เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 16697 หลาน(ลูกของลูก)น้าเรา เป็นอะไรกับแม่เราครับ
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 19 พ.ค. 11, 15:01

ขอบพระคุณคุณวันดีที่กรุณาคิดถึง ซาบซึ้งเป็นยิ่งนัก

 ยิงฟันยิ้ม

ขออนุญาตต่อบทความของอาจารย์จำนงค์ให้จบ

คำที่อยู่ในชุดเดียวกัน "ลูก - หลาน - เหลน - ลื่อ" ซึ่งถัดจาก "ลื่อ" ไปก็คือ "ลืบ" และ "ลืด" พจนานุกรมได้ให้ความหมายของคำทั้ง ๒ ไว้ดังนี้

"ลืบ น. ลูกของลื่อ, หลานของเหลน."

"ลืด น. ลูกของลืบ."

คำว่า "ลื่อ - ลืบ - ลืด" ทั้ง ๓ นี้ นักกฎหมายส่วนมากก็ไม่ทราบว่าหมายถึงใคร โดยเฉพาะคำว่า "ลื่อ" นั้น ในกฎหมายตราสามดวงก็มิใช้แล้ว แต่เขียนเป็น ๓ รูปด้วยกัน คือ "ลื่" (ไม่มี อ ตาม) "ลื่อ" (มี อ ตาม) และ "หลื้" (ห ล สระอือ ไม้โท) ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างมาประกอบคำอธิบายดังนี้

ที่เขียนเป็น "ลื่" (ไม่มี อ ตาม) ดังที่ปรากฏใน "พระไอยการลักษณะมรดก" หน้า ๓๗ ดังนี้

"๓๗ มาตราหนึ่ง ลูกหลานเหลนลื่ไดบวดเปนสามเณร แลบิดรมานดาปู่หญ้าตายายถึงแก่มรณภาพไซ้ ควรให้ได้ทรัพยส่วนแบ่งปัน ตามพระราชกฤษฎีกาให้เป็นจตุปใจยแก่สามเณรนั้น"

ที่เขียนเป็น "ลื่อ" (มี อ ตาม) ดังปรากฏใน "พระไอยการลักษณะมรดก" ข้อ ๑ ดังนี้

"๑ ถ้าแลผู้มีบันดาศักดิตั้งแต่นา ๔๐๐ ขึ้นไปถึงแก่มรณภาพและจะแบ่งปันทรัพยมรดกเป็นส่วน ซึ่งจะได้แก่บิดามานดาแลญาติพี่น้องบุตรภรรยาหลานเหลนลื่อนั้น โดยได้รับราชการแลมิได้รับราชการ แลมีบำเน็จบำนาญ แลหาบำเน็จบำนาญมิได้ ให้ทำเปนส่วนดั่งพระผู้เป็นเจ้ากล่าวไว้นี้"

ส่วนที่เขียนเป็น "หลื้" (ห นำ ล สระอือ ไม้โท) นั้น มีปรากฏอยู่ในข้อ ๒๘ วรรค ๒ และ ๓ ดังนี้

"อนึ่งถ้าพี่น้องลูกหลานเหลนหลื้สาขาญาติไปรับราชการอยู่ณะเมือง แล แขวงจังหวัดไซ้ ให้แบ่งทรัพยบันดาส่วนซึ่งจะได้นั้นไว้ ณะพระคลังก่อน ถ้าผู้นั้นมาแต่ราชการ แล้วจึ่งเอาทรัพยซึ่งไว้ ณะพระคลังนั้นให้"

ข้าพเจ้าจึงขอเสนอว่า คำว่า "ลื้อ" ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙ นั้น ควรจะได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็น "ลื่อ" เสียด้วย.


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 19 พ.ค. 11, 15:16

นำมาฝากคุณวันดี จากหนังสือของท่านภาวาส บุนนาค

เปตามหัยกา   -  ปู่ทวด     (ปู่ของพ่อ  ตาของพ่อ)

มาตามหัยกา  - ตาทวด      (ปู่ของแม่  ตาของแม่)

เปตามหัยยิกา  - ย่าทวด    (ย่าของพ่อ  ยายของพ่อ)

มาตามหัยยิกา   - ยายทวด  (ย่าของแม่ ยายของแม่)
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 19 พ.ค. 11, 16:03

รอยอินท่านให้ความรู้เกี่ยวกับคำว่า "ลูก หลาน เหลน โหลน" อีกว่า

ในบทเพลงปลุกใจให้รักชาติรักผืนแผ่นดินไทยเพลงหนึ่ง มีข้อความว่า “ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย” คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่า เหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย. แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อยที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ ๔ พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร. ที่ถูกนั้น ลูกของเหลน เรียกว่า ลื่อ. ลูกของลื่อ เรียกว่า ลืบ. และลูกของลืบ เรียกว่า ลืด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปุจฉา

๑. โหลนเป็นแค่คำสร้อยจริงหรือ (หากเป็นคำสร้อย แล้วทำไม ก.ศ.ร. กุหลาบจึงใช้ว่า บุตรหลานเหลนโหลนหลินหลือ)

๒. คำว่า ลืบ ลืด มีปรากฏใช้ในเอกสารโบราณใดบ้างหนอ

วานเพื่อน ๆ ช่วยกันวิสัชนาที

 ฮืม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 19 พ.ค. 11, 22:55

ขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยเข้ามาตอบให้ความกระจ่างนะครับ ผมโล่งอกมากที่ผมไม่ต้องเป็นทวด เจ้า ค. แล้ว  ผมอายุแค่ 40 เป็นน้าเจ้า ข. ก็เต็มกลืน ถ้าจะให้เป็น ทวด เจ้า ค. ตามความเข้าใจผิดของพี่ ก. อีก(แกยืนยันตลอดเวลาว่าเจ้า ค. ต้องเป็นเหลนผมสถานเดียว)ผมรับไม่ได้จริง ๆ
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

พี่ ก.ของคุณสับสนกับคำว่าหลานลุงหลานป้า(หรือหลานน้าหลานอา)   กับหลานปู่หลานย่า(หรือหลานตาหลานยาย)     แม้ใช้คำว่าหลานเหมือนกันแต่ความหมายต่างกันคนละชั่วคนเลยทีเดียว

ส่วนพี่ก.ของคุณ  อายุมากกว่าคุณก็จริงแต่เป็น "ญาติผู้น้อง" ของคุณ เพราะเขาเป็นลูกของน้า  ตามศักดิ์แล้วเป็นน้อง    เคยเห็นคนรุ่นคุณปู่คุณย่าที่เขาเคร่งครัดเรื่องนับญาติ  เขานับอย่างพี่ ก. จริงๆ     
คุณพ่อสามีดิฉันมีญาติผู้พี่ คือลูกสาวของป้าที่อายุอ่อนกว่าคุณปู่    นับตามอายุ สามีดิฉันก็ต้องเรียกท่านว่าคุณอา   แต่คนรุ่นนั้นนับกันที่ศักดิ์   สามีดิฉันจึงถูกสอนให้เรียกว่าคุณป้า     คุณอาที่กลายเป็นคุณป้า เวลาพูดกับคุณปู่ก็เรียกชื่อเฉยๆ ไม่เรียกพี่ เพราะถือว่าคุณปู่เป็นญาติผู้น้อง

ถ้าอายุไล่เลี่ยห่างกันสองสามปี ก็พอกล้อมแกล้มเรียกกันไปตามศักดิ์ได้  แต่ถ้าห่างกันเป็น ๑๐ ปี  คงลำบากใจ   บางบ้านก็เลยนับญาติกันด้วยอายุ ใครแก่กว่าเป็นพี่ ใครอ่อนกว่าเป็นน้อง   ไม่ต้องดูศักดิ์ลูกผู้พี่ผู้น้องกันให้ยุ่งยาก
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 15:04

ถ้าอ่านประวัติขุนนางแล้วจะไม่งงค่ะ   คือนับกันว่าเจ้าของเรื่องเป็นชั้นที่ ๓  บิดาและญาติพี่น้อง เป็นชั้นที่ ๒    ปูย่าตายายเป็นชั้นที่ ๑

หลานนั้นมีหลานป้า/อา/น้า/ลุง  และ  หลานปู่/ตา/ย่า/ยาย

ชวดนั้นอยู่ระดับสูงกว่าปู่กับย่าหรือ ตากับยาย  ขึ้นไป ๑ ขั้นค่ะ

หลายคนก็เรียกชวด หรือ ทวด ก็ได้ค่ะ


สูงจากทวดขึ้นไปอีก ๑ ขั้น ก็เป็นเทียด หรือ เชียด

น.ม.ส. ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า

เทียดทวดปู่พ่อข้า         เป็นกวี
ทุกพระองค์ทรงมี           มติกล้า
วงศาวลีศรี                 ศุภอรรถ
ลำดับนับได้ห้า             ชั่วแล้วแนวกวี

เทียดทวดปู่พ่อข้า 

๕ รุ่นนี้มีใครบ้างเอ่ย

 ยิงฟันยิ้ม




บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 16:05



       เรื่องการดูญาติขุนนางนั้น   สกุลบุนนาคนับว่าใหญ่โตกว้างขวาง  ดูเท่าไรก็ก็ไม่เบื่อ

ผู้ใหญ่ในสกุลได้ปกครองเลี้ยงดูน้องต่างมารดามาด้วยดี  ส่งไปต่างประเทศ  ถวายตัวน้อง ๆ

เป็นมหาดเล็กอันเป็นบันไดขั้นต้นของการรับราชการ


      รูปถ่ายหมู่ของพวกท่านก็น่าดู  เพราะพี่น้องร่วมท้องหน้าตาเหมือนกันหลายกลุ่มทีเดียว

ดิฉันสนใจผ้าลายที่ท่านนุ่ง และเครื่องประดับที่แต่ง

กลุ่มไหนได้เป็นเจ้่าขรัวตาเจ้าขรัวยาย  หรือแม้นแต่มีธิดาเป็นเจ้าจอม  ก็จะยกย่องให้นั่งในที่เกียรติยศ



      นายโหมด(พระยากสาปนกิจโกศล) ผู้เกิดในรัชกาลที่ ๓  ก็เขียนวงศ์ท่าน และสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองไว้น่าอ่าน

ตัดตอนที่ท่านเป็นเด็กๆมาพิมพ์ให้เด็กอ่าน  จะสนุกและเป็นความรู้อย่างยิ่ง


      ประวัติเจ้าพระยานรรัตนราชมานิต ก็ยืดยาว      ท่านนับตัวท่านเป็นชั้นที่เก้า
ชั้นที่แปด คือ  นายน้อย  ข้าหลวงเดิม ในกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์  รัชกาลที่ ๓

ชั้นที่เจ็ด คือหลวงรักษาพล(กลิ่น)  ภรรยาคือ ท้าวยศมณเฑียร    ในรัชกาลที่ ๓  กรุงเทพฯ
ชั้นที่หก  นายน่วม  ข้าหลวงเดิมในรัชกาลที่ ๓  กรุงเทพฯ

เหนือไปกว่านั้นข้อมูลสับสนอยู่บ้าง   ยังหาที่ยืนยันไม่ได้  เลยมิอาจจะเล่าในที่นี้ได้  เพราะเกรงใจหลายท่าน
หวาดกลัวบางท่าน     กลัวท่านจะหัวเราะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 16:13



        รูปถ่ายหมู่ของพวกท่านก็น่าดู  เพราะพี่น้องร่วมท้องหน้าตาเหมือนกันหลายกลุ่มทีเดียว

ดิฉันสนใจผ้าลายที่ท่านนุ่ง และเครื่องประดับที่แต่ง

กลุ่มไหนได้เป็นเจ้่าขรัวตาเจ้าขรัวยาย  หรือแม้นแต่มีธิดาเป็นเจ้าจอม  ก็จะยกย่องให้นั่งในที่เกียรติยศ



ขอเป็นจระเข้แสนซน กระทุ่มน้ำฟาดหาง งัดภาพหมู่ตระกูลสายบุนนาคให้คุณวันดี ช่วยวิเคราะห์ผ้านุ่ง สักหน่อย  ยิงฟันยิ้ม ไม่ได้ไม่ว่ากัน ผมจะรีบมุดน้ำดำหายไปเร็วพลัน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 17:56


ขอเป็นจระเข้แสนซน กระทุ่มน้ำฟาดหาง งัดภาพหมู่ตระกูลสายบุนนาคให้คุณวันดี ช่วยวิเคราะห์ผ้านุ่ง สักหน่อย  ยิงฟันยิ้ม ไม่ได้ไม่ว่ากัน ผมจะรีบมุดน้ำดำหายไปเร็วพลัน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ไหนๆ จระเข้ก็โผล่พ้นน้ำมาแล้ว ไยไม่ลองอาละวาดดูสักที

(เอ๊ะ ตกใจ หรือว่ากำลังอาละวาดอยู่)

ว่าจะเดินทางไปเมืองนนท์ หาพ่อไกรทองมาช่วยอีกแรง
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 18:01


น.ม.ส. ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า

เทียดทวดปู่พ่อข้า         เป็นกวี
ทุกพระองค์ทรงมี           มติกล้า
วงศาวลีศรี                 ศุภอรรถ
ลำดับนับได้ห้า             ชั่วแล้วแนวกวี

เทียดทวดปู่พ่อข้า 

๕ รุ่นนี้มีใครบ้างเอ่ย

 ยิงฟันยิ้ม




เสนอหน้าเสนอตัว ตอบคำถามของคุณเพ็ญชมพูครับ ยิงฟันยิ้ม

1. ข้า      คือ  พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.)
2. พ่อ     คือ  สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ
3. ปู่      คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
4. ทวด   คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
5. เทียด  คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 18:13



       คุณชายเหล่านี้ท่านนุ่งผ้ายกทอเฉพาะตัว  ไม่ใช่ผืนใหญ่ของผู้ใหญ่ที่นุ่งกันเกือบจะใต้อก

ยายแหม่มที่ตอนนั้นแทบไม่เคยเห็นเมืองแก้ว   ร้องกรี๊ด

เมืองเราร้อนจะแย่        ที่นุ่งผ้ายกน่ะให้เกียรติมหาศาลแล้ว

สังเกตว่าเสื้อตอนนั้น  ช่างตัดเสื้อคนจีนเข้าวงแขนไม่เป็น  ทั้งดึงและรั้ง

อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ใช่มรดกที่ตกทอดกันมาก็แล้วกัน

ก่อนหน้านั้นหน่อย  ท่านโปรดผ้าม่วงเขมร  แต่ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 18:35

ขอบคุณครับ คุณวันดี  อายจัง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 20 พ.ค. 11, 22:28

เสนอหน้าเสนอตัว ตอบคำถามของคุณเพ็ญชมพูครับ ยิงฟันยิ้ม

1. ข้า      คือ  พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.)
2. พ่อ     คือ  สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ
3. ปู่      คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
4. ทวด   คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
5. เทียด  คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ให้คะแนนคุณอาร์ต ข้อละ ๒๐ คะแนน ๕ ข้อได้ ๑๐๐ คะแนนเต็ม ไม่มีคำผิดให้หัก

แถมคะแนนความนิยมอีก ๑๐๐ คะแนน

ครั้งหน้าถ้ามีคำถาม

ขอเชิญมาอีก

 ยิงฟันยิ้ม 
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 08:22

อ้างถึง
1. ข้า      คือ  พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.)
2. พ่อ     คือ  สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ
3. ปู่      คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
4. ทวด   คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
5. เทียด  คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

น่าจะลองหาต่อไปถึงรุ่นลูก และหลานนะครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 09:51

ขึ้นสายบน แต่ละรุ่นมีคนเดียว

ลงสายล่าง แต่ละรุ่นมากมาย

ลองคิดง่าย ๆ จากรุ่นคุณนวรัตนลงไป หากแต่ละรุ่นมีลูก ๒ คน

คุณนวรัตนจะมี ลูก+หลาน+เหลน+ลื่อ+ลืบ+ลืด รวมทั้งหมดกี่คน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 10:16

ผมหมายถึงเฉพาะสายตรงของ น.ม.ส. น่ะครับ
ทราบแต่ว่า โอรสองค์หนึ่งคือ หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุวัฒน์ รัชนี มีความสามารถในด้านกวี ใช้นามปากกาว่า "พ. ณ. ประมวญมารค"

ชั้นลูกของท่าน หม่อมราชวงศ์แซมแจ่มจรัส รัชนี ได้ยินว่ามีฝีมือเชิงนี้อยู่ แต่ผมไม่เคยเห็นผลงาน พอชั้นหม่อมหลวง ก็เงียบไปเลย(หรือซุ่มเงียบอยู่ก็ไม่ทราบ) ได้ข่าวว่ามีนักแต่งเพลงคนหนึ่ง เป็นหม่อมหลวงนามสกุลรัชนี ไม่ทราบจะเป็นสายตรงหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.058 วินาที กับ 19 คำสั่ง