เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 17
  พิมพ์  
อ่าน: 61780 โปรตุเกสเข้าเมือง
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 00:04

ถ้าว่าตามหนังสือ Siamese White ของ Maurice Collis พี่ชายของ Samuel White เป็นเพื่อนกับวิชาเยนทร์ ตัว White เองเมื่อเป็นเจ้าเมืองมะริดก็แสบมหาแสบ ก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า วิชาเยนทร์ก็ช่วยปกป้องอยู่หลายครั้ง แต่หนักข้อเข้าตัว White เองก็รู้ตัว เลยเผ่นกลับอังกฤษไปเองครับ

แต่ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าตรงไหนเรื่องจริง ตรงไหนบ้างที่เป็นเรื่องแต่ง
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 16:27

   สมัยที่บุญหล่นทับได้เป็นเจ้าเมืองมะริด  แซมมวล ไวท์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้มาก   อาศัยที่ตัวเองมีกองกำลังทางเรืออยู่ในมือ    ก็เลยใช้โอกาสนี้เข้ายึดเรือสินค้าต่างๆที่แล่นผ่านในอ่าวเบงกอล    ยัดข้อหาต่างๆเข้าไป   แล้วยึดเอาสินค้าในเรือไปเป็นส่วนตัว   พูดง่ายๆว่าเจ้าเมืองมะริดคือหัวหน้าโจรสลัดตัวจริง   และเป็นอย่างเปิดเผยด้วย 
   เหตุนี้ทำให้บริษัทอินเดียตะวันออกทนไม่ไหว    ก็เลยส่งเรือรบสองลำมาที่มะริดเพื่อสั่งสอน    ในค.ศ.  1687   แต่ผลกลับเป็นเหตุลุกลามเกินคาดหมาย    ชาวเมืองและชาวจีนที่อาศัยอยู่เข้าใจว่าเรือรบมาถล่มมะริดเพื่อเอาเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ  ก็เลยลุกฮือขึ้นจับคนอังกฤษทั้งหมดในเมือง สังหารหมู่เสียเกลี้ยง   ประมาณ 60-70 คน   ไวท์เองก็ตกเก้าอี้ในคราวนี้ แต่หนีรอดออกทะเลไปได้
   เรือรบอังกฤษถูกยิงจมไปหนึ่งลำ  บริษัทอินเดียตะวันออกก็เลยตัดขาดการค้าขายกับสยามนับแต่นั้น    ส่วนไวท์ยังคงหนังเหนียว  รอดกลับไปอังกฤษ  ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่นอย่างคหบดีชนบท   ส่วนทางอยุธยา เมื่อเจ้าเมืองคนเก่าหนีตายไปแล้ว   สมเด็จพระนารายณ์ก็ตั้งคนฝรั่งเศสเป็นเจ้าเมืองคนใหม่     แต่ฝรั่งเศสก็ถูกขับออกไปหลังพระเพทราชาขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1688
 
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 16:51

เมื่อสมาชิกต่างพากันเฮโลไปยังเมืองท่าของอดีตสยาม "ตะนาวศรี" จึงขอแนบแผนที่การเดินเรือ และเส้นทางบก สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแผนที่วาดจากกรุงศรีอยุธยาเป็นหลัก ไปทางซ้ายมือไปทางจีน ญี่ปุ่น และเขียนฝั่งขวามือออกไปทางไทรบุรี สิงคโปร์ อ้อมไปมะริด ตะนาวศรี ไปหมู่เกาะนิโคบาร์ นาควารี ไปอินเดีย และไปถึง โรม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 16:53

จัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องคือ แถบตะนาวศรี ครับ เชิญทัศนาและอ้างถึงกันต่อไปครับ อ.NAVARAT.C

แผนที่ระวางนี้จะไม่ตรงตามภูมิศาสตร์แต่อาศัยการเดินทางเมือง ต่อ เมือง คือ มาจากเมืองนี้ ไปต่อด้วยเมืองอะไรต่อไป

เช่น สี่เหลี่ยมด้านล่างชิดกรอบภาพ "หงสาวดี" เดินทาง ๓๐ โยชน์ ถึงเมืองสิเรียม ดังนั้นจากสิเรียม ไล่ย้อนเมืองขึ้นไปเรื่อยๆ จะไปเมืองตะนาว เมาละเลิงเป็นต้นครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 05 พ.ค. 11, 17:22

ตอนนี้ขอเปลี่ยนที่นั่ง   ลงเวทีไปขึ้นนั่งชั้นบ็อกซ์  ดูคนอื่นบ้างนะคะ
พร้อมกับเตรียมข้อมูลโปรตุเกสเข้าเมืองเขมรไปด้วยพลางๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 08:39

ฝากมะริดเอาไว้กับท่านนวรัตนและคุณ siamese ดูแลอยู่ทางนี้ก่อน   ขอกลับไปหาพระเอกตัวจริงคือโปรตุเกสที่อยุธยา

จะเห็นตามหลักอนิจจังว่า โปรตุเกสที่เคยเฟื่องฟูอยู่ในเส้นทางตะวันออก  ก็ค่อยๆอับแสงลง  ไหนจะถูกสเปนผงาดขึ้นมาเหนือกว่า  ไหนจะถูกฮอลันดาหรือดัทช์แซงคิว   สอยมะละกาไปครอบครองแทน      หมู่บ้านโปรตุเกสในอยุธยาซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ของชาวต่างชาติก็ดูเหมือนจะหมดบทบาทลงไปมาก     แม้ว่าราชวงศ์บ้านพลูหลวงไม่ได้รังแกหรือบีบคั้นคนพวกนี้ก็ตาม

โปรตุเกสอยู่มาจนถึงค.ศ. 1760  ก็เจอศึกภายนอก คือพม่าที่ยกทัพมารุกรานอยุธยาหลังจากว่างเว้นไปนานนับร้อยปี      พระเจ้าอลองพญายกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์    ดังนั้นจึงต้องผ่านหมู่บ้านโปรตุเกสไปก่อนจะถึงตัวเมือง     หมู่บ้านนี้ก็เลยกลายเป็นด่านแรกที่ถูกโจมตี   แต่ในบันทึกของโปรตุเกสกว่าไว้ว่า  แม้ส่วนหนึ่งถูกพม่าเผาทำลายราบลงไป   แต่อีกส่วนก็ต่อสู้อย่างเข้มแข็งจนพม่ายึดไม่ได้   ต้องล่าถอยไปเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 08:59

อวสานของหมู่บ้านโปรตุเกสในอยุธยามาถึง  เมื่อศึกพม่าเริ่มหนักหน่วงขึ้นในปีต่อมา     พม่าหันไปตีแคว้นทางเหนือของไทยเอาไว้ในอำนาจได้หมด    5 ปีต่อมา ก็ยกทัพกลับมาอยุธยาอีกครั้ง   ตีเมืองรายทางแตกยับมาตลอดทาง  จนกระทั่งล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ทุกด้านได้ในที่สุด

ในเมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกล้อมกรอบหนาแน่น   หมู่บ้านโปรตุเกสซึ่งอยู่ชั้นนอก ก็เท่ากับถูกตัดขาดจากตัวเมือง   ไม่อาจหากำลังจากในเมืองมาสมทบได้      บันทึกของบาทหลวงโปรตุเกส ทั้งในนิกายเยซูอิทและโดมินิกัน บอกตรงกันว่าชาวบ้านสู้ยิบตา  แต่ว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ    เพราะมีจำนวนน้อยและยังขาดแคลนกระสุนดินดำ    ก็เลยต้องยอมพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ
ในสองวันแรก   พม่าไม่ได้ทำอันตรายโบสถ์ บ้านช่องและทรัพย์สินของหมู่บ้าน   ทั้งนี้เพื่อเกลี้ยกล่อมให้บิชอปบริโกต์และพวกนับถือคริสตศาสนานิกายคาทอลิค ของฝรั่งเศสยอมจำนนด้วย    แต่พอพวกนี้ยอมหมด    พม่าก็เปลี่ยนท่าทีทันที  บุกเข้าปล้นทำลายกวาดทรัพย์สินทุกอย่าง ไม่ว่าคาทอลิคของฝรั่งเศส  โดมินิกันและเยซูอิทของโปรตุเกส  โดนทำลายเรียบไม่มีเหลือ  

ชาวโปรตุเกสทั้งหลายตกเป็นเชลยศึก   เมื่อพม่าเข้ากรุงศรีอยุธยา เผาเมืองกวาดต้อนผู้คนและเก็บทรัพย์สินกลับไปพม่า      ชาวโปรตุเกสส่วนหนึ่งก็ถูกกวาดต้อนไปด้วย    ส่วนที่เหลือหนีตายออกไปได้  ไปสมทบกับสมเด็จพระเจ้าตากสินที่กรุงธนบุรี   เข้าร่วมรบจนได้ความดีความชอบ พระราชทานที่ดินให้ตั้งโบสถ์ซานตาครูซได้ อย่างที่เล่าให้ฟังแล้วตอนกลางๆกระทู้    พวกโปรตุเกสก็ตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงที่เรียกว่าหมู่บ้านกุฏีจีน   มาจนถึงปัจจุบัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 09:51

หน้าที่ส่วนหนึ่งของพวกโปรตุเกสในอาณาจักรธนบุรีและต่อมาถึงสมัยรัตน โกสินทร์  คือทำหน้าที่ล่ามโปรตุเกส เมื่อมีสารมาจากเจ้าเมืองมาเก๊าถึงไทย   ซึ่งนานๆจะมีสักที    หัวหน้าล่ามได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงโกชาอิศหาก   (ชื่อนี้ถ้าใครแปลได้ จะขอบคุณมาก)

หมู่บ้านโปรตุเกสที่กุฏีจีนยังอยู่มาจนทุกวันนี้      แต่เชื้อสายโปรตุเกสดูเหมือนจะกลายเป็นไทยกันไปหมดแล้ว   ไม่รู้ว่ายังพูดภาษาเดิมกันได้อยู่หรือเปล่า 
ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ เมื่อมีพระราชบัญญัตินามสกุลให้ประชาชนไทยทุกคนมีนามสกุล    พวกเชื้อสายโปรตุเกสก็ตั้งนามสกุลภาษาไทยของตัวเอง  โดยอาศัยเค้าจากชื่อตระกูลดั้งเดิม   

ข้อมูลที่ไปเอามานี้เป็นภาษาอังกฤษ จึงสะกดนามสกุลไทยเป็นภาษาอังกฤษ   ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะถอดออกมาเป็นอักษรไทยยังไง  เขาบอกยังงี้ค่ะ  Such families are 'Na Silawan' (da Silva),    'Yesu' (deJesus), 'Renangkul' (de Reina)

 ณ ศีลวันต์  หรือ ณ ศิลาวรรณ ?  เยซู?  รีนางกูล ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 09:54

เล่ามาจนจบบทบาทของโปรตุเกสเข้าเมืองอยุธยาแล้ว   หมดตำราที่เกี่ยวกับสยามเพียงแค่นี้    ส่วนเรื่องเมืองมะริดและตะนาวศรีก็ขอให้เป็นบทบาทของท่านออกญานวรัตน และท่านออกหลวงหนุ่มสยาม( ยังเด็ก  อย่าเพิ่งเป็นออกพระ) ทำหน้าที่รักษาเมืองต่อไป
ดิฉันจะข้ามชายแดนไปกัมพูชา ตามหาโปรตุเกสเข้าเมืองพนมเปญ   ได้เรื่องเมื่อไรจะกลับมาเล่าให้ฟัง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 09:56

ออกญากำลังออกจากบ้าน ขอให้ออกหลวงออกจากออฟฟิศมาเป็นออกญาแทน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 10:21

^
สำนวนชาววังมะริดตะนาวศรี ของแท้เลยนะเนี่ย

ท่านออกญาออกจากบ้านไปออกงาน  ออกหลวงออกจะชักช้า อาจจะออกใบสั่งไม่ทันท่านนะคะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 13:36

กลับมาแล้ว ไหง๋เงียบ

อ้อ ท่านออกหลวงท่านออกไปตั้งด่านด้านตะวันออก ป้องกันไม่ให้แก็งค์ช้อนลูกน้ำออกมาออกนามถนนมีชื่อนั่นได้แล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 14:01

มิน่าล่ะ  วันนี้ท่านออกหลวงถึงออกเวรจากกระทู้นี้เร็วกว่าปกติ    ลังเล

ขอเล่าถึงโปรตุเกสเข้าเมืองเขมร เป็นการฆ่าเวลาไปพลางๆก่อน
จุดเริ่มต้นจากโปรตุเกสและสเปนแบ่งซีกโลกกัน ระหว่างตะวันตกกับตะวันออก  อย่างที่คุณ siamese เล่าตอนต้นๆกระทู้     จึงทำให้โปรตุเกสมาสำรวจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เจอเขมรเข้าในศตวรรษที่ 16  ไล่เลี่ยกับเจอสยาม

ตามประวัติศาสตร์เขมรที่ฝรั่งเล่า    ในคริสตวรรษที่ 16  เขมรอยู่ในยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูจากอาณาจักรทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตนเลสาบ เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง     พระเจ้าแผ่นดินเขมรก็ทรงเปิดอาณาจักรค้าขายกับชาติอื่นๆ  เหมือนไทยนี่ละ   เรือโปรตุเกสที่มีนักเผชิญโชคเป็นลูกเรือและผู้เผยแพร่ศาสนาห้อยท้ายเรือไปด้วยก็เดินทางมาแถบนี้พอดี
จำเป็นต้องฉายหนังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  นำมาจากกระทู้ภาพพระราชพงศาวดาร  เพื่อจะให้เห็นเรื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบ

จุดเริ่มตั้งแต่โปรตุเกสตีมะละกาเป็นเมืองขึ้นได้    ก็เริ่มทำความรู้จักกับอาณาจักรอื่นๆใกล้เคียง     สยามเป็นที่รู้จักในฐานะเคยมีอำนาจเหนือมะละกามาก่อน   ส่วนเขมรเป็นเพื่อนบ้านของสยาม   ก็เป็นที่รู้จักในเวลาไล่เลี่ยกัน      สิ่งที่ตามมาคือการค้าขายระหว่างโปรตุเกสที่มะละกากับเขมร  เพราะอย่างที่บอก คือพระเจ้าแผ่นดินเขมรไม่ขัดข้อง  ยินดีเปิดประตูรับสินค้าเข้าและออกกับคนต่างชาติ
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 14:15

ที่ว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เห็นจะจริงในกรณีโปรตุเกส   พระเจ้าแผ่นดินทั้งสามอาณาจักรคือพม่า สยาม และเขมร  ต่างก็มีเหตุผลเดียวกันในการอ้าแขนออกรับฝรั่งชาตินี้    เพราะอาณาจักรมีศึกรบพุ่งประชิดติดพันกัน   ด้วยจุดหมายเดียวกันคืออยากตีอีกฝ่ายเป็นเมืองขึ้น  ไล่กันมาตั้งแต่พม่าอยากตีสยาม  สยามอยากตีเขมร     แต่สยามก็ไม่อยากให้พม่าตีอยุธยาได้สำเร็จ เช่นเดียวกับเขมรก็ไม่อยากให้สยามมาได้ชัยชนะเหนือเขาพระวิหารเหมือนกัน

คำตอบคือ  ต้องพึ่งพาอาวุธมีประสิทธิภาพกว่าเก่า      ลำพังแต่ธนูหน้าไม้หลาวแหลนหอกดาบที่ต่างฝ่ายต่างก็มี  ถือว่าไม่พอเสียแล้ว  ต้องพึ่งปืนไฟ    คนขายก็มีแต่ฝรั่งเท่านั้น
เรื่องนี้ได้มาจากจดหมายของบาทหลวงนิกายโดมินิกันชื่อแคสเปอร์ ดาครูซ  ผู้เป็นผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์คนแรกในเขมร     เดินทางไปจากมะละกา  ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1555   ท่านเล่าว่าเมื่อเดินทางมาถึง  เรือพ่อค้าก็มาจอดอยู่หน้าเมืองเต็มไปหมดแล้ว     งานเผยแพร่ศาสนาไม่ได้ผล  เพราะอย่างแรกคือชาวเขมรศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า  และอย่างที่สองก็คือการรังเกียจเดียดฉันท์จากท้องถิ่น
แต่งานที่ได้ผลของโปรตุเกส คือเป็นทหารรับจ้าง  ทางการบ้านเมืองไม่รังเกียจเลย  ชอบมากเสียอีก

ทหารรับจ้างโปรตุเกสจึงรับจ๊อบกันเป็นล่ำเป็นสันทั้งในพม่า สยาม และกัมพูชา
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 06 พ.ค. 11, 15:34

เรื่องเมืองมะริดและตะนาวศรีก็ขอให้เป็นบทบาทของท่านออกญานวรัตน และท่านออกหลวงหนุ่มสยาม( ยังเด็ก  อย่าเพิ่งเป็นออกพระ) ทำหน้าที่รักษาเมืองต่อไป

ขอบคุณครับ  อายจัง เนื่องด้วยงานราชการรัดตัว แต่ก็คอยโผล่ชะโงกเข้ามาอ่าน ท่านออกญานวรัตนเข้าพม่า บุกตะนาวศรีได้รวดเร็วมาก  ยิงฟันยิ้ม

จะเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชาวโปรตุเกสในอยุธยาว่าในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั้นมีชาวโปรตุเกสในอยุธยาเพียง 120-160 คนเท่านั้นเอง ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามารับเป็นทหารอาสา มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าชาวโปรตุเกสเองเข้ามาร้อยกว่าวชีวิต แต่หลังจากนั้นก็ผสมแต่งงานกับชาวสยาม มีลูกเชื้อสายลูกครึ่งไว้อยู่มาก ทำจนต้องเป็นปัญหาสังคม คือ การเอาใจออกห่างจากสยาม ไปเข้ากับโปรตุเกส จนต้องมีกฎหมายคุ้มกันไม่ให้ลูกครึ่งไปเข้ากับโปรตุเกสมากนัก

ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ทรงมีนโยบายการเมืองที่ล้ำหน้าคือ การคานอำนาจระหว่างข้าราชการไทยโดยส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้ามารับราชการ ซึ่งชาวโปรตุเกสบางคนได้ก้าวอำนาจไปในฝ่ายปกครองอีกด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าพระองค์ก็ทรงไว้ใจชาวฝรั่งเช่นกัน

ชาวโปรตุเกสระลอกใหม่อพยพเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาเพิ่มขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากพากันอพยพจากการรบกับพวกฮอลันดาในอินเดีย และพากันตั้งบ้านเรือนในหมู่บ้านโปรตุเกส กว่า 700-800 หลังคาเรือน มีหลักฐานว่าใน พ.ศ. 2228 ทรงแต่งตั้งชาวโปรตุเกส เป็นผู้บังคับบัญชาการทหารที่บางกอกอีกด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 17
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง