เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
อ่าน: 26864 ภูตผีปีศาจ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 21:59

หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวใช่ไหมคะ
คดีกล่าวหาว่าใครเป็นฉมบ จะกละ กระสือ กระหาง น่าจะเป็นคดีชุกชุมในหัวเมืองยุคนั้น    ผู้รั้งหรือกรมการเมืองคงชำระผิดพลาด ทำเอาคนไม่ผิดต้องตายกันไปมาก     จึงต้องทรงกวดขันให้ส่งเข้ามาพิจารณาในเมืองหลวง ซึ่งน่าจะยุติธรรมมากกว่า เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเท่าคนในท้องถิ่น     จึงทรงกำชับด้วยการคาดโทษขุนนางที่ละเมิดเรื่องนี้ไว้ถึงตาย

นี่คือเดาล้วนๆ   อยากฟังความเห็นท่านอื่นด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:01

ผีปู่ตา

เป็นผีบรรพบุรุษประจำหมู่บ้าน
ทางภาคพายัพเรียกว่า ผีปู่ย่า
ส่วนภาคกลางเรียกว่า ผีปู่ย่าตายาย
ทางอีสานเรียก ผีปู่ตา
จีนเรียก ไท้ตี้ หรือ ทู้ตี้ คือ เจ้าที่

โดยทั่วไปจะมีการสร้างศาลไว้ปากทางเข้าหมู่บ้าน ก่อสร้างเสาประตูทำนองเสาชิงช้า อย่างโขลนทวาร เปรียบดังขื่อบ้าน และเป็นการป้องกัน "ผีแขก" หรือผีไม่มีศาลเข้ามายังหมู่บ้าน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:04

ผีพ่อเลี้ยง

เป็นผีประจำบ้านเรือน เป็นผู้คุ้มครองคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าคนอื่นจะมานอนที่เรือน ต้องบอกผีพ่อเลี้ยงก่อน ถ้าไม่บอกกล่าวจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดี เรียกว่า "ผิดผีพ่อเลี้ยง"


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:09

ผีปอบ

ผีปอบก็คือ คนธรรมดาอย่างเรา แต่มีอาการเหมือนถูกผีสิงในร่างกาย ร่างกายทรุดผอม สุดท้ายก็ถูกกินตับไตไส้พุงไปหมดจนตาย ผีชนิดนี้ถ้าโกรธใครก็เข้าไปสิงร่างกายได้ ถ้าคนมีวิชาก็จะเลี้ยงปอบไว้ได้ เพื่อใช้งานให้ไปสิงกับคู่อริ ดังนั้นคนที่ปอบเข้าสิงมักจะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านไป

การอาศัยกริยาผู้เป็นปอบ คือ ตาขวางไม่กล้ามองใคร ถ้าพบแล้วต้องหาหมอผีมาไล่ออกไป


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:12

ผีฟ้า = เป็นผีฝ่ายดี คือ อยู่บนฟ้า ซึ่งหมายถึง "เทวดา" นั่นเอง

โดยผีฟ้า เกิดจากความเชื่อเรื่อง นรก สวรรค์ ธรรมชาติซึ่งมองไม่เห็นทำให้เกิดความเคารพ โดยทั่วไปแล้วผีฟ้า ถูกเรียกบุคคลที่สามารถทำพิธีกรรมในการรักษาโรค โดยผ่านการเข้าทรง เพื่อรักษาคนไข้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:17

กระสือ

กระสือ เป็นผีชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอาการแปลงร่างได้ คือ การถอดหัวและลำไส้ออกจากตัว ซึ่งเกิดเฉพาะผู้หญิง และตกค่ำกระสือตะถอดหัวไปกินวัว ควายและสัตว์ตัวเล็ก และสิ่งของสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะอุจจาระ การที่สังเกตุว่าถิ่นใดมีกระสือ คือ ผ้าที่ตากไว้ยามกลางคืน จะมีรอยคราบเช็ดปากไว้ แล้วบ้างว่ากระสือ จะมีแสงกระพริบได้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:19

กองกอย เป็นผีป่าชนิดหนึ่งลักษณะรูปร่างจะเป็น ผีที่มีขาข้างเดียว มีปากเป็นท่อเหมือนแมลงวัน เวลาไปไหนมาไหนจะกระโดดไป

ด้วยขาข้างเดียว และส่งเสียงร้องว่า "กองกอย ๆ" อันเป็นที่มาของชื่อ เชื่อว่ามีหน้าตาคล้ายลิง หรือค่าง บ้างเรียกว่า ผีโป่ง หรือผีโบ่งขาม

สันนิษฐานว่า ความเชื่อเรื่องผีโป่งก็คือ ค่างแก่ที่หน้าตาน่าเกลียดไม่สามารถขึ้นต้นไม้ได้...

เชื่อว่า ผีกองกอย จะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันคือ ให้นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้างเป็นที่น่าสังเกตว่า

ผีลักษณะแบบเดียวกับผีกองกอย มีความเชื่อกระจายทั่วไป ไม่เฉพาะในไทย ในมาเลเซีย เชื่อว่า มีคนป่าเผ่าหนึ่งมีขาข้างเดียว ไม่มีสะบ้า หัวเข่า

ที่จีนก็มีความเชื่อว่ามีปีศาจชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ตามภูเขา มีขาเดียว ตัวเล็ก แต่ผมยาว ตาโต หูแหลม มักขโมยอาหารหรือสิ่งของของคนเดินทาง

เมื่อถึงวันตรุษ ก็มักเข้ามาอาละวาดในหมู่บ้าน เชื่อว่านำมาซึ่งความอัปมงคล และใครจับต้องตัว มันจะเผชิญกับโชคร้ายหรือเจ็บไข้ได้ป่วย หรือ

แม้แต่ผีขาเดียว ที่ไปไหนมาไหน ด้วยวิธีการกระโดด....

แหล่งที่พบเห็น: พบเห็นในป่าลึกทั่วประเทศ

เอกลักษณ์ประจำตัว:มีขาข้างเดียว มีปากเป็นท่อเหมือนแมลงวัน กระโดดด้วยขาข้างเดียว และส่งเสียงร้องว่า "กองกอย ๆ" หน้าตาคล้ายลิง


บันทึกการเข้า
puyum
พาลี
****
ตอบ: 242


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 02 มิ.ย. 11, 22:27

ผีท้องถิ่น
 ผีโรง
 ผีหม้อ(หม้อตาปู่)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 06 มิ.ย. 11, 09:09

ลูกกรอก    คือ ผีเด็กที่ตายตั้งแต่อยู่ในท้อง   ถูกนำมาปลุกเสก  ผูกไว้ด้วยอาคมให้รับใช้เจ้าของ      ในขุนช้างขุนแผน  กุมารทองที่ขุนแผนฆ่าคว้านท้องนางบัวคลี่  เอาลูกในท้องมาย่างไฟ  (อ่านคำบรรยายภาพแล้วน่าสยดสยองมาก)   ซากศพเด็กที่ถูกบาร์บิคิวจนแห้งเกรียม  ไม่มีเลือด ไม่มีน้ำหนอง  คือลูกกรอกนั่นเอง   
บันทึกการเข้า
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 06 มิ.ย. 11, 16:23

นางตะเคียน
นางตะเคียน เป็นผี ตามตำนานพื้นบ้านของไทย เป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน

บริเวณ ผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คงเหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอด เวลานั่นเอง

นางตะเคียนมักมีรูปร่างหน้าตาสะสวย หมดจดงดงาม ผมยาว ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง บางที่ก็ว่าแต่งตัวเหมือนสาวบ้านป่าทั่วๆ ไป ผีนางตะเคียนมักจะเป็นจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน

เนื่องจากต้นตะเคียน มีผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ การจะนำเอาต้นตะเคียนมาขุดเป็นเรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนำไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จำเป็นจะต้องทำพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนำมาแปรสภาพเป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็นต้น

ตำนานนางตะเคียน
            คนไทยมีความเชื่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วว่า ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาวนานปี มักจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่ทุกต้น
บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 06 มิ.ย. 11, 16:32

ผีโพลง หรือ ผีโพง เป็นผีของไทยภาคเหนือ ขุนมหาวิชัย ได้เล่าไว้ว่า ผีโพงเรียกว่าผีกระสือ ผีชนิดนี้มักเกิดแต่คนที่มีว่านยาอันแรงคล้ายกับผีปอบ และมันมักติดแปดผู้อื่นได้ เป้นต้นว่า มันถ่มน้ำลายถูกผู้ใด ผู้นั้นมักกลายเป้นผีโพงเหมือนผู้ที่เป็นแล้ว หรือถ้ามันไม่ชอบผู้ใด แล้เอาไม้คานหาบน้ำของแม่หม้ายไปขว้าง
ข้ามหลังคาเรือนแล้ว มักทำให้ผู้นั้นฉิบหาย กริยาที่ผีโพลงชอบ คือ ฝนตกพรำ มันมักออกหากินพวกของโสโครกในเวลาดึก และมักจะเที่ยวด้อมๆ มองๆ ตามใต้ถุนเรือน ที่มีผู้หญิงอยู่ไฟ เขากล่าวว่า ผู้หนึ่งได้เห็นผีโพง มาเที่ยวหากินที่ใต้ถุน เขาจำหน้าได้ว่าเป็นคนนั้นแน่ เขาจึงเอาหอกซัดพุ่งลงไป ถูกที่กลางหลัง เขาเข้าใจว่า ผู้นั้นคงจะตาย และเมื่อเวลาเช้า ได้ไปตรวจดูที่บ้านคนนั้น ก็เห็นคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ บาดแผลก็ไม่มี เขานึกประหลาดใจเป็นอันมาก จึงไปดูในสวนของผู้นั้น เห็นหอกปักอยู่ที่กอว่าน ติดอยู่กัยหัวว่าน ที่ผู้นั้นปลูกไว้ เพราะฉนั้น เขาจึงเห็นว่า ผีโพงเกิดจาก ผู้ที่มีว่าานยาอันแรงร้าย ว่านอันแรงร้ายนั้น มักจำแลงเป็นรูปเจ้าของไปได้ (จะจริงเท็จฉันในไม่แจ้ง) ผีโพงนี้ ไม่ได้รบกวนและทำอันตรายแก่มนุษย์ โดยอุบายอย่างหนึ่งอย่างใดเลย พระคุณเจ้าลานนาศรีโหภิกขุ เล่าว่า ท่านได้เห็นดวงไฟดวงหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาในตอนกลางคืน ขณะที่ฝนตกพรำๆ ท่านได้เฝ้ามองอยู่เป็นเวลานาน และเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นนั้น คือ ผีโพง ท่านเล่าต่อว่า มีชาวบ้านหลายคนเคยเห็นผีโพง เขาว่ามันเป็นคนเราดีๆนี่เอง แต่ออกหากินกบ เขียด หรือของคาวจัดในเวลาดึงสงัด และมีแสงเรืองออกทางจมูก แสงของผีโพงนั้น จะหยดลงสู่พื้นดินเหมือนเวลาเราเขี่ยไต้ มันชอบออกล่ากบ เขียดตามทุ่งนา เมื่อจับได้ก็ใส่ปากดูดกินแต่คาวแล้วขว้างทิ้ง พวกชาวบ้านเล่าว่า เคยเห็นผีโพงในระยะประชิดตัวเหมือนกัน ยืนยันว่า ผีโพงก็เป็นคนธรรมดานี่เอง มีอาการทุกอย่างครบ ๓๒ แต่ผิดแผกจากคนธรรมดาก็ตรงที่มันชอบล่า กบ เขียด กินในเวลาค่ำคืน และมีแสงออกที่จมูก เมื่อมีคนพบมันเข้า ผีโพงจะอ้อนวอน ขอร้องว่า อย่าได้พูดไป เพราะเหตุว่า เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่ง


ผีโพงที่เป็นผู้ชาย เวลาออกหากินมักจะสะพายดาบติดตัวไปด้วย เมื่อจวนตัวเข้าจริงๆ มันก็จะทำร้ายเอาเหมือนกัน บางตัวที่เป็นมานานปีก็ฉลาด พกเอาไฟฉายไปด้วย เวลามีคนมาพบเข้า จะได้แก้ตัวได้ว่า มาหาปลา หากบ ถ้าไปทำอะไรให้ผีโพงแค้นเคืองแล้ว มันจะอาฆาตพยาบาท และพุ่งด้วยก้านกล้วยถึงตายได้ ถ้ามันพุ่งข้ามหลังคาบ้าน ก็จะพากันฉิบหายวายวอด ตามธรรมดาชาวบ้านถือกันว่า คนที่เป็นผีโพงนั้น เนื่องมาจากวิบากกรรมของเขาเอง พวกชาวบ้านจึงไม่มีใครสนใจ เพราะผีโพงไม่ทำอันตรายและไม่เป็นภัยต่อใครๆ
บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 06 มิ.ย. 11, 16:41

เปรต
เป็นผีตามความเชื่อไทย มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ

คำว่า เปรต แปลว่า ผู้ตายไปแล้ว ในทางพุทธศาสนาหมายถึง สัตว์พวกหนึ่งที่ที่เกิดในเปตสิสัยซึ่งเป็นอบายภูมิ ๑ ใน ๔ ซึ่งประเภทของเปรตมีหลายประเภท เช่นประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิเปรต คือเปรตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญที่มีผู้ทำอุทิศให้ หากไม่มีส่วนบุญที่มีผู้อุทิศให้ก็มักจะกินเลือดและหนองของตัวเองเป็นอาหาร โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทำร้ายพ่อแม่ ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต

แบ่งตาม เปตวัตถุอรรถกถา

แบ่งได้ 4 ประเภท

    ปรทัตตุปชีวิกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ จากอาหารที่มีมนุษย์ให้ เช่น การเซ่นไหว้ เป็นต้น
    ขุปปีปาสิกเปรต คือ เปรตที่อดอยาก ทุกข์จากความหิวโหยอยู่เป็นนิจ
    นิชฌามตัณหิกเปรต คือ เปรตที่ถูกไฟเผาให้เร่าร้อนอยู่เสมอ
    กาลกัญจิกเปรต คือ เปรตในจำพวกอสุรกาย

แบ่งตาม คัมภีร์โลกบัญญัตติปกรณ์ และ ฉคติทีปนีปกรณ์
แบ่งได้ 12 ประเภท

    วันตาสเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินน้ำลาย เสมหะ อาเจียน เป็นอาหาร
    กุณปาสเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินซากศพคนหรือสัตว์ เป็นอาหาร
    คูถขาทกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินอุจจาระต่าง ๆ เป็นอาหาร
    อัคคิชาลมุขเปรต คือ เปรตที่มีเปลวไฟลุกทั่วในปากตลอดเวลา
    สุจิมุขเปรต คือ เปรตที่มีปากเท่าเล็กขนาดเท่ารูเข็ม
    ตัณหัฏฏิตเปรต คือ เปรตที่ถูกตัณหาเบียดเบียนจนเกิดทุกข์จากความหิวข้าวหิวน้ำอยู่เสมอ
    สุนิชฌามกเปรต คือ เปรตที่มีตัวดำเหมือนตอไม้ที่ถูกเผา
    สุตตังคเปรต คือ เปรตที่มีเล็บมือเล็บเท้ายาวและคมราวกับมีด
    ปัพพตังคเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายสูงใหญ่เท่าขนาดของภูเขา
    อชครังคเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายราวกับงูเหลือม
    เวมานิกเปรต คือ เปรตที่ต้องเสวยสุขเป็นเทวดาเฉพาะในเวลากลางวัน แต่ในเวลากลางคืนได้ไปเสวยทุกข์เป็นเปรตกินเนื้อตัวเอง
    มหิทธิกเปรต คือ เปรตที่ถวายสิ่งของให้แก่พระสงฆ์ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ม้า หรือเกวียน ซึ่งเป็นการถวายเพื่อเอาหน้าแต่ลับหลังขอคืน เมื่อตายไปเป็นเปตรที่ขี่ช้าง ม้า ไม่ก็นั่งเกวียน

แบ่งตามวินัยและลักขณสังยุตตพระบาลี
แบ่งได้ 21 ประเภท

    อัฏฐีสังขสิกเปรต คือ เปรตที่มีแต่กระดูกติดกันเป็นท่อน ๆ
    มังสเปสิกเปรต คือ เปรตที่มีแต่เนื้อเป็นชิ้นๆ
    มังสปิณฑเปรต คือ เปรตที่มีเนื้อเป็นก้อน
    นิจฉวิปริสเปรต คือ เปรตที่ไม่มีหนังห่อหุ้ม
    อสิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นพระขรรค์
    สัตติโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นหอก
    อุสุโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นลูกธนู
    สูจิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นเข็ม
    ทุติยสูจิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นเข็มชนิดที่ ๒
    กุมภัณฑเปรต คือ เปรตที่มีอัณฑะใหญ่โตมาก
    คูถกูปนิมุคคเปรต คือ เปรตที่จมอยู่ในอุจจาระ
    คูถขาทกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินอุจจาระ
    นิจฉวิตกิเปรต คือ เปรตหญิงที่ไม่มีหนังห่อหุ้ม
    ทุคคันธเปรต คือ เปรตที่มีกลิ่นเหม็นเน่า
    โอคิลินีเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายเป็นถ่านไฟ
    อลิสเปรต คือ เปรตที่ไม่มีศีรษะ
    ภิกขุเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับพระ
    ภิกขุณีเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับภิกษุณี
    สิกขมานเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสิกขมานา
    สามเณรเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสามเณร
    สามเณรีเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสามเณรี


บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 06 มิ.ย. 11, 16:48

เสือสมิง
ถือว่าเป็นเสือชนิดหนึ่ง ที่มีคำสาปอาถรรพณ์สถิตอยู่ในตัว สามารถแปลงกายเป็นเสือได้ เพื่อหลอกผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะนักเดินป่า หรือนายพราน ผู้ที่เป็นเสือสมิงอาจเป็นได้หลายแบบ คือ
    เกิดจากดวงวิญญาณของเสือที่ตายแล้ว มาสิงสู่ร่างคน หรือวิญญาณคนที่ตายแล้วยังไม่ไปเกิด จึงได้สิงสถิตและจองจำในร่างของเสือร้าย
    เกิดจากเสือที่อาละวาดกินคนเข้าไปมาก จนมีวิญญาณคนสิงอยู่ในร่าง
    ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า สามารถแปลงกายเป็นเสือแต่อาจจะทำผิดครูจึงทำให้เวทมนตร์เข้าหาตัว หรือ ผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าแต่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ของเข้าตัวกลายเป็นเสือได้ เสือสมิงพวกนี้จะเรียกว่า สมิงอาคม

ลักษณะและพฤติกรรม

    เสือสมิง คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ต้องเป็นเฉพาะผู้หญิง แต่ในความจริงเสือสมิงเป็นได้ทั้งชายและหญิง
    เสือสมิงที่มีฤทธิ์แรง สามารถแปลงกายเป็นเสือตัวใหญ่ในช่วงเวลาไหนก็ได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแรงอาฆาตพยาบาทมาก
    เสือสมิงที่มีฤทธิ์ปานกลาง จะแปลงกายได้ในตอนหวาดกลัวสุดขีด หรือในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงแล้วกลายเป็น เสือลายพาดกลอน

พฤติกรรม ผู้ที่เป็นเสือสมิง จะมีพฤติกรรมลึกลับในส่วนลึกของจิตใจ ทั้งบุคลิกท่างการแสดงออก จะมีลักษณะคล้ายกับเสือโคร่ง ชอบกินเนื้อสัตว์แบบสุกๆดิบๆและมีกลิ่นคาว ถ้าสัตว์อื่นที่ได้พบเห็นจะต้องหวาดกลัวทันที บางรายก็ไม่ปรากฏอาการแต่จะมีการมองด้วยสายตาที่น่ากลัว ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยกล้าสบตา

    เสือสมิง เป็นความเชื่อที่อาจคล้ายคลึงกับชาวต่างชาติ อาทิ มนุษย์สิงโต(นรสิงห์),มนุษย์หมาป่า ,มนุษย์เสือดาว เสือดำ ,มนุษย์จระเข้
บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 07 มิ.ย. 11, 10:10

สงสัยอยู่คำหนึ่งคือ ผีดิบ  ว่าหมายถึงอะไรกันแน่    ตั้งแต่อ่านหนังสือและดูหนังตอนเด็กๆ  ผีดิบเป็นชื่อที่คนไทยเรียกเจ้าอสุรกายแฟรงเกนสไตน์       มีนิยายสามเกลอตอนที่ดร.ดิเรกเข้ามารวมกลุ่ม ชื่อ ผีดิบอาละวาด    เข้าใจว่าเมื่อหนังเรื่อง Frankenstein's Monster เข้ามาฉาย    คนที่ตั้งชื่อหนังเป็นภาษาไทย คงจะเรียกเจ้าตัวนี้ว่า ผีดิบ



รอยอินให้คำตอบ ของคำว่า ผีดิบ ว่าผีที่ยังไม่ได้เผา     ก็นับว่าตรงตัวดี   อาหารที่ยังไม่ได้ผ่านไฟ ก็เรียกว่าอาหารดิบ    เจ้าผีตัวนี้ยังไม่ได้เผาจริงๆ  ชิงลุกมาอาละวาดเสียก่อน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 22 ก.ย. 11, 11:33

ยกปีศาจจากกระทู้ "สัตว์ประหลาด" มารวมไว้ที่นี่อีกแห่งหนึ่ง

ในอังกฤษก็มีเรื่องร่ำลือถึงรอยประหลาดชื่อว่า รอยเท้าปีศาจ

ปีศาจหรือซาตานในความเชื่อของชาวบ้านที่นั่นหน้าตาเป็นอย่างนี้ คือมีเขา ๓ เขา มีหาง และมีขาเป็นแพะ


ภาพนี้บรรยายว่า

The Evil One Can Take Many Shapes But This is His True Shape

ปีศาจตนนี้ชื่อว่า  Baphomet

สังเกตว่าหน้าออกทางแพะชัดเจน

ทำไมปีศาจต้องหน้าตาเหมือนแพะด้วย   ฮืม



 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง