เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 53171 คนไทยในราชสำนักอังกฤษ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 13:00

นี่ก็สัตว์ทะเลอีกตัว   นายคร้ามฝากมาให้คุณเพ็ญชมพูเหมือนกัน

"ยังมีนกอีกจำพวกหนึ่งเรียกว่าเป็ดทะเล  ลอยอยู่ในน้ำนานๆ   ต่อเมื่อไรมีเรือแล่นมาใกล้เคียงจึงอาศัยเรือบ้าง   แต่อังกฤษมักไล่มัน  ไม่ให้ใครจับ  ดูรูปพรรณเหมือนเป็ดน้ำเมืองเรา  แต่ปากแหลม"

นกนางนวลกระมัง

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 13:40


จากเกาะหมาก  เรือเดินทางต่อไปถึงเกาะ"กาลัมบู"
ภูเขาที่กาลัมบูเป็นทิวเขาใหญ่โตและยืดยาว  สูงมาก เป็นลดเป็นหลั่นกันตามลำดับ   ยื่นเป็นแหลมงอกก็มี  ที่โค้งอ้อมไปเหมือนคันธนูก็มี   ดูใหญ่กว่าภูเขาทางภาคเหนือหลายเท่า    บริเวณหน้าเขาลงมาเป็นทิวไม้   แล้วเป็นหาดทราย  แล้วก็ทะเล
ที่เป็นทิวไม้ ก็มีชาวบ้านอาศัยอยู่   ตามลำน้ำมีเรือหาปลา
ที่เรียกว่ากาลัมบู เป็นแค่เมืองปากน้ำ  ไม่ใช่ทั้งประเทศ

นายคร้ามบรรยายภูเขาอีกลูกหนึ่งว่าสูงใหญ่รูปร่างเหมือนเจดีย์  แลดูอ้อมเป็นวง ยื่นออกมากลางทะเล   ในอ้อมเขานั้นแขกอยู่พวกหนึ่ง อังกฤษอยู่อีกพวกหนึ่ง ไม่ปะปนกัน
บริเวณที่แขกอยู่มีตึกเล็กตึกน้อย    แต่ที่อังกฤษอยู่ ตึกใหญ่โตมาก

คิดว่าชาวเรือนไทยที่เข้ามาร่วมวงในกระทู้คงดูออกว่ากาลัมบูคือเกาะอะไร


กาลัมบู นั้นใช่เกาะลังกาแน่ แต่ลักษณะภูมิประเทศที่นายคร้ามอธิบายไม่น่าจะใช่เมืองโคลอมโบ
ผมลองหาดูแล้ว เมืองที่คล้ายกับคำบรรยายมากที่สุดน่าจะเป็นเมือง "กอล-Galle" ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของเกาะลังกา ระยะเวลาเดินเรือถึงโคลอมโบประมาณสี่ชั่วโมง




คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 13:42

นั่งเรือมาหลายวัน คงทานข้าวกับเนื้อจนเบื่อ ให้เรือแล่นมาหลายวันแบบนี้คงเข้าเขตลังกา เป็นแน่ ส่วน "กาลัมบู" คล้ายว่า "โคลัมโบ" แน่นอน งานนี้ตะเกียงไม่พลาดแล้วครับ ยิ้มเท่ห์

คุณวิกกี้ ให้ข้อมูลว่าเมืองนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "Kalanpu" เป็นชื่อที่นักเดินทางชื่อ Ibn Battuta เรียกในศตวรรษที่ ๑๔

สมัยนายคร้ามเดินทางไปถึงคงมีคนเรียกชื่อเมืองนี้ว่า "คาลันปู" อยู่กระมัง

 ฮืม
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 13:52

จากจดหมายเหตุเสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖ พระยาศรีหเทพ บรรยายลักษณะเมืองกอล (Galle) ไว้ตอนหนึ่งว่า

 "... เมื่อเสด็จมาถึงป้อมเก่าในเมืองลงจากรถพระที่นั่ง เสด็จประพาสหน้าป้อมทางชายทะเลตลอด มิสเตอร์เวซเจ้าเมืองกอลและกรรมการอีกหลายคน ตามเสด็จและกราบบังคมทูลชี้แจงในเรื่องป้อม ป้อมนี้เป็นป้อมเก่า เขาว่าพวกโปรตุเกสมาสร้างไว้แต่ครั้งเมืองกอลยังขึ้นอยู่กับเมืองโปรตุเกส ป้อมนี้ตามรายงานทูตานุทูตสยามซึ่งไปเจริญทางพระราชไมตรีกับกรุงฝรั่งเศสเมื่อปีระกายังเป็นโทสก จุลศักราช ๑๒๒๓ หน้า ๒๕ ดูอังกฤษยังจัดการรักษาแข็งแรงอยู่ แต่เวลานี้อังกฤษไม่ได้ใช้แล้ว รักษาไว้สำหรับดูเป็นของประหลาดและเป็นที่เดินเล่นเหมือนกัน ..."




บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 14:28

นั่งเรือมาหลายวัน คงทานข้าวกับเนื้อจนเบื่อ ให้เรือแล่นมาหลายวันแบบนี้คงเข้าเขตลังกา เป็นแน่ ส่วน "กาลัมบู" คล้ายว่า "โคลัมโบ" แน่นอน งานนี้ตะเกียงไม่พลาดแล้วครับ ยิ้มเท่ห์

คุณวิกกี้ ให้ข้อมูลว่าเมืองนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "Kalanpu" เป็นชื่อที่นักเดินทางชื่อ Ibn Battuta เรียกในศตวรรษที่ ๑๔

สมัยนายคร้ามเดินทางไปถึงคงมีคนเรียกชื่อเมืองนี้ว่า "คาลันปู" อยู่กระมัง

 ฮืม

ในแผนที่โบราณ แสดงที่ตั้งของเมือง คาลันปู-Kalunpu



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31239

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 15:00

เล่าต่อ ถึงเกาะกาลัมบู
นายคร้ามเล่าต่อว่า
ที่อีกแห่งหนึ่ง  เป็นถนนยื่นออกมากลางทะเลหน่อยหนึ่ง   ที่เรียกว่าแต่ครั้งจองถนนนั้น    แต่ทุกวันนี้อังกฤษทำกระโจมไฟไว้ที่นั่น  สำหรับเรือลูกค้าเป็นที่สังเกต    แล้วปราบศิลานั้นเรียบร้อยน่าเดินเล่น
และในท้องที่เป็นวงอ่าวนั้นมีเรือเมล์จอดอยู่ ๘-๑๐ ลำ   กับเรือจ้างก็มีเหมือนกัน  แต่เป็นของแขกทั้งสิ้น  มีลูกค้าขายของเรือเร่ทั้งของกินและของเล่นต่างๆ


ถึงตอนนี้คงทราบกันแล้ว  กาลัมบู คือเกาะลังกานั่นเอง 

นายคร้ามยังบ่นถึงชาวพื้นเมืองที่ลังกา   ซึ่งท่านเรียกสั้นๆว่า "แขก" เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์และปีนัง ว่าพอเรือจอดพวกนี้ก็กรูกันขึ้นมาบนเรือ  เพราะตามธรรมเนียมเมืองเขาเป็นอย่างนั้น
เข้ามาถึงในห้องหับของผู้โดยสาร  ไล่เท่าไรก็ไม่ไป   หยิบฉวยขโมยอะไรเล็กๆน้อยๆได้ก็ฉวยเอาไปด้วย   คนไทยต้องไปตามฝรั่งมาไล่
พวกนี้ไม่นุ่งผ้า มีแต่ถุงใส่ที่ลับไว้เท่านั้น    นายคร้ามบ่นว่า "ดูพิกลจริต"

หน้าน้ำเมืองลังกามีเรือสินค้า เหมือนทุกเมืองที่ผ่านมา  ก็คงเป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งของลังกา      นายคร้ามบอกว่าเดินทางมา ๑๕ วันแล้วจึงถึงที่นี่
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 15:33

ที่อีกแห่งหนึ่ง  เป็นถนนยื่นออกมากลางทะเลหน่อยหนึ่ง   ที่เรียกว่าแต่ครั้งจองถนนนั้น    แต่ทุกวันนี้อังกฤษทำกระโจมไฟไว้ที่นั่น  สำหรับเรือลูกค้าเป็นที่สังเกต    แล้วปราบศิลานั้นเรียบร้อยน่าเดินเล่น

และในท้องที่เป็นวงอ่าวนั้นมีเรือเมล์จอดอยู่ ๘-๑๐ ลำ   กับเรือจ้างก็มีเหมือนกัน  แต่เป็นของแขกทั้งสิ้น  มีลูกค้าขายของเรือเร่ทั้งของกินและของเล่นต่างๆ


คงไม่ใช่ครั้งหนุมาณมาจองเป็นแน่

ปัจจุบันนี้เราเรียกว่าเขื่อนกันคลื่น (Breakwater) โดยการนำหินแกรนิตก้อนใหญ่ๆ ที่ได้จากการระเบิดภูเขาไปถมทิ้งลงในทะเลให้เป็นแนวเขื่อนสูงกว่าระดับน้ำทะเลสูงสุด สำหรับป้องกันคลื่นลูกใหญ่จากทะเลเปิด

ในภาพด้านซ้ายมือจะเห็นแนวเขื่อนกันคลื่นยื่นออกไปในทะเล แต่ถ้าเป็นช่วงพายุจากทะเลพัดเข้าฝั่ง นายคร้ามจะกล้าไปเดินเล่นบนเขื่อนไหม?



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 16:00

ที่อีกแห่งหนึ่ง  เป็นถนนยื่นออกมากลางทะเลหน่อยหนึ่ง   ที่เรียกว่าแต่ครั้งจองถนนนั้น    แต่ทุกวันนี้อังกฤษทำกระโจมไฟไว้ที่นั่น  สำหรับเรือลูกค้าเป็นที่สังเกต    แล้วปราบศิลานั้นเรียบร้อยน่าเดินเล่น
และในท้องที่เป็นวงอ่าวนั้นมีเรือเมล์จอดอยู่ ๘-๑๐ ลำ   กับเรือจ้างก็มีเหมือนกัน  แต่เป็นของแขกทั้งสิ้น  มีลูกค้าขายของเรือเร่ทั้งของกินและของเล่นต่างๆ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 16:18

ท่าเรือโคลัมโบ ปีที่นายคร้ามมาถึง (พ.ศ. ๒๔๒๗)

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31239

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 20:26

ที่กาลัมบู มีวัดพระเขี้ยวแก้ว  ระยะนั้นตรงกับเทศกาลตรุษไทย   นายคร้ามอยากไปจะนมัสการ  จึงตกลงเดินทางไปกับคนไทยคนอื่นๆ
ต้องนั่งรถไฟไป 1 วันตั้งแต่เช้าจนยามกว่า กว่าจะถึง
คนไทยที่ตกลงไปด้วยกันมี 16 คน  ก็เลยลงชื่อให้อ่านกัน
1    นายตาด                  2   จางวางทองดี              3  ครูยิ้ม            4  ครูเปีย          5      นายชุ่ม
6    นายสิน                    7   นายสาย                   8   นายนวล        9  นายเนตร       10     นายต่อม
11  นายช่าง                  12  นายคร้าม                  13  นายแปลก  (พระยาประสานดุริยศัพท์  เจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในรัชกาลที่ 6 )
14  นายเหม                   15 นายเมจี                    16  เพื่อนนายเมจี

วงเล็บหลังชื่อนายแปลก  เข้าใจว่าผู้เรียบเรียงหนังสือขยายความให้เข้าใจกัน      ถ้าหากว่าใครมีหนังสือประวัติพระยาประสานดุริยศัพท์  ก็อาจจะตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง เผื่อจะได้ข้อมูลว่าท่านไปอังกฤษในปีนี้ ไปทำอะไรบ้าง

ส่วนนายเมจี  ฟังชื่อเหมือนไม่ใช่ไทย   ผู้เรียบเรียงหนังสือเข้าใจว่าหมายถึงเมเยอร์   คือเจ้าเมืองหรืออธิบดี   สมัยนี้น่าจะหมายถึง mayor หรือนายกเทศมนตรี
อ่านมาถึงตอนนี้   นายเมจีเป็นใครไม่ทราบ   เพิ่งมีบทบาทตอนนายคร้ามเอ่ยขึ้นมาว่าอยากจะไปนมัสการพระเขี้ยวแก้ว   นายตาดก็บอกว่าจะไปถามเมจี
นายคร้ามท่านใช้คำว่า
"ขออำนาจของนาย(เมจี)ไปด้วยจึงจะเป็นสุข  เพราะเห็นอยู่ว่าแขกพวกนี้ติดจะหยุกหยิกมาก     แล้วจงอธิบายทางใกล้ไกลให้ทราบด้วย   อีกทั้งค่ารถไฟจะราคาเท่าไร"
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 20:36

13  นายแปลก  (พระยาประสานดุริยศัพท์  เจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในรัชกาลที่ 6 )

วงเล็บหลังชื่อนายแปลก  เข้าใจว่าผู้เรียบเรียงหนังสือขยายความให้เข้าใจกัน      ถ้าหากว่าใครมีหนังสือประวัติพระยาประสานดุริยศัพท์  ก็อาจจะตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง เผื่อจะได้ข้อมูลว่าท่านไปอังกฤษในปีนี้ ไปทำอะไรบ้าง

คุณวิกกี้ เล่าว่า

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๘ ท่านได้รับเลือกให้ไปร่วมฉลองครบรอบร้อยปีของพิพิธภัณฑ์เมืองอวิมปลีย์ที่ประเทศอังกฤษ ผลของการบรรเลงขลุ่ยของท่านเป็นที่พอพระราชหฤทัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียเป็นอย่างยิ่งถึงกับรับสั่งขอฟังเพลงขลุ่ยเป็นการส่วนพระองค์ในพระราชวังบัคกิ้งแฮมอีกครั้ง การบรรเลงครั้งหลังนี้สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียทรงลุกจากที่ประทับและใช้พระหัตถ์ลูบคอพระยาประสานฯพร้อมทั้งรับสั่งถามว่า เวลาเป่านั้นหายใจบ้างหรือไม่ เพราะเสียงขลุ่ยดังกังวานอยู่ตลอดเวลา

เอ ไปคนละงานกับนายคร้ามหรืออย่างไร

 ฮืม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31239

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 20:49

นักดนตรีพวกนี้น่าจะไปแสดงหลายงานค่ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 20:52

วัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ตั้งอยู่เมืองแคนดี้ อยู่ใจกลางเกาะลังกา อยู่บนภูเขา ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟจึงเป็นการที่สะดวกที่สุดแล้วในสมัยนั้น จึงได้นำรูปเส้นทางรถไฟสายขบวนดังกล่าวมาให้ชมกัน



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 20:55

วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10925



ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 11 ส.ค. 11, 22:14

ร่วมฉลองครบรอบร้อยปีของพิพิธภัณฑ์เมืองอวิมปลีย์ที่ประเทศอังกฤษ

ยังติดใจชื่อ เมืองอวิมปลีย์ ที่คุณวิกกี้เอ่ยถึง  ในเน็ตก็มีเอ่ยถึงในทำนองเดียวกันเยอะไปหมด 

แต่สุดท้ายก็ไม่ทราบว่า เมืองอวิมปลีย์นี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่ากระไร อยู่แถวไหนของอังกฤษ และมีความสำคัญอย่างไร

มีท่านผู้ใดพอให้ความกระจ่างได้บ้างหนอ

 ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง