เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 18 19 [20] 21 22 ... 37
  พิมพ์  
อ่าน: 171204 เครื่องหมายอะไร
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 285  เมื่อ 17 มิ.ย. 11, 15:54

^
^
ที่คุณดีดีจัดมาคือ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ



ถ้าเป็น เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า จะมีหน้าตาดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า



เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายใน



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 286  เมื่อ 17 มิ.ย. 11, 16:18

มีเหรียญแพงมาให้ชมค่ะ ขนาดเฟื้อง ราคาประเมินปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ... ตกใจ
เหรียญเงินรุ่นตอกตรา สมัยรัชกาลที่ ๔ ประมาณปีพ.ศ. ๒๓๙๙ เหรียญแบนทางการเหรียญแรกที่มีอักษรไทย



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 287  เมื่อ 17 มิ.ย. 11, 22:50

^
ใช่ครับ เป็นเหรียญกษาปณ์ในยุคเริ่มแรกของไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเห็นว่าบ้านเมืองควรเริ่มใช้เงินแบนขึ้นตามอย่างอารยะประเทศ เนื่องจากมีฝรั่งร้องเรียนมาว่ามีเงินพดด้วงปลอมมาก แถมที่เวียดนาม พระเจ้าหมิ๋นหมาง และองค์หริรักษ์ แห่งกัมพูชา ต่างล้วนใช้เงินแบนทั้งสิ้น มีแต่สยามที่ใช้พดด้วง จึงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างเหรียญแบน และมีจดหมายไปยังควีนวิคตอเรียว่าสยามต้องการเครื่องจักรทำเหรียญ ให้ราชทูตไปดูและติดต่อซื้อเมื่อคณะราชทูตไปลอนดอน

แต่ก่อนหน้านั้นทรงโปรดเกล้าให้ทดลองทำเหรียญแบนแบบตอกตราด้วยมือ คือใช้แรงงานค้อนทุบที่แม่พิมพ์โลหะ หล่อแผ่นเงิน ตัดแผ่นเงินเป็นวงกลม ซึ่งมีด้วยกัน ๓ แบบ

เหรียญทำมือในพ.ศ. ๒๓๙๙ นี้มีด้วยกัน ๓ แบบ (เกิดจากแม่พิมพ์ ๓ ตัว)

๑. ด้านหน้าตอกตราเหมือนอย่างพดด้วง (พระเต้า-มหามงกุฎ-พระแสงจักร) และหลังเรียบ

๒. ด้านหน้าเป็นตราพระมหามงกุฎและฉัตรกระหนาบทั้งสองด้าน พร้อมลายเถาวัลย์ดอกไม้ ขอบเรียบไม่เป็นเฟือง ด้านหลังตอกตรา(พระเต้า-มหามงกุฎ-พระแสงจักร) (รวมรายการที่ ๑-๒ ไม่เกิน ๔ เหรียญ)

๓. ด้านหน้าเป็นตราพระมหามงกุฎและฉัตรกระหนาบทั้งสองด้าน พร้อมลายเถาวัลย์ดอกไม้ ขอบเรียบไม่เป็นเฟือง ด้านหลังตีตรา “กรุงเทพ” ซึ่งพบประมาณ ๓ เหรียญ

เคยลงกระทู้ไว้เรื่องเหรียญบรรณาการ ลองอ่านดูนะครับ http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2010/09/K9741207/K9741207.html


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 288  เมื่อ 17 มิ.ย. 11, 23:07

ให้คุณดีดี ชมเหรียญกรุงเทพ "ทองคำ" ครับ นี่ขนาดเหรียญเงินมูลค่าแพงเท่านี้ ถ้าเป็นทองคำที่ผมนำมาให้ดูราคาจะขนาดไหน  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 289  เมื่อ 17 มิ.ย. 11, 23:13

คว่ำก้นถ้วยใบหนึ่ง เห็นอักษรผูกไว้พิกล เขียนว่าอะไรดีครับ  ฮืม

ของชิ้นนี้ต้องมีความสำคัญอย่างแน่นอน ใช้ในงานอะไรหนอ ฮืม


บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 290  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 07:29

นอกจากจะได้ทอดพระปฐมเจดีย์แสดงปาฏืหาริย์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ แล้ว  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทอดพระเนตรพระปฐมฯ แสดงปาฏิหาริย์อีกครั้งใน พ.ศ. ๒๔๕๗  คราวหลังนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สน้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนยประดิษฐานไว้บนชาลาพระที่นั่งพิมานปฐม  เมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว  และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กระทรวงมหาดไทยใช้พระราชวังสนามจันทร์เป็นศาลารัฐบาลมาณฑลนครไชยศรีแล้ว  จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ชลอพระที่นั่งองค์น้อยนั้นไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครมาจนบัดนี้

พระปฐมเจดีย์มองจากคลองเจดีย์บูชา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 291  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 07:39

พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนยบนชาลาพระที่นั่งพิมานปฐม  และที่พิพิธภัณฑสภานแห่งชาติพระนคร



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 292  เมื่อ 18 มิ.ย. 11, 07:49

อาคารทางขวาภาพ คือ ตึกโรงเรียนราชกุมาร  ริมประตูพิมานไชยศรี  ในพระบรมมหาราชวัง
โรงเรียนนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเป็นสถานที่เล่าเรียนของพระราชโอรสและบุตรหลานข้าราชบริพาร  เมื่อพระราชกุมารทรงจบการศึกษาชั้นต้นและเสด็จไปทรงศึกษาต่อต่างประเทศแล้ว  ได้พระราชทานตึกนี้เป็นที่ตั้งโรงเรียนมหาดเล็กของกระทรวงมหาดไทย 

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อแรกพระราชทานกำเนิดโรงเรียนมหาดเล็กหลวงในวันที่  ๒๙  ธันวาคม  ๒๔๕๓  ก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้โรงเรียนมหาดเล็กหลวงเปิดการเล่าเรียนที่โรงเรียนราชกุมารปีกด้านซ้ายติดประตูพิมานไชยศรี  จนถึงวันที่  ๑  มิถุนายน  ๒๔๕๔  จึงได้ย้ายไปอยู่ที่ตั้งปัจจุบันซึ่งในระชกาลที่ ๗ ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วชิราวุธวิทยาลัย  ส่วนปีกด้ายจวาติดกับกระทรวงมหาดไทยที่ศาลาลูกขุนเดิม  คงเป็นที่ตั้งโรงเรียนมหาดเล็กที่โปรดพระราชทานนามใหม่ว่า โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อโรงเรียนนี้ย้ายไปอยู่ที่หอวังแล้ว  จึงได้มีพระบรมราชโองการให้ประดิษฐานเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เมื่อ  ๒๖  มีนาคม  ๒๔๕๙



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 293  เมื่อ 20 มิ.ย. 11, 09:31

คว่ำก้นถ้วยใบหนึ่ง เห็นอักษรผูกไว้พิกล เขียนว่าอะไรดีครับ  ฮืม

ของชิ้นนี้ต้องมีความสำคัญอย่างแน่นอน ใช้ในงานอะไรหนอ ฮืม

ตัวอักษรพระนามย่อ ศกร. ค่ะ ยอมาจากพระนามของ สมเด็จเจ้าฟ้าศิริราช กกุธภัณธ์ฯ อัครวราชกุมาร
เป็นลายที่ก้นเครื่องถ้วยชุดจักรี ค่ะ ปัจจุบันมักเรียกว่าชุดเจ้าฟ้า

เป็นเครื่องถ้วยที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้มีพระราชประสงค์สร้างขึ้นเพื่อนำมาแจกในงานถวายพระเพลิงสมเด็จเจ้าฟ้าศิริราช กกุธภัณธ์ฯ อัครวราชกุมาร ซึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยโรคอุจจาระมูกเลือด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม จุลศักราช 1249 (พุทธศักราช 2430) ซึ่งมีพระชนม์มายุได้ 1 ปี 6 เดือน 4 วัน

พระองค์ได้สั่งทำถ้วยชาชุดจักกรีจากโรงงานทำเครื่องถ้วยที่มีชื่อของประเทศฝรั่งเศส คือ โรงงานแซร์ฟ โดยมอบให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพศาสตร์ศุภกิจ เป็นผู้สั่งทำ เพื่อนำมาพระราชทานเป็นของที่ระลึกในงานถวายพระเพลิงพระศพพระอรรคชายา และพระราชโอรส ธิดา รวม 4 พระองค์ ณ พระเมรุท้องสนามหลวงในปีจุลศักราช 1250 (พุทธศักราช 2431) คือ พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราช กุกุธภัณฑ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีชัย และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าตรีเพชรรุตมธำรง

เครื่องถ้วยชุดน้ำชาจักรีนี้เป็นที่ชาแบบจีนมีถ้วยชา เนื้อกระเบื้องอย่างดีบางแบบเปลือกไข่เป็นลายดอกเดชี่ ซึ่งตกแต่งด้วยการสอดเส้น สีทองบนพื้นสีต่างๆ ที่มีถึง 9 สี คือ สีขาว สีเหลือง สีชมพู สีแดง สีเขียว สีฟ้า สีน้ำเงิน สีดำ และสีทอง ซึ่งชุดสีทองนี้ลายดอกเดชี่จะมีสีต่างๆ บนฝาของเครื่องถ้วยจะเขียนลายจักรและลายตรี ซึ่งเป็นลายเครื่องหมายของราชวงศ์จักรี ดังนั้นจึงเรียก ชุดชาแบบนี้ว่า “ชุดจักรี” ทรงสั้งทำเป็น 2 ขนาด คือ ขนาดธรรมดาสำหรับพระราชทานเจ้านายหรือขุนนางชั้นสูง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ กับขนาดเล็กซึ่งเรียกว่า “ชุดเจ้าฟ้า” สำหรับพระราชทานเจ้านายฝ่ายในและที่ยังทรงพระเยาว์ ชุดน้ำชาจักรีนี้ถ้าเป็นเครื่องสังเค็ดของที่ระลึกงานพระเมรุเฉพาะของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์นั้น บนฝาถ้วยชามีสัญลักษณ์ของพระบรมราชวงศ์จักรี คือ จักรและตรี และที่ก้นถ้วยชาจะมีอักษรพระนาม ศ.ร.ก ไขว้ การจัดที่ชา ชุดน้ำชาจักรี มีการจัดต่างกันเป็น 3 แบบ คือ

      1. ชุดเครื่องไทยปั้นคู่ ประกอบด้วย ถาดรอง ปั้นชาแบบปั้นเท้าปุ่มพร้อมจานรองปั้น 1 คู่ และถ้วยตวง หรือที่เรียกว่า ถ้วยน้ำชาทรงบัวมีฝา 4 ใบ
      2. ชุดเครื่องจีโบ ประกอบด้วยถาดรอง ปั้นชาแบบปั้นเท้าปุ่มพร้อมจานรองปั้น 1 คู่ ถ้วยชงชาพร้อมฝาทรงจีโบ 2 ใบ และ ถ้วยตวงพร้อมฝาทรงจีโบ 4 ใบ
      3. ชุดแบบจีน ประกอบด้วยปั้นชา พร้อมอ่างรองทรงบัว 1 ใบ ถ้วยชาพร้อมฝา ทรงจีโบ 1 ใบ และถ้วยตวงปากคลื่น 4 ใบ

      สำหรับถาดรองชุดชามี 2 แบบ แบบหนึ่งเป็นแบบตะกร้าหวายสานมีหู 2 หู ตรงกลางถาดมีลิ้นหรือแผ่นรองฉลุข้อความว่า “งานพระเมรุ ท้องสนามหลวง ปีกุน 1249” ถาดรองชุดที่ชาอีกแบบหนึ่งเป็นถาดทรงกลมตัวขอบถาดสูงตกแต่งด้วยลายลงยาดอก เดชี่แบบเดียวกันลายถ้วยชา ขาถาดเป็นขาปุ่มทรงหัวเม็ด 4 ขา มีลิ้นหรือแผ่นรองรูปกลม ตรงกลางฉลุโปร่งลายอักษรพระนาม ศ.ร.ก. ไขว้

หนูดีดี เรียนถามว่า ถ้วยชาพร้อมฝา ทรงจีโบ เป็นอย่างไรคะ ต่างจากถ้วยทั่วไปอย่างไร...


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 294  เมื่อ 20 มิ.ย. 11, 10:03

แม่นแล้ว ชุดชาจักรีงามมากครับ คุณดีดี

จีโบ = หมวกโบราณ ขอบยาวลงมาปกหู เพื่อกันความหนาว เวลาไม่ใช้พับขึ้นมาได้
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 295  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 09:13

เรียนถามท่าน siamese ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
ชุดป้านชาน่ารักชุดนี้ ใครปั้นคะ ใช้ในงานอะไร และปัจจุบันยังอยู่หรือไม่คะ... ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 296  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 09:51

เรียนถามท่าน siamese ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
ชุดป้านชาน่ารักชุดนี้ ใครปั้นคะ ใช้ในงานอะไร และปัจจุบันยังอยู่หรือไม่คะ... ยิงฟันยิ้ม


แหมคุณดีดี เอาภาพนี้มาถามก็เขิลแย่  อายจัง อายจัง อายจัง

ชุดป้านชาที่สงสัยนี้เป็นการปั้นด้วยฝีมือของคนประหลาดคนหนึ่ง ซึ่งรู้มาว่าทำแบบนี้ตั้งแต่อายุราวได้ ๑๕ ปีเห็นจะได้ โดยปั้นเป็นเครื่องเบญจรค์และเครื่องเลียนแบบกระเบื้องหลายแบบ ขนาดจิ๋วเล็กประมาณเหรียญบาทบ้าง เหรียญ ๒๕ - ๕๐ สตางค์บ้างหรือว่าบ้าเลือดขนาดย่อส่วนเล็กเท่าเมล็ดส้มก็มี จนกระทั่งเมื่อราว พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้นำผลงานที่เคยทำมาทั้งหมดไปจัดแสดงนิทรรศการของจิ๋ว ทำให้ผู้คนพากันแตกตื่นว่ายังมีคนประหลาดๆ แบบนี้อยู่ด้วยหรือ ต่างพากันชื่นชมผลงานกระจ้อยร่อย อันนับไม่ถ้วน

ช่วงเวลาดังกล่าวสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ก็มาถ่ายทำไปออกรายการอยู่พอสมควร หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาฝีมือการปั้นให้งดงามยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์งานฝีมือคือ บูดๆเบี้ยวๆบ้างตามอารมณ์ของคนประหลาดนั้น

สำหรับเครื่องถ้วยชุดนี้สร้างขึ้นในราว พ.ศ. ๒๕๔๒ ทำเป็น collection ชุดเครื่องลายคราม จปร. เพื่อจัดแสดงนิทรรศการที่เขาเรียกให้ไปจัดแสดง โดยเขียนลายแบบ ยี่ยาว ถ้วยชาแบบจีโบ (อย่างที่คุณดีดี สงสัย) นอกจากนี้ยังจะมีชุดโถน้ำเย็น กระโถน อีกด้วยและเครื่องถ้วยลายครามชุดนี้ เคยได้ถ่ายภาพผลงานร่วมกับผลงานชิ้นอื่นๆลงนิตยสารที่แจกบนเครื่องบิน การบินไทย เพื่อโปรโมตงานของจิ๋ว ของย่อส่วนที่จัดขึ้นที่กรุงเทพเมื่อหลายปีมาแล้วครับ

ปล. นายประหลาด = นาย Siamese เองครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม




บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 297  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 10:00

คุณดีดี อยากทานกล้วยปิ้ง กลัวยทับ อร่อยๆไหม

"ชุดตลาดสองฝ่ามือ" มีคนตั้งชื่อให้เพราะขนาดเล็กมากโดยสามารถเอาฝ่ามือทั้งสองวางทับทั้งตลาดได้หมด ชุดตลาดนี้ออกอากาศ สะเก็ดข่าว ด้วยนะครับ




บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 298  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 13:08

สวยงาม ละเอียดละออ น่ารักทุกชุดเลยค่ะ..
หนูดีดี จะไปหาสะเก็ดข่าวย้อนหลังมาดู จำวันที่ออกอากาศได้ไหมคะ ประมาณเดือนไหนคะ
คราวหน้าถ้านำผลงานไปแสดงนิทรรศการอีก แจ้งข่าวบ้างนะคะ  ยิงฟันยิ้ม
ชุดโตกมุก...เหมือนมากค่ะ เป็นสีระบายหรือประดับเปลือกหอยจริงคะ...
บันทึกการเข้า
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 299  เมื่อ 21 มิ.ย. 11, 13:27

เข็มราชวัลลภ
เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ทรงมีพระราชปรารภต่อกรมทหารมหาดเล็กฯ ว่า.. เป็นกรมฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด และได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยเสมอมา จนถึงในรัชสมัยของพระองค์ จึงได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้มีการจัดทำ เข็มราชวัลลภฯ พระราชทานเป็นครั้งแรกแก่นายทหารมหาดเล็กฯ ทุกนายในปี พ.ศ.๒๔๖๗ ต่อมาในวาระวันราชวัลลภฯ ตรงกับวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุยเดชฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มราชวัลลภฯ แก่นายทหารมหาดเล็กฯ ในชั้นหลังอีกวาระหนึ่ง จากนั้นในวันราชวัลลภของปี พ.ศ.๒๕๐๖ ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มราชวัลลภฯ แก่นายทหารมหาดเล็กตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๙๖ จนถึง ๒๕๐๖ ซึ่งยังมิได้รับพระราชทานฯ อีกเป็นครั้งที่ ๓ และในวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศนายทหาร ร้อยตรี นายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ พระราชปิโยรส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ซึ่งเป็นวันราชวัลลภฯ ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มราชวัลลภฯ ด้วยในคราวเดียวกัน ณ กองบังคับการกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ
สำหรับการประดับเข็มราชวัลลภฯ นั้นสามารถประดับทับเครื่องแบบทหารได้ทุกชนิด เว้นเครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ เครื่องแบบฝึก และเครื่องแบบสนาม โดยให้ติดที่อกเสื้อเบื้องขวา ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานเข็มอักษรพระปรมาภิไธยย่อ สำหรับราชองครักษ์ที่พ้นจากตำแหน่ง และประสงค์ที่จะประดับเข็มทั้งสองชนิดพร้อมกัน ก็ให้ติดแนวเดียวกันโดยเรียงจากด้านดุมไปทางปลายบ่าขวา โดยให้เข็มราชวัลลภฯ อยู่ทางขวา แต่หากในโอกาสที่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องขวา ก็ให้งดประดับเข็มราชวัลลภฯ


บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
หน้า: 1 ... 18 19 [20] 21 22 ... 37
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง