เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 2840 สอบถามเกี่ยวกับวิธีการเขียนนิยาย (สมาชิกใหม่)
Miss Candela
อสุรผัด
*
ตอบ: 7


 เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 12:35

กราบสวัสดีอาจารย์และสมาชิกบ้านเรือนไทยวิชาการทุกๆคน

     ดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้ค่ะ อยากจะขอแนะนำตัวและทำความรู้จักกับพี่ๆน้องๆทุกคน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเมตตาจากทุกคนนะค่ะ

       ดิฉันชื่นชอบนิยายของอาจารย์มานาน เพราะนิยายของอาจารย์สนุกและมีข้อคิดสอนใจด้วย ดิฉันอยากที่จะลงมือเขียนนิยายสักเรื่อง แต่ติดตรงที่ว่าดิฉันเคยลองเขียนแล้วยังมีข้อติดขัดบางประการ อยากจะเรียนถามอาจารย์ค่ะ

ข้อแรก กลวิธีการเขียนบรรยายฉาก สิ่งของ รูปลักษณ์ตัวละคร ดิฉันลองเขียนแล้วรู้สึกมันยังไม่ค่อยลื่นไหล อยากทราบว่าจะบรรยายอย่างไรดีให้สามารถจินตนการเห็นภาพที่เราพยายามจะสื่อได้ชัดเจน ไม่เยิ่นเย่อ และสละสลวยค่ะ

ข้อที่สอง  วิธีการบรรยายความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวค่ะ บรรยายความรู้สึกยังไงให้มันกระชับ แต่สามารถสื่อถึงอารมณ์ของตัวละครในขณะนั้นได้ชัดเจน และคำศัพท์ที่ใช้ไม่ซ้ำกันเยอะเกินไป คือบางทีก็คิดไม่ออกจริงๆว่าจะใช้คำอะไร ยังไงมาบรรยายดี โดยเฉพาะบทแสดงความรัก เป็นการบรรยายที่ยากสุดๆสำหรับดิฉัน เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเลย

ข้อที่สาม ดิฉันอยากทราบว่าอาจารย์มีวิธีตั้งชื่อตัวละครแต่ละตัวอย่างไรค่ะ และพวกชื่อำแหน่งของข้าราชการสมัยโบราณ อาจารย์ตั้งขึ้นเองหรือว่าอิงจากในประวัติศาสตร์ รวมทั้งข้อมูลต่างๆที่ใช้ในการเขียนนิยาย อาจารย์เสาะแสวงหามาจากที่ไหนหรือค่ะ

   ดิฉันอยากทราบเพียงเท่านี้ค่ะ หากอาจารย์จะกรุณาช่วยไขข้อข้องใจของดิฉัน จะถือเป็นความกรุณาอย่างยิ่งค่ะ

   

                                                   ด้วยความนับถือ

                                         
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 12:44

คุณถามมายาว  ขอตอบสั้นๆก่อนนะคะ  ถ้าสงสัยก็ถามมาอีก จะขยายความให้

๑  อ่านหนังสือให้มากที่สุด   เพื่อจะเก็บคำต่างๆเข้าไว้ใน "คลังคำ" ในสมองให้ได้มากที่สุด    ปัญหาติดขัดอย่างที่คุณบอกมาแสดงว่าคุณยังเก็บรวบรวมคำไว้ได้ไม่มากพอ  จึงบรรยายไม่ได้ดังใจ
๒  อย่าเขียนถึงอะไรที่ไม่มีประสบการณ์  หรือไม่ได้ค้นคว้ามากพอจะเล่าได้
๓  ชื่อตัวละคร  ตั้งจากพจนานุกรมบ้าง จากชื่อคนจริงๆบ้าง   ชื่อบรรดาศักดิ์สมัยโบราณ ดัดแปลงมาจากบรรดาศักดิ์จริงๆที่อ่านพบในหนังสือ
๔  ข้อมูลในประวัติศาสตร์ ก็หาจากตำรา  งานวิจัย  หนังสือ  ทุกสาขา   ตอนนี้หาในกูเกิ้ลก็มีเว็บที่ลงเรื่องในอดีตของไทยอีกมาก

คนที่เป็นนักเขียนอาชีพ  ล้วนเป็นนักอ่านระดับเซียนกันมาทั้งนั้น   มันเป็นพื้นฐานที่สำคัญ   เหมือนร่างกายที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานสำคัญของนักกีฬา
บันทึกการเข้า
Miss Candela
อสุรผัด
*
ตอบ: 7


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 13:46

ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะที่ให้คำชี้แนะ

ดิฉันจะเอาคำแนะนำของอาจารย์ไปลองปฎิบัติค่ะ
บันทึกการเข้า
chupong
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 14:29

กราบท่านอาจารย์เทาชมพูที่เคารพยิ่งครับ

   ผมอ่านพบกระทู้นี้ของคุณ Miss Candela เข้า ให้รู้สึกตื่นเต้นเป็นที่ยิ่ง จึงขอใช้ดวงใจคารวะต่างพวงมาลาวางลงแทบเท้าอาจารย์ เพื่อสอบถามเก็บวิทยาบางประการครับ

   สารภาพกับอาจารย์ตามตรงครับว่า ผมไม่เคยฝันจะเป็น “นักเขียน” เพราะคำว่า นัก หากใช้นำหน้าคำใด มักให้ความหมายไปในทำนอง ผู้เชี่ยวชาญ นักร้องก็ต้องร้องเพลงเก่ง นักพูดก็ชำนาญพูด นักกีฬาก็สันทัดในประเภทกีฬาที่ตัวเล่น ฯลฯ แม้กระนั้น ในชีวิตนิดหนึ่งน้อยนี้ ก็เคยฝันจะเขียนนวนิยายบันทึกอะไรสักอย่างซึ่งตัวเองรู้สึกกับมัน อยากถ่ายทอดสู่ผู้อื่นให้รับรู้ ทว่า...

   ผมตาบอดหลังคลอดได้ ๓ เดือนครับ ดังนั้น นับแต่จำความได้ ไม่มีภาพใดเคยกระทบประสาทสัมผัสทางตาแหละพิมพ์ประทับกับใจเลยสักน้อย ยามหลับฝันก็ปราศจากภาพเช่นกัน เมื่อจะเขียนเรื่องอันต้องอาศัยฉาก บรรยากาศ ตลอดจนองค์ประกอบทางวรรณศิลป์เพื่อสร้างจินตภาพแก่ผู้อ่าน ผมจึงรู้สึกมิผิดเข็นครกขึ้นยอดเขาพระสุเมรุ เคยตั้งคำถามกับคนตาดี “พระอาทิตย์ตอนใกล้จะตกดิน สีอะไร” เท่านั้นเองครับ คำตอบมีให้เลือกชนิด ต่างตาก็ต่างมอง ต่างคนก็ต่างเห็น บ้างว่าแดงเรื่อๆ บ้างบอกแดงก่ำ บ้างระบุสีส้ม บ้างว่าส้มอมแสด (แน่นอน แต่ละสีนั่น ผมย่อมไม่เคยเห็นครับ) ผมเคยทดลองเขียนฉากฝนกำลังจะตก ซึ่งตัวเองสัมผัสได้จากประสาทสัมผัสอื่นๆ ผนวกกับขุดค้นลิ้นชักความทรงจำ นำมโนภาพอันได้จากการอ่านหนังสือเสียงมาใช้ประสมประสาน ผลก็ออกมาดังนี้ครับ

   “เมฆฝนดำทะมึน ดูทะมื่นมหึมาปานภูเขาเลากาทอดขวางนภากาศ  บ่งบอกให้รู้ว่า อีกมิช้านัก กระแสธารอันกักเก็บไว้ภายในทำนบเบื้องบนสวรรค์  จะทุ่มเทถั่งท้นลงสู่พื้นดิน แสงสว่างเป็นครั้งคราจากฟ้าแลบ ไหววิ่งวาบแวบเวียนวน แว้บวูบแล้วดับวับ ติดตามมาด้วยเสียงคำรณครื้นครั่นลั่นเลื่อน ลมแรงเขย่าเขยื้อนโยกแมกไม้ไกวกวัดสะบัดแกว่ง ธรรมชาติกำลังปั่นป่วน เช่นเดียวกับบ้านเมืองที่ป่วนปั่น อลวนพัลวันอยู่ในขณะนี้ไม่มีผิด”

   เขียนไปแล้วก็ลังเล มิแน่ใจในความถูกต้อง จึงขออนุญาตเรียนถามอาจารย์ครับ เพียงคำถามเดียว นั่นคือ สำหรับคนตาบอดอย่างผม โอกาสจะสร้างนวนิยายให้สมบูรณ์พอจะมีหนทางบ้างไหมครับ

ขอแสดงความนับถืออย่างสูงยิ่ง
ชูพงค์ ตรีวัฒน์สุวรรณ

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 15:57

คุณชูพงศ์สามารถเป็นนักเขียนได้    เพราะคุณอ่านหรือฟังหนังสือมามาก   สังเกตว่าการพิมพ์แต่ละครั้ง ภาษาของคุณยาวมาก แต่พิมพ์ไม่ผิดพลาดเลย  แสดงความละเอียดประณีตในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
ขอแนะนำอย่างหนึ่งว่า  ภาษาของคุณประณีตก็จริง แต่เป็นภาษาที่คนรุ่นปัจจุบันไม่ใช้กันแล้ว   เป็นภาษาที่ย้อนกลับไปสมัยยาขอบโน่น  ถ้าจะหัดเขียนต้องใช้ภาษาง่ายกว่านี้
ควรเริ่มด้วยเรื่องสั้น จะง่ายกว่านวนิยายเรื่องยาว และอย่าเขียนถึงอะไรที่คุณไม่รู้จัก   ลองเริ่มด้วยประสบการณ์ของคุณก่อนจะง่ายกว่า

ขออภัยที่ไม่สามารถตรวจงานให้คุณได้  เพราะถ้ารับคนหนึ่งก็ต้องรับทุกคนที่ส่งมา    ถ้าเลือกเฉพาะรายก็กลายเป็นเลือกที่รักมักที่ชัง
แต่คุณอาจจะส่งงานที่เขียนมาลงเรือนไทยเพื่อให้ท่านอื่นๆวิจารณ์ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
chupong
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 มิ.ย. 11, 16:12

ผมขอน้อมรับคำแนะแนว ข้อแนะนำ ของท่านอาจารย์เทาชมพูไปปฏิบัติครับ เห็นจะต้องเริ่มจากหัดบันทึกประสบการณ์เรื่องใกล้ๆตัวอย่างที่ท่านอาจารย์ชี้ช่องให้ อาจเป็นเรื่องที่คนตาบอดคนหนึ่งอยากจะบอกคนตาดีเกี่ยวกับทัศนะบางประการ หรือความรู้สึกนึกคิดเฉพาะเรื่อง เฉพาะกรณีก็ได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างยิ่งครับผม
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 19 คำสั่ง