เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 8847 ท่านผู้หญิงพัว อนุรักษ์ราชมณเฑียร
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 ก.ค. 11, 22:56


คุณหนุ่มคงค้นสมบัติเพลินเพื่อนำมาเสนอท่านผู้อาสุโสสูงเพื่อหวังจะทำคะแนน

ไม่เป็นไรมิได้แม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าเป็นหนังสือ  เราจะเรียกกันว่า เย็บเล่มติดกัน



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 11 ก.ค. 11, 23:17



       คุณทรัพย์  สุจริตกุล  ญาติผู้พี่ของคุณพัว  ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ฝึกหัดอบรมให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนและประเพณี

ตอนเช้าเรียนหนังสือกับหม่อมเจ้าหญิงภานี  สนิทวงศ์   เวลาบ่ายขึ้นเฝ้ารับใช้เจ้านายยเสวยกลางวัน  จะลงพระตำหนักไปได้ต่อเมื่อ

เวลาอาบน้ำและรับประทานอาหารเย็น

       เวลาเย็น  ทูลกระหม่อมหญิงจะทรงพระดำเนินไปเฝ้าเจ้านายพี่น้องตามตำหนักต่าง ๆ      เจ้านายทรงรองพระบาท   แต่พวกข้าหลวง

แม้จะมีศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าที่มีหน้าที่ตามเสด็จ  ก็ไม่ทรงพระบาทอย่างเจ้านาย   สมัยนั้นพวกข้าหลวงหรือคนรับใช้เจ้านายจะเดินเท้าเปล่า

ไม่สวมรองเท้าอย่างทุกวันนี้


       ขณะนั้นข้าพเจ้าไว้ผมจุก   พี่เลี้ยงมีงานเพิ่มคือต้องเกล้าจุก  กันไร  และโกนผมเป็นประจำเสมอ    จุกจะถูกดึงรูดด้วยขี้ผึ้งน้ำมัน

ปั้นกลมแข็ง  ให้แนบสนิทกับช้องเพราะคุณพัวมีผมบางต้องใช้ช้อง      เมื่อเกล้าเสร็จแล้วจะปักปิ่นมรกตเพขรของแท้    คุณพัวทำหล่นหรือเกี่ยวกิ่งไม้เป็นประจำ


       เมื่อเติบโตพอควรแล้ว   คุณพัวย้ายสังกัดไปอยู่ในความปกครองของ ม.จ. นาราวดี  เทวกุล

วันหนึ่งคุณพัวได้ไปดูโขนของกรมพระนราฯ  ซึ่งเล่นถวายในสวนดุสิต      เล่นตอนนางสัมนักขาถูกตัดใบหู   เขาเล่นเก่งมากเห็นจริงเห็นจัง

พอถึงตอนตัดใบหูก็มีเลือดพุ่งฉูดออกมา           พอเห็นเช่นนั้นคุณพัวก็เป็นลมล้มพับลง   เพื่อน ๆ ต้องอุ้มกลับไปสวนสี่ฤดู

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 11 ก.ค. 11, 23:47


       การได้ไปเที่ยวทุกครั้ง  เมื่อกลับมาต้องรายงานแก่พี่เลี้ยงว่าได้พบกับใครบ้าง  เพราะในสมัยโน้น

ท่านผู้ใหญ่ถ้าได้พบกับลูกหลานในงานนักขัตฤกษ์เช่นนี้   มักจะแจกเงินไปซื้อของเล่น  เพราะฉะนั้น

ต้องจำให้ถูกว่า  ใครให้เท่าใด


       ครั้งหนึ่งคุณพัวไปเที่ยวและได้รับแจกเงิน        โดยมีเสียงตะโกนดัง ๆ ว่า "ชาวฟากข้่างโน้น  เข้าไปรับแจกได้  ท่านกำลังแจกอยู่"

พวกข้าหลวงที่ไปด้วยเขาคลานเข้าไปรับ   คุณพัวก็คลานเข้าไปนับบ้าง   ท่านผู้แจกก็แจกโดยไม่ถามอะไรเลย   คุณพัวเองก็ไม่

ทราบว่าใครเป็คนแจก        ครั้นกลับมาได้เล่าให้พี่เลี้ยงฟัง          คราวนี้เกิดความใหญ่  หาว่าเป็นคนมักได้เพราะช่างไม่เข้าใจ

ความหมายที่เขาเรียกว่า "ก๊กฝั่งข้างโน้น"(หมายถึงพวก บุนนาค และ ชูโต)  หาใช่ชาวฟากข้างโน้นไม่

บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 06:55

เรื่องคุณข้าหลวงไม่สวมรองเท้าเวลาตามเสด็จเจ้านายนั้น

เคยได้ยินคุณมหาดเล็กรัชกาลที่ ๖ ท่านเล่าว่า  เวลาเดินผ่าประตูวิเศษไชยศรีเข้าไปในเขตพระราชฐานท่านก็ค้องถอดแล้วหิ้วรองเท้า  เดินเท้าเปล่าเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง  ธรรมเนียมน้ีน่าจะตกทอดมาถึงรัชกาลปัจจุบัน  เพราะอดีตหัวหน้าแผนกสนมพลเรือนท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟะงว่า เมื่อท่านเริ่มรับราชการในรัชกาลที่ ๘  วันหนึ่งเดินหิ้วรองเท้าผ่านประตูพิมานไชยศรีจะไปตึกที่ทำการกรมสนมพลเรือน  มองไปทางพระที่นั่งบรมพิมานเห็นเด็กหนุ่ม ๒ คนกำลังเตะฟุตบอลหรือตะกร้อ (จำไม่ได้แน่)  เลยจะไปห้ามเพราะเกรงว่าจะรบกวนเบื้องพระยุคลบาท  พอเข้าใกล้เห็นว่าเป็นใคร  ท่านถึงกับทรุดตัวลงวางรองเท้าแล้วถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์แทน
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 07:26


คุณหนุ่มคงค้นสมบัติเพลินเพื่อนำมาเสนอท่านผู้อาสุโสสูงเพื่อหวังจะทำคะแนน


หามิได้ที่จะหวังสิ่งตอบแทนใด ๆ หากแต่วันในกาลหน้า มีผู้มาอ่านว่า ห้องหับ อยู่ตำแหน่งใดจักได้คลายปัญหาสงสัย จะได้เชิญเครื่องหมากพลูเข้าห้องได้ถูก  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 08:21



ขอบพระคุณคุณวีมีค่ะ        เรื่องนี้เคยอ่านมาเหมือนกัน


คุณหนุ่มไซมีส   อย่าลืมนำตะไกรผ่าหมากใส่มาด้วย


คุณ ritti018 คะ    อันที่จริงประวัติของขุนนางในยุคเดียวกัน  ก็เกี่ยวพันโยงใยกันแทบทั้งนั้น
การบันทึกเป็นเรื่อง ๆ   บางทีเราก็ลืมมองไปว่า  ท่านเหล่านั้นเป็นญาติสนิทกัน  รับราชการมาด้วยกัน
รุ่งเรืองไปด้วยความสามารถและบากบั่นในราชการต่างกันบ้าง    น่าเสียดายที่การเล่าประวัติเหล่านี้
ไม่ค่อยจะมี  ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 14:21


โกนจุก

       พระยาราชภักดี (โค  สุจริตกุล)  เจ้าคุณปู่ได้ทูลลาตัวคุณพัวออกไปโกนจุก  พร้อมพระสุจริตสุดา (เปรื่อง  สุจริตกุล)

พระสนมเอกในรัชกาลที่ ๖  ซึ่งเป็นธิดาคนโตของบิดา   ขณะนั้นอายุได้ ๑๓ ปี

คุณพัวอายุ ๙ ขวบ  ไปลองเสื้อที่ตำหนักเทพดนัยในพระบรมมหาราชวัง      ต้องลองอยู่หลายวันเพราะตัวเล็กมาก

ท่านใส่เครื่องประดับเพียบ   หวิดทำจี้ทับทิมเม็ดใหญ่หายเพราะปีนตู้เล่น  สายสร้อยถูกดึง  ท่านลงคลานหาแล้วกดกลับเข้าที่ได้

ท่านเล่าว่าการทำความสะอาดจุก และอบด้วยควันเทียน

       สมเด็จพระพันปีหลวงพระราชทานเงินทำขวัญ หนึ่งชั่ง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 14:41



       ครั้งหนึ่ง  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ จะทรงจัดงานต้อนรับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

ซึ่งกราบบังคมลาไปเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่     ในการต้อนรับนี้   ได้คัดเลือกผู้ที่หน้าตาสวยและรำเก่งจากทุกตำหนัก

คุณพัวไปดูการฝึกซ้อมทุกวัน  พอได้เวลา ๑๖ นาฬิกา ก็วิ่งกลับมาสวนสี่ฤดู

เมื่อมาถึงท่าน้ำลงไปจะล้างหน้า  เมื่อยกมือขึ้นจะล้างหน้า  รู้สึกว่ากำไลทองฝังทับทิมหนักสี่บาทหลุดหายไปเมื่อไรไม่ทราบ

คุณพัวตกใจรีบขึ้นไปกราบทูล   ทูลกระหม่อมกริ้วมาก  ให้ข้าหลวงผู้ใหญ่คนหนึ่งนำตัวไปส่งคืนคุณท้่าววนิดา(เจ้าจอมเพิ่ม  สุจริตกุล)

สมัยนั้นการเดินทางไปโดยรถรางจากประตูสี่แซ่  พระราชวังดุสิต   มีรถรางวิ่งมาถึง ประตูศรีสุดาวงศ์ในพระบรมมหาราชวัง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 15:15



       เมื่อคุณพัวมาอยู่ในพระบรมมหาราชวังครั้งที่สองนี้   คุณท้าววนิดาส่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนเสาวภา

ต่อมาทูลกระหม่อมรับสั่งให้ไปเข้าโรงเรียนราชินี   การเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถม้าเทศของหลวง  มารับส่งที่ประตูศรีสุดาวงศ์ทุกวัน

ต่อมาทูลกระหม่อมอัษฎางคเดชาวุธเสด็จกลับจากยุโรป   รถม้าเทศของหลวงถูกเรียกคืน      คุณพัวไปโรงเรียนด้วยรถราง 

หรือรถเจ๊กลากโดยคนจีนตามใจชอบ   มีผู้ใหญ่รับส่ง       ได้ประทานค่ารถวันละหนึ่งสลึง  ต้องไปเบิกจากคุณยายมา

(พระพี่เลี้ยงสมเด็จพระพันวัสสา)ทุก ๆ เช้า
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 22:34


ขอเสนอประวัติท่านผู้ใหญ่ในสกุล "สุจริตกุล"  เพื่อให้ท่านที่สนใจเห็นสาแหรกและความเป็นญาติของบุคคลต่างๆ


เจ้าพระยาศิริรัตนมนตรี(หงษ์  สุจริตกุล)  (อ้างอิงการตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์  หน้า ๑๖๐ - ๑๖๓)

เป็นบุตรคนโตของท้าวสุจริตธำรง (นาค)  กับ หลวงอาสาสำแดง(แตง)  เป็นพี่ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา

ถวายตัวเป็นมหาดเล็กแต่ในรัชกาลที่ ๓

พอถึงรัชกาลที่ ๔  ได้เป็นนายพลพัน  หุ้มแพรมหาดเล็ก  แล้วเป็นนายจ่าเรศ

ถึงรัชกาลที่ ๕ เลื่อนเป็นหลวงนาวานุรักษ์ กรมรักษาโรงเรือ  แล้วเป็นพระยาราชประสิทธิ์เจ้ากรมพระคลังวิเศษ

แล้วเลื่อนเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี  ใน พ.ศ. ๒๔๓๗

ในรัชกาลที่ ๖  โปรด ฯ ให้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาสิริรัตนมนตรี  ในวันอังคารที่ ๓ มกราคม  พ.ศ. ๒๔๕๓

ท่านเป็นพี่ของพระยาราชภักดี(โค) คุณปู่ของคุณพัว

ธิดาของท่านคือหม่อมใหญ่  เทวกุล



บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 22:52


พระยาราชภักดี (โค  สุจริตกุล)    (อ้างอิงลำดับสกุลสุจริตกุล  ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระพิบูลย์ไอศวรรย์(เปรียบ  สุจริตกุล)๒๕๒๒)

มีบุตรคือ  เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ฯ (ปลื้ม)

ธิดาคือ  ท้าววนิดาพิจาริณี (เพิ่ม)  เจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕




เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ฯ (ปลื้ม  สุจริตกุล)  (อ้างอิงข้่างบน)

๑.   พระยาอุดมราชภักดี (โถ)
๒.   พระสุจริตสุดา (เปรื่อง)  พระสนมในรัชกาลที่ ๖
๓.   ช.  สวาส
๔.   ท่านผู้หญิงพ้ว  ภรรยาพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร(ก๊าด  วัชโรทัย)
๕.  ช. พระพิบูลย์ไอศวรรย์ (เปรียบ)
๖.  ช.  ชั้น
๗.  สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี  พระวรชายาในรัชกาลที่ ๖(พระนามเดิม  ประไพ)
๘.  ญ. เพียบ
๙.  ช.  นายกวดหุ้มแพร (โต)
๑๐. ช. เกื้อ
๑๑. ญ. เล็ก
๑๒. ช. จิตติ
๑๓. ช. อั๋น
๑๔. ช. สุจินต์
๑๕. ช. ไม่มีชื่อ
๑๖. ญ. ลมหวล
๑๗. ญ. ปิ่มปลื้ม  ภรรยานายชาญ  บุนนาก
๑๘. ช. อุทัย
๑๙. ญ. สุปรีดา  ภรรยานายประนอม  วสุธาร
๒๐. ช. เปรม

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 14 ก.ค. 11, 10:16


       ครั้งหนึ่งเมื่อโรงเรียนปิดเทอม   คุณพ่อขอทูลลาคุณพัวให้กลับไปอยู่บ้านคลองบางหลวง

ในสมัยก่อน  โรงเรียบปิดสองเทอมคือในเดือนตุลาคมและเมษายนเท่านั้น


       "เมื่อเช้าวันที่ ๒๓ เดือนตุลาคม  เจ้าคุณปู่ของข้าพเจ้า  พระยาราชภักดี  ได้รับหมายจากกระทรวงวังว่า

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต      ทั้งท่านและคุณพ่อร้องไห้มากทำให้ข้าพเจ้าตกใจ

เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นคนแก่ร้องไห้   ไม่กล้าไปซุกซนที่ไหน   ได้แต่นั่งเฉย ๆ     ต่อจากนั้นทางบ้านก็จัดหาเครื่องไว้ทุกข์

และนำตัวข้าพเจ้ากลับไปส่งในพระบรมมหาราชวังที่เรือนคุณอา"

       
       คุณพัวขึ้นเฝ้าทูลกระหม่อมที่พระตำหนักเทพดนัย        รับสั่งให้ออกจากนักเรียนประจำ   ให้อยู่ในความดูแล

ของหม่อมเจ้าหญิงจันทรนิภา  เทวกุล  ท่านเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนราชินี     นักเรียนทุกคนไปโรงเรียนด้วยรถยนต์สองแถวสีเขียว  เรียกกันว่ารถเขียว

ท่านหญิงจันทรนิภาเสด็จด้วยรถเดมเล่อร์สีดำ          นักเรียนแย่งกันนั่งทางท้ายเพราะมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆตามท้องถนนได้สดวก

แต่เข้าหน้าหนาวช้างหลวงมักตกมัน   พอเห็นรถนักเรียนก็วิ่งไล่ชูงวงมาท้ายรถ   พวกที่ชอบนั่งข้างหลังก็ใจหายใจคว่ำ


       ครั้นเสร็จพระราชพิธีถวายพระเพลิงที่ท้องสนามหลวง    สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จแปรพระราชฐานไปปีะทับที่วังพญาไท   ทูลกระหม่อมตามเสด็จ

สมเด็จพระพันวสาอัยยิกาเจ้าและพระมเหสีองค์อื่น ๆ เจ้านายเจ้าจอมที่เคยประทับและอยู่สวนดุสิต  ต่างเสด็จออกจากวังหลวง

คุณพัวตามเสด็จหม่อมเจ้าหญิงจันทรนิภาไปสวนดุสิตด้วย
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 14 ก.ค. 11, 11:08



       ในสวนหงษ์สมเด็จทรงปลูกผลไม้นานาชนิด   ทั้งดอกไม้ชนิดหอมสำหรับใช้บูชาพระ

หน้าสวนหงษ์มีต้นสะท้อนหวานอยู่สองข้างถนนตลอดสาย       คุณพัวเล่าว่าถ้าขยันหน่อยตื่นแต่เช้าออกเดินไปเรื่อย ๆ

จะพบสะท้อนเก็บมาไว้กิน   หรือผลไม้อะไรในสวนแก่ก็เก็บเอามาบ่มในท่อข้างถนน   กลับจากโรงเรียน

เปิดท่อดูก็ใช้ได้   เก็บดอกไม้ในสวนหงษ์ยังไม่พอ  เลยไปเก็บตามตำหนักเจ้านายพระองค์อื่น ๆ      เดินออกจากสวนหงษ์

ข้ามสะพานไปแล้วเลี้ยวขวา   ข้ามไปที่ตำหนักกรมหลวงทิพยรัตน์ประภา   เวลานั้นทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีโขลนภายใน

พระบรมมหาราชวัง    ทรงปลูกดอกรักเร่  โดยสั่งหัวมาจากเมืองนอกสวยงามมาก   คุณพัวเด็ดได้ดอกหนึ่งแล้ววิ่งหนีข้าหลวง

ข้ามสะพานที่เพิ่งวางแกนเหล็กไปได้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 14 ก.ค. 11, 12:07




       ในปี ๒๕๖๐    คุณพัวจบชั้นมัธยม ๖   สมเด็จพระพันวัสสาเลือกให้ไปเรียนพยาบาล  เนื่องด้วย

สมเด็จกรมพระยาชัยนาท  เสด็จกลับมาตั้งการสาธารณสุข  พัฒนาโรงเรียนแพทย์  โรงเรียนนางพยาบาล และโรงพยาบาลศิริราช

เสด็จไปทูลขอเด็กให้ไปเรียนพยาบาล



​       คุณพัวเล่าว่า   "ข้าพเจ้าเป็นเด็กไม่เอาถ่าน  จึงถูกให้เป็นนักเรียนในบำรุง  คือเมื่อจบแล้วต้องอยู่ทำงานให้แก่โรงพยาบาล ๑ ปี

พวกครูซุบซิบเรื่องข้าพเจ้าว่าคงจะเหลวไหลกระมัง       เป็นเหตุให้ข้าพเจ้านึกเฉลียวใจขึ้นมา   ไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้เมื่ออยู่โรงเรียนเดิม 

เพราะเล่นไปเรียนไปตลอดเวลา

       บังเอิญมีครูคนหนึ่งอยู่ในบ้านเจ้าคุณปู่  ได้เรียนวิชาแพทย์จบมาเป็นครูสอน     พอเข้าห้องเรียนชายผู้นั้นก็ไหว้ข้าพเจ้าทุกครั้ง

และทุกวันที่มาสอน   เป็นเหตุให้มีมานะตั้งใจเรียนขึ้นอย่างประหลาด  จนสอบปีสุดท้ายได้เป็นที่หนึ่งในชั้น   ซึ่งไม่เคยมีมาเลยตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียนเดิม"

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 14 ก.ค. 11, 13:49

เรียนคุณวันดี ที่นับถือ

ได้อ่านเรื่องราวอันงดงามแล้ว พาให้นำภาพมาประดับผูกติดไว้เช่นเดิม ภาพบรรยากาศพระตำหนักสวนหงษ์ ตลอดจนคลอง ต้นไม้ ผลไม้ ดอกไม้ เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้อีกแล้ว


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.063 วินาที กับ 19 คำสั่ง