เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 115567 ทรงผมคนไทยโบราณ
pathuma
ชมพูพาน
***
ตอบ: 110


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 11:18

สมัยที่ ค่าตัดผม ผู้ใหญ่ 5 บาท เด็ก 3 บาท นั้น พอช่างตัดผมให้เสร็จ ก็จะใช้มีดโกน กันจอน กับโคนผมด้านหลัง จากนั้นจะปรับเก้าอี้นอนเพื่อแคะหู ถ้าเป็นเด็ก ช่างจะเอามีด ปลายแหลมคล้ายๆมีดคว้านผลไม้ด้ามยาวๆหมุนๆในหูข้างละ 2-3 รอบ เพื่อตัดขนในหูแต่ไม่ได้แคะหูให้หรือมีบ้างก็เล็กน้อยพอเป็นพิธี  จากนั้นก็จะเอาใม้ปั่นหูอีกข้างละ 2-3 รอบ เป็นอันเสร็จ  ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะทำแบบครบเครื่อง มีไม้แคะหู ใช้ไฟส่องเพื่อแคะขี้หูออก เสร็จแล้วใช้มีดหมุนรอบๆหูและใช้ไม้ปั่นหูอีก 2-3 รอบ  ระยะหลังๆเมื่อมีกระแสว่าแคะหูแล้วมีอันตรายร้านตัดผมช่วงหลังจึงไม่ค่อยมีการแคะหู มีแต่เช็ดหน้าด้วยผ้าเย็น กับนวดไหล่  หลังจากโรคเอดส์ระบาด ผมก็ไม่ได้เข้าร้านตัดผมแบบเดิมอีก เพราะตอนนั้นยังใช้มีดโกนแบบไม่เปลี่ยนใบมีด แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจว่าน่าจะเปลี่ยนใบมีดทุกครั้งแล้ว ตอนที่ใช้ปัตตาเลี่ยนมือตัดผมนั้น ถ้าเจอปัตตาเลี่ยนทื่อแล้วละก็เป็นเรื่องเพราะมันจะดึงผมจนสะดุ้งเป็นที่เข็ดขยาด

ในทางพุทธศาสนา พูดถึงเรื่องการแคะหูของพระภิกษุไว้เหมือนกัน   ในพระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม 7  ภาค 2 หน้า 58  ว่าไว้ดังนี้

[๑๕๗]  สมัยนั้น  ภิกษุรูปหนึ่งมีขี้หูจุกช่องหู . .. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ..ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เราอนุญาต  ไม้แคะหู.

[๑๕๘]  สมัยนั้น  พระฉัพพัคคีย์ใช้ไม้แคะหูต่าง ๆ  คือ  ทำด้วยทองทำด้วยเงิน  ชาวบ้าน  เพ่งโทษ  ติเตียน  โพนทะนาว่า . . .เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม . .. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า...ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ภิกษุไม่พึงใช้ไม้แคะหูต่าง ๆ  รูปใดใช้   ต้องอาบัติทุกกฏ.   เราอนุญาตไม้แคะหูที่ทำด้วยกระดูก  งา  เขา  ไม้อ้อ  ไม้ไผ่  ไม้จริงยางไม้   เมล็ดผลไม้   โลหะ   กระดองสังข์.
http://www.samyaek.com/tripidok/book09/051_100.htm
บันทึกการเข้า
pathuma
ชมพูพาน
***
ตอบ: 110


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 11:24

ไม้แคะหูสมัยนี้พัฒนาเป็นแบบมีไฟส่องในตัว ทำให้สะดวกต่อการแคะหูยิ่งขึ้น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 13:47

...ถ้าเป็นเด็ก ช่างจะเอามีด ปลายแหลมคล้ายๆมีดคว้านผลไม้ด้ามยาวๆหมุนๆในหูข้างละ 2-3 รอบ เพื่อตัดขนในหู...

นึกภาพตามแล้วหวาดเสียวดีพิลึกนะคะ เพราะเด็กจะยุกยิกไม่อยู่นิ่ง เอามีดหมุนๆ ในหู น่ากลัวนะคะ... ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pathuma
ชมพูพาน
***
ตอบ: 110


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 13:59

ถ้าเป็นรุ่นหนุ่มหน่อยก็จะมีโกนหนวด โกนเครา ตอนนี้ยิ่งหวาดเสียวใหญ่เพราะมีดโกนที่ช่างถือนั้นฉวัดเฉวียนอยู่แถวๆคอหอย อยากให้จบเร็วๆ แต่แคะหูนั้นสนุก อยากให้ช่างแคะให้นานๆเพราะเพลินดี
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 14:36

ถ้าเป็นรุ่นหนุ่มหน่อยก็จะมีโกนหนวด โกนเครา ตอนนี้ยิ่งหวาดเสียวใหญ่เพราะมีดโกนที่ช่างถือนั้นฉวัดเฉวียนอยู่แถวๆคอหอย อยากให้จบเร็วๆ แต่แคะหูนั้นสนุก อยากให้ช่างแคะให้นานๆเพราะเพลินดี

ย้อนอดีตวัยเยาว์กัน  ยิงฟันยิ้ม เมื่อตอนเด็กๆ ตัดผมที่บ้านนอก เด็ก ๗ บาท ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็กน้อยหัวกลมๆจะได้สิทธิพิเศษนั่งบนไม้กระดานที่พาดบนที่ท้าวแขนของเก้าอี้ตัดผม ช่างสนุกยิ่งนัก


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 15:00

ขออัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ อันเป็นช่วงต้นรัชกาลซึ่งพระองค์ได้ทรงเสด็จประพาสสิงคโปร์ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและได้เสด็จดูงานความเจริญอันศิวิไลซ์อย่างยุโรป พระบรมฉายาลักษณ์นี้ทรงไว้ผมทรงมหาดไทย และเมื่อพระองค์ได้เสด็จนิวัติถึงกรุงเทพฯ แล้ว ทรงมีพระราชกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น
-   เลิกประเพณีให้ข้าราชการเข้าเฝ้าแบบหมอบคลาน แต่ใช้วิธีการค่อยเป็นค่อยไป คือ โปรดฯให้มีการเข้าเฝ้าอย่างเก่า และเฝ้าอย่างใหม่ เพื่อให้มีการปรับตัวให้คุ้นชินกับอย่างใหม่ แล้วจึงยกเลิกอย่างเก่าเสีย (การหมอบคลาน)
-   สวมถุงเท้า รองเท้า นั่งเก้าอี้ เสื้อเปิดอก มีผ้าผูกคอ เวลาเข้าเฝ้า
-   จัดธรรมเนียมการ “กินโต๊ะ” แบบยุโรปหรือที่เราเรียกว่า การพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหาร
-   การยกเลิกทรงผมมหาดไทย ทรงปรารภว่าไทยเรายังไว้ทรงผมมหาดไทยอย่างโบราณ ทำให้ฝรั่งดูหมิ่นไทยว่าเป็นชาวป่าเถื่อน ควรเลิกประเพณีตัดผมทรงมหาดไทยและหันมาไว้ผมยาวตัดเท่ากันทั้งหัวอย่างฝรั่ง และทรงเป็นผู้นำในการเลิกไว้ทรงผมแบบมหาดไทย และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เจ้านายและขุนนางไว้ผมยาวได้ตามความสมัครใจ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 15:14

สำหรับเจ้านายฝ่ายในนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สตรีเลิกไว้ผมปีก แต่ไม่มีท่านใดที่จะทรงยอมเลิกประเพณีไว้ผมเช่นนี้ ยกเว้น "เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ) ที่ทูลรับอาสาเลิกไว้ผมปีก และหันมาไว้ผมยาวก่อนผู้อื่น จนทำให้กระแสการไว้ผมยาวแพร่หลายกันราชสำนัก ซึ่งเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ) นั้นทรงขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านำแห่งแฟชั่นราชสำนัก

แม้กระทั่งเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (แพ) ล่วงเข้าวัยชรา สมัยจอมพล ป พิบูลสงคราม ประกาศให้ประชาชนสวมหมวก สวมถุงมือ ท่านก็ทรงแต่งกาย สวมหมวก สวมรองเท้า สวมถุงมือ เป็นแบบประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลอีกด้วย


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 15:23

"ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงแหม่ม"

เป็นคำที่ชาววังเรียก สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวไลอลงกรณ์ เนื่องจากทรงไว้พระเกศายาว และโปรดแต่งกายแบบฝรั่ง สวมกระโปรงยาว


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 15:46

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทรงผมใหม่ๆจากตะวันตกเข้ามา โดยผ่านทาง "แคตตาล๊อก" มากมาย ดังนั้นเจ้านายทั้งหลายมีโอกาสที่จะเลือกทรงผมต่างๆและแข่งขันทำทรงผมเพื่อแฟชั่นกัน

ใน พ.ศ. ๒๔๖๓ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศหมั้นกับหม่อมเจ้าหญิงวัลภาเทวี วรวรรณ ในขณะที่ทรงอยู่ในฐานะคู่หมั้นทรงเป็นผู้นำสตรีตามพระราชนิยม โดยการไว้ผมยาวเกล้าผมมีโป่งข้างหน้า มีริบบิ้นคาดทับ ทำให้สตรีท่านอื่นต่างก็นิยมไว้ผมแบบพระวรกัญญาปทานฯ กันทั้งวัง

ภาพพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี และพระนางเธอลักษมีลาวัณ


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 16:40

สาวน้อยผมยาวประบ่าค่ะ ท่านผู้ใดเอ่ย...


บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 18:27

สาวน้อยผมยาวประบ่าค่ะ ท่านผู้ใดเอ่ย...

"ท่านหญิงนา"
(สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7)

ครับผม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31188

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 18:59

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัควดี  ทรงไว้พระเกศาแบบนี้  เรียกว่าดอกกระทุ่มหรือเปล่าคะ?


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 19:44

พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัควดี  ทรงไว้พระเกศาแบบนี้  เรียกว่าดอกกระทุ่มหรือเปล่าคะ?

ที่จริงแล้วควรเรียกว่า "ผมปีก" ครับ ซึ่งการไว้ผมปีกนี้มีมาแต่สมัยอยุธยา โดยผมปีกอาจจะกลายเป็นทรงได้ดังนี้
๑. ผมปีก ด้านบนไว้สั้น กันไรจุกให้ขาว รอบโกนหัว
๒. ผมปีก ด้านบนไว้สั้น กันไรจุกให้ขาว รอบโกนหัว ไว้จอนหูยาว ไล้ด้วยขึ้ผึ้งจนแข็ง
๓. ผมปีก ด้านบนไว้ยาวแต่ไม่มาก พอแสกได้ รอบไว้ยาวประบ่า

ส่วนทรงดอกกระทุ่ม คงกลายจากการผมปีกที่ไว้ยาวแล้วเสยเส้นผมทั้งหมดไปด้านหลัง โดยแบ่งดังนี้
๑. ทรงดอกกระทุ่มสั้น
๒. ทรงดอกกระทุ่มยาวท้งศรีษะ

ภาพเปรียบเทียบ ด้านซ้ายพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัควดี   ด้านขวาสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 19:47

ภาพพระองค์เจ้ากนกวรรณเรขา ทรงได้ผมทรงดอกกระทุ่ม พร้อมยมยาวประบ่า


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 03 พ.ค. 11, 19:56

พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา ทรงแบบนี้เป็นสมัยนิยมสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยนำผมลงมาแผ่ไว้ แล้วมีที่รัดผมบริเวณหน้าผาก


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง