เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 27028 ม้าห้อ ม้าอ้วน และขนมจีบ หรือ "ขนมไส้หมู" มีประวัติและที่มาอย่างไร
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 11:34



อ่านที่คุณเทาชมพูเล่า  คิดถึงคุณศุภรขึ้นมา เพราะท่านก็เล่าเรื่องอาหารว่างเหล่านี้ไว้

วรรณกรรมดี ๆ นำเรื่องที่งดงามเป็นความรู้มาให้

ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่าสกุลอมาตยกุลก็ทำกับข้าวเก่ง    ดิฉันก็ไม่เคยเห็นตำราสักที

ศิลปวัฒนธรรมเล่มล่าสุดก็เล่าไว้ถึงตำรากับข้าวของสายสกุลต่างๆ  เป็นประโยชน์มาก

เรื่องราวของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์นั้น  น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง   เจ้าคุณภาสกรวงศ์เรียนหนังสืออยู่ที่เมือง

แก้วแค่สามปี  แต่ท่านรับวัฒนธรรมเรื่องอาหารไว้มากเหลือเกิน

นึกถึงว่าท่านคงบรรยายเรื่องอาหารฝรั่งให้ท่านผู้หญิงฟัง  และท่านผู้หญิงก็คงไปทดลองทำ  เพราะท่านผู้หญิง

เป็นผู้มีฝีมือสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่มีความละเอียดอ่อนเช่นคุณม่วง ผู้ผัดปลาแห้งด้วยกะทิขี้โล้ไฟอ่อนจนหอมกะทิไปทั้งกะทะ

ตำราอาหารฝรั่งของท่านผู้หญิงก็น่าอ่านมากค่ะ  เพราะเป็นตำราเก่า

เจ้าคุณภาสมีภรรยาคนเดียวนะคะ     หมอบรัดเลไปยกย่องชมเชยเข้า  ท่านก็บอกว่าเป็นวิสัยของท่านเช่นนั้นเอง  ไม่ได้เป็นความดีอะไร

การบริหารจัดการครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูและจัดงานเต้นรำมีสัปเปอร์ที่บ้านสำหรับนักการทูต  พ่อค้าคนสำคัญ และข้าราชการไทยระดับสูง

ไม่ใช่เรื่องง่าย     ขนาดคนปั้นขนมจีบเก่งๆท่านผู้หญิงเปลี่ยนก็ไปเกลี้ยกล่อมให้มาอยู่ด้วย   ท่านเล่าไว้เองค่ะ

บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 13:22

เรียนคุณวันดี

          คุณวันดีมีข้อมูลวิธีทำขนมจีบไทยที่เก่าๆไหมครับ อยากจะลองมาเปรียบเทียบสูตร

         ถ้าเป็นไปได้มีวิธีทำขนมค้างคาวด้วยจะเป็นพระคุณมาก เพราะจะนำมาเปรียบเทียบกับทางจีน

         อนึ่ง หากมีสูตรทำขนมจีบแบบจีนที่พบในตำราอาหารเก่าๆขอด้วยนะครับ ผมจะนำมาเทียบกับ สอบเสร็จแล้ว ส่งงานหมดแล้ว จะเขียนเรื่องขนมจีบต่อ

         ทั้งนี้วันนี้ไปตัดไหมมา หมอจีนใช้กรรไกรประหนึ่งกรรไกรตัดหญ้ามาตัดไหม รอยเย็บก็น่าเกลียดมากกกกกกกกกกกกกกกกก จะ้ร้องไห้ตอนเห็นมือตัวเอง โธ่ๆๆๆๆๆๆๆ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 13:39


แม่ครัวหัวป่าก์เล่ม ๕  ไม่อยู่ในชุดค่ะ  ไปอยู่ในกล่องท่านผู้หญิงเปลี่ยน  แล้วกล่องท่านผู้หญิงเปลี่ยนไปอยู่

ที่ไหนสักแห่งหนึ่งแถวๆนี้

เดี๋ยวหาตำราใกล้ๆกันมาให้นะคะ

ใจดิฉันว่าท่าน ๆ ใส่พริกไทยหนักไป

ดิฉันกำลังหาเรื่อง ไก่กลั่นค่ะ  เพราะมีหลักฐานว่าตอนท่านนอนป่วยหนักอยู่สามวันก่อนจะถึงอนิจกรรมนั้น

แพทย์ฝรั่งสั่งว่าให้กินอาหารได้แต่ไก่กลั่น   ในตำราเล่ม ๔  มีแต่ข้าวกลั่นสำหรับคนป่วยค่ะ

ตำราขนมจีบดั้งเดิมนั้น  จีบหัวเป็นหัวเป็ดไม่ใช่หรือคะ

บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 15:10

จีบเป็นหัวเป็ด...

คือขนมจีบไทยที่ผมเคยกินและเคยทำ ตัวหม้อจะจีบเป็นริ้วๆ แล้วจะจะเรียวแหลมออกมาหน้าตาคล้ายๆหัวนกกระทุง

จีบเป็นหัวเป็ดนี้นึกภาพไม่ออก ตอนนี้กำลังพยายามเทียบอาหารไทยกับอาหารจีนกวางตุ้งอยู่ โดยเฉพาะในสายอาหารชาววัง

มีความสนใจด้านอาหารมากจนอาจารย์แซวว่าจบไปไปเปิดร้านอาหารในเมืองจีนนี้แหละ...

ทั้งนี้ภาพที่ผมลงอยากทราบว่าคล้ายๆกับขนมจีบไทยหรือไม่

ไม่ได้ตีขลุมว่าไทยเรียนแบบเขานะ แค่เทียบเฉยๆ

แต่ตอนนี้ชักจะมั่นใจเรื่องขนมค้างคาวแล้วว่าน่าจะได้รับมาจากจีน...

ตอนนี้สั่งซื้อหนังสือวัฒนธรรมอาหารกวางตุ้งมา คนเขียนเป็นตระกูลขุนนางของกวางตุ้ง ที่หนีตายภัยคอมมิวนิสต์ไปเมืองนอก

เป็นบ้านที่อาหารของเขาขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อย (คนจีนบ้านผู้ดีเก่าเขาถือเป็นอาหารเฉพาะประจำแต่ละบ้านและแต่ละท้องที่)

อาจารย์ที่สอนผมนี้โดยมากเป็นผู้ดีเก่ารอดตายมา ท่านหนึ่งเล่าว่าคุณตาถูกตีตายตอนปฏิวัติวัฒนธรรม ส่วนคุณยาย ถูกบังคับให้ทำงานในนาจนขาดใจตาย

ส่วนอาจารย์อีกท่านโหดกว่า คุณทวดจะถูกยึดคฤหาสน์ คุณทวดเลยเผาคฤหาสน์และเผาัตัวตายเลย...

อู้
บันทึกการเข้า
กะออม
พาลี
****
ตอบ: 222


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 15:32

คุณวันดีขา  น่าจะเป็น  หัวนก  นะคะ
เคยหัดทำ แต่ถูกตีมือ จนท้อ เพราะหัวนกไม่เชิดขึ้น  คออ่อนคอพับเสียนี่
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 16:11


คุณกะออม  ขอบพระคุณค่ะ   ทำไมอิฉันจำว่าหัวเป็ดหนอ

สงสัยอยากเป็นสาวน้อยร้อยชั่งมาก

ตำราทำนั้นสหายส่งมาให้เพราะทราบดีว่า  ถ้าหนังสือหลงทางเป็นไม่ได้กลับเร็ว

"ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาษกรวงษ์ ในหนังสือ ตำรากับข้าวแม่ครัวหัวป่าก์ ได้เขียนไว้ว่า
อาหารว่าง ที่ชื่อขนมค้างคาว ฝีมือของเจ้าครอกทองอยู่ ไม่มีใครเทียม ขนมไส้หมูต้องฝีมือเจ้าครอกวัดโพธิ์
ขนมค้างคาว เป็นอาหารว่างคาว ทอด
เครื่องปรุงและวิธีทำ
ผัดกระเทียม พริกไท รากผักชีที่โขลกแล้วในหัวกะทิ พอหอมใส่กุ้งนางขนาดตัวพอคำ หัวกุ้งโตมีมัน
ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล ตักออก โรยใบมะกรูดหั่นฝอย ผักชี พริกแดง
แป้งนวดเป็นแผ่นกลมๆ ตักไส้ใส่ พับทบ บีบให้ขึ้นเป็นปีก แล้วจึงบีบกลางตัวให้นูนเป็นสันคล้ายค้างคาว
ชุบลง ในส่วนผสมแป้งสาลีผสมแป้งข้าวเจ้าละลายน้ำปูนใส ภาษาโบราณ เรียก เกลือกเปลือก ทอดให้กรอบ
เก็บความมาจาก แก้วชิงดวง รวมสารคดีเรื่องเยี่ยมของ คุณ ลาวัณย์ โชตามระ"



เมื่อก่อนงานหนังสือครั้งที่แล้ว  เลือกหนังสือมาได้สิบกว่าเล่ม    ใส่กล่องกระดาษไว้ในห้องสมุดแล้วไม่เจออีกเลย

วันนี้คนมาฉีดปลวก  เจอกล่องหนังสือ ซึ่งมีหนังสือ เอ๋งติ๋งห้าว   พิมพ์ครั้งที่สอง  ที่นักสะสมต้องการปีที่พิมพ์มาก

แถมมีหนังสือมีค่าของคุณตรี อมาตยกุลสองเล่ม


เรื่องตำราอาหารคุยกันได้นานค่ะ   สั่งอาหารได้เก่ง  ทำอาหารพอได้เล็กน้อยค่ะ

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 22 มิ.ย. 11, 16:15

อยากให้คุณวันดีเปิดครัว ร่อนแป้ง กระผมจะช่วยยัดไส้ขนมจีบ และช่วยรับประทาน ดีไหม เรียกเพื่อนสมาชิกที่คุ้นเคยไปร่วมวงหนีบแป้ง ตามตำราท่านผู้หญิงเปลี่ยน คงดีไม่น้อย
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 01:21



ขนมจีบและขนมค้างคาว  ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน  ภาสกรวงค์


       เจ้าครอกวัดโพธิ์ กรมหลวงนรินทรเทวีผู้เป็นเจ้าของขนมไส้หมูคือขนมจีบนี้มาแต่เดิม
ทำเครื่องต้นและเครื่องเจ้านายเป็นเครื่องว่างอย่างดี  หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และข้าไทย
ในกรมนี้ก็ได้ฝึกหัดจีบขนมไส้หมูและผัดไส้เป็นอย่างดี  แพร่หลายปรากฎสืมมาทุกรัชกาล
ขนมจีบอย่างเจ้าครอกวัดโพธิ์กรมหลวงนรินทรเทวีนี้  เพื่อจะได้ตำราทำขนมจีบและฝึกหัดจีบแป้งขนมนี้ไว้
ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเล่าว่า  ท่านได้ชวนหลานเหลนหลืบ  ทั้งหาลูกหลานข้าไทยในกรมนั้นมาไว้ที่บ้านหลายคน

ขนมจีบ  หน้า ๑๕๙   แม่ครัวหัวป่าก์ เล่ม ๑   คุณธงชัย  ลิขิตพรสวรรค์(ชื่อเล่นอ้วน  แต่ตัวจริงไม่อ้วน  สง่างามและร่าเริงเป็นที่สุด)  จัดพิมพ์

เครื่องปรุง

กระเทียมพริกไทยรากผักชี  ตำละเอียด
ทุบสับกระเทียมไว้อีกส่สนหนึ่ง
มันหมูและกุ้งนางหั่นเล็ก ๆ
หัวหอมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เท่าเนื้อหมู
ถั่วลิสงคั่วป่นละเอียด
ผัดด้วยน้ำมันจากมันหมู  ถ้าน้ำมันมากก็ตักออกบ้าง   กากหมูตักขึ้น
ผัดกระเทียมพริกไทยรากผักชีให้หอม  ผัดหมูกุ้งหอม   ปรุงรสรส  อย่าผัดนานไส้จะแข็ง
เอาถั่วลิสงกระเทียมกากหมูคนให้เข้ากัน
เอาผักชีลงเคล้า  (คือผสมกลับไปมาให้เข้ากันโดยเบามือ)
ถ้าจะใช้ไข่เจียวหั่นชิ้นเล็กๆด้วยก็ใส่ตอนนี้

คุณหาญ บิง คะ  ดิฉันเป็นห่วงก็เรื่องแป้ง  เพราะเป็นลูกมือท่านผู้ใหญ่อยู่หลายปี

ทั้งหมดนี่ก็ตำราท่านผู้หญิงเปลี่ยนนะคะ  คุณ หาญ บิงเป็นคนละเอียดรอบคอบ  คงทำได้กลมกล่อมเนียนนวล
ดิฉันและมิตรสหายรับประกันว่าจะฉลองศรัทธา

ท่านใช้แป้งญวน  เคล้ากับน้ำเย็นแต่พอให้หมดเมล็ด  ปั้นได้เป็นก้อน  เอานิ้วมือเจาะกลาง  ต้มไปด้วยกระทะทองที่น้ำเดือดพลุ่งๆ
ดูว่าแป้งสุกเข้าไปประมาณเส้นตอก
ตักขึ้นเทลงในน้ำเย็นล้างเสียให้หมดเมือก   
ใส่ชามอ่างนวดไปทั้งร้อน ๆ   คลึง  กดทีละนิด  จนหมดเกรียน
วักน้ำเย็นลงหน่อย  ปั้นเป็นก้อน  กลับต้มอีกครั้ง   อย่าให้สุกมากนัก  ขนมจะชักดำ   นวดเช่นก่อน
วักน้ำเย็นลงในแป้งทีละนิด ๆ  จนแป้งอ่อนนุ่ม
ปั้นกับนวล

บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 24 มิ.ย. 11, 12:20

หลังจากอ่านวิธีทำขนมจีบไทยของคุณวันดี

ประการแรงงงๆคือแป้งญวณคืออะไร เพราะที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยใช้แต่แป้งข้าวเจ้า...

ประการสอง อันนี้ไม่ขอบอกว่าได้รับอิทธิพลมาจากไหน เพราะไทยเราอาจคิดเองได้ แ่ต่ว่าลักษณะคล้ายกับขนมจีบของแต้จิ๋วดังนี้

- ไส้ใส่หมู และกุ้งสับ

ผัดไส้อะไรก็คล้ายกัน แต่ว่าเราใส่ผักชีและถั่วลิสงคั่ว

ทั้งนี้แปลกแต่จริงไปคล้ายกับขนมอีกชนิดหนึ่งของแต้จิ๋ว ขอไปค้นให้ละเอียดก่อนและจะเอามานำเสนอต่อใน "การเดินทางของขนมจีบ"
บันทึกการเข้า
maksilver
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 27 มิ.ย. 11, 00:02

สวัสดีครับท่านผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน ยิ้มกว้างๆ
ขอเปิดตัวการเป็นสมาชิกใหม่กับโพสต์แรกในกระทู้การกินเลยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม

ผิดถูกอย่างไรกรุณาแนะนำตักเตือนได้เลยนะครับ ดูแล้วจะเป็นผู้ใหญ่กว่าผมทั้งนั้น เพราะผมเพิ่งอายุได้ 17  ยิ้มกว้างๆ

ขอบคุณสำหรับรายการอาหารโบราณชวนรับประทานเหล่านี้ขอรับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 27 มิ.ย. 11, 01:52

ถึงสมาชิกใหม่

ประการแรก ขอต้อนรับเข้าสู่เรือนไทยด้วยความยินดี

ประการที่สอง อุแม่เจ้า เราทั้งหลายนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเชียวหรือ

ประการที่สาม จากอายุของผู้เข้าใหม่ ย้ำเตือนว่าเรานั้น...ล่วงเข้าสู่วัยชราแล้ว

เอาเถอะเข้าเรื่องดีกว่า

วันนี้เพื่อนสนิทคนจีนพึ่งกลับไปบ้านพร้อมสูตรขนมจีบจีนแบบไทยๆ

ฟังแล้วอย่างพึ่งงง  ขนมจีบแบบจีนก็เป็นแบบจีน ใกล้กับบ้านของเราที่สุดคือแทบกวางตุ้ง แต่ทางนั้นจะออกจืดๆ (ก็อร่อยดีนะ แต่ว่าจืดไปหน่อยสำหรับปากคนไทย)

พอเข้ามาไทยก็พัฒนาไปตามรสปากคนไทย

อันนี้เรียนคุณวันดีนิดหน่อยว่าพบสูตรขนมจีบแบบจีนในไทยไหมครับ เนื่องด้วยข้าพเจ้ามีอยู่ติดตัวอยู่สูตรหนึ่ง ตกทอดกันมานานจากตำราอาหารเก่าแก่ประจำบ้านคือตำหรับอาหาร "สายเยาวภา" พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ เื่พื่อสนองพระคุณพระองค์เจ้าหญิงเยาวภาพงศ์สนิท และท่านเจ้าจอมมารดา

สูตรขนมจีบแบบนี้คล้ายกับขนมจีบแบบกวางตุ้งมาก คือใช้หมูและแป้งเกี่ยวห่อ แต่ส่วนผสมข้างในต่างออกไป

ในสูตรบอกวิธีทำแป้งห่อไว้ด้วยแต่ออกจะยาวเลยไม่ขอคัดมา

ส่วนผสมของไส้ขนมจีบมีดังนี้ เนื้อหมูปนมันเล็กน้อย ๑ กิโลกรัม มันแกวหั่นละเอียดหนึ่งถ้วย โดยต้มให้พอสุก ทั้งนี้หากสุกเกินไปจะหั่นลำบาก ใบผักกาดขาวเอาแต่ก้านลวกพอสุกหั่นละเอียด หอมใหญ่หั่นละเอียด เกลือป่น ๑ ช้อนชา พริกไทยป่น ๑/๒ ช้อนชา น้ำตาลทราย ๒ ช้อนชา ซีอิ๊วใส ๓ ช้อนโต๊ะ (สันนิษฐานว่าเป็นซีอิ๊วขาว) และเหล้าเสียว ๑ ช้อนโต๊ะ (น่าจะเป็นเหล้าจีน) ต้นหอมพอประมาณหั่่นละเอียด

วิธีทำคือเอาทุกอย่างมาคลุกรวมกันจบ นำมาห่อแป้ง นำไปนึ่ง ก่อนนึ่งควรพรมน้ำก่อน ตอนนึ่งต้องนึ่งไฟแรง ใช้เวลานึ่งประมาณ ๑๕ ๒๐ นาที

แต่ว่าบ้านของข้าพเจ้าเปลี่ยนสูตรไปอีก กล่าวคือ เพิ่มของลงไปเล็กน้อย ได้แก่ นำกระเทียม รากผักชีและขิง รวมๆแ้ล้วประมาณอย่างละหยิบมือมาตำให้ละเอียด เครื่องปรุงรสจำพวกเกลือ พริกไทย น้ำตาล น้ำซีอิ๊ว อะไรเพิ่มเป็นสองเท่า พร้อมทั้งใส่ไข่ลงไปหนึ่งฟอง น้ำมันงาพอหอม และแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดก็ได้ ๖ ช้อนโต๊ะต่อหมูหนึ่งกิโลกรัม กะทิ ๔ ช้อนโต๊ะ ไม่มีใ้ช้นมแทนก็ได้ จะทำให้หมูนุ่มและขาวเวลานึ่ง

จากสูตรดั้งเดิมจะคล้ายกับขนมจีบแบบกวางตุ้งมาก ส่วนขนมจีบกวางตุ้งเป็นอย่างไรค่อยติดตามกันคราวหน้า

สวัสดี
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 27 มิ.ย. 11, 05:52

ขอต้อนรับคุณ maksilver  ด้วยความยินดี
ผู้คนแถวนี้นับถือกันที่ปัญญาความสามารถค่ะ
คนที่มีปัญญาหรือหนังสืออ้างอิงเยอะก็ดูจะมีอาวุโสสูง
ใครที่เฉียบแหลมก็มองกันว่าน่าจะหกสิบปีปลายหรือเป็นอาลักษณ์กลับชาติมาเกิด

คนเราถ้าพออกพอใจจะกินอะไรด้วยกันก็น่าจะคบหากันได้เป็นอย่างดีนะคะ

คุณหาญ บิงคะ   ดิฉันว่าแป้งเกี๊ยวสมัยนี้ใช้ได้ดีทีเดียว  ห่อละ ๙ หรือ ๑๐ บาท

ดิฉันใช้ห่อ cottage cheese กับผักเล็กน้อย  แช่ตู้เย็นพอให้ชีสแข็งตัว
หรือจะแช่จนลืม  แล้วนำมาไว้นอกตู้สักครู่  แล้วทอดไฟกลาง
ถ้ามีเสียงระเบิดหรือแผ่นแป้งแยกตัว เพราะ คอตเตชชีสละลายก็ไม่ต้องสนใจมาก  หลบเสียหน่อย
อาหารว่างจานนี้เดินเร็วมาก  กระพริบตาทีเดียว เกี๊ยวไส้ชีสหมดจาน

เรื่องการปรุงไส้นั้น  ตามตำราของคุณหาญก็เคยทำค่ะ

เมื่อผสมกุ้งสับลงในหมูก็ตำเล็กน้อยพอให้เครื่องยึดตัวกันเหนียว  เมื่อผสมพริกไทยกระเทียมรากผักชีแล้ว
ตามด้วยเครื่องพะโล้  ไข่ขาวสักสองฟอง   ก็ใช้เป็นไส้แฮ่กึ้น  หรือ แฮ่กึง(สะกดตามตำราโบราณ)ได้สบาย
มันหมูแข็งใส่มาด้วย    จะใส่มันแกวหรือแห้วกระป๋องก็แล้วแต่  

เหล้าจีนปรุงอาหารนั้นถ้าใส่ราดไก่ต้ม  หรือราดผักผัก
ก่อนปิดไฟก็จะนำความเด่นของเหล้าออกมาหอมฉุยเตะจมูก      แต่จะผสมกับอาหารดูจะทำให้ด้อยไป
ในเมืองเราเมื่อปีก่อนมีเหล้าจีนสองแบบ คือ ขวดละสองร้อยกว่า  กับขวดละสี่ร้อยห้าสิบ
ขวดหนึ่งก็ใช้ได้นานทีเดียว
สมัยนี้ไม่เห็นอย่างแพงเสียแล้ว

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการปรุงอาหาร เป็นสูตรเฉพาะตัว

การอ่านตำรากับข้าวก็เป็นความสุขชนิดหนึ่ง

ราคาอาหารผักผลไม้ในบ้านเราสูงขึ้นมาก  หยิบขึ้นมาดูสะดุ้งเฮือกเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 27 มิ.ย. 11, 07:28

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ มีรายการโทรทัศน์ไปทำรายการทำขนม "ค้างคาว" นึกถึงคุณ หาญ เลยนำลิงค์มาให้ชม ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ก็ขอให้บอก

http://www.thaipbs.or.th/clip/index.asp?content_id=307616&content_category_id=1099

ขนมค้างคาว ที่เห็นในรายการเป็นการประยุกต์ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน สูตรไม่เหมือนกับของโบราณ ดังนี้

ไส้ขนม
ผัดกระเทียมพริกไทย รากผักชีให้หอม ใส่มันกุ้งผัดให้เหลือง แล้วใส่กุ้งสับ ผัดจนสุกดีแล้ว ใส่มะพร้าวขูด ผัดจนเหลือง และใส่สีผสมอาหารสีส้ม ใส่น้ำเล็กน้อยเพื่อให้มะพร้าวขูดนิ่มตัว ผัดต่อไปจนหอม (หน้าตาคล้ายหน้าข้าวเหนียวมูนหน้ากุ้ง) และใส่มะกรูดฝอยโรยปิดท้าย เป็นอันเสร็จการทำไส้ขนม

แป้งห่อ
แป้งข้าวเจ้า ใส่น้ำมันเล็กน้อย เกลือ เผือกนึ่งสุก นำมานวดให้เข้ากัน เหยาะเกลือ น้ำตาลทราย และน้ำมันพืช 1 ช้อนนวดจนแผ่เป็นแป้งได้

แป้งสำหรับชุบทอด
นำแป้งสาลี ผสมแป้งข้าวเจ้า ใส่น้ำปูนใส ใส่ไข่แดง น้ำเปล่า ผสมให้เข้ากันสำหรับชุบทอด
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 27 มิ.ย. 11, 08:01

เรียนคุณ siamese ขอบพระคุณครับ

แต่ดูไม่ได้...

เพื่อนคนจีนกรี้ดกราดกับการทำขนมจีบจีนแบบไทยๆมาก วันนี้ถ่ายรูปส่งมาให้ สันนิษฐานว่าคงเอาลงเหรินเหริน ซึ่งคล้ายๆกับเฟสบุ๊ค แต่เป็นของประเทศจีนใช้โดยเฉพาะ ที่นี้ท่านไม่ให้ใช้ของนอกประเทศ แต่รัฐท่านเมตตาหาให้คนของท่านใช้ได้ในประเทศ พิมพ์อะไรต่อต้านไปเชื่อไหมเว็ปดับ เน็ตหลุดทันที ไม่เชื่อก็ลองดูเล่นๆได้

ที่นี้เหล้าจีนทำอาหารขวดละ ๑๕ - ๒๐ บาท ถ้าคิดเป็นเงินไทย ขนาดเหมาไถ่าที่เขาว่าดังๆเอาเข้าจริงยังขวดละ ๓๐ - ๔๐ บาทเลย

ได้ยินข่าวเหมือนกันว่าในไทยของแพงมาก แต่เท่าใดไม่รู้เพราะไม่ได้กลับไทยนานแล้ว แต่ปีนี้ว่าจะกลับไปเลือกตั้ง

หากมีนัดพบวานแจ้งด้วย

อนึ่ง จริงๆอยากซื้อตำราอาหารไปฝาก เป็นหนังสืออนุสรณ์พิมพ์เมื่อ ๒๐ ปีก่อน วางงามเด่นเป็นสง่าในร้านหนังสือเก่าเจ้าประจำ ในเล่มเดียวกันนอกจากจะมีภาพสวยงามแล้วยังมีภาษาสามภาษา คือ จีน อังกฤษ และญี่ปุ่น มีวางหลายเล่มอยู่ ซื้อมาอ่านแล้วติดใจจะไปซื้อมาเพิ่มเผื่อเพื่อนๆ เพราะเห็นมันเยอะีดี

แต่ปาฏิหารย์มีจริง ขายหมดแล้ว...

โธ่
บันทึกการเข้า
Ruamrudee
องคต
*****
ตอบ: 627



ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 01 ก.ค. 11, 11:48

มาต้อนรับคุณ Maksilver ด้วยคนค่ะ
เรือนไทยนั้นทั้ง อบอุ่น และ อิ่มอุ่น
รอโอบอุ้มทุกคนที่รักและชอบสิ่งดี ๆ ด้วยกันค่ะ

จะขอความเห็นจากเพื่อน ๆ สมาชิกที่นิยมติดตามของอร่อยเช่นดิฉันว่า
สมควรที่เรือนไทยจะแยกเรื่องอาหารออกเป็น ห้องกระทู้เฉพาะเรื่องอาหารหรือไม่คะ

อาจารย์เทาชมพูที่เคารพคะ เวลาจะหาอ่านเรื่องอาหาร จะได้หาง่าย ไม่ปะปนกับเรื่องอื่น ๆ ในห้องศิลปะวัฒนธรรมค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง