เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 15092 ม้าห้อ ม้าอ้วน และขนมจีบ หรือ "ขนมไส้หมู" มีประวัติและที่มาอย่างไร
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



 เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 20:33

อันนี้แยกมาก่อนจากกระทู้ "การเดินทางของขนมจีบ" เพราะรุ่นน้องมาชวนทำขนมจีบกิน

เลยคุยเพลินไปถึงอาหาีรคล้ายๆขนมจีบ คือ "ม้าอ้วน" จำได้ตอนเด็กๆคุณยายทำให้กิน หน้าตาเหมืือนขนมจีบทุกประการ แต่ว่าไม่มีแป้งห่อ แล้วใส่หมูลงไปในถ้วยตะไลเล็ก เอามานึ่ง กินกับน้ำจิ้มพริกตำ อันประกอบด้วยพริก กระเทียม น้ำมะนาว เกลือ น้ำตาล และใส่สัปปะรดพร้อมถ้วยลิสงคั่วตำละเอียด แต่ทีบ้านจะใส่กระปิกับใบมะกรูดลงไปด้วยเล็กน้อย ขณะที่อีกบ้านหนึ่งจะไม่ใส่

พูดไปก็นึกต่อถึงขนม "ม้าห้อ" ที่คล้ายๆไส้สาคูแล้ววางบนส้มหรือสัปปะรด

ไปๆมาๆเลยคิดถึงขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์ อันนี้จำไม่ได้ว่าทำอย่างไร แต่เคยได้ยินว่าคล้ายๆขนมจีบ

วานสมาชิกเรือนไทยที่มีประวัติของขนมและวิธีทำวานบอกด้วย จะได้เขียนการเดินทางขนมจีบได้่สมบูรณ์ขึ้น

สวัสดี
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 7784



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 22:17

เริ่มที่ "ม้าอ้วน"

เชิญคุณหาญไปอ่านประวัติ ดูวิธีทำ และเชิญชิมได้ที่ห้องครัวพันทิป



http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/10/D8409092/D8409092.html

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 7784



ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 22:23

ตามด้วยม้าห้อวางบนกีวี่



http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/02/D7517799/D7517799.html

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 7784



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 22:34

รายการที่ ๓

ขนมไส้หมูของเจ้าครอกวัดโพธิ์ ในรัชกาลที่ ๑ มาเปลี่ยนชื่อเป็นขนมจีบ ในรัชกาลที่ ๒ 

เดี๋ยวนี้ขนมจีบไทย หลีกทางให้ขนมจีบ ติ๋มซำ ของจีนไปเสียแล้ว


คุณหาญไปหาสูตรได้ที่พันทิปเช่นกัน

http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/J3769829/J3769829.html

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 7784



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 19 มิ.ย. 11, 13:28

ม้าอ้วน-ม้าห้อ (หรือม้าฮ่อ) สูตรนี้อาจจะหวานไปหน่อย  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 6263


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 19 มิ.ย. 11, 13:50

ม้าฮ่อ
‘ม้าฮ่อ’ คือของว่างไทยโบราณ
แต่เดิมเป็นขนมเคียงกินแกล้มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด
นิยมทำในเทศกาลงานบุญและเป็นอาหารในพิธีต่างๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
โดยเฉพาะชุมชน ชาวไทยเชื้อสายมอญ
ม้าฮ่อ คือผลไม้รสเปรี้ยว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ โรยด้วยไส้คล้ายกับสาคูไส้หมู
ไส้ที่ว่านี้เปรียบเสมือนพริกเกลือในปัจจุบัน ที่เอาไว้ทานกับผลไม้รสเปรี้ยว
ซึ่งเป็นศิลปะการสร้างสรรค์อาหารอย่างหนึ่ง
ทำให้ทานผลไม้รสเปรี้ยวได้ในปริมาณมาก รสชาติอร่อยขึ้น


บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 19 มิ.ย. 11, 15:52

อาหาีรว่างของจีนในแต่ละที่จะต่างกัน ทางแต้จิ๋วก็จะมีลักษณะพิเศษของตนเองไปอีก

เชื่อว่าน่าจะส่งผลมายังไทย

อันนี้อยากจะเปรียบเทียบวิธีทำแบบที่เก่าที่สุดที่พบในไทย เกี่ยวกับอาหารว่าง ด้วยความที่อยู่ไกล ขาดข้อมูลทางไทย (ไม่ใช่รายงาน แต่สอบเสร็จเลยอยากรวบรวมไว้)

หากท่านผู้ใดมีตำราแม่ครัวหัวป่าห์ ว่าด้วยการทำม้าอ้วน หรือขนมจีนรบกวนลงให้หน่อยได้ไหมครับ

จะได้ลองนำมาเปรียบเทียบกัน

เหตุที่มีแรงบันดาลใจถึงเีีีพียงนี้

พึี่งสั่งซื้อตำราอาหารว่างแบบกวางตุ้งมา คนเขียนเป็นผู้ดีกวางตุ้งที่หนีภัยคอมมิวนิสต์ไปอเมริกา เป็นหนังสือติดอันดับขายดีอยู่ แม้จะมีคนจีนบางคนวิจารณ์ว่าศักดินา ฯลฯ

ปล. ข้าพเจ้าเขียนบทความลงวารสาร เรื่องเกี่ยวกับในเมืองจีน มักแทรกเรื่องอาหารประจำ และชอบเทียบกับทางไทย ท่านที่เมตตาให้สูตรมา เรื่องราวต่างๆใช่สูญเปล่า ลงพิมพ์เสมอ เป็นการสงเคราะห์คนอยู่ต่างแดนเป็นที่ยิ่ง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 12:36

ขนมไส้หมู คือขนมจีบไทย     ขึ้นชื่อในประวัติศาสตร์คือขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพธิ์   
ขนมจีบไทยที่เคยกินตอนเด็กๆ จีบคนละอย่างกับในรูป  ใช้แป้งแผ่นบางห่อเป็นรูปหม้อ รวบปลายแล้วจับจีบตรงนั้นเป็นกลีบซ้อนกัน  ไส้หมูหรือปลา อยู่ข้างในหม้ออีกที


บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 14:34

อาหารแต้จิ๋ว หรือจริงๆถึือเป็นหนึ่งในตระกูลอาหารกวางตุ้งจะเป็นลักษณะพิเศษจากบริเวณอื่นของจีน

อาทิ นิยมใช้แป้งข้าวเจ้า (จริงๆอยู่นานกิงต้องสั่งแป้งข้าวเจ้าราคาแพงหูฉี่มาจากกวางตุ้ง) ไม่ก็แป้งตั้งหมี่ (แป้งทำฮะเก๋า)

ด้านไส้ของอาหารว่าง อาทิ ไส้ขนมจีบ นิยมใช้หมู ไม่นิยมใช้เนื้อแพะ หรือแกะแต่อย่างใด ซึ่งผิดจากทางเหนือ

จากรูปภาพของขนมจีบที่อาจารย์เทาชมพูได้นำมาแสดงนั้น ข้าพเจ้าเคยเห็นและเคยนั่งหลังขดหลังแข็งทำมาแล้ว

แต่ว่าที่อาจารย์เทาชมพูกล่าวว่าผิดกับที่เคยกินเพราะเดิมเป็นรูปหม้อ รวบปลายแล้วจับจีบซ้อนกันนี้ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น แต่ฟังๆมาดูหน้าตาคล้ายกับของว่าชนิดหนึ่งคือ "สือลิวเปา" (石榴包: shi liu bao) แปลตรงๆควรแปลว่าซาลาเปาต้นทับทิบแต่หน้าตาดูคล้ายฮะเก๋ามากว่า

อาหารนี้ดังเดิมเป็นของแถบๆอันฮุย (安徽: an hui) แต่ไม่ใช่อาหารของตระกูลอันฮุย (安徽菜: an hui cai) แต่เป็นอาหารของเขตฮุยโจว (徽州) เรียกเฉพาะว่า "ฮุยชาย"(徽菜:hui cai)เดิมไส้จะประกอบด้วย หน่อไม้ หมูสับ เห็ดหอม เครื่องปรุงรสก็มีซีอิ๊ว กระเทียม เกลือ และน้ำมันสลัด เอาทั้งหมดมาผัดให้เขากัน แล้วห่อด้วยไข่เจียวแผ่นบางๆ ทำเป็นรูปคล้ายผลทับทิม

ที่มา http://baike.baidu.com/view/1143362.html

แต่อย่างไรก็ตามของอร่อยมักจะไม่อยู่ที่เดียว หากชอบเผยแพร่ไปที่ต่างๆ สุดท้ายมาถึงกวางตุ้ง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง อาทิมีการผสมกุ้งไป และบางสูตรไส้จะผสมผงพะโล้เล็กน้อย พร้อมใส่ต้นหอมและกระเทียมสับลงไปกับไส้ แล้วก็ผัด แป้งที่ใช้ห่อใช้แป้งฮะเก๋า แต่ห่อออกมาแล้วหน้าตายังเหมือนเดิม

ที่มาคือ http://www.meishichina.com/Eat/Nosh/201005/80539.html

ข้าพเจ้าคงไม่กล้าสันนิษฐานหรอกว่าส่งอิทธิพลมายังไทย และกลายเป็นขนมจีบไทย แต่ของให้สมาชิกเรือนไทยลองพิจารณาเอง

ปล. ท่านใดมีรูปขนมจีบไทยแบบที่อาจารย์เทาชมพูกล่าว หากนำมาแสดงจะถือเป็นความเมตตาอย่างสูง

 
บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 14:37

นี้คือรูป "สือลิวเปา" แบบฮุยชาย

ที่มาคือ http://food.yvv.cn/food/7/2008-05/991.html


บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 14:39

และนี้คือแบบเปลี่ยนแปลงไปกับรสปากของคนกวางตุ้งแล้ว

ทั้งรูปสำเร็จพร้อมรูปการทำนำมาจาก http://www.meishichina.com/Eat/Nosh/201005/80539.html



บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 14:56

อนึ่ง ท่านใดมีสูตรขนมจีบไทยที่เก่าที่สุดเมตตาใส่มาเปรียบเทียบด้วยเถิด

ทั้งนี้ใครรู้จักขนมค้างคาวบ้าง (ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่) ขอสูตรที่เก่าที่สุดเช่นกันจะดีมาก

สวัสดี

ปล. นึกถึงคุณวันดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์  ขยิบตา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 15:06

เคยเขียนบทความเอาไว้ในเว็บวิชาการ  เลยลอกเอามาให้อ่านค่ะ

'ขนมค้างคาว' เป็นขนมรสคาวไม่ใช่ขนมหวาน ทำด้วยแป้งมีไส้ข้างใน ตัวไส้คือกุ้งและมะพร้าวปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยแล้วผัดเข้าด้วยกัน พอสุกก็ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมหุ้มด้วยแป้งดูรูปร่างคล้ายๆค้างคาวกางปีก จึงเรียกว่าขนมค้างคาว

ขนมค้างคาวที่อร่อยขึ้นชื่อจนกระทั่งชาววังเรียกขานกันว่า 'ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่' คู่มากับ 'ขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพ' เป็นขนมโด่งดังพอๆกันในสมัยรัชกาลที่ ๑

เจ้าตำรับขนมค้างคาวคือพระชายาเอกในกรมพระราชวังหลัง พระนามของท่านเรียกกันว่า เจ้าครอกทองอยู่ (คำว่า ' เจ้าครอก ' เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกเจ้านายสตรีผู้ใหญ่ซึ่งผู้คนนับถือ มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์) พระประวัติทราบเพียงสั้นๆตามที่ ส.พลายน้อยเล่าไว้ในหนังสือ กระยานิยาย ว่าเดิมเป็นนางข้าหลวงของเจ้าฟ้าหญิงจันทวดี พระราชธิดาพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งทรงหนีรอดจากการเสียกรุงศรีอยุธยามาอยู่ที่กรุงธนบุรี ท่านทองอยู่ต่อมาได้สมรสกับพระยาสุริยอภัย หลานชายเจ้าพระยาจักรี ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อพระยาสุริยอภัยเลื่อนขึ้นเป็นกรมพระราชวังหลัง ผู้คนก็พากันเรียกพระชายาว่า ' เจ้าครอกทองอยู่ ' หรือ ' เจ้าครอกวังหลัง ' ในเมื่อท่านเคยเป็นกุลสตรีในสมัยอยุธยามาก่อน ตลอดชีวิตท่านก็แต่งองค์อย่างหญิงผู้ดีอยุธยา คือไว้ผมยาวประบ่า นุ่งผ้าจีบ ไม่ตัดผมสั้นและนุ่งโจงกระเบนอย่างสตรีอื่นๆ ที่ต้องเปลี่ยนการแต่งกายให้ทะมัดทะแมงคล้ายผู้ชายในยามศึกสงครามตั้งแต่ตอนเสียกรุงครั้งที่สอง

เจ้าครอกทองอยู่ศรัทธาในศาสนา และมีเมตตาต่อบริวารด้วยดี ในจำนวนนั้นคือสุนทรภู่และบุตรชาย ชื่อนายพัดกับนายตาบ ถึงกับเขียนรำพันอาลัยไว้ใน นิราศวัดเจ้าฟ้า รำลึกถึงเมื่อครั้งเจ้าครอกทองอยู่สิ้นพระชนม์

ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ   แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร
ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดร    พระด่วนจรสู่สวรรคครรลัย
ละสมบัติขัตติยาทั้งข้าบาท    โอ้อนาถนึกน่าน้ำตาไหล
เป็นสูญลับนับปีแต่นี้ไป    เหลืออาลัยแล้วที่มีพระคุณ
ถึงจนยากบากมาเป็นข้าบาท    ไม่ตัดขาดข้าวเกลือช่วยเกื้อหนุน
ทางศรัทธากล้าหาญในการบุญ    โอ้พระคุณขาดยศทั้งงดงาม
แม้ตกยากพรากพลัดไปขัดข้อง    พัดกับน้องหนูตาบจะหาบหาม
นี่จนใจไปป่าช้าพนาราม    สุดจะตามเสด็จได้ดังใจจง

ส่วนเจ้านายสตรีเจ้าตำรับขนมไส้หมู ชาวบ้านเรียกว่าเจ้าครอกวัดโพ มีพระนามเต็มว่ากรมหลวงนรินทรเทวี เป็นพระน้องนางหรือขนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงมีวังอยู่ใกล้วัดพระเชตุพน ชาวบ้านจึงขนานนามกันอย่างนี้ ทรงขึ้นชื่อด้านทำขนมไส้หมู คือขนมจีบแบบไทย

ขนมจีบไทยเป็นคนละอย่างกับขนมจีบซาละเปาที่เรากินกันในภัตตาคาร วิธีปั้นขนมจีบ น่าดูมาก คือใช้ก้อนแป้งสดแล้วนำมาวางลงบนฝ่ามือ ใช้นิ้วโป้งอีกมือหนึ่งคลึงจนกระทั่งแผ่ออกเป็นแผ่นกลมบาง แล้วหมุนทั้งฝ่ามือและนิ้วที่คลึงแป้งต่อไปเร็วๆ แป้งจะห่อตัวขึ้นเป็นรูปหม้อปากแคบสูงก้นบาน ใครเคยเห็นวิธีปั้นหม้อดินเผาคงนึกออกนะคะ ส่วนไส้ก็ใช้หมูบดละเอียดผัดให้สุก พอปั้นเป็นรูปหม้อใส่ไส้แล้วจับจีบตรงปากหม้อ จีบให้เป็นกลีบสวยได้ระเบียบแล้วพับเป็นริ้วลงมาตามตัวขนมมองดูคล้ายห่อผ้าพลีต นำไปนึ่งจนสุก ขนมไส้หมูของเจ้าครอกวัดโพ กล่าวกันว่าปั้นประณีตมากจนแป้งบางเฉียบมองเห็นไส้ข้างในแต่ก็ไม่แตกปริหรือขาด นำขึ้นถวายเป็นของเสวย จัดอยู่ในประเภทของหวานทั้งที่มีรสคาว ในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ ๒ บรรยายไว้ว่า


ขนมจีบเจ้าจีบห่อ   งามสมส่อประพิมประพาย
นึกน้องนุ่งจีบถวาย   ชายพกจีบกลีบแนบเนียน




บันทึกการเข้า
han_bing
สุครีพ
******
ตอบ: 1169



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 16:48

เอ้ สรุปแล้วขนมจีบไทยแบบโบราณตัวหม้อจะเรียบ แต่ปากจะหม้อจะเป็นจีบใช่ไหมครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 17:05

ดิฉันก็เคยกินแบบตัวหม้อเรียบ นี่ละค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.706 วินาที กับ 19 คำสั่ง