เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 51786 คนไทยในราชสำนักอังกฤษ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 07 ส.ค. 11, 18:28

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นจดหมายเหตุของคนไทยชื่อนายคร้าม   เป็นหนึ่งในนักดนตรี ๑๙ คนที่เดินทางไปรับราชการดนตรี ณ กรุงลอนดอน  เมื่อพ.ศ. ๒๔๒๗ 
ตรงกับรัชกาลที่ ๕ ของสยาม  และรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร

ส่วนที่มา ว่าทำไมคนไทยถึงไปเล่นดนตรีในราชสำนักอังกฤษ คุณประยุทธ สิทธิพันธ์ผู้เรียบเรียง บอกไว้เป็น ๒ ทางคือ  ผู้ส่งนักดนตรีไทยเหล่านี้ไป  ถ้าไม่ใช่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช   ก็เป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์      แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

นายคร้ามเป็นใคร?
ประวัติบอกไว้ว่าเป็นบุตรหลวงปรนัยฯ  ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านขมิ้น  อ.บางกอกน้อย    สกุลนี้เป็นสกุลช่างศิลป สังกัดกรมช่างสิบหมู่  รับราชการสืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ แห่งกรุงธนบุรี จนถึงรัชกาลที่ ๕
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 18:34

นายคร้ามเป็นเชื้อไม่ทิ้งแถว   เชี่ยวชาญในศิลปะหลายอย่าง เช่นปั้น เขียน สลัก และยังเป็นนักดนตรีมีชื่อ เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น

ผลงานชิ้นสำคัญของนายคร้ามและสกุลวงศ์ที่มีให้เห็นจนทุกวันนี้คือรูปปั้นยักษ์วัดแจ้ง หรือวัดอรุณราชวราราม  โดยเฉพาะตัวทศกัณฐ์ และสหัสเดชะ  ที่หน้าโบสถ์
ช่างปั้นในสกุลสืบเชื้อสายกันมา ๓ ชั่วคนคือ ปู่ พ่อ และนายคร้ามเอง
ยักษ์สองตัวนั้น ของเดิมปั้นโดยหลวงปรนัยฯ   ต่อมาหักพังลงมาหลังจากหลวงปรนัยฯถึงแก่กรรม   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ลูกหลานในสกุลของหลวงปรนัยฯ เป็นผู้ซ่อมแซมเอง  นายคร้ามจึงได้ทำหน้าที่นี้ 
แต่รูปปั้นเดิมทรุดโทรมจนซ่อมไม่ไหว  นายคร้ามต้องรื้อใหม่ จนเหลือแต่โครง และปั้นขึ้นมาใหม่     งานชิ้นนี้นายคร้ามได้ทำเมื่อเดินทางกลับจากอังกฤษแล้ว

ใครมีรูปยักษ์ ๒ ตัวนี้บ้างคะ  เห็นรูปยักษ์แวบๆอยู่ในกระทู้รูปเก่าเล่าเรื่อง   คุณหนุ่มสยามกับคุณเพ็ญชมพู มีเก็บไว้บ้างไหม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 18:52

ใช่ยักษ์ ๒ ตนข้างล่างนี้หรือเปล่า

ภาพในอัลบัมข้างบนที่บรรยายว่า Pagode in Bankok



จำได้ไหมว่าที่ไหนบ้างเอ่ย

 ยิงฟันยิ้ม

ภาพนี้อยู่ใน Album "K.u.k. Expedition nach Ostasien 1868-1871" ถ่ายในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 20:32

ทศกัณฐ์กับสหัสเดชะ ยืนอยู่หน้าโบสถ์ค่ะ    ในรูปใช่หน้าโบสถ์หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 20:52

ตนไหนคือทศกัณฐ์ ตนไหนคือสหัสเดชะ   ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 22:25

งดงามมากครับ ทศกัณฐ์กายสีเขียว ส่วนสหัสเดชะกายสีขาว

แนบภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ ๕


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 22:26

 ทศกัณฐ์ กายสีเขียว ส่วน สหัสเดชะ กายสีขาว ค่ะ;D


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 22:27

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 22:28

จากหนังสือมูโอต์


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 07 ส.ค. 11, 22:33

อีกภาพละกันนะคะ.... ยิงฟันยิ้ม
ซุ้มประตูยอดมงกุฎทางเข้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง
ทศกัณฐ์อยู่ด้านซ้าย และสหัสเดชะด้านขวา ปี พ.ศ.2410


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 08 ส.ค. 11, 08:59

ทศกัณฐ์และสหัสเดชะในภาพขาวดำของคุณ siamese และภาพขาวดำของคุณดีดีข้างบนนี้เป็นฝีมือของหลวงปรนัยฯ  ซึ่งในประวัติบอกว่าชำรุด      แล้วถูกรื้อทิ้งปั้นใหม่ด้วยฝีมือนายคร้าม
ยังหาประวัติไม่พบว่า พญายักษ์ ๒ ตนในรูปสีของคุณเพ็ญชมพูและรูปสีของคุณดีดี  เป็นยักษ์ปั้นใหม่ในรัชกาลต่อๆมาหรือเปล่า   ถ้าคงเดิมมาตั้งแต่หลังพ.ศ. 2417   ก็แปลว่าเรากำลังดูผลงานของนายคร้ามอยู่
โปรดสังเกตเครื่องทรงของยักษ์เก่าในรูปขาวดำ กับยักษ์ใหม่ในรูปสี   ว่าเครื่องทรงอลังการกว่ากันมาก

******************
นายคร้ามน่าจะเป็นคนมีการศึกษาดี เขียนอ่านได้คล่อง และมีนิสัยแปลกกว่าคนไทยร่วมสมัย คือชอบจดชอบจำ    จึงเขียนจดหมายเหตุ บันทึกไว้ละเอียดลออ ให้เราได้อ่านกันในวันนี้
ท่านบอกไว้ว่า ออกเดินทางจากสยามตั้งแต่วันศุกร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีวอก ฉกศก  จ.ศ. ๑๒๔๖

นักดนตรี ๑๙ คนได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว ออกไปรับราชการดนตรี ตั้งแต่วันพุธ ขึ้น ๑๒ ค่ำ  จากนั้นในวันศุกร์เวลาย่ำรุ่ง  มาพร้อมกันที่ท่าไปรษณีย์กรุงเทพ  ลงเรือพร้อมกันเวลา บ่าย ๔ โมง ๒๐ นาที  ชื่อเรือ "เหกคูบา"
เรือออกจากท่ากำปะนี  เวลา ๕ โมง ๑๕ นาที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 08 ส.ค. 11, 09:15

นายคร้ามระบุว่า ไปราชการดนตรี และนักดนตรีทั้งหมดได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว  ทำให้ดิฉันคิดว่า น่าจะไปอย่างเป็นทางการ    เรียกว่าราชการสยามส่งไป  ไม่ใช่เจ้านายหรือเสนาบดีส่งไปเป็นแน่    เพราะอย่างหลังย่อมถือว่าส่งไปส่วนพระองค์ หรือส่วนของกระทรวง    ถ้าไปลาก็ต้องลาต้นสังกัดคือทูลลาเจ้านายพระองค์นั้น หรือไปกราบลาท่านเสนาบดีท่านนี้

แต่นี่  ราชการส่งไป  ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องเรียกว่าเป็นทูตทางวัฒนธรรม   จึงต้องกราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว    และอาจเป็นเรื่องทางกฏหมายด้วยว่าข้าราชการจะออกไปพ้นพระราชอาณาเขต ก็ต้องกราบถวายบังคมลา  ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต อย่างเป็นทางการ

ส่วนเรือชื่อประหลาดว่า เหกคูบา นั้น  ภาษาอังกฤษคือ Hecuba มาจากมหากาพย์ Iliad ของ Homer ว่าด้วยสงครามกรุงทรอย  เฮคคิวบาคือชื่อพระมเหสีของพระเจ้าเพรียม พระราชาแห่งทรอย  ที่เจ้าชายปารีสพระโอรสไปพาเฮเลน ราชินีกรีกหนีมา จนเกิดสงครามล้างผลาญเครือญาติเผ่าพันธุ์ของเมืองทรอย  แบบเดียวกับทศกัณฐ์พานางสีดามาผลาญโคตรวงศ์พงศายักษ์เสียหมดลงกา และเมืองอื่นๆด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 08 ส.ค. 11, 09:44

ถึงเวลาถูตะเกียง

นักดนตรี ๑๙ คนได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว ออกไปรับราชการดนตรี ตั้งแต่วันพุธ ขึ้น ๑๒ ค่ำ  จากนั้นในวันศุกร์เวลาย่ำรุ่ง  มาพร้อมกันที่ท่าไปรษณีย์กรุงเทพ  ลงเรือพร้อมกันเวลา บ่าย ๔ โมง ๒๐ นาที  ชื่อเรือ "เหกคูบา"
เรือออกจากท่ากำปะนี  เวลา ๕ โมง ๑๕ นาที

อยู่ตรงไหนคะ?
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 08 ส.ค. 11, 10:21

ถึงเวลาถูตะเกียง

นักดนตรี ๑๙ คนได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัว ออกไปรับราชการดนตรี ตั้งแต่วันพุธ ขึ้น ๑๒ ค่ำ  จากนั้นในวันศุกร์เวลาย่ำรุ่ง  มาพร้อมกันที่ท่าไปรษณีย์กรุงเทพ  ลงเรือพร้อมกันเวลา บ่าย ๔ โมง ๒๐ นาที  ชื่อเรือ "เหกคูบา"
เรือออกจากท่ากำปะนี  เวลา ๕ โมง ๑๕ นาที

อยู่ตรงไหนคะ?

ประวัติการไปรษณีย์สยาม กล่าวว่า เดิมนั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กิจการไปรษณีย์ของไทยได้อาศัยการเดินเรือและการขนส่งจดหมายที่สถานกงสุลอังกฤษ (บางรัก) เดินเรือระหว่างสิงค์โปร์ - กรุงเทพ ต่อมาเมื่อกิจการไปรณ๊ย์ของสยาม เริ่มวางระบบและปูพื้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๔ เป็นต้นมาและได้เริ่มกิจการไปรณีย์แห่งสยาม ขึ้นเมื่อ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ (วันการสื่อสารแห่งชาติ)

อาคารไปรษณีย์นั้นได้ใช้บ้านของพระปรีชากลการ (สำอางค์ อมาตยกุล) ซึ่งถูกริบเป็นสมบัติของแผ่นดิน มาดัดแปลงเป็นตึกใหญ่ "ไปรษณียคาร" เป็นที่ตั้งของกรมไปรษณีย์แห่งแรก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงคลองโอ่งอ่าง

ตึกหลังนี้ได้ถูกรื้อทิ้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ เพื่อเปิดทางให้ก่อสร้างสะพานพระปกเกล้า แต่ก็ได้มีการจำลองใหม่ไม่นานมานี้ และท่าเรือไปรษณีย์นี้เอง ก็เป็นที่เดียวกับนายคร้าม มาขึ้นท่าเรือเพราะเป็นท่าเรือที่จอดเรือไปกรุงเทพ - สิงค์โปร์ ได้และอีกทั้งบ้านสมเด็จเจ้าพระยาก็อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย



บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 08 ส.ค. 11, 12:05

เรือ"ฮีกิวบา" 'H.M.T Hecuba' (สะกดตามที่ใช้ในราชกิจจานุเบกษา) เป็นเรือกลไฟสัญชาติอังกฤษ ของบริษัทวินซโรช โดยกัปตันไฮวต์ ในเที่ยวนั้น



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง