เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 29
  พิมพ์  
อ่าน: 110254 คูคลองในกรุงเทพจากไหนถึงไหนกันบ้าง
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:09

ท้องที่ "สุขาภิบาลบางกะปิ" นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายหน หลายครั้ง มีการยุบ-รวบ อำเภอ ยุบ-ย้าย-แยกตำบล หลายหน หลายครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๕๐๕ - ๒๕๐๖ - ๒๕๐๘ เป็นต้น เนื่องจากมีการขยายตัวของชุมชนอย่างกว้างขวาง มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดมากมาย
จะมาถกปัญหากันว่า ตรงไหนเป็นบางกะปิ ตรงไหนไม่ใช่บางกะปิ คงต้องใช้เวลาพอสมควร และพ.ศ. ขนาดปัจจุบันนี้บ้านผมอยู่บางกะปิ ยังงงๆ กันอยู่จนเดี๋ยวนี้  ยิงฟันยิ้ม

จะแนบแผนที่ แผนผังบางกะปิให้ในยุคต่างๆ ก็ผิดวิสัย เพราะมันเยอะ ยุ่งพอสมควร จึงได้หยุดเวลาไว้เพียง ๒๕๐๘ มาให้ดูพื้นที่ปกครองของ อำเภอบางกะปิ ที่มีหลายตำบลอยู่ในพื้นที่ปกครอง


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:14

อยู่ใกล้คลองแสนแสบค่ะ  สองคนนี่ตายในคลอง  ฉากตอนนั้นก็เป็นถิ่นเดิมของขวัญและเรียม

".....แสนแสบ แสบแสนเปรียบแม้นชื่อคลอง นี่คือโลงทอง ของเรียม ขวัญ...เขาฝากชีพจม....แต่คลองยังช้ำ..ทิ้งไว้แต่น้ำขุ่นตม...ชื่อว่าแสนแสบคลอง..."  อายจัง ผมร้องเพราะไหม  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:20

คุณหนุ่มสยามเกิดทันเพลงนี้ด้วยหรือ   ตกใจ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:34

คุณหนุ่มสยามเกิดทันเพลงนี้ด้วยหรือ   ตกใจ

เกิดไม่ทัน แต่ฟังได้ทีไร ก็เพราะทุกทีครับ

บางกะปิ นั้นมีหลักฐานสถานที่ ๆ หนึ่งคือ "วัดบางกะปิ" โดยมีชื่อเป็นทางการว่า "วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ)" เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นมาแต่ครั้งโบราณ และได้มีผู้บูรณะต่อตามที่ได้เล่ากันสืบมาว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๐ และต่อมาเนื่องจากกรุงศรีอยุธยาแตก แม่ทัพนายกองทั้งหลายได้อพยพหนีภัยสงครามลงมาด้วย และเมื่อผ่านลงมาพบเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของคลองบางกะปิ ซึ่งเป็นสถานที่สงบเงียบ จึงได้นำสมบัติมาฝังไว้ ณ ที่มีด้วยแล้วหนีต่อไป เมื่อบ้านเมืองสงบดีแล้วจึงได้กลับมาบูรณะ และสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาอีก โดยได้จัดสร้างพระเจดีย์ให้ใหญ่ขึ้น และได้นำเอาสมบัติมีค่า และวัตถุมงคลพร้อมทั้งพระบรมธาตุส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์ แห่งนี้


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:40

ผมนึกขึ้นได้ถึงความสับสนที่เรียกผสมกันระหว่าง "คลองบางกะปิ กับ คลองแสนแสบ"

ปัจจุบันนี้เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า การเรียกคลองแสนแสบนั้น เริ่มขุดออกไปจากปลายคลองคลองบางกะปิ บริเวณแยกคลองตัน เรียกว่า "คลองแสนแสบ" ส่วน คลองบางกะปิ อยู่ช่วงตั้งแต่ถนนพระราม ๖ ถึง คลองตัน ซึ่งแต่ก่อนนี้ถูกรวมเรียกว่าคลองแสนแสบ แม้กระทั้งในแผนที่ก็บอกว่าเป็นคลองแสนแสบ

ดังนั้น เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง ขวัญ-เรียม จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า จะเรียกคลองบางกะปิ ว่า คลองแสนแสบ ตามที่ผู้คนในสมัยนั้นเรียกกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:45

แผลเก่า เป็นผลงานประพันธ์เรื่องแรกของ ไม้ เมืองเดิม ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2479  ในยุคนั้น เขาเรียกคลองแสนแสบ+ คลองบางกะปิ รวมกันว่าคลองแสนแสบหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 16:57

แผลเก่า เป็นผลงานประพันธ์เรื่องแรกของ ไม้ เมืองเดิม ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2479  ในยุคนั้น เขาเรียกคลองแสนแสบ+ คลองบางกะปิ รวมกันว่าคลองแสนแสบหรือเปล่าคะ


ผมว่าชาวบ้านก็คงเรียกๆ ปนๆกัน แต่ส่วนมากจะโน้มเอียงไปทางคลองแสนแสบมากกว่า อย่างแผนที่ปี ๒๕๐๘ ของคุณทองใบ แตงน้อย ก็แยกชัดเจนระหว่างคลองบางกะปิ กับ คลองแสนแสบ

แต่แผ่นที่ที่แนบใหม่นี้ ใช้กันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ พิมพ์ที่สำนักพิมพ์ไมตรีจิต โดยคุณยรรยง จรียภาส ก็ยังเรียกปนกันว่า คลองแสนแสบ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 17:07

พ.ศ. ๒๕๒๕ ในราชกิจจานุเบกษา เรียกว่า "คลองแสนแสบ" ที่ถูกต้องในปัจจุบันนี้ (๒๕๕๔) คือ คลองบางกะปิ


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 17:16


ดังนั้น เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง ขวัญ-เรียม จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า จะเรียกคลองบางกะปิ ว่า คลองแสนแสบ ตามที่ผู้คนในสมัยนั้นเรียกกัน


เห็นด้วยกับความคิดของคุณไซมีสครับ

บางทีคุณก้าน (ไม้ เมืองเดิม) แกอาจจะใช้ชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันก็ได้ครับ

คลองแสนแสบ (ในความคิดของคนทั่วไป) น่าจะเริ่มตั้งแต่ถนนพระราม ๖ ไปจนออกแม่น้ำบางปะกง

ดังนั้นแล้ว อ้ายขวัญอีเรียมก็อาจจะตั้งนิวาสสถานอยู่ส่วนไหนของทุ่งบางกะปิก็ได้
ที่มีคลองแสนแสบไหลผ่าน
ไม่ว่าจะเป็นประตูน้ำ หรือกระทั่งยันหัวหมาก ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 18:41

ผมคิดว่า บ้านของไอ้ขวัญกับอีเรียมคงอยู่ริมคลองแสนแสบประมาณไม่ไกลไปถึงคลองตัน

เพราะหลังจากนั้นไป ล้วนเป็นชุมชนมุสลิมทั้งนั้น

เผลอๆจะเป็นละแวกวัดอุทัยธารามนั่นด้วยซ้ำ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 19:05

กรรมการขึ้นเวทีมาแล้ว
เมื่ออ้ายขวัญออกจากบ้าน  แจวเรือมาตามอีเรียมที่ไปเป็นสาวเมืองกรุง   เส้นทางผ่านประตูน้ำ ก็คิดว่าไม่น่าจะมาจากหัวหมาก 
ในพ.ศ. 2479  หรือก่อนนั้นเล็กน้อย คือในรัชกาลที่ 7  ท้องทุ่งบางกะปิก่อนถึงคลองตัน  ถือว่าไกลปืนเที่ยงมากแล้วละค่ะ   
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 19:10

ผมคิดว่า บ้านของไอ้ขวัญกับอีเรียมคงอยู่ริมคลองแสนแสบประมาณไม่ไกลไปถึงคลองตัน

เพราะหลังจากนั้นไป ล้วนเป็นชุมชนมุสลิมทั้งนั้น

เผลอๆจะเป็นละแวกวัดอุทัยธารามนั่นด้วยซ้ำ

ท่านว่าอยู่ช่วงวัดบางกะปิ แต่สมัยที่แต่งบทประพันธ์ นั้นแถวนี้เจริญแล้วนะขอรับ

๑. มีอู่รถไฟมักกะสันแล้ว และมีเส้นทางรถไฟไปฉะเชิงเทราแล้ว

๒. ให้ดูแผนที่นาสมัยหลัง ขวัญ-เรียม ตายไม่นาน ราวก่อนสงครามมหาเอเซียบูรพา เชิญ อ.NAVARAT.C เลือกที่นาให้ ขวัญ-เรียม เลยครับ  ยิ้มเท่ห์

พื้นที่สีเขียวคือ ขนัดสวนผัก          พื้นที่สีเหลืองคือท้องนา ครับ  ยิ้มเท่ห์



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30982

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 19:15

ท้องทุ่งบางกะปิ บ้านเดิมของขวัญกับเรียม เห็นทีจะยังไม่เจริญเท่าไรหรอกค่ะ     บรรยากาศยังเป็นชนบทอยู่มาก   ขวัญยังชวนเรียมไปสาบานรักกับศาลเจ้าพ่อไทรอยู่เลย
เมื่อเรียมกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมหลังชุบตัวเป็นสาวชาวกรุง   ก็เห็นเจ้าขวัญเป็นหนุ่มบ้านนอกเชยสิ้นดี
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 19:36

ท้องทุ่งบางกะปิ บ้านเดิมของขวัญกับเรียม เห็นทีจะยังไม่เจริญเท่าไรหรอกค่ะ     บรรยากาศยังเป็นชนบทอยู่มาก   ขวัญยังชวนเรียมไปสาบานรักกับศาลเจ้าพ่อไทรอยู่เลย
เมื่อเรียมกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมหลังชุบตัวเป็นสาวชาวกรุง   ก็เห็นเจ้าขวัญเป็นหนุ่มบ้านนอกเชยสิ้นดี

ดังนั้นคงต้องกระเถิบห่างความเจริญออกไปทางคลองแสนแสบ (ตัวจริงเสียงจริง) ตามพื้นที่ทุ่งรวงทองสีเหลืองได้เลยครับ บริเวณนี้มีวัดอยู่มาก (ตรงกับช่วงถนนรามคำแหง ถึง วัดศรีบุญเรืองโน่นเลยครับ) ยิ้มเท่ห์

แบบนี้ถึงจะ country สุดๆ แต่คงไม่ลึกเข้าไปถึงลาดพร้าว บ้านวังหิน หนองโสน หนองมน คลองจิก บ้านนาซอง บ้านซ่อนเหล็ก บ้านทรงกระเทียม (ชื่อเหล่านี้เคยมีอยู่จริงในแผนที่ครับ)


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 21 พ.ค. 11, 20:54

จากประสพการณ์จริงๆ ราวพ.ศ. ๒๕๐๓ นะครับ ผมเคยไปเป็นเพื่อนแม่ ตอนนั้นพวกข้าราชการมหาดไทยช่วยกันลงขันเพื่อซื้อที่มาจัดสรรรอบๆสนามกอล์ฟเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทุกวันนี้คือสนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก ท่านคงจะรู้จัก สมัยโน้นเพื่อนแม่มาชวนให้ผ่อนที่ เดือนละ ๑๐๐๐บาทต่อ ๑ไร่ สี่สิบเดือนเท่ากับไร่ละ๔๐๐๐๐บาท แม่ไม่ได้สนใจเรื่องกอล์ฟหรอกแต่อยากได้ที่จึงไปร่วมผ่อนกับเขาด้วย ผ่อนหมดไปนานแล้ว ไม่ได้โฉนดเสียทีก็โวยวายไป คณะกรรมการก็จดหมายตอบมาว่ามีสมาชิกร้องเรียนมาก จึงจะพาผู้ที่สนใจไปดูที่ที่ซื้อไว้แล้วแต่อยู่ระหว่างขอแบ่งแยก โดยนัดไปเจอกันที่หน้าตลาดประตูน้ำที่ท่านอาจารย์เทาชมพูไปกินหอยทอดนั่นแหละ มีสมาชิกไปกันกลุ่มใหญ่โอ้เอ้พอสมควรกว่าจะมาครบก็สายโด่ง ผู้นำทางก็เอาร่มชี้ข้ามหลังคาตลาดแล้วบอกว่า เราไปกันทางนี้ แล้วก็นำเดินผ่านตลาด ข้ามสะพานไม้สูงๆข้ามคูหรือคลองอะไรสักแห่งหนึ่งแล้วก็มาถึงคันดินที่เขาพูนไว้จะเป็นถนนเพชรบุรีตัดใหม่ในอนาคต ที่นั่นมีรถโกดังสองสามคัน(เขาเรียกกันอย่างนั้น ความจริงคือรถบรรทุก๖ล้อ มีกระบะเป็นไม้) ทุกคนก็นั่งยงโย่ยงหยกปุเลงไปตามถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ ผ่านบ้านเรือนกระจอกงอกง่อยไปสักพักก็เห็นแต่ทุ่งนา ผมน่ะเริ่มใจไม่ดีว่าแม่มาซื้อที่อะไรแถวนี้หนอ นานเป็นชั่วโมงๆทีเดียวกว่ารถโกดังจะโขยกไปสุดถนน ผมดีใจว่าคงถึงที่หมายแล้ว แต่ยังหรอกท่านเอ๋ย เขาเดินนำไปอีกน่องตึงนึงกว่าจะไปถึงชายคลอง มีเรือหางยาวหลายลำจอดรออยู่ ทุกคนถูกต้อนให้แยกย้ายลงเรือเพื่อเดินทางต่อไปตามลำคลองอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวตรง เดี๋ยวคดเคี้ยว เดี๋ยวกว้างเดี๋ยวแคบ นั่งจนเบื่อ ไม่มีอะไรจะให้ดูนอกจากทุ่งนา หูใกล้จะดับเต็มทีเพราะเสียงเครื่องที่ทะลวงท่อไอเสียก็พอดีมาถึงชุมชนมุสลิมแห่งหนึ่ง เรือเข้าจอดที่สุเหร่ามีพวกหะยีมายืนเข้าแถวยิ้มเผล่ต้อนรับ จะพาไปทานข้าวเพราะเลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้ว พอทานกันเสร็จสมาชิกแข็งแรงแล้วก็เริ่มถามว่าสนามกอล์ฟอยู่ตรงไหน ผู้นำทางก็บอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวรอพร้อมๆกันค่อยเดินไป อีกสองสามกิโลก็จะถึง ผมได้ยินก็แทบสลบ ออกไปดูต้นทางเห็นแต่เปลวแดดกับทุ่งนา ไม่เห็นวี่แววสนามกอล์ฟที่ว่าแม้เงา เขาบอกว่าเพิ่งจะเริ่มขุดสระเอาดินมาถมสนามอยู่ทางโน้น แล้วเอาร่มชี้ขึ้นไปบนฟ้า

วันนั้นกว่ากลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ตอนนั้นไม่ได้มีในสมองแม้แต่สักนิดว่า ที่ดินของแม่ที่ลำบากสังขารไปดูกันแล้วแต่ไม่เห็นอะไรเลยนั้น วันหนึ่งจะเป็นบ้านที่ผมอยู่มาแล้วเกือบสามสิบปี ตอนนี้สบายมาก ขับรถห้านาทีก็ขึ้นทางด่วน เย็นๆแดดร่มลมตกก็ไปเดินในสนามกอล์ฟ ออกกำลังกายลากถุงเอง กรีนฟีก็ไม่ต้องเสีย

บ้านเมืองสมัยผมรู้ความแล้ว กับสมัยของลุงขวัญกับป้าเรียมน่าจะต่างกันไปอีก ดูตามแผนที่โบราณของคุณหนุ่มสยาม ผมว่า ท้ายวัดบางกะปิลงมาทางคลองตัน(ตกแผนที่) คงเป็นชนบทจริงๆแบบนากับนา อย่างที่ผมบรรยายมา พอหน้าน้ำ ระดับน้ำในคลองแสนแสบกับในนาเท่ากัน นั่งเรือเข้าไปในนาได้เลยจนสุดลูกหูลูกตา ลุงขวัญกับป้าเรียมคงสถิตย์อยู่แถวนี้แหละ คงไม่เลยไปถึงย่านพวกมุสลิมทางหัวหมากหรอก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 29
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง