เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 15160 ทรงผมของผู้หญิงโบราณ
รินคำ
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 28 มี.ค. 01, 21:07

เห็นภาพของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ
ในบทความของคุณเทาชมพูก็เกิดสงสัยขึ้นมาค่ะ ว่า หญิงชาวสยามเปลี่ยนจากผมเกรียนๆ
อย่างที่เห็นในเรื่องนางนาก มาเป็นผมยาวหน่อยอย่างที่เห็นในภาพเมื่อไหร่
แล้วทรงผมแบบที่คุณจินตราทำตอนนที่เล่านเป็นแม่พลอย ตอนสาวๆ
ในเรื่องสี่แผ่นดินนั้น เป็นธรรมเนียมจริงๆ หรือไม่
แล้วสมัยโบราณซึ่งไม่มีสเปรย์ไม่มีเจลทำกันอย่างไรให้ผมโป่งๆได้ล่ะคะ
/>


วอนผู้รู้แก้ความสงสัยด้วยค่ะ



อ้อ
ขอแนะนำตัวด้วยค่ะ ที่จริงดิฉันวนเวียนวิ่งขึ้นวิ่งลงเรือนไทยมานานแล้ว
เมื่อก่อนใช้ชื่อเพลิน เป็นนามแฝงซึ่งใชัมานานติดตัวมาจากบอร์ดอื่น
ต่อมาพอชื่อไปพ้องกับนางเอกของคุณแก้วเก้าเข้า
ก็มีคนชื่อเพลินเพิ่มขึ้นมากอย่างกระทันหัน
ดิฉันเองก็บุคคลิกไปคนละขั้วกับคุณหนูเพลินในวสันต์ลีลาเสียด้วย
ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นรินคำค่ะ
src='http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x000.jpg'>
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 24 มี.ค. 01, 21:06

มีภาพของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับอีกภาพนึงค่ะ



แอบเซฟมาจากห้องมองอดีตในไกลบ้าน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x001.jpg'>
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 24 มี.ค. 01, 23:10

กำลังหาภาพทรงผมหญิงไทยมาสแกนให้คุณรินคำ (เพลิน) ค่ะ
แต่ขอบอกย่อๆว่า ทรงผมเจ้าจอมม.ร.ว.สดับ เรียกว่าผมโป่งค่ะ  นิยมตอนปลายรัชกาลที่ ๕
คนละอย่างกับทรงดอกกระทุ่ม  ซึ่งสั้นกว่า  เส้นผมจะชี้ออก แบบทรงผมแม่นาก ไม่ใช่หวีเสยอย่างในภาพ
ผมที่ชี้ออก ทำให้หัวดูคล้ายดอกกระทุ่มจึงเรียกชื่อตามนั้น
สาวสมัยโบราณไม่มีเจล ใช้ขี้ผึ้งเสยให้เรียบค่ะ   ได้ผลเช่นกัน
 ส่วนที่โป่งมากๆบางคนซ่อนหมอนหนุนเล็กๆไว้ข้างในแล้วเสยผมซึ่งรูดด้วยขี้ผึ้งจนเรียบได้รูป เกลี่ยทับอีกที ผมจะโป่งได้รูปสวยออกมาแบบที่เห็น
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 09:25

ขอบคุณค่ะคุณเทาชมพู รอดูภาพอยู่นะคะ



ไม่รอเปล่าๆ แต่ไปค้นภาพทรงผมโบราณๆ

มาได้สองทรง



ทรงแรกของสาวบางระจันค่ะ

รู้สึกว่าข้างหน้าจะยาวแล้วหวีเสยไปข้างหลัง

ส่วนข้างๆ ตัดเกรียน ก็สวยดี แถมคงจะไม่ร้อนด้วย
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x003.jpg'>
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 09:29

ทรงที่สองจาก สุริโยไท ค่ะ แปลกตามาก

ไม่เคยเห็นทรงผมลักษณะนี้มาก่อนเลย
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x004.jpg'>
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 09:33

คิดถึงผู้หญิงสมัยก่อนตกแต่งผมด้วยขี้ผึ้งแล้ว
ก็สงสัยขึ้นมาอีกค่ะ ว่าตอนสระผมเนี่ย
ไม่มียาสระผมอย่างสมัยนี้จะสระสะอาดหรือคะ
เค้าใช้อะไรสระผมกันหนอ เคยได้ยินว่าใช้มะกรูด
กับ ขี้เถ้า ไม่น่าจะทำให้สะอาดได้เลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 10:37

ผมของนางเอกบางระจันน่าจะดัดแปลงมาจากผมปีกค่ะ ไม่เหมือนสมัยโบราณเสียทีเดียว
สมัยอยุธยาตอนปลาย   สาวลูกผู้ดีไว้ผมยาวประบ่าปลายงอนออกนิดๆ    แต่สาวชาวบ้านเมื่อเกิดศึกจะตัดผมสั้นเหมือนชาย เพื่อปลอมตัวไม่ให้พม่ารู้ว่าเป็นหญิง แล้วเลยไว้ผมสั้นมาจนรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ส่วนทรงผมพระสุริโยไทเรียกว่าทรงโองโขดง  เป็นทรงทางเหนือมาจากสุโขทัยค่ะ

มะกรูด  เข้าใจว่าเป็นกรดอ่อนๆ  สระผมทำให้หมดรังแค  ผมสะอาดเป็นเงาและนิ่มด้วยค่ะ
ดิฉันยังเคยใช้น้ำมะกรูดแท้ๆ เทรดผมเลยค่ะ  เพราะเคยปลูกต้นไว้หลังบ้าน    คุณภาพดีกว่ายาขจัดรังแค
 ส่วนขี้เถ้ามีสภาพเป็นด่างค่ะ ก็ทำความสะอาดได้เช่นกัน
สมัยก่อนเสื้อผ้าเขาก็ซักด้วยน้ำขี้เถ้าให้หมดเหงื่อไคลนะคะ
สบู่สมัยสงครามโลกก็ทำจากขี้เถ้าค่ะ

อีกอย่างบ้านเมืองสมัยก่อนมีแต่แดด  และฝุ่นจากดิน   ไม่มีสารตะกั่วควันดำ และความสกปรกจากคอนกรีตอย่างในกรุงเทพและในตัวจังหวัดใหญ่เล็ก    
ดิฉันว่าร่างกายคนไม่เหนียวหนับเหมือนเดี๋ยวนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 15:11

นี่คือผมปีกค่ะ

หลังจากเด็กตัดจุกแล้วก็เลี้ยงผมบนศีรษะให้ยาว

ผู้หญิงไว้ยาวกว่าของผู้ชายนิดหน่อย   แต่ด้านข้างสั้นเกรียน

เว้นผมเส้นยาวๆห้อยลงมาสองข้างหูถึงบ่าเรียกว่าผมทัด

เป็นแบบผมที่นิยมกันมาจนถึงรัชกาลที่ ๔  

ก่อนกลายเป็นดอกกระทุ่มในระยะต่อมา

คือไว้ยาวขึ้น และไม่มีผมทัดอีก
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x007.jpg'>
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 16:00

เอ ผมโป่งนี่ จะทำได้ด้วยการ "ยี" ผมบ้างหรือเปล่าคะ  ไม่ทราบว่าการ "ยี" ผมมีมาในสมัยไหน  แต่เข้าใจว่า  สาวๆยุโรปและอเมริกาตั้งแต่ก่อนสมัยวิคตอเรีย  ก็ไว้ผมยาว ถักเปีย แต่ส่วนบนๆนี่ก็โป่งๆขึ้นเหมือนกัน  จากที่เห็นๆรูปย่าทวดยายทวดของเพื่อนๆในอเมริกามานะคะ   คิดว่าเค้าอาจจะยีให้มันพองขึ้นมาตั้งแต่สมัยนั้น  แล้วจ้าวนายไทยที่ไปยุโรปกลับมาเมืองไทยแล้วเอามาเผยแพร่  หรืออาจจะเริ่มมาตั้งแต่สมัย ร๔ ที่เลียนแบบดูเอาจากทรงผมของพวกภรรยามิชชันนารีก็ได้  นี่มั่วเองเองทั้งนั้นเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 17:21

การยีผมมีตั้งแต่ ๑๙๖๐ 's ตอนต้นๆค่ะ

การทำผมสมัยวิกตอเรียน  ใช้วิธีตบผมให้โป่งขึ้นมา สมัยนั้นมีการใช้ผมปลอมเสริมแล้วค่ะ

ของไทยไม่ได้ยีค่ะ  ใช้ขี้ผึ้งเสยแทนเจล จะตั้งเข้ารูปและเรียบเป็นมัน  นอกจากนี้มีน้ำมันใส่ผมเรียกว่าน้ำมันตานี และมุหน่าย ทำจากเขม่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 18:04

เอาภาพผมทรงดอกกระทุ่มมาฝากอีกภาพค่ะ

เป็นภาพสตรีสมัยต้นรัชกาลที่ ๕

ไม่มีผมปีกอีกแล้ว ส่วนที่เป็นผมปีก ปล่อยยาวกว่าเก่า

แล้วหวีเลยไปถึงกระหม่อม  

ส่วนด้านข้างก็ไม่สั้นเกรียนอย่างผมปีก

แต่ปล่อยให้ยาวออกมาเล็กน้อยพอหวีได้



ส่วนเครื่องเรือนตรงหน้า กระจกเรียกว่าคันฉ่อง

มีเกลียวยึดสองข้าง ไขให้กระดกได้

ตั้งอยู่บนม้าเตี้ยๆ  ผ้าสองผืนสีขาวพาดอยู่บนราว

เรียกว่าราวพาดผ้า โดยมากแกะสลักสวยงาม

และทางซ้ายของภาพคือขันล้างหน้า

กับผอบหรือโถปริก(หมายถึงโถมีฝาครอบยอดแหลม)  วางบนพาน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x010.jpg'>
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 25 มี.ค. 01, 23:50

เรื่องทำความสะอาดผม  ตอนผมยังเด็กๆ สมัยอยู่บ้านสวน
เคยเห็นคนเฒ่าคนแก่อาบน้ำแล้วใช้โคลนในท้องร่อง มาหมักผม
ผมไม่ทราบว่ามีประโยชน์อย่างไร  ก็เลยทำดูบ้าง ดำน้ำหาโคลน
ที่เหลวๆ มายีหัว รู้สึกไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่พอโตขึ้นได้อ่านในหนังสือ
เค้าว่าโคลนนี่มีประโยชน์เกี่ยวกับการบำรุงรักษาเส้นผมเหมือนกัน  
เมื่อไม่นานมานี้ก็เห็นพูดถึงโคลนหมักผมหรือยังไงนี่แหละ  แต่เป็นโคลน
(ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างเดียวกับโคลนหรือเลนในภาษาไทยหรือเปล่า)
จากต่างประเทศ ราคาแพง ถ้ามีประโยชน์จริงแสดงว่าคนไทย
เรารู้จักประโยชน์ของโคลนมานานแล้ว
บันทึกการเข้า
รินคำ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 26 มี.ค. 01, 06:36

ชอบผมสั้นๆ ของผู้หญิงสมัยก่อนจังค่ะ
เข้ากับอากาศร้อนๆของเมืองไทย
แล้วก็คงดูแลรักษาทำความสะอาดง่ายด้วย
ขอบคุณคุณเทาชมพูนะคะสำหรับรูป
ชอบรูปสุดท้ายมากเลย สตรีในรูปดูท่าน
ตั้งอกตั้งใจในการแสดงแบบ น่ารักเหลือเกิน

ตอนแรกคิดว่ากระทู้นี้จะคุยกันเฉพาะสาวๆ เสียแล้ว
ดีใจที่คุณแจ้งลงจากโรงลิเกมาร่วมสนทนากัน
ดิฉันเคยได้ยินเรื่องโคลนหมักผมนะคะ แต่เป็นของ
ฝรั่ง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินว่าคนไทยก็ใช้โคลน
หมักผมเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 27 มี.ค. 01, 16:44

นำภาพทรงผมสมัยรัชกาลที่ ๖ มาฝากค่ะ

เป็นภาพถ่ายหญิงสาวเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๑  

ในรัชกาลนี้  สาวๆเลิกไว้ผมสั้นอย่างเจ้าจอมสดับ

แต่นิยมไว้ยาวลงมา แต่ไม่สยาย

ในภาพไม่ใช่ผมสั้นนะคะ  เป็นมวย

รวบไปขมวดไว้ท้ายทอยแล้วเหน็บไว้แน่นไม่ให้หลุดลงมา

ถ้าทันสมัยกว่านี้  อย่างแฟชั่นพระวรกัญญา

เพิ่มแถบแพรหรือสายสร้อยคาดหน้าผากค่ะ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x013.jpg'>
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30622

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 27 มี.ค. 01, 17:56

นำภาพทรงผมสมัยรัชกาลที่ ๗ มาลงให้ดูค่ะ

ราวๆ พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นต้นไป

อิทธิพลจากตะวันตกเห็นได้ชัด

สาวไทยไม่เกล้าผมมวย  แต่ตัดเป็นผมบ๊อบสั้น

แบบแหม่มในทศวรรษ ๑๙๒๐'s และ ๓๐'s

(สตรีในภาพคือท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ถ่ายเมื่ออายุประมาณ ๑๖ ปี)
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW419x014.jpg'>
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.052 วินาที กับ 19 คำสั่ง