เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3560 อยากถามเรื่องหีบผ้าที่ใช้อบร่ำเสื้อผ้าของคนสมัยก่อน
สนธยากาล
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 28 มี.ค. 01, 04:57

เวลาอ่านประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ห้า สาวชาววังจะมีการอบร่ำเสื้อผ้าให้หอม อยากรู้ว่าหีบที่ใช้เป็นแบบไหนค่ะ  แล้ว ใช้กลิ่นของดอกอะไรบ้าง อยากทราบวิธีทำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 27 มี.ค. 01, 13:52

ตอบทีละข้อนะคะ
๑)หีบเสื้อผ้าที่ชาววังนิยมในรัชกาลที่ ๕   เป็นหีบสี่เหลี่ยม ทั้งตัวหีบและฝาทำด้วยหนัง  สีแดงและดำ มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน   มักมีลายมังกรเขียนอยู่บนหีบ
๒)ผ้าก่อนจะอบให้หอม  ต้องต้มให้หอมเสียก่อน  ด้วยการเอาต้มน้ำใส่อ่าง  เอาไม้ชะลูดหอมที่หั่นเป็นฝอยๆใส่ลงไป  ต้มพร้อมน้ำ จนมีกลิ่นหอม  หลังจากนั้นก็เอาเมล็ดพืชที่เรียกว่าลูกซัดใส่ลงไปด้วย  พอได้ความร้อน มันก็จะมียางเหนียวๆออกมาจากเม็ด   ยางนี้เคลือบผ้านุ่งให้แข็งไม่เหี่ยว   เมื่อซักผ้าเอาขึ้นมาแล้วขัดผ้าด้วยหอยตัวโตๆอีกที  ผ้าจะเรียบเป็นมันเหมือนฉีดน้ำยาฉีดผ้า
๓) ผ้าที่ซักสะอาดตากแดดแห้งแล้ว  ถ้าเป็นผ้าห่มเอามาจีบแบบผ้าพลีต มัดให้รอยจีบอยู่คงตัว   ส่วนผ้านุ่งซึ่งเป็นผ้าลายเอามาขัดด้วยหอยตัวใหญ่เหมือนหอยโข่งให้เรียบ ก่อนเก็บเข้าหีบอบร่ำ
๔)วิธีอบผ้า ใช้ควันเทียนรม ผสมกลิ่นกระแจะให้อบอวลติดอยู่ในหีบเสียก่อน   แล้วเอาผ้าลงอบลงในหีบ   โรยดอกไม้สด อย่างดอกมะลิ กุหลาบ  กระดังงาลนไฟ  เทียนกิ่ง ชำมะนาด ลงไปแล้วแต่ใครจะชอบดอกไม้หอมแบบไหน
ที่ฝาหีบด้านในทากระแจะผสมน้ำปรุง ซึ่งเป็นน้ำหอมไทยกลั่นจากดอกไม้ไทยหลายชนิด ออกมาเป็นน้ำสีเขียวใสกลิ่นหอมมาก  
ชาววังจะประกวดประขันกันเรื่องทำน้ำปรุงว่าใครทำหอมกว่าใครค่ะ
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 28 มี.ค. 01, 08:45

ตามกลิ่นเข้ามาฟังเป็นความรู้ด้วยค่ะ

เคยได้ยินว่าสมัยก่อนผ้านุ่งสาวชาววังหอมขนาดที่ว่าลุกไปแล้ว กลิ่นยังหอมติดกระดานอยู่เลย

ไม่ทราบว่าสูตรตำหรับน้ำปรุงเหล่านี้จะยังหลงเหลืออยุ่อีกมากมั้ยนะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 28 มี.ค. 01, 15:10

น้ำปรุง  ใช้ใบเนียมโขลกละเอียดคั้นแต่น้ำ มาปรุงด้วยพิมเสน  ชะมดเช็ด และหัวน้ำหอมสกัดด้วยแอลกอฮอล์  
รู้แต่นี้ละค่ะ  ที่เป็นสีเขียวก็เพราะใบเนียม
ส่วนน้ำอบ รู้มากกว่านี้หน่อย คือใช้น้ำฝนสะอาดลอยดอกกระดังงา อบด้วยเครื่องหอมคือผิวมะกรูดหั่นฝอย กำยาน  น้ำตาลทรายแดง พิมเสน
เอาใส่ตะคัน จุดไฟให้เป็นควันแล้วลอยในน้ำ  ปิดฝาอบไว้ในนั้นหลายวันจนน้ำเป็นสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอม
กลิ่นนิยมที่สุดคือกลิ่นดอกชมนาด  พิกุล และพุทธชาด
ต้องใส่หัวน้ำหอมลงไปด้วย
บันทึกการเข้า
สนธยากาล
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 28 มี.ค. 01, 16:57

ขอบคุณคุณเทาชมพูมากค่ะที่ให้ข้อมูล
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง