บทพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา

<< < (5/24) > >>

luanglek:
เพรียงที่คุณเพ็ญชมพูเอารูปมาแสดงนั้น  ยังไม่ตะปุ่มตะป่ำขรุขระเท่าที่ควรครับ
ขอรูปที่ขรุขระมากกว่านี้   รูปที่แสดงมานั้น ยังเรียบอยู่  
ยิ่งถ้าได้ข้อมูลว่า เพรียงมีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีหน้าตาอย่างไร จะดีมาก

siamese:
อ้างจาก: luanglek ที่  16 ก.ค. 11, 13:03

อ้างจาก: siamese ที่  16 ก.ค. 11, 12:50


ลองนึกถึงเพรียงที่เกาะตามท้องเรือซิครับ หรือไม่ เพรียงตามโขดหิน คงจะเละเทะแบบนั้นหรือ  ???


ขอดูรูปด้วยดิ   ว่าปากเปล่า  เด็กไม่เข้าใจ  บางคนไม่เคยไปทะเล
ไม่เคยไปหงายท้องเรือหงายก้อนหิน ดูจะรู้จักเพรียงไหม


luanglek:
คำบรรยายรูปของจรกา ปรากฏอีกครั้งตอนจรกาเข้าเฝ้าท้าวดาหา
กล่าวคือ  ระตูจรกากับพี่ชายยกทัพจะไปช่วยเมืองดาหารบกับทัพท้าวกะหมังกุหนิง
แต่ว่าสงสัยม้าใช้จะไปแอบนอนหลับที่ไหนสักแห่ง  เลยไปแจ้งข่าวช้า
ทำให้ระตูจรกาและพี่ชายจัดทัพเดินทางมาไม่ทันช่วยรบ (เขารบกันเสร็จไปแล้ว)
แต่ก็ได้เข้าเฝ้าท้าวดาหา  ในการเข้าเฝ้าครั้งนั้น
พวกสนมนางในเฒ่าแก่ชะแม่ต่างวิพากาวิจารณ์รูปร่างจรกาสนุกปากทีเดียว
จึงคัดมาให้อ่านดังนี้

"           บัดนั้น                  ฝุงสนมนารีศรีใส
ทั้งเถ้าแก่ชะแม่กำนัลใน          ต่างไปชิงช่องมองเมียง
ครั้นเห็นจรกาเข้ามาเฝ้า          บรรดาเหล่าชะแม่แซ่เสียง
บ้างตำหนิติว่าหน้าเพรียง        ดูดำดังเหนี่ยงน่าชังนัก
ไม่มีซวดทรงองค์เอวอ้วน       พิศไหนเลวล้วนอัปลักษณ์
ใส่ชฎาก็ไม่รับกับพักตร์           งามบาดตานักขี้คร้านดู
บ้างว่าเสียงเพราะเสนาะเหลือ   แหบเครือเบื่อฟังรำคาญหู
รูปร่างอย่างไพร่ใช่ระตู            ไม่ควรเคียงคู่พระบุตรี
กระนี้ฤาช่างมาตุนาหงัน          เห็นเกินหน้าไกลกันทั้งศักดิ์ศรี
ดังเอาปัดขี้ร้ายราคี                ปนมณีจินดาค่าควรเมือง
ลางคนว่าระตูจะคู่ครอง           ดั่งเพชรผูกเรืองรองด้วยทองเหลือง
เหมือนทองคำธรรมชาติรุ่งเรือง   มารู่กับกระเบื้องไม่ควรกัน
ลางนางบ้างโกรธแล้วพาที       เสียดายพระบุตรีสาวสวรรคื
ถ้าได้กับอิเหนากุเรปัน             น่าชมสมกันข้าชอบใจ
อันระตูผู้นี้บัดสีนัก                  จะร่วมเรียงเคียงพักตร์หาควรไม่
บ้างห้ามว่าอย่าอื้ออึงไป          บ้างบ่นพิไรไปมา"

อ่านแล้วรู้ทันทีว่า จรกามีรูปร่างอย่างไร
พวกนางในนี่ก็กระไร  ปากคอเราะรายนักเชียว มีทั้งเสียดสี
ประชดประชัน เหน็บแนม  กระทบกระเทียบเปรียบเปรย สารพัด

มีท้ายกลอนวรรคหนึ่ง ลงด้วยคำว่า อัปลักษณ์
คำนี้  ต้องอ่านออกเสียงว่า อับ-ปะ-หลัก
จึงจะไม่ผิดเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคของกลอน
ถ้าอ่านว่า อับ-ปะ-ลัก จะผิดเสียงท้ายวรรคทันที

เหมือนกับกลอนตอนหนึ่ง  ในบทลครเรื่องเวนิชวาณิช
พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๖ ที่ว่า

  "อันชนใดไม่มีดนตรีกาล         ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ       เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก               มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
และดวงใจย่อมดำสกปรก            ราวนรกเช่นกล่าวมานี้
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้             เราควรมาฟังดนตรีเถิดชื่นใจ..."

ก็ต้องอ่านว่าอับ-ปะ-หลัก เช่นกัน  

ในกลอนวรรณคดีเก่าๆ หลายเรื่องก็มีอย่างนี้  ถ้าไม่เข้าใจวิธีอ่าน
ก็เข้าใจว่าคนโบราณแต่งพลาด  



Wandee:
อิเหนาฉบับใครเป็นใคร

ประสันตา     พี่เลี้ยงอันดับสี่ของราชกุมารเมืองกุเรปัน
                เป็นลูกของยาสา(ตำแหน่งอำมาตย์นะคะ  ไม่ใช่ชื่อบุคคล)
                นิสัยร่าเริง  หยอกล้ออิเหนาได้
                ต่อนกเป็น
                เชิดหนังได้
                เล่นไม้ดัดด้วย

               พระพี่เลี้ยงตำแหน่งอื่นๆมี   ยะรุเดะ        ปูนตา      กะระตาหลา


ระเด่นดาหยัน     ไม่ค่อยเกี่ยวหรือมีบทบาทอะไร   นำมาลงดักหน้าการออกข้อสอบแบบดาวกระจาย
                เป็นเชื้อวงศ์เมืองหมันหยา      ยายของอิเหนาส่งมาพร้อมพี่เลี้ยงชายหนึ่งร้อยคนและนางนมหนึ่งร้อยคน
                เมื่อตอนอิเหนาเกิด      
                กุเรปันจัดนางนมจัดภรรยาของเสนีไว้ให้แล้ว  แต่ไม่ได้บอกจำนวน
                คุณสมบัติของแม่นมนั้นในอิเหนาบอกว่ามี ๖๔ ข้อ    คือไม่สูงไม่เตี้ย ไม่มีกลิ่นตัว  น้ำนมหวานมันไม่เปรี้ยว
                เป็นผู้มีสกุล  คือรู้จักการที่ควรหรือไม่ควรประพฤติ

                พระนมนี่ในวรรณคดีบางเรื่องได้ดีเพราะเจ้าชายมีกตัญญู    เรื่องจริงในรัตนโกสินทร์ก็มีจ้ะ   ลูกพระนมได้รับราชการเป็นเจ้าพระยา

art47:
อ้างจาก: Wandee ที่  16 ก.ค. 11, 14:29


                พระนมนี่ในวรรณคดีบางเรื่องได้ดีเพราะเจ้าชายมีกตัญญู    เรื่องจริงในรัตนโกสินทร์ก็มีจ้ะ   ลูกพระนมได้รับราชการเป็นเจ้าพระยา



คุณวันดีต้องบอกให้ครบ

พี่สาวเป็นคุณท้าว
พี่ชายเป็นเจ้าพระยา
น้องชายเป็นพระยา

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว