เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 11301 พวงเครื่องปรุง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 13 ก.ย. 11, 17:30

ขอเดาต่อว่า. ตอนกรุงแตก เห็นทีจะไม่มีเครื่องพวงอยู่ตามวังหรือบ้านขุนนาง. เพราะอาหารไทยไม่ต้องเติมรสแบบก๋วยเตี๋ยว
มาถึงรัชกาลที่ ๒.  มีน้ำส้ม(สายชู)ปรุงรสในพระกระยาหาร จะใส่เครื่องพวงหรือเปล่ายังหาหลักฐานไม่ได้   แต่สมัยนั้นมีเครื่องแก้วเข้ามาขายหลายชนิด
เรือนขุนช้างถึงมี. " เครื่องแก้วแพรวพรายอยู่ก่ายกอง"
แต่พอถึงรัชกาลที่ ๔. มีหลักฐานว่าสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯเสวยก๋วยเตี๋ยว   ดังนั้น. น่าจะทรงมีเครื่องพวงแก้วเจียระไนของฝรั่ง ตั้งอยู่บนโต๊ะเสวยก็เป็นได้
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3779


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 13 ก.ย. 11, 18:37


คุณเทาชมพูเดาว่า  วิวัฒนาการของเครื่องพวงมาจากฝรั่ง. แพร่หลายเข้ามาในเอเชียยุคอาณานิคม  คนไทยรับมาทำความรู้จัก.   แต่ในเมื่อเราไม่ใช้เกลือกับพริกไทยโรยลงในจานเพื่อปรุงรส ก็เลยยึดแต่ตัวภาชนะไว้. ไล่เกลือกับพริกไทยออก ใส่น้ำปลาพริกแทน จากนั้นคนจีนซึ่งใช้เครื่องปรุงรสหลายอย่าง ใส่ทีหลัง. ในก๋วยเตี๋ยว ก็เลยเอาเครื่องพวงมาใส่น้ำปลา น้ำตาล พริกป่นฯลฯ ได้พอดิบพอดี

ผมเห็นด้วยอย่างที่สุด

อ่านของคุณ Sila แล้วก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่า บนโต๊ะอาหารของผู้มีอันจะกินของยุโรป จะมีขวดน้ำมันสลัดและขวดน้ำส้ม แล้วก็มีขวดเกลือกับพริกไทย มีทั้งแยกเป็นพวงคู่ หรือเป็นพวงรวมกัน
ขวดคู่ของน้ำมันสลัดและน้ำส้มนั้นเป็นของที่คนชอบสะสมกันอย่างหนึ่ง ในขณะที่ขวดเกลือกับพริกไทยนั้นสะสมกันน้อยกว่า ผมไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ที่พอจะเห็นก็คือ พวงเกลือกับพริกไทยนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นขวดเสมอ เป็นแบบถ้วยตะไลคู่สวยๆก็มีเยอะมาก นัยว่าผู้มีอันจะกินจริงๆนิยมใช้นิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือหยิบมาโรยมากกว่าที่จะเหยาะจากขวด

ขอเลยเถิดไปอีกนิดว่า น้ำมันสลัดนั้นนอกจากใช้น้ำมันมะกอกแล้ว ก็มีการใช้น้ำมันจากเมล็ดพืชอื่นๆอีกมาก ที่ไม่เคยทราบมาก่อนสำหรับผมก็คือ น้ำมันจากเมล็ดฟักทอง แพงมาก สีดำ แล้วยังเป็นยา นัยว่าช่วยเรื่องโรคต่อมลูกหมากของผู้ชาย สำหรับน้ำส้มก็เช่นกัน ก็หมักได้จากหลายผลไม้ แต่ที่น่าสนใจก็คือ น้ำส้ม Balsamic vinegar ซึ่งของแท้ๆ เก่าจริงๆ เป็นของแพงมากๆ ทำมาจากน้ำองุ่นที่คั้นเพื่อทำไวน์ แต่เก็บไว้ในถังบ่มจนลืม (มากกว่า 10 ปี หรือ หลายสิบปี) เหนียวข้นและเปรี้ยว (ไวน์เสียที่เก็บบ่มต่อไป) ใช้เหยาะในอาหารหรือสลัดเพื่อเพิ่มรสชาติอย่างหาที่สุดมิได้ คล้ายกับใส่เห็ด Truffle
ผมเลยคิดว่า หนึ่งในขวดที่เป็นชุดพวงสี่นั้น อาจจะใช้ใส่น้ำส้มสายชูชนิดนี้ก็ได้ และอีกขวดก็อาจจะสำหรับน้ำมันสลัดประเภทหายากและแพงมากๆก็ได้
 
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 14 ก.ย. 11, 11:14


       เครื่องพวงที่ทางไทยมีใช้กันก็จะมีสองขวด หรือสี่ขวด และมีหูหิ้ว   แต่เครื่องเงินของโบราณของฝรั่งจริงๆนั้นใส่ถาดแบน

ถาดขอบสูงก็มี         ตอนเด็กๆหลังสงครามโลกครั้งที่สอง(ที่ขุนศึกแถวนี้พยายามจะเข้าใจว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเสมอ)

มีเครื่องเงินนอกบางชิ้น   เช่น พวงใส่ขนมปังปิ้ง  และขวดเจียรนัยป้อมๆ เป็นแก้วย้อมสีม่วง   ถามผู้ปกครองท่านบอกว่าไว้ใส่มัสตาด

มีช้อนอันเล็ก ๆ เสียบอยู่ด้วย  มีฝาปิดเป็นเงิน   ต่อมาขวดแก้วแตกไปตามอายุ   กรอบของขวดและฝาปิดยังอยู่


       ไม่นานมานี้ได้ไปดูหนังสือหายากที่บ้านคุณหลุยส์  นักสะสมชื่อดัง   แต่ท่านไม่เคยเปิดบ้านที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบหลุยส์ให้

ใครดูสักกี่คน     ท่านไว้ใจจึงเชิญไปดู       ทุกห้องในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์หลุยส์เต็มทุกห้อง      ในห้องอาหารก็มีเครื่องเงินโบราณเช่น

ทัพพีกรองชาขนาดต่างๆ  เครื่องมือที่จับและตัดเนื้ออบก้อนใหญ่   กาชากาแฟที่เป็นเงินหลายชุด   ถ้วยดื่มกาแฟหลังอาหารที่มีเงินโปร่งครอบอยู่

ท่านมีชุดพริกไทยเกลือ  และขวดสีม่วงมีช้อนเล็ก ๆ  ซึ่งดิฉันจำได้ว่าคือขวดใส่มัสตาด      

        คุณหลุยส์ยังมีเครื่องเงินชิ้นมหึมา  ราวกับเขามอ  ที่ใช้เป็นเครื่องประดับโต๊ะอาหาร  เรียกว่า epergne   ถ้าไม่เคยอ่านนวนิยายโบราณมาก่อน

คงไม่รู้จักเป็นแน่

       คุณหลุยส์อายุประมาณ​  ๕๐ ปี  สูงสง่าและผมเป็นสีเงินบางส่วน    เดินท่อมๆหาหนังสือรุ่น ๒๔๘๐  ที่ปกสวย ๆ  

ไม่มีใครทราบว่าท่านสะสมเฟอร์นิเจอร์โบราณของฝรั่งเศสและยุโรปอายุ ๓๕๐ ปี

       ท่านเล่าว่าบางทีท่านก็ประมูลจาก Sotherby   ปีหนึ่ง ๆ  ก็ไปรับของหนสองหน   ที่ต้องไปเองก็เพราะต้องไปกำกับการห่อของใส่กล่อง

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 14 ก.ย. 11, 16:19

อลังการมากมาย...epergne ตามภาพที่แนบให้ชม  ช่างต่างจากพวงเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวไก่หน้าบ้าน  เจ๋ง


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 14 ก.ย. 11, 16:50

epergne ส่วนใหญ่ใช้ใส่ผลไม้ หรือขนมขบเคี้ยว หรือดอกไม้ แต่งประดับโต๊ะ ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
ไม่ใช้ใส่เครื่องปรุง...





บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 14 ก.ย. 11, 16:51

 ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 14 ก.ย. 11, 19:02

แบบนี้ก็น่ารักดี


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3779


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 17 ก.ย. 11, 19:34

สงสัยอยู่ประการหนึ่งครับ ทำไมพวงเครื่องปรุงจึงจำกัดอยู่ที่ 4 อย่าง ส่วนที่เกินเลยไปจากนั้น จะแยกออกไปเป็นแต่ละขวดไป

สำหรับในไทย สิ่งที่อยู่ในพวงเป็นที่เป็นหลักในทุกพวงนั้น ดูจะมีเพียงน้ำตาลเท่านั้น ที่เหลือเป็นอย่างอื่นได้ ฮืม
 
แสดงว่าคนไทยนิยมกินอาหารที่มีส่วนผสมของรสหวานหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 19 ก.ย. 11, 15:47

เดาว่า รสหลักของอาหารฝรั่ง  มีไม่เกิน 4 อย่าง  จำกัดไว้แค่นี้พอแล้ว   ถ้าตามใจมีให้ 10 อย่าง  พวงเครื่องปรุงคงเกาะกลุ่มยั้วเยี้ยเหมือนมะพร้าวทั้งทะลายกระมังคะ   ออกแบบยังไงก็ไม่กะทัดรัด  และไม่สวย
รูปนี้ถ่ายมาจากของจริง    ไม่รู้ว่าผลิตค.ศ.ไหน แต่หน้าตาเก่าประมาณคุณทวดยังเด็ก      ขวดที่มีจุกกลม รูปร่างหน้าตาเหมือนขวดน้ำหอมของคุณแม่  ต่างกันที่ลายขวด   แต่ของท่านเป็นเถา  ไม่ได้เป็นพวงเครื่องปรุง  ขวดอื่นๆไม่รู้ว่าฝาแตกหรือว่าโรงงานผลิตออกมาเป็นอย่างนั้นเอง



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 19 ก.ย. 11, 22:08

เมื่อคุณ siamese ตั้งกระทู้    ดิฉันนึกถึงที่ใส่เครื่องปรุงรสขึ้นมาได้ชิ้นหนึ่ง     คือที่ใส่เกลือของศิลปินเอก เบเนวูโต เชลลินี  เรียกกันว่า  Cellini Salt Cellar  แต่ไม่มีใครนึกถึงในฐานะที่ใส่เครื่องปรุงรส   มันกลายเป็นงานศิลปะชิ้นเอก  จนได้สมญาว่า "Mona Lisa of Sculpture" หรือโมนาลิซาแห่งประติมากรรม
เป็นเครื่องทอง  ทำเป็นรูปเนปจูน เจ้าสมุทร กับซีเรส แม่พระธรณี  สัญลักษณ์ของการผลิตเหมืองเกลือจากน้ำเค็มและดิน  มูลค่าปัจจุบันตกประมาณ  64.5 ล้านดอลล่าร์


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 20 ก.ย. 11, 07:54

งดงามและมองไม่ออกเลยว่า เกลือและพริกไทยนั้นจะออกมาจากตรงไหน ใครเป็นเกลือ ใครเป็นพริกไทย  ยิงฟันยิ้ม

จัดมาให้ดูอีกแบบหนึ่ง ทำเป็นรูปถ่านแบตารี่ก้อน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 20 ก.ย. 11, 07:57

หมูน้อยน่ารักดีจังเลย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 20 ก.ย. 11, 09:48

ขวดเกลือพริกไทย  คู่รักคู่รสก็น่ารัก   เคยได้รับเป็นของชำร่วยงานแต่งงานมาแล้ว


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 20 ก.ย. 11, 10:07

ขวดเกลือพริกไทย นิยมนำมาทำเป็นของชำร่วยสำหรับงานแต่งงาน
เพราะถือว่าเป็นของที่ต้องอยู่คู่กัน มีเธอก็ต้องมีฉัน ประมาณนั้นค่ะ
ส่งภาพ ขวดเกลือพริกไทย ที่ออกแบบได้น่ารักน่าเอ็นดู มาให้ชมค่ะ  ยิงฟันยิ้ม





บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 20 ก.ย. 11, 10:11

มีอีกค่ะ... ยิงฟันยิ้ม





บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง