เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5205 น้ำพริกสะท้อนผัด
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 09 ก.ค. 11, 09:05

สะท้อน ก็คือกระท้อนนั่นเอง
ตำรับนี้มาจากหนังสืออนุสรณ์ คุณเยียน อนุบาลพายัพกิจ เชียงใหม่ เมื่อพ.ศ. 2530

เครื่องปรุง
กระท้อน
กุ้งแห้งหรือปลากรอบ
กระเทียม 
กะปิ
พริกขี้หนู
พริกเหลือง
น้ำตาลปึก
เกลือ
น้ำปลา
น้ำมะนาว
มะอึก
ส้มเหม็น (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
น้ำมันหมู (เห็นจะต้องเปลี่ยนเป็นน้ำมันพืช)

วิธีทำ
๑  ปอกเปลือกกระท้อน  ใช้แต่เนื้อใน และปุย
๒  โขลกกุ้งแห้งหรือปลากรอบที่ปิ้งไฟแล้ว    เข้ากับกระเทียม เกลือ กะปิ และเนื้อกระท้อน
๓  ใส่พริก น้ำตาล น้ำปลา มะนาว มะอึก และส้มเหม็นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ(ถ้าชอบ)  โขลกเข้าด้วยกัน
๔ เจียวกระเทียมซอย พอเหลืองก็ตักขึ้นไว้    เอาน้ำพริกลงผัดกับน้ำมันหมู(หรือน้ำมันพืช)
๔ ผัดจนหอม  ตักขึ้นใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 09 ก.ค. 11, 09:18

รูปประกอบหามาจากกูเกิ้ล ไม่ค่อยจะตรงเท่าไรนะคะ เพราะในตำราบอกว่าโขลกกระท้อน  ไม่ได้เก็บไว้เป็นชิ้น   และยังมีกระเทียมเจียวโรยหน้าอีกด้วย  แต่ก็หารูปที่ตรงตามตำราไม่ได้
บางท่านอาจสงสัยว่าส้มเหม็นคืออะไร    ส้มเหม็น คือส้มเขียวหวานที่ยังอ่อนอยู่  ลูกเล็กๆ  ใช้ปรุงอาหารได้

ส่วนมะอึก   ที่ป.อินทรปาลิตชอบนำไปเทียบกับศีรษะเจ้าคุณปัจจนึกเป็นประจำ   หน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ
มะอึก  เป็นมะเขือป่าชนิดหนึ่ง   อยู่ในตระกูลเดียวกับมะเขือพวงและมะแว้ง



บันทึกการเข้า
atsk
มัจฉานุ
**
ตอบ: 59


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 09 ก.ค. 11, 12:55

เข้ามาน้ำลายสอครับอาจารย์    น่ากินมากๆครับ


มะอึกที่บ้านผมเยอะมากครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 09 ก.ค. 11, 15:37

ลองทำดู แล้วถ่ายรูปมาให้ดูกันบ้างนะคะ
ป.ล. อยากเห็นต้นมะอึก ว่าใหญ่เล็กขนาดไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30546

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 12 ก.ค. 11, 08:57

น้ำพริกในกระทู้นี้เป็นสูตรเดียวกับ น้ำพริกกระท้อน ของ พลตรี ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช
แต่ท่านบอกละเอียดขึ้นไปว่า ว่าเวลาโขลกน้ำพริกแล้ว   บีบมะนาวลงไปหน่อยจะได้รสแหลมกว่า  น้ำพริกกระท้อนที่ไม่ได้ผัด  กินกับผักสด อย่าง มะเขือ แตงกวา ขมิ้นขาว ยอดผักบุ้ง ยอดกระถิน และแนมด้วยปลาทูทอด เข้ากันดี

ท่านยังแจกแจงต่อไปอีกว่า  ถ้าอยากทำให้เป็นน้ำพริกผัดเก็บไว้รับประทานนาน ๆ ก็ต้องตำน้ำพริกให้มากพอรับประทานได้หลายมื้อ แล้วเอาลงผัดในน้ำมันหมู ซึ่งได้เจียวกระเทียมไว้แล้ว เมื่อผัดได้ที่แล้ว  น้ำพริกกลายเป็นของผัด   ก็ใส่กระเทียมเจียวโรยหน้าเฉพาะน้ำพริกที่ตักใส่ถ้วย   ส่วนที่เหลือเก็บใส่ขวด เข้าตู้น้ำแข็งเอาไว้คลุกข้าวกินทีหลัง
น้ำพริกกระท้อนชนิดไม่ผัด  กินกับผักและปลาทูนึ่งทอด แต่ถ้าผัดแล้ว  ใช้รับประทานคลุกข้าวเฉย ๆ ไม่ต้องมีผักหรือปลาอะไรทั้งนั้น
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 ก.ย. 11, 08:38

หยิบหนังสือเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ ๕ โดย หม่อมหลวงพูนแสง (ลดาวัลย์) สูตะบุตร พิมพ์สนองพระคุณ มาเปิดอ่านเรื่องตำรากับข้าวไทยเฉพาะเครื่องจิ้มและข้าวสำเร็จต่าง ๆ ของสำนักพระวิมาดา โดยเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ ๕ พบสูตรน้ำพริกหลายหลากรวมถึงน้ำพริกสท้อนด้วย ว่าจะพิมพ์เผยแพร่แล้ว

แต่ลองใช้อินทรเนตรสอดส่องดู พบว่าลงเผยแพร่เรียบร้อยแล้วใน เว็บอาหารของสวนดุสิต

เชิญเข้าทัศนากันได้

 ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง