เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 11046 "คุณพี่บุญรับ" ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 25 ส.ค. 11, 06:38



คำไว้อาลัยของ ม.ร.ว. เสนีย์  ปราโมช

     
       "คุณพี่บุญรับ  ซึ่งในบ้านเราเรียกกันว่าคุณใหญ่  หรือคุณหญิงใหญ่  เพราะท่านเป็นธิดาหัวปี  สิ้นไปเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน

ภายในเจ็ดวันหลังจากนั้น  ม.ร.ว. ถ้วนเท่านึก   น้องชายถัดจากผมไปก็ตายตามไปอีกคนหนึ่ง   เหมือนจะนัดกันอย่างไรไม่ทราบ

พี่น้อง ๕ คนเรานี้  รู้สึกว่าจะเป็นประชาธิปไตยโดยสันดาน  เพราะชอบขัดชอบเถียง   ไม่ค่อยจะพร้อมเพรียงกันนัก

แต่ทำไมมาพร้อมเพรียงนัดหมายกันตาย  ผมก็ยังงงอยู่   อาจจะเป็นเพราะชอบขัดชอบเถียงเป็นสันดาน   ผมเองก็นึกอยู่ว่าจะอยู่ไปก่อน 

เพราะมีงานอดิเรกคือการวาดภาพและแต่งเพลงที่จะต้องทำอีกไม่น้อย    ซึ่งตลอดชีวิตมาจนอีก ๓ ปีจะ ๘๐   ไม่มีโอกาสจะทำ

เนื่องจากมีงานของคนอื่นขัดขวางอยู่


       คุณถ้วนนั้นคึกฤทธิ์ไม่แพ้น้องชาย    มีหลาน ๆ อยู่กลุ่มหนึ่งที่เชียงใหม่  เป็นบุตร ม.ร.ว. วิโรจน์  ปราโมชลูกลุง

ซึ่งตายไปก่อนหน้านี้นานแล้ว         ในหลานกลุ่มนี้คนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า   เมื่อทราบข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่าคุณอาตาย  กำหนดวันเผา     

ตนเองและพี่น้องติดธุระทำมาหากิน  ทั้งค่าเดินทางก็แพง   จึงคิดว่าจะไม่ลงมาเผา         คุณถวนไปเข้าฝันว่า 

อามีแต่ญาติที่จะช่วยกันเผา  เพื่อนฝูงไม่ค่อยมี   พวกแกต้องมาเผาอา          ตกใจตื่นขึ้นเล่าให้พี่น้องฟัง   ทั้งกลุ่ม ๔ -  ๕ คน

จึงมาเผา             หลานคนนี้ไม่เคยพบอาถ้วนมาก่อน            ครั้นมาเห็นภาพถ่ายหน้าศพเข้่  ก็ร้องอี๊ด    เพราะเหมือน

กับอาถ้วนที่ไปเข้าฝันนั่นเอง            คุณคึกฤทธิ์นั้นคึกจริงระหว่างชีวิต   แต่คุณถ้วนรอไปคึกเอาเมื่อตาย 

ตลอดชีวิตเป็นคนเงียบ ๆ  ขรึม ๆ

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 25 ส.ค. 11, 14:17



       ผมเองก็เกือบจะโดนเข้าเหมือนกัน   ก่อนอื่น  แม้จะมีลูก ๓  หลาน ๑๐  ผมชอบนอนคนเดียว

เมื่อแม่ตาย   ผมไปนอนคนเดียวแต่งตำรานิติกรรมและหนี้         มีคนพูดว่า  พ่อแม่ตายใหม่ ๆ

บางทีมาหาลูกหลาน  ฟังแล้วผมไท่เชื่อ       แม่ตายได้สามวัน  สวดเจ็ดวันแล้ว  ผมกลับไปบ้าน

ไปเขียนตำราอยู่จนดึก  ง่วงจึงเข้านอน   ทันใดนั้นเหม็นกลิ่นศพคลุ้งไปหมด   ไม่ได้นึกถึงเรื่อง

ที่เขาเล่าให้ฟัง  จึงเที่ยวค้นหาว่าหนูหรืออะไรมาตายในห้อง    ค้นจนทั่วไม่พบสัตว์ตาย 

จึงนึกขึ้นได้ว่าแม่มาหา  กลัวก็กลัว   แต่อยากดูว่าจะมาอย่างไร  เปิดไฟอยู่ไมมา  มีแต่กลิ่น

แรงขึ้น   จึงเข้ามุ้งปิดไฟ  ตาลอดโปงคอยดู   ทันใดนั้นกลิ่นก็หายไปเฉย ๆ

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 25 ส.ค. 11, 14:26



      ผมว่าก็เกือบไปก็เพราะคุณถ้วนทำท่าจะเอาอีก      ทุกวันนี้ผมนอนหัวค่ำตื่นดึก ๆ ตี ๓ ตี ๔  ตื่นแล้ว

คุณถ้วนตายไปไม่กี่วัน   ดึกตี ๔ คืนหนึ่ง   ผมนั่งฝึกวาดภาพเหมือนอยู่ในห้องนอน   มีเสียงกุก ๆ กัก ๆ

เหมือนคนเดิน   โดยที่มีประสบการณ์มาก่อน   ผมจึงดุเอาว่าคุณถ้วน  อย่ามาเล่นอุตริกับพี่  เพราะไม่ช้าพี่ก็จะไปที่แกไป

วันไหนไปถึง  พี่จะไปหลอกให้แกกลัวผีจนต้องหนีไปเกิดใหม่   เสียงจึงเงียบ



       เขียนเรื่องเหล่านี้  คนคงคิดว่าอีตาแก่หงำเหงือก  พูดจาเลอะเทอะ         ใครคิดอย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน

เพราะจะได้รู้ไว้ว่าตัวเองแก่ลง  มันอาจจะเลอะเทอะได้เท่า ๆ กับผม"
บันทึกการเข้า
Dhabthim
อสุรผัด
*
ตอบ: 2


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 25 ส.ค. 11, 15:18

เรียนคุณวันดีคะ

ท่านผู้ให้ความรู้ดีเยี่ยมประหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ประวัติดังกล่าวล้วนต่างเรื่องราวเชียวคะ คุณวันดีคงมีหนังสือมากมายเลยนะคะ ดีใจคะที่ได้สนทนาความกัน
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 25 ส.ค. 11, 16:33


สวัสดีค่ะคุณทับทิม   เราคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะเพราะชอบอะไรเหมือนกัน


       สมัยเด็กๆฐานะทางเศรษฐกิจพื้นฐานต่ำค่ะ     พ่อเป็นข้าราชการชั้นตรี    แม่เคยเป็นครูมัธยม  

บ้านที่เช่าอยู่เคยเป็นโรงรถของท่านผู้บังคับบัญชาของพ่อค่ะ

มีแต่หนังสือเป็นเพื่อน   อ่านบางเล่มที่ญาติทิ้งไว้ในบ้านจนเบื่อแล้วเบื่ออีก

ชอบอ่านหนังสือสนุก ๆ ค่ะ      จะหาท่านผู้ใดที่เปรียบ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช แล้ว  นึกไม่ออกค่ะ

กำลังคิดว่าจะเล่าเรื่อง  ตะปูควง  อภัยวงศ์  อายุ ๔ - ๕ ขวบ  ที่ต้องทิ้งบ้านเกิดมาเดินไพร  

ท่านเล่าเรื่องนี้ตอนท่านโดนคณะกรรมการฝ่ายฝรั่งเศสตอนเจรจาเรื่องดินแดนที่จะต้องคืนให้ฝรั่งศส แขวะค่ะ

ที่จริงตอนนั้นท่านซน  ขี่ช้าง  ขี่ม้า   เดือนหนึ่งนะคะกว่าจะมาถึงปราจิีณบุรี

ท่านสั่งว่าไปหาอ่านดูในหนังสือของตา  Seidenfaden  นายร้อยตำรวจเอกที่ไปรับ

ที่จริงข้าราชการไทยและเจ้านายไทยวางแผนไว้หลายอย่างเพื่อรับเหตุ        ที่ชายแดนนั้นนายตำรวจเดนหมากที่อยู่กับตำรวจภูธร

ยืนม้าดูอยู่ทั้งแต่เช้าจนพลบนะคะ


       ดีใจที่มีคนชอบเพราะว่าจะเล่าเรื่อง ต้นตระกูล  อเนกบุณย์  ที่อยู่เมืองปราจีณบุรีต่อ       เรื่องนี้หายากมากค่ะ

มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ  ที่เกี่ยวกับพระปรีชากลการเพิ่มอีกสองสามเรื่อง   แปลกดีเหมือนกัน

พระปรีชากลการตัดสินคดีแล้วทางจำเลยและโจทก์  นำบุตรสาวมามอบให้คุณพระฝ่ายละคน

เรื่องหนังสือเก่าดิฉันพอทราบค่ะ    ไม่รู้เรื่องก็ไปถามเพื่อน ๆ ได้    

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 26 ส.ค. 11, 09:38



       ม.ร.ว. บุญรับเล่าเรื่องม.ร.ว. คึกฤทธิ์ตอนเด็ก ๆ ไว้ว่า

       คุณคึกฤทธิ์ร้องเพลงกล่อมตัวเองนอน  ไม่ทราบว่าไปจำมาจากที่ไหน

       "อย่ามารักฉันเลย   ฉันเป็นคงจล(คนจน)"  ประมาณนี้นะคะ  เล่าจากความจำ

        (เสียงไม่ชัดแบบเด็กเล็ก)


        สหายปัญญาแหลมขู่ว่า  เดี๋ยวจะนำหนังสือคึกฤทธิ์ ๘๐ ปีมาเล่า        ไม่ว่ากระไรเจ้าค่ะ

        ขอให้เป็นเรื่องคุณหญิงบุญรับก็แล้วกัน



       

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 26 ส.ค. 11, 10:01

อ่านเรื่องราวของ ม.ร.ว. บุญรับ ที่อบรมสั่งสอน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ตรงนี้เองทำให้ผมนึกถึงบุคคลิกภาพของตัวละครตัวหนึ่ง ที่คุณชายได้สร้างไว้ในเรื่อง "สี่แผ่นดิน" นั่นคือ "คุณอุ่น" บุตรสาวคนโตของเจ้าคุณ ถือเป็นพี่สาวต่างมารดาของพลอย ซึ่งดูท่าทางดุดัน และถือศักดิ์ดังชาววัง เป็นผู้ดีอย่างถึงที่สุด และพลอยก็ให้การเคารพรักอย่างมาก คุณอุ่นนั้นถึงแม้ว่าจะเจ้าระเบียบ ทะนงศักดิ์แต่ก็เอ็นดูพลอยอยู่ลึก ๆ ไม่ออกอาการ


ส่วนสหายปัญหาแหลม...(อุ๊บส์) ปัญญาแหลมนั้นจะบังคับให้เล่าเรื่องเฉพาะคงยากกระมัง เธอต้องเล่าให้สมน้ำสมเนื้อสักหน่อย จะได้ลึกซึ้งเข้าถึงแก่นของคุณชายได้ถนัด
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 26 ส.ค. 11, 10:03

       คำอาลัย   หลาน ๆ แห่งสกุล อินทรทูต  ชาลีจันทร์  ปราโมช  และ ดิศกุล


       "คุณย่าเป็นผู้ที่ให้การศึกษาอบรมหลานทุกคนแต่เล็กจนโตมีครอบครัวออกไป    พวกหลานยังจำได้

ถึงในสมัยเด็ก ๆ  ที่ท่านต้องเซ็นชื่อในสมุดพก  รายงานความประพฤติทางบ้าน    ถ้าใครสอบได้คะแนน

ไม่ดีก็จะต้องนั่งฟังท่านอบรมนานเป็นพิเศษ         ท่านเป็นผู้สอน ก.ไก่  จากหนังสือมูลบทบรรพกิจ  ให้

กับหลาน ๆ เองทุกคน   เมื่ออ่านได้จบบทแล้วท่านก็จะให้รางวัลเป็นเงิน ๑ บาทบ้าง  หรือเป็นขนมบ้าง

ทุกครั้งไป            ท่านดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่พวกหลานทุกคน        เช่นในฤดูหนาวท่านจะให้ซื้อผ้าสักกะหลาด

สีไข่ไก้มาทั้งพับ  เพื่อตัดเสื้อหนาวแจกหลานทุกคนใส่ไปโรงเรียนเหมือนกันหมด         ในวันเสาร์อาทิตย์ท่านจะสอน

ให้หลาน ๆ ทำงานบ้าน  ร้อยดอกไม้  สอนให้ทำกับข้าว    ซึ่งท่านมีฝีมือยิ่งนักโดยเฉพาะข้าวแช่       หลานๆผู้หญิง

จะต้องหัดตั้งแต่ปั้นกะปิให้เท่ากันตลอดจนถึงการแกะสลักผักที่จะใช้รับประทาน         ท่านเป็นผู้ไม่อยู่นิ่งเฉย

มักจะมีอะไรให้หลาน ๆ ทำอยู่เสมอ           ตอนเช้าทำกับข้าว     พอบ่ายก็เก็บดอกไม้ร้อยมาลัยเป็นกิจวัตร

ในตอนเย็นเมื่อหลานกลับจากโรงเรียน   ท่านก็จะต้องมีขนมแจกให้ทุกครั้งไป"  

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 26 ส.ค. 11, 10:39



คุณหนุ่มนายวงโปรดสังเกตนะคะ  ว่าดิฉันคัดลอกบทความมาโดยเปิดเครื่องหมายคำพูดและปิดเครื่องหมายคำพูด

เพราะตั้งใจไว้เช่นนั้น




            อาหุเนยยบุคคลของลูก ๆ

       "ในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ นั้น   พวกเราเป็นลูกกำพร้าแม่มาได้ปีเศษ กำลังมีชีวิตอยู่อย่าง carefree   เพราะคุณพ่อ

เป็นคนที่รักและตามใจลูก ๆ มาก         วันหนึ่งเมื่อคุณพ่อท่านเรียกลูก ๆ มาบอกว่าท่านจะแต่งงานใหม่กับคุณแม่

ม.ร.ว. บุญรับ     ลูกๆก็ดีใจเพราะได้เคยรู้จักท่านมาก่อนแล้วในฐานะญาติผู้ใหญ่   คราวนี้จะได้มีแม่มาดูแลเราเสียที


       เมื่อคุณแม่ได้เข้ามาเป็นแม่บ้านปกครองดูแลพวกเราเข้าจริง ๆ       ลูก ๆ รุ่นโตก็ชักจะรู้สึกอึดอัดใจกันมาก

(ยกเว้นน้อยกับพาณีน้องเล็กซึ่งกำพร้าแม่และจำแม่ไม่ได้  คุณแม่ได้ให้ความอุปการะทั้งสองคนดังลูก ๆ ของท่าน)

เพราะท่านได้เข้ามาปฎิรูประบบชีวิตของพวกเราไปเสียเกือบทุกอย่าง  เช่น  เมื่อก่อนเสื้อและกระโปรงนักเรียนของพวกเรา

เคยเป็นผ้าม่วง หรือตัดด้วยแพรฝรั่งเศส   ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นผ้า   เมื่อก่อนเราเคยนั่งรถยนต์ไปโรงเรียนทุกวันและพอถึง

โรงเรียนก็มีคนใช้ถือปิ่นโตตามเข้าไปส่งถึงห้องเรียน    บัดนี้บางวันคุณแม่ท่านก็บอกให้ลองเดินไปโรงเรียนเสียบ้าง 

เพราะโรงเรียนคอนแวนต์มันก็ใกล้นิดเดียว       มิหนำซ้ำยังให้ถือปิ่นโตไปเองอีกด้วย        เมื่อเสื้อผ้าเกิดขาดนิดหน่อย

ซึ่งเมื่อก่อนเคยโยนทิ้งหรือโละให้คนใช้ไป           ท่านก็สอนให้ปะให้ชุนใช้กันต่อไป           อาหารการกินซึ่งเมื่อก่อนเคย

รับประทานกันอย่างฟุ่มเฟือยชนิดกินทิ้งกินขว้าง    ท่านก็บังคับมิให้ทำเช่นนั้นอีก            ขณะนั้นลูก ๆ พากันผิดหวัง

ที่นึกว่าจะได้แม่ใหม่ที่ใจดีมาตามใจพวกเราเหมือนแต่ก่อน         แต่กลับมาได้คุณแม่ที่เข้มงวดและบีบคั้นเราจนเกือบทนไม่ได้


        เมื่อพวกเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบแล้ว      จึงได้นึกขอบพระคุณที่คุณแม่ได้มาปรับปรุงระบบชีวิตของพวกเราเช่นนั้น

เพราะท่านสอนให้พวกเรารู้จักประหยัด  อดทน  รู้จักเห็นใจผู้อื่นและลดการเอาแต่ความสบายลงเสียบ้าง   

ทำให้ต่อมาลูก ๆ สามารถเผชิญชีวิตซึ่งมิได้สวยงามอย่างดอกกุหลาบได้"



บันทึกการเข้า
ขนมหวาน
อสุรผัด
*
ตอบ: 23


อักษรอาคาร50ปีกับอาคาร36ปี


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 14:32

รบกวนคุณวันดี ช่วยเล่าต่อได้ด้วยคะ ชอบๆในคำพูดคำจาของท่านม.ร.ว.คึกฤทธิ์มากๆ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 11:41




       ขอบคุณคุณขนมหวานค่ะ

แต่บทความของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  นั้น  เริ่มตั้งแต่กระทู้ที่ ๒  เปิดเครื่องหมายคำพูด

ไปจบที่กระทู้ที่ ๑๔  ปิดเครื่องหมายคำพูด


ไม่มีอีกแล้วค่ะ



       เรื่องเก่าบางเรื่องที่นำมาลงใน "เรือนไทย"   ในฐานะคนอ่านหนังสือเก่า  และพอมีหนังสือโบราณอยู่บ้าง

ก็เพื่อแนะนำให้ท่านผู้เข้ามาอ่าน  ได้สนใจศึกษาค้นเพิ่มเติม  และไปซื้อหาและเก็บหนังสืออนุสรณ์

สนใจเกร็ดประวัติศาสตร์ค่ะ  แต่ต้องมีอ้างอิง    ว่าใครเล่า  ให้ใครฟัง   ใครพิมพ์     เป็นต้น

เมื่อดิฉันย่อความ  ก็ย่อด้วยความเข้าใจของตนเอง  หมายมุ่งเรื่องที่เป็นความรู้และน่าสนุกเป็นหลัก


     ไปงานหนังสือมาสองวันแล้วค่ะ   ได้หนังสืออนุสรณ์มาบ้าง   และคงต้องนำความสำคัญมาเล่าก่อน

กรุณาเข้ามาคุยกันนะคะเมื่อเล่าเรื่องเสร็จแล้ว
บันทึกการเข้า
ขนมหวาน
อสุรผัด
*
ตอบ: 23


อักษรอาคาร50ปีกับอาคาร36ปี


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 12 มี.ค. 12, 18:50

ยังอยากรับฟังอยู่  ค่ะ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 12 มี.ค. 12, 22:44



ขอบคุณคุณขนมหวานค่ะ         ตอนนี้ตุนหนังสืออนุสรณ์เก่า ๆ ไว้ได้ไม่กี่เล่ม

บางรายยศศักดิ์อัครฐานเป็นแค่คุณหลวง   แต่ในงานพระราชทานเพลิง   รถติดทั้งเมืองก็มีค่ะ

เพราะคุณงามความดีที่ท่านสร้างแต่พวกเราไม่ทันทราบ           ขอเวลาอีกสักนิดแล้วจะกลับมาคัดลอก

ประวัติที่น่าสนใจสู่กันฟังนะคะ

       
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง