคนต่างมีหน้าที่หมด จึงกระโดดเข้านั่งทำหน้าที่แทน

ในช่วงนั้น เมื่อทางหอควบคุมการยิงได้ส่งสัญญาณให้สับสวิตช์ไฟเครื่องรับมุมหันกับเครื่องรับมุมกระดก พลกระดกทั้งสองก็สับสวิตช์รับไปแล้ว ทั้งลูกปืนและนัดดินถูกบรรจุเข้าไปในลำกล้องเรียบร้อย พลลูกเลื่อนปิดท้ายลำกล้องและสับสวิตช์ไฟแสดงปืนพร้อมไปยังหอควบคุมการยิงแล้ว ทำให้หอควบคุมการยิงเข้าใจว่าปืนท้ายพร้อมยิง ทั้งๆที่เครื่องรับมุมหันของป้อมยังไม่ได้สับสวิตช์ไฟ เมื่อนายป้อมลงไปนั่งประจำที่นั้น ทางหอควบคุมการยิงกำลังหันเครื่องเล็งเพื่อจะจับที่หมายเรือข้าศึก แต่นายป้อมหมดหนทางจะที่จะทราบว่าทิศทางนั้นอยู่กราบใด องศาใดเพราะเข็มรับมุมกับเข็มสั่งมุมหันคลาดเคลื่อนกัน  จึงรีบรายงานให้หอบังคับการทราบ

เมื่อพบว่าป้อมท้ายยังไม่พร้อม ผู้บังคับการหลวงพร้อมฯจึงสั่งหยุดเรือ หักหางเสือซ้ายหมด เพื่อชะลอให้เรือบังเกาะไม้ซี้ใหญ่อยู่ก่อน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 10:59

ตอนที่ร.ล.ธนบุรีเริ่มถอนสมอนั้น ยามบนเรือแอดมิรัล ชาร์แนร์ได้สังเกตุการณ์เห็นและรายงานผู้บังคับบัญชาว่ามีเรือรบไทยอยู่อีกสองสามลำ ซึ่งก็ได้แจ้งต่อไปยังผู้บังคับการเรือลามอตต์ปิเกต์ทันที เบรังเยร์เห็นแล้วแต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นเรืออะไร เพราะยังอยู่ไกลมาก พอดีเรือเข้ากำบังเกาะไม้ซี้


เวลาเดียวกัน นายป้อมใช้ปฏิภาณอันเกิดจากการได้ฝึกหัดอยู่เสมอ รีบหันป้อมไปทางกราบขวาทำมุม๙๐องศา เสร็จแล้วรีบรายงานให้หอควบคุมการยิงให้หันหอไปไว้ที่มุม๙๐องศาเช่นกัน เมื่อหันเสร็จแล้วบอกลงมา นายป้อมก็สับสวิตช์ไฟเครื่องรับมุมหันทันที เป็นอันว่าเข็มตรงกันทั้งศูนย์ทั้งป้อม ปืนทุกกระบอกของร.ล.ธนบุรีพร้อมที่จะยิงภายใต้การบังคับของศูนย์รวบเพื่อทำการรบได้แล้วแต่บัดนั้น


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 15:59

๐๖.๓๐ หลังจากเสียเวลาไป๕นาทีผู้บังคับการหลวงพร้อมฯสั่งเดินหน้าเต็มตัวทั้งสองเครื่อง “เตรียมรบกราบขวา ที่หมายเรือลาดตระเวนข้าศึก”

๐๖.๓๔  เรือลามอตต์ปิเกต์ โผล่ทางด้านตะวันออกของเกาะไม้ซี้ใหญ่ และเริ่มยิง ร.ล.ธนบุรีทันที กระสุนตับแรก๔ นัดของฝรั่งเศสตกสูงห่างไป ๓๐๐ เมตร ตับที่ ๒ตกตรงแต่ต่ำ ห่างเรือ ๕๐ เมตร ฝอยน้ำสูงเสมอหัวเรือ กระสุนที่ระเบิดในน้ำมีสีต่างๆกัน มีทั้งสีเขียว สีขาว สีคราม  ร.ล.ธนบุรีเริ่มยิงได้หลังจากเรือฝรั่งเศสยิงมาแล้ว๒ตับ โดยยิงตับแรกทั้งป้อมหัวและป้อมท้าย ตั้งระยะ ๑๓,๐๐๐ เมตร ทางฝรั่งเศสบอกว่ากระสุนปืนของไทยตกต่ำไปตั้ง ๒,๐๐๐ เมตร (ตกลงมีการทำ Calibration หรือเปล่าเนี่ย?)
 
การยิงของปืน๘” ปกติจะช้ากว่าปืน๑๕๕ม.ม.ของฝรั่งเศสสองเท่าครึ่งอยู่แล้ว แปลว่า ระหว่างที่ไทยยิงไป๒ตับ๔ นัด จะโดนยิงกลับมา๕ตับ ถ้าพร้อมกันทุกกระบอกก็เท่ากับ๔๐นัด ถ้าเรายิงเขาไม่แม่นประเภทหม้ดเดียวจอด ปล่อยให้เขารัวหมัดชุดได้ก็จะไปเหลืออะไร

เรือลามอตต์ปิเกต์ยิงตับที่๓ บางนัดตกสูงบางนัดตกต่ำ ห่างจาก ร.ล.ธนบุรี ๑๕๐ เมตร

๐๖๔๘ เรือฝรั่งเศสตรวจกระสุนตกได้ว่าคร่อมเป้า จึงรีบยิงตับที่๔ซ้ำ ตับนี้เองที่โดนร.ล.ธนบุรีหลายนัด นัดหนึ่งโดนท้ายเรือบริเวณห้องกลาสีจนทะลุน้ำทะเลเริ่มไหลเข้าได้ กระสุนอีกนัดหนึ่งทะลุลำเรือเข้าไประเบิดใต้ดาษฟ้า บริเวณลำเลียงลูกปืนเบา ทหารตายตรงนี้ทันที๒ศพ บาดเจ็บสาห้สนับสิบ แต่ปืนใหญ่ของร.ล.ธนบุรีก็ยิงตอบโต้ไม่ลดละตามที่หอควบคุมการยิงสั่ง

ขณะชุลมุนกันอยู่นั้น ประกายไฟจากกระบอกปืนของเรือลามอตต์ปิเกต์ก็แวบขึ้นอีก เพียงครู่เดียวกระสุนตับนี้ก็ตกคล่อมร.ล.ธนบุรี ที่ลงทะเลก็ระเบิดขึ้นน้ำสูงเป็นช่อลำตาล แต่นัดหนึ่งนั้นได้รางวัลเหรียญทอง เพราะโดนหอบังคับการตรงมุมด้านกราบขวาของห้องรับแขกนายพลเข้าไประเบิดข้างใน แรงระเบิดทะลุเพดาน ซึ่งก็คือพื้นของห้องที่เป็นสมองของเรือ สะเกิดระเบิดตัดขาขวาผู้บังคับการหลวงพร้อมฯขาดสิ้นสติโดยทันที จ่าประจำพังงาถือท้ายขาขาดสองข้าง จ่าคุมเข็มถือท้ายและจ่าสื่อสารบาดเจ็บสาห้ส ต้นหนและทหารอีกคนหนึ่งบาดเจ็บเลือดโทรมกาย ตั้งสติได้เห็นเครื่องถือท้ายพังพินาศไปแล้วก็วิ่งออกจากหอบังคับการไปยังท้ายเรือ เพื่อจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องถือท้ายสำรองแทน แต่เครื่องเจ้ากรรมก็เกิดติดขัดอีก ขณะทำการแก้ไขนั้น เรือที่ไม่สามารถบังคับได้ก็เริ่มหมุนเลี้ยวเป็นวงกลมด้วยความเร็วเท่าเดิม

หอบังคับการเป็นส่วนสำคัญของเรือที่ถูกออกแบบไว้ให้มีเกราะโค้งหนาถึง๔”เพื่อป้องกัน แต่ลูกปืนนัดนั้นโดนผนังส่วนบางที่อยู่ต่ำลงมานิดเดียวแล้วเข้าไประเบิดใต้สมองของเรือพอดี ทำให้ร.ล.ธนบุรีขาดประสิทธิภาพในการรบเร็วไปหน่อย ทั้งๆที่ยังออกอาวุธได้ แต่เมื่อไร้ระบบควบคุมก็หมดพิษสง

กระสุนนัดนั้นนับว่าโชคเป็นของฝรั่งเศส ซวยเป็นของไทย ครั้งที่๓


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 02 ต.ค. 11, 16:37

เรือที่หมดสภาพ วิ่งหมุนซ้ายเป็นวงกลมอยู่ถึง๔รอบด้วยความเร็ว๑๔น๊อตนั้น เบรังเยร์กลับไปเขียนรายงานว่า เมื่อโดนยิง ร.ล.ธนบุรีได้แสดงชั้นเชิงการสู้รบอย่างเก่งกาจด้วยการเลี้ยวเรือวนไปมาจนเรือรบฝรั่งเศสไม่สามารถจับทิศทางเพื่อจะเล็งกล้องยิงให้ถนัดถนี่ได้ และเรือรบอื่นยังต้องระวังให้อยู่ห่างเพราะคิดว่าร.ล.ธนบุรีใช้ยุทธวิธีใหม่คือยิงแล้วเลี้ยวหันท้ายเรือให้ข้าศึกเข้ากำบังกลุ่มควัน และยังยิงโต้ตอบตลอดเวลา

บรรยากาศในห้องปืนท้ายนั้น มารู้สึกว่าผิดปกติก็ตอนที่เห็นเข็มสั่งมุมหันจากศูนย์รวบหมุนเร็วไม่ธรรมดา เดี๋ยวสั่งให้หมุนไปยิงทางกราบซ้าย เดี๋ยวสั่งให้ยิงทางกราบขวา บางครั้งสั่งให้ทำการยิงทั้งๆที่มุมหันของป้อมยังไม่ตรง แต่นายป้อมก็พยายามยิงออกไปอย่างต่อเนื่องเท่าที่จะทำได้ เพราะเห็นว่าเป็นการปลุกขวัญทหารในป้อมว่าเราไม่เป็นอะไร จนกระทั่งได้รับคำสั่งจากหอควบคุมการยิงให้ยิงอิสระ นายป้อมจึงสั่งให้พลกระดกใช้กล้องที่ปืนเล็งเป้า กระบอกใครกระบอกมัน โดยตนเองในหน้าที่พลหันป้อมก็พยายามหันป้อมให้ตรงกันกับเรือข้าศึก และต้องทำหน้าที่หลักในการตรวจกระสุนตก ซึ่งนายป้อมควรจะต้องขึ้นไปนั่งที่ช่องเหนือหลังคาป้อมเพื่อให้เห็นถนัด การที่ต้องส่องกล้องดูจากที่นั่งของผลหันป้อมนั้น ทำได้ยากเพราะควันปืนจะคลุ้งบดบังกล้องตลอดเวลา

ช่วงนี้เองที่เรือสรุปของฝรั่งเศสคือเรือแอดมิรัล ชาร์แนร์กับเรือดูมองต์ ดูวิลล์โผล่เข้ามาช่วยแจม  นายป้อมได้ยินจ.ท.เฟี้ยม พลยิงกระบอกซ้ายบอกว่าได้เห็นเรือข้าศึกถูกกระสุนระเบิด มีควันแดงๆพลุ่งขึ้นบริเวณกลางเรือ นายป้อมซักว่าแน่หรือ ไม่ใช่ไฟแลบจากปากกระบอกปืนเรือนะ จ.ท.เฟี้ยมก็ยืนยันว่าใช่แน่ นายป้อมจึงร้องไชโยขึ้น ทหารในห้องปืนก็ไชโยตาม พวกที่อยู่ในห้องลำเลียงกระสุนและห้องนัดดินข้างล่างได้ยินเสียงไชโยก็ไชโยโห่ร้องกันยกใหญ่ ทหารได้รับการปลุกขวัญอย่างดีก็ช่วยกันทำการให้ยิงได้อย่างรวดเร็วหวังจะให้ถูกข้าศึกมากขึ้น แต่ผลเป็นประการใดไม่ทราบเพราะควันปืนบังหมดมองไม่เห็น

เรือที่โดนยิงนั้น ผมคิดว่าเป็นเรือสรุปไม่ลำใดก็ลำหนึ่งเพราะเบรังเยร์เขียนว่า เมื่อเรือสรุปถูกระดมยิงจากเรือยามฝั่งของไทยอย่างแม่นยำจึงได้ทำการทิ้งวัตถุระเบิดต่างๆลงน้ำตามที่แนะนำกันไว้ แต่ไม่ได้บอกชื่อเรือ และกลับรายงานในตอนท้ายว่าไม่มีลำใดเสียหายจากลูกปืนของร.ล.ธนบุรีเลย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 03 ต.ค. 11, 08:23

ขณะที่เรือหมุนเป็นวงกว้างๆอยู่นี้ เรือฝรั่งเศสทั้ง๕ลำยังระดมยิงมาอย่างหนาแน่นแต่กระสุนส่วนใหญ่ไม่ถูก บนเรือ ต้นเรือและสรั่งเรือพยายามสั่งการให้ลูกเรือที่ไม่มีหน้าที่เฉพาะให้ช่วยดับไฟดับที่ลุกลามในห้องรับแขกนายพลแต่ก็ไม่ค่อยจะได้ผล  แถมยังโดนกระสุนเข้าอีกนัดหนึ่งบนดาดฟ้ากราบซ้ายแล้วทะลุลงใต้หลังคา ตัดแป๊บน้ำดับเพลิงขาดน้ำเจิ่งนองไปทั่ว แล้วหัวกระสุนนัดนั้นได้ระเบิดขึ้นในห้องพันจ่ากราบขวา ฉีกเหล็กผนังเรือโหว่เห็นทะลุจากภายนอก ทำให้เกิดไฟไหม้เครื่องนอนในห้องอีกจุดหนึ่ง

ตอนที่กระสุนลูกแรกๆเจาะท้ายเรือใต้แนวน้ำเข้าไประเบิดในห้องกลาสีนั้น คนในป้อมท้ายรู้หมด แต่ก็….ช่างหัวมัน ถ้าปืนยังยิงได้คนยังยืนอยู่ ก็สู้ต่อไปอย่างเต็มที่ นายป้อมได้ยินเสียงข้างล่างตะโกนบอกว่าไฟกำลังลุกในห้องแรงน้ำมัน จึงสั่งให้ปิดห้องเสียแต่ควันไฟและเปลวก็ยังพลุ่งออกไปได้ตามท่อระบายอากาศ เข้าไปห้องส่งนัดดินจนมองอะไรแทบจะไม่เห็น แต่ทหารก็ยังทนกันอยู่ คราวนี้น้ำทะเลที่ทะลักเข้ามาตามรูกระสุนเริ่มท่วม นายป้อมสั่งให้รีบขนนัดดินขึ้นมาไว้ที่ห้องกระสุน เคราะห์ดีที่ไฟไม่ได้ลามมาทางด้านนี้ มิฉะนั้นแล้วหากลูกไฟมาโดนนัดดินที่กองอยู่แล้วระเบิดขึ้น ป้อมปืนท้ายคงถอนทั้งยวงลอยหลุดขึ้นจากพื้น
 
จนมาถึงนาทีนี้ลูกปืนที่ระดมยิงมาจากเรือรบฝรั่งเศสก็โดนร.ล.ธนบุรีเข้าเรื่อยๆกระสุนนัดหนึ่งมาตกตรงหีบพักกระสุนปืน ๗๕ มม. ระหว่างกระบอก๑ และกระบอก๓ กระสุนได้ระเบิดเข้าห้องบัญชาการ ทะลุลงใต้ดาดฟ้าตรงห้องต้นปืน แพทย์ประจำเรือซึ่งอยู่ในห้องบัญชาการถูกสะเก็ดระเบิดขาขาด ทหารที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นก็บาดเจ็บอีกหลายคน และเกิดไฟใหม้ห้องบัญชาการและห้องต้นปืนอีก

เมื่อควันไฟตลบอบอวลจนมองหาเป้าไม่เห็น นายป้อมท้ายจึงสั่งให้พลฯเวียน ที่มีหน้าที่ตั้งศูนย์ประจำกล้องให้มาทำหน้าที่หันป้อมแทนชั่วคราว ตอนนี้กระสุนอีกนัดหนึ่ง ถูกช่องกระจกทางกราบขวาห้องลำเลียงกระสุนใต้ฐานป้อมปืนท้ายหัวกระสุนคาอยู่ คนบนห้องปืนไม่รู้สึกเพราะเคราะห์ดีเป็นครั้งที่สอง หัวกระสุนนัดนั้นด้านมิได้ระเบิดขึ้น หากระเบิดแล้วนัดดินในห้องกระสุนคงทำให้ท้ายเรือขาดเป็นสองท่อน เรือน่าจะจมลงทันทีทหารคงตายกันเป็นเบือ แต่หมวกสวมหัวกระสุนนัดนั้นหลุดกระเด็นไปโดนพลฯชุน แซ่ฉั่ว พลหทารลำเลียงกระสุนที่แขนขวา และโดนพลฯสนุ่นน่องฉีก  นายป้อมหันมาเห็นพลฯชุนไต่กระไดขึ้นมาด้วยแขนซ้ายข้างเดียว แขนขวาห้อยร่องแร่งอยู่ใต้ศอกอยู่ได้ด้วยหนัง เนื้อเละๆแดงแจ๋ จึงใช้มือกดหัวพลฯชุนลงไปพลางตะโกนบอกว่าอย่าเพิ่งขึ้นมา รออยู่ข้างล่างก่อน พลฯชุนก็ยอมลงไปโดยดีมิได้ปริปากบ่น นายป้อมควักผ้าเช็ดมือในกระเป๋าปาตามลงไป พลฯชุนก็รับไปพันแขน

การที่นายป้อมทำไปเช่นนั้นก็เพราะกลัวทหารในห้องป้อมจะขวัญเสียถ้าเห็นสภาพพลฯชุนเข้า ขณะนั้นการยิงยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยการประสานกำลังของทหารทุกคน หากต้องขาดตอนเพราะไปให้ความสนใจกับคนๆเดียวก็อาจหมายถึงชีวิตของทุกคน สำหรับการยิงปืนเรือรบนั้น เวลาคือศัตรู หากหยุดแต่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้หยุด ก็เท่ากับยอมโดนยิงฟรีๆ

ท่านคิดว่าพลฯชุนจะลงไปหาที่หลบแล้วนอนรอด้วยความเจ็บปวดหรือ…..เปล่าเลย เขากลับลงไปลำเลียงกระสุนใส่รางด้วยมือที่เหลือเพียงข้างเดียวในห้องที่เต็มไปด้วยควัน และคงประจำหน้าที่นั้นต่อไปจนกระทั่งมีคำสั่งหยุดยิง เขาถูกนำลงร.ล.ช้างที่พาทหารบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลที่จันทบุรี นายป้อมเห็นเขานอนลืมตาสีหน้าเป็นปกติ ไม่ได้ร้องครวญครางแต่อย่างใด เมื่ออาการดีขึ้นถูกส่งตัวมารักษาพยาบาลต่อที่สัตหีบแล้ว นายป้อมได้ไปเยี่ยม คราวนี้พลฯชุนพูดว่า “นายป้อมครับ ผมเห็นจะไม่ได้ลงเรืออยู่กับนายป้อมแล้ว เพราะแขนผม.......”

จากรายงานของนายป้อม พลฯชุนได้เลื่อนยศเป็น พันจ่าเอกชุน แซ่ฉั่ว และเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 08:26

๐๗.๐๕ เครื่องบินขับไล่ฮอร์กพับฐานติดระเบิดขนาด๕๐ก.ก.ของกองทัพอากาศไทยที่ฐานบินเนินพลอยแหวน มีพันจ่าอากาศตรีอนันต์ พุทธจริยวงศ์ นักบินเวรเตรียมพร้อม เป็นผู้ได้รับคำสังให้นำเครื่องขึ้นไปดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และโจมตีได้ถ้าจำเป็น

เมื่อมีเสียงปืนใหญ่ดังพรึมๆขึ้นตอนฟ้าสางนั้น  ฐานบินรออยู่ว่ากองทัพเรือจะขอความช่วยเหลือมาหรือไม่ แต่ไม่ได้รับการติดต่อ ในขณะที่เรื่องเดียวกันนี้ ฐานทัพเรือที่สัตหีบรายงานว่าพยายามติดต่อแล้วแต่ติดต่อไม่ได้ ครั้นเสียงปืนดังต่อเนื่องเนิ่นนานเกิน ทหารอากาศก็ไม่สมควรจะนิ่งเฉย
พ.อ.ต.อนันต์ พุทธจริยวงศ์ เมื่อไต่ระดับขึ้นได้ก็มุ่งตรงไปหมู่เกาะช้างที่เมื่อวาน นักบินลาดตระเวนรายงานว่าเห็นหมู่เรือของไทยจอดรวมกันอยู่๖ลำ ที่อ่าวสลักเพชรบริเวณเกาะง่าม

ถ้าทราบสถานการณ์แน่ชัดถูกต้อง ฐานบินคงจะส่งเครื่องบินที่ประจำการอยู่ทั้ง๙เครื่องขึ้นไปโจมตี แทนที่จะส่งไปลำเดียว การที่จะเข้าไปทิ้งระเบิดเรือรบที่มีป.ต.อ.กระสุนแตกอากาศระดมยิงขึ้นมา เครื่องบินสมัยนั้นไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปในระยะหวังผลได้เลย ยิ่งไปลำเดียวแล้วคงไม่ได้กลับฐานแน่ ต้องใช้แบบหมาหมู่รุมเสือ จึงอาจจะมีโอกาสชนะเสือได้  ถ้าเหตุการณ์ได้เป็นไปอย่างที่ควรแล้ว ประวัติศาสตร์คงจะไม่ได้จารึกเช่นนี้

ไม่ว่าใครผิดใครถูก เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นโชคเป็นของฝรั่งเศส ซวยเป็นของไทยครั้งที่๔


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 08:48

ร.ล.ธนบุรีตั้งแต๋โดนกระสุนนัดสำคัญๆ ได้ทำให้หลายส่วนของเรือกลายเป็นนรกเพราะแรงระเบิด ด้วยควันไฟและแก๊สพิษ ในห้องเครื่องท้องเรืออันเป็นที่ปฏิบัติงานของเหล่าพรรคกลินนั้น ได้สร้างวีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระที่อดทนและเสียสละหลายนาย ผมขออภัยที่ไม่อาจหาชื่อของพวกท่านได้ทุกคน

เมื่อต้นเรือวิ่งโซซัดโซเซมาบอกกับต้นกลว่า หอบังคับการถูกกระสุนพินาศ เครื่องบังคับหางเสือสำรองก็เสียใช้ไม่ได้ ต้นกลสั่งให้ช่างกล พ.จ.อ.นกเล็ก กระหม่อมทอง ขึ้นไปตรวจดู สักครู่ก็ลงมารายงานว่าเครื่องหางเสือไม่ได้ชำรุดเสียหายเข้าใจว่าสายไฟฟ้าคงขาด ขอเวลาแก้ไข ให้ใช้บังคับทิศทางเรือโดยสลับอัตราเร่งของเครื่องยนต์ทั้งสองไปก่อน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ชาวเรือทั่วไปใช้อยู่ยามคับขัน ก็ได้ผลแต่ไม่ได้ดังใจ พ.จ.อ.นกเล็ก และทหารต้องคอยวิ่งขึ้นวิ่งลงท้ายเรือกับท้องเรือ สั่งให้เครื่องโน้นเบาเครื่องนี้หยุดบ้าง มาเอาเครื่องมือช่างนี่นั่นโน่นบ้าง เหนื่อยแทบขาดใจกว่าจะแก้ไขให้เครื่องถือท้ายสำรองใช้งานให้ร.ล.ธนบุรีวิ่งตรงทางได้ก็เกือบชั่วโมง ตัวต้นเรือที่บาดเจ็บอยู่วิ่งขึ้นวิ่งลงมากก็เกือบหมดสติไปครั้งหนึ่ง ถลามานั่งเหยียดขาอยู่กับพื้น ต้นกลได้เข้าไปนวดเฟ้นอยู่สักครู่หนึ่ง ต้นเรือก็เกาะราวเดินลากขาขึ้นไปข้างบนอีก

ท่ามกลางความชุลมุนระหว่างการรบยังคงดำเนินไป เรือสะท้านสะเทือนตลอดเวลาไม่ทราบว่าเพราะปืนใหญ่ฝ่ายเรายิง หรือเรือโดนกระสุนฝ่ายเขา จนกระทั่งมีไฟแลบลงมาตามทางลงห้องเครื่องของนายทหาร แสดงว่าไฟกำลังไหม้อยู่ข้างบน รองต้นกลได้ต่อสายสูบแล้วไต่บันไดขึ้นจะไปดับไฟ ก็ไม่ได้ผลเพราะน้ำไม่แรงพอ อะไรก็ไม่ร้ายเท่าควันและแก๊สพิษ ซึ่งถูกพ้ดลมดูดลงไปในห้องเครื่องไม่ขาดสายหนักขึ้นๆ  ทหารในห้องเครื่องพยายามหยุดพัดลมเป็นระยะๆ พอเห็นว่าควันขาดสายก็เปิดพัดลมให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาหายใจกันทีหนึ่ง แต่ไม่สามารถจะแก้อุปสรรคข้อนี้ได้ ควันคงคลุ้งกระจายไปทั่วห้องเครื่อง หายใจไม่เต็มปอดและไม่สามารถมองเห็นอะไรชัดเจนได้ และแล้วก็ยินเสียงระเบิดอย่างหนักข้างบนตอนเหนือห้องเครื่อง ทหารได้รับการบอกเล่าในภายหลังว่าถูกบอมบ์จากเครื่องบินข้าศึก


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 09:28

เก็บหอยเสียบแล้วพายเรือจ๋อม ๆ เลียบข้าง ๆ เข้ามาพร้อมภาพถ่ายนี้จากหนังสือบันทึกจอมพลผิน ชุณหะวัน แนบภาพนี้ไว้ระบุว่า ภาพเหตุการณ์เรือหลวงธนบุรีขณะช่วยกันดับไฟขณะถูกโจมตีจากเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ ถ่ายจากเรือหลวงช้าง

เอาละซิครับ อ.NAVARAT.C ปรากฏ "เรือหลวงช้าง" ขึ้นมาอีก ๑ ลำ  ฮืม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 09:30

ภาพลำดับต่อมา เป็นภาพถ่ายจากเรือหลวงช้าง ถ่ายภาพไปที่เรือหลวงธนบุรี ขณะดับไฟสงบแล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 10:16

^
ภาพของคุณหนุ่มมาเข้าฉากเร็วไปหน่อย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 10:18

๐๗.๔๕ ทหารข้างบนเห็นเครื่องบินมาวนเหนือเรือ พอเห็นเครื่องหมายของไทยก็ไชโยขึ้น ได้ยินมาถึงในป้อมท้าย นายป้อมถามว่าเขาไชโยอะไรกัน ก็มีเสียงบอกว่าเครื่องบินของเรามาช่วยแล้ว ในห้องจึงได้เฮกันใหญ่แต่มิทันจะสิ้นเสียง เครื่องบินนั้นก็จิกหัวลงต่ำปลดระเบิดลงมา ลูกหนึ่งเฉียดกราบซ้ายลงทะเล แต่อีกลูกหนึ่งทะลุกลางเรือลงไประเบิดตูมในห้องสูทกรรม(ห้องครัว)ทางกราบขวา ทหารที่กำลังขนภาชนะจะเอาไปใส่น้ำช่วยกันดับไฟ ตายคาที่๒คน คนหนึ่งตัวขาดเหลือครึ่งท่อน  อีกคนหนึ่งขาขาดเป็นสามท่อน บาดเจ็บสาหัสสามสี่คน ไฟฟ้าในเรือดับวูบลงทันที

เหตุการณ์ตรงนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เรือลามอตต์ปิเกต์วิ่งวนเข้ากำบังเกาะไม้ซี้อีกครั้งหนึ่ง ไม่มีเรือรบลำใดของฝรั่งเศสเห็นการโจมตีของเครื่องบินดังกล่าว และระยะสิบกว่ากิโลเมตรกล้องส่องทางไกลก็คงมองเครื่องบินไม่เห็น ในรายงานน.อ.เบรังเยร์ไม่มีกล่าวถึงว่าได้มีเครื่องบินรบของฝรั่งเศสมาร่วมรบ กองเรืออินโดจีนฝรั่งเศสไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เลย

หลังจากการรบแล้ว กองทัพเรือออกข่าวว่าร.ล.ธนบุรีถูกทิ้งระเบิดจากเครื่องบินฝรั่งเศส ทหารในเรือที่ไม่ได้เห็นด้วยตาจึงไม่กล้าเอ่ยปากว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นของฝ่ายใด

พลเรือเอกจิตต์ สังขดุลย์ท่านมีธรรมชาติเป็นคนพูดน้อย เรื่องคุยโม้โอ้อวดยิ่งมิเคยหลุดจากปากท่าน เรืองราวการรบใครสนใจขอคุยด้วย ท่านก็จะพูดแบบถามคำตอบคำ มาจนถึงสมัยผมโตแล้วไปถามท่านบ้าง ท่านก็ไปหยิบ “เมื่อธนบุรีรบ” มาให้แล้วบอกว่าในนั้นมีละเอียดแล้ว ให้ไปอ่านเอาเอง ผมก็เลยถามคำถามสำคัญว่า เครื่องบินที่มาทิ้งระเบิดร.ล.ธนบุรี เป็นเครื่องบินของฝ่ายใด ท่านนิ่งไปสักครู่แล้วบอกว่า “ลุงอยู่ในป้อมปืนเลยไม่เห็น เขาว่าเป็นเครื่องบินฝรั่งเศส แต่ตอนนั้นคนบนเรือคิดว่าเป็นเคริ่องบินไทย”

นี่เอาคำพูดของท่านแบบคำต่อคำมาบอกกล่าว และก็มีเท่านั้นเพราะท่านไม่พูดอะไรต่อ แล้วผมก็ควรจะเข้าใจ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 04 ต.ค. 11, 12:16

เมื่อถูกบอมบ์จากเครื่องบินสะเทือนไปทั่วลำ สวิตช์ไฟฟ้าตกทันที ไฟฟ้าดับหมด มอเตอร์ต่างๆเริ่มหยุดหมุน แต่เครื่องยนต์เรือคงเดินต่อไปเป็นปกติ  ในห้องเครื่องนั้นลำพังควันก็ทำให้มองอะไรเกือบจะไม่เห็นอยู่แล้ว ไฟฟ้ายังมาดับเสียอีก แต่จ.อ.ขัน ผู้คุมสวิตช์ไฟอัตโนมัติในห้องเครื่องจักรช่วยก็ตรวจสอบพบ แล้วทำการสับสวิตช์เข้าที่ดังเดิม ไฟฟ้าจึงสว่างพรึ่บขึ้นอีก

เครื่องจักรและเครื่องไฟฟ้าทุกตัวจึงกลับมาหมุนด้วยความเร็วสูง พรรคกลินทุกคนยังทำงานอยู่ในหน้าที่ แม้ทหารในห้องเครื่องจะเริ่มหายใจติดขัด ทุกคนใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกกันสำลัก รองต้นกล(ร.อ.อู๊ด นุชเนตร)เดินมาฟุบอยู่กับพื้น คนเห็นก็ได้แต่สงสารและรู้สึกสังเวชที่หมดหนทางจะช่วยเหลือ ทุกคนก็ไม่ต่างอะไรกันในเมื่อควันมากขึ้นทุกทีๆ แม้อยู่ใกล้ก็เกือบไม่เห็นกันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อยู่ที่ไหนกันบ้าง อากาศที่หายใจเข้าไปนอกจากกลิ่นควัน ยังเหม็นดินปืน และคาวเลือด ทหารหลายคนเมื่อหายใจติดขัดก็ไอจนรู้สึกเสียดท้อง เกือบสลบแล้วสลบอีก รู้สึกว่าใกล้จะหมดลมหายใจเต็มที แต่คำว่าวินัยเตือนสติอยู่ตลอดเวลาว่า ถึงจะตาย ก็ขอให้ตายในหน้าที่ ทหารเรือไทยไม่มีวันจะละทิ้งหน้าที่ไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด

พรรคกลินต้องทำงานอยู่ใน "นรก" ที่ต้องทนสูดแก๊สพิษและควันไฟเข้าปอดโดยไม่มีอากาศธรรมดาจะหายใจถึงสองชั่วโมง หลังประกาศหยุดยิง และต้นเรือสั่งให้หยุดเครื่อง ทหารพรรคกลิน๖นาย ถูกส่งลงร.ล.ช้างที่มาช่วยดับไฟ ให้ไปรับการรักษาพยาบาลที่จันทบุรีโดยด่วน เนื่องจากนัยน์ตาฟางมองเกือบไม่เห็น และปวดแสบปวดร้อนหลอดลม ไม่สามารถหายใจสะดวก

พรรคกลินของร.ล.ธนบุรีได้สร้างสองชั่วโมงแห่งเกียรติประวัติในทางวินัยให้แก่กองทัพเรือ และสิ่งที่น่าภูมิใจของเหล่าทหารเรือมาจนทุกวันนี้ก็คือ ในห้องเครื่องจักรช่วยนั้น  จ.อ.ขัน ผู้คุมสวิตช์ไฟอัตโนมัติ  จ.ท.พรม พลฯลำดวน ผู้ควบคุมตู้สวิตช์จ่ายไฟ พลฯสมัย พลฯ ยู่เอี๋ยวผู้คุมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ๒๐๐ กิโลวัตต์ซ้ายขวา๒คัว และทหารรวม๘นาย ได้ยอมเสียชีวิต เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของทหารเรือไทยจนวาระสุดท้ายอยู่ในห้องนั้น เมื่อพ.จ.อ.นกเล็ก กระหม่อมทองลงไปสั่งงาน ภาพที่เห็นทั้ง๘คนนี้ล่าสุดคือ ทุกคนกำลังสนใจอยู่กับงานในหน้าที่เพราะเรือยังทำการรบ  ป้อมปืนทั้งหัวและท้ายยังทำการยิงอยู่เป็นระยะๆ

หลังจากเมื่อการรบได้สุดสิ้นลงแล้ว ทหารห้าหกคนสวมหน้ากากกันไอพิษพยายามจะเข้าไปช่วยพวก๘คนนี้ แต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่สามารถฝ่าเพลิงที่กำลังลุกลามอยู่เข้าไปได้ พวกเขาเหล่านั้นตายอยู่กับงานของเขาอย่างสมเกียรติที่สุดของชายชาติทหาร


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 15
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.056 วินาที กับ 19 คำสั่ง