เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 79268 การละเล่นของเด็กไทย
konkao
ชมพูพาน
***
ตอบ: 125


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 19:38

^
เห็นสีสวยดี เลยจัดปลากัดจีนมาโชว์  ยิ้มเท่ห์

ขวัญใจเด็กโจ๋ พอรู้ความต้องคู่กับ ตุ๊กตุ่นยอดมนุษย์เหล่านี้ ส่วนมากจะนำมาพันหนังสติ๊กให้หนาแน่น หรือไม่ถ่วงลวด ไว้ทอยเส้นกัน เป็นการเล่นที่อาศัยฝึกการกะระยะทางและแรงที่ส่งตุ๊กตุ่นเหล่านี้ไป
วิธีการเล่นครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 19:52

อาวุธของว่าวจุฬา คือ จำปา ติดไว้ที่ปลายสายป่านว่าว เป็นตะขอไว้สำหรับเกี่ยวว่าวปักเป้า และลูกดิ่ง

ส่วนอาวุธของว่าวปักเป้า คือ เหนียง โดยทำเชือกห้อยไว้เพื่อสำหรับคล้องว่าวจุฬา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30831

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 20:06

ไม่รู้จักเครื่องมือที่คุณ siamese เอามาให้ดู  ว่าทำงานยังไง
หลายท่านในที่นี้คงจะทันดูว่าวสนามหลวง  เอารูปมาฟื้นความหลัง


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 20:18

ให้ดูอาวุธของว่าวปักป่าว เรียกว่า จำปา

ของโบราณทำด้วยหนามหวาย นำมามัดเข้าด้วยกัน ๑ มัดประมาณ ๑๐ หนามหวาย มีความคมมาก สามารถเกี่ยวสายป่านว่าวปักเป้า

ของปัจจุบันนิยมนำจากไม้ไผ่เหลา นำมามัดเข้าด้วยกัน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 20:21

ส่วนว่าวปักเป้า เวลาแข่งขันจะใส่หางให้ เพื่อให้ถ่วงบังคับได้ง่าย อาวุธของว่าวปักเป้าคือ เหนียง ซึ่งก็คือสายป่านที่ห้อยย้อยลงมา เพื่อให้คล้องหัวว่าวจุฬาได้

คำว่า "เหนียง" เราเลยมาใช้กับคนสูงอายุ ที่ถุงใต้คอห้อยยาน เรียกว่า เหนียงยาน


บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 23 มิ.ย. 11, 20:49

ตอนใช้ป่านคมตัดสายป่านของฝ่ายตรงข้าม ทำยังไงคะ  
ต้องให้สายป่านพาดขวางเฉียงๆกับสายป่านของอีกฝ่ายใช่ไหม     แค่กระทบกันก็ขาด  หรือว่าต้องถูสายป่านกันไปมาหลายๆครั้ง จึงจะขาด
การผ่อนสายป่านยาว ช่วยได้อย่างไร

สงสัย อ.เทาชมพู คงนึกอยากสนุกไปแข่งตัดว่าวกับเด็กๆ แน่เลย
เรื่องนี้ถ้าจะอธิบายละเอียดคงยาวเหยียดมากเลยครับ  เพราะเทคนิกมากมายไปหมด  เริ่มตั้งแต่ผูกสายซุง ตั้งคอซุง  ดัดโครง  เราจำเป็นต้องรู้ลักษณะว่าวของเรา
กินซ้าย-ขวา  เหินลมหรือไม่  กินลมลักษณะไหน
ก่อนอื่นคือ   ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม  ว่าวธรรมดาที่ไม่ได้ทำมาเพื่อใช้แข่ง ใช้ชักเล่นเพื่อสนุกสนาน เราจะไม่ไปข้องแวะกับเขา เพราะเขาไม่ได้ใช้ป่าน  ถ้าป่าน
ของเราไปถูกด้ายของเขานิดเดียวก็ขาดผล็อยแล้ว  ต่างกับป่านที่ผมได้อธิบายให้อาจารย์ทราบไปแล้วนั่นจะเหนียวและคม
การตัดกันจะมีหลายลักษณะ  ไม่จำเป็นต้องขวางเฉียงเสมอไป  จังหวะการทาบล่างทาบบนก็สำคัญ  แต่ถ้าเรามั่นใจว่าป่านเรายังใหม่และคม-เหนียว อย่างแน่นอน  เราก็
ท้าชนได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องนั้น  อาจจะโฉบพันเลยเพื่อตัดสินกันในคราวเดียว  เขาเรียกมวยหมัดหนัก ไม่ให้คู่ต่อสู้หนีเพราะป่านพันกันอยู่  ในกรณีนี้ป่านเราต้องใหม่จริงๆ
ไม่ใช่ใช้ตัดกันมาหลายครั้งแล้ว
ส่วนกระทบกันแล้วจะขาดเลยหรือไม่มันอยู่ที่จังหวะ  โดนสายซุง คอซุง ขาดทันที  ทำป่านไม่ดีมีตุ่ม มีปม ป่านติดตุ่มหรือปมก็ขาดเกือบจะทันที
ส่วนการถูสายป่านอย่างที่อาจารย์กล่าว  มันอยู่ที่จังหวะฝีมือและความคงทนของสายป่าน  ถ้าจังหวะที่เขาสาวแต่เราผ่อนก็แทบจะรู้ผลกันในตอนนั้นเลย คือการเสียดสีกันอย่าง
รุนแรงเกิดขึ้นในขณะนั้น
ส่วนการผ่อนสายป่านยาวจะเกิดขึ้นในกรณี หนีกันไม่ออก อันเกิดจากสายป่านพันกัน และป่านเหนียวคมพอกัน  เราจะต้องค่อยๆ ผ่อน ค่อยๆ ดึงเป็นจังหวะ  ปลายนิ้วเราจะต้อง
แตะสัมผัสกับสายป่านเพื่อรับความรู้สึกสั่นสะเทือนที่ผ่านมาตามสายป่านว่าอยู่ในลักษณะใด  กรณีนี้เกิดขึ้นยาก  แสดงถึงฝีมือที่ทัดเทียมกันจริงๆ  อาจารย์อาจจะไม่เชื่อถ้าผม
บอกว่าบางครั้งสู้กันจนมองเห็นว่าวตัวเล็กกว่านกกระจอกแล้วยังไม่แพ้ชนะกันเลย  แยกไม่ออกว่าว่าวใครเป็นว่าวใคร
และการผ่อนสายป่านอย่างรวดเร็วจะมีหลายกรณี  หากว่าวเราอยู่สูงแล้วเราโฉบเข้าหาคู่ต้อสู้ปักดิ่งเข้าไปหา  โดยปกติคู่ต่อสู้จะโฉบหนีเพราะอยู่ในสภาพเสียเปรียบ  แต่ถ้าเกิด
ความผิดพลาดว่าวไม่เป็นใจ หนีไม่ทันถูกเราทาบได้ แล้วเราผ่อนสายป่านยาวโดยทันที ก็เหมือนเราเอาใบเลื่อยไปตัดเขานั่นแหละครับ
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 03:39

มาออกแรงช่วยคุณ willyquiz ลากว่าว



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:13

การเล่นของเด็กอีกประเภทหนึ่ง เป็นการเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่คือ การเล่นสมมุติพ่อ แม่ ลูก

โดยวางบทบาทตนเอง เพื่อน ๆ เป็นพ่อ มีหน้าที่ทำงาน ทำไร่  ส่วนแม่ มีหน้าที่ทำกับข้าว และงานบ้าน ส่วนลูกก็จะเล่นซน ไปเรื่อย
เป็นบทบาทที่เด็กจะได้เรียนรู้และแบ่งหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยสังเหตุจากสิ่งแวดล้อม ส่วนมากจะเป็นเด็กช่วงอนุบาลเล่นกัน ส่วนเด็กประถมวัยจะไม่ค่อยเล่นกัน
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:30

"เล่นตีไก่"

เอาหญ้าแพรก เด็ดมาชนกัน หากชนกันแล้วหญ้าอีกฝ่ายหนึ่งหลุด ถือว่าตาย ฝ่ายหนึ่งก็ชนะ และฝ่ายแพ้ต้องเสาะหาไก่ตัวใหม่มาต่อสู้ให้ได้


บันทึกการเข้า
pathuma
ชมพูพาน
***
ตอบ: 110


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:33

การเล่นของเด็กอีกประเภทหนึ่ง เป็นการเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่คือ การเล่นสมมุติพ่อ แม่ ลูก

โดยวางบทบาทตนเอง เพื่อน ๆ เป็นพ่อ มีหน้าที่ทำงาน ทำไร่  ส่วนแม่ มีหน้าที่ทำกับข้าว และงานบ้าน ส่วนลูกก็จะเล่นซน ไปเรื่อย
เป็นบทบาทที่เด็กจะได้เรียนรู้และแบ่งหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยสังเหตุจากสิ่งแวดล้อม ส่วนมากจะเป็นเด็กช่วงอนุบาลเล่นกัน ส่วนเด็กประถมวัยจะไม่ค่อยเล่นกัน
เด็กๆเคยเล่นบ่อยแต่ตอนหลังถูกล้อว่าเป็นแฟนกับคนที่เล่นเป็นแม่เลยไม่ค่อยอยากเล่น
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:37

"เล่นตีไก่"

เอาหญ้าแพรก เด็ดมาชนกัน หากชนกันแล้วหญ้าอีกฝ่ายหนึ่งหลุด ถือว่าตาย ฝ่ายหนึ่งก็ชนะ และฝ่ายแพ้ต้องเสาะหาไก่ตัวใหม่มาต่อสู้ให้ได้

เคยแต่เอาดอกหญ้ามาตีกันตรงโคน หากฝ่ายไหนหลุดถือว่าแพ้

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:46

"เล่นตีไก่"

เอาหญ้าแพรก เด็ดมาชนกัน หากชนกันแล้วหญ้าอีกฝ่ายหนึ่งหลุด ถือว่าตาย ฝ่ายหนึ่งก็ชนะ และฝ่ายแพ้ต้องเสาะหาไก่ตัวใหม่มาต่อสู้ให้ได้

เคยแต่เอาดอกหญ้ามาตีกันตรงโคน หากฝ่ายไหนหลุดถือว่าแพ้

 ยิงฟันยิ้ม

แบบนี้ก็เคยเล่น มากระตุกใส่กัน โชว์พลังความแข็งแรง สนุกดีแท้
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 09:49

"เล่นลูกตะบูน"

ลูกตะบูน เป็นต้นไม้ในป่าชายเลน ขึ้นปะปนกับโกงกาง แสม ลำพู

ผลตะบูนลักษณะกลม เปลือกนิ่ม นำมาเล่นได้ทั้งเปลือกและผล โดยเปลือกจะตัดออกทำเป็นทรงตะกร้า ถือไปถือมาได้ ใส่ของ ใส่น้ำได้ ส่วนลูกตะบูนเป็นสามเหลี่ยมด้านหนึ่งโค้งตามผล แกะออกมาโยนเล่น กลิ้งไปกลิ้งมา ก็สนุกได้เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 10:04

"เข็มกลัดจากผลแสม"

ลูกแสม ออกเป็นผักเหมือนฝักถั่วยาวประมาณข้อนิ้วก้อยได้ หัวกลม ปลายแหลมงอนเล็กน้อยคล้าย ลูกน้ำตัวโม่ง เมื่อถึงฤดูมีลูกแสมทีไร เป็นได้เด็ดลูกแสมนำมาทำเป็นเข็มกลัดติดเสื้อกันให้สนุกสนาน

นำลูกแสมมาลอกเปลือกหุ้มออก จะเห็นด้านในเป็นขนสีขาว เมื่ดโดนอากาศสักหน่อยจะฟู ๆ ขึ้นเป็นขนสีขาวเงินยวง นำมาติดเสื้อได้ เท่ห์มากมายครับ


บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 10:55

วิธีการทำป่านให้คมตามกรรมวิธีของผม  เริ่มแรกต้องซื้อด้าย( ซึ่งต้องเป็นด้ายตราสมอด้วย) สองหลอดหรืออาจจะถึงสามหลอด (สำรองเผื่อแพ้ถูกเขาตัดขาด)
กาวหนังควายชิ้นใหญ่ๆ หนึ่งชิ้น  หลอดฟลูออเรสเซนต์หนึ่งหลอด  กระป๋องไมโลหนึ่งกระป๋อง  น้ำพอประมาณ ผ้าสะอาดหนึ่งชิ้น

ทุบหลอดฟลูออเรสเซนต์ให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ  ใส่ครกตำให้ป่นมากที่สุดจนเหมือนแป้ง
เอาน้ำใส่กระป๋องต้มบนเตาไฟให้เดือด ใส่กาวหนังควายลงไป  เคี่ยวจนกาวละลายเหนียว  ใส่ผงฟลูออเรสเซนต์ลงไป  กวนให้เข้ากันดี อย่าให้เหนียวมาก  และอย่าให้ใสเกินไป
อันนี้แล้วแต่เทคนิกของแต่ละคน
เอาไม่รวกสองอันมาปักเป็นหลักห่างกันพอประมาณ  จากนั้นนำหลอดด้ายใส่ลงไปในกระป๋องกาว  นำปลายด้ายมาผูกไว้ที่หลักใดหลักหนึ่ง  รอจนกาวคลายความร้อนพอที่มือเรา
จะทนได้   นำผ้าสะอาดชุบที่กาวรูดไปที่ด้ายเดินวนไปตามหลักที่ปักไว้  ระวังอย่าให้เป็นตุ่มปม  จนด้ายหมดหลอด  รอจนด้ายแห้งซึ่งตอนนี้เรียกว่าป่านแล้ว  ม้วนเก็บใส่แกนซึ่ง
อาจจะเป็นปล้องไม่ไผ่ หรือกระป๋องนม  ขั้นตอนนี้ต้องระวังมากเพราะป่านจะคมจนบาดนิ้วเราได้โดยแทบไม่รู้สึกตัว เป็นอันเสร็จกรรมวิธี

ครั้งแรกที่ทำก็ใช้หลอดไฟกลมใสทำป่าน ต่อมาก็ใช้หลอดนีออนทำเพราะคมกว่า อย่างที่คุณ willyquiz เล่าไว้แล้ว แต่จะขอเล่าเกร็ดเพิ่มเติมว่านอกจากกาวหนังควายแล้ว ผมได้ยินมาว่าในต่างจังหวัด โดยเฉพาะทางภาคอีสาน เขาใช้ไข่ตุ๊กแกมาทำกาวได้เช่นกัน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง