เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 73867 ขนมไทยแม่เอ๊ย
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 29 เม.ย. 11, 15:12

ขนมไข่ ตอนเด็กๆชอบทานมากครับ รู้สึกว่าแบบพิมพ์กลมๆ จะอร่อยกว่าพิมพ์ยาวรี  ยิ้มเท่ห์

เมื่อหยอดแป้งใส่พิมพ์แล้วจะตั้งวางบนเตาถ่าน ส่วนฝากจะมีถ่านกลบเช่นกัน คงเป็นการดัดแปลงจากขนมกุฎีจีน ทำเตาให้เล็กพอขายตามรถเข็นได้


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 29 เม.ย. 11, 15:23

เดี๋ยวนี้ก็เพี้ยนไปแล้วค่ะ มีหน้า มีไส้แปลกๆ ด้วย... เศร้า


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 29 เม.ย. 11, 16:15

ตังเมหลอด ค่ะ
เคยทานสมัยเด็กๆ อร่อยหรือเปล่าจำไม่ได้แต่จำได้ว่าสนุกค่ะ...
เวลาจะซื้อ เราจะมุงกันรอบรถ เป็นรถเข็นหรือรถถีบจำไม่ค่อยได้แล้ว
ที่กะบะจะมีช่องให้หยอดเหรียญ พอหยอดแล้วจะมีเข็มหมุนติ้วเลย
เข็มจะหยุดที่ตัวเลข แล้วพ่อค้าก็จะบอกเราว่าได้กี่อัน
แล้วเขาก็จะดึงตังเมหลอด ออกมาแล้วตัด ห่อกระดาษไขเล็กๆ ส่งให้เรา
คนที่หยอดตังแล้วได้หลายอันกว่าเพื่อน ก็จะรู้สึกยืดนิดๆ ...
แล้วถ้าเราได้หลายอันพ่อค้าก็จะดึงอันผอมๆ เรียวๆ ฮึ เทคนิคการขาย... ยิงฟันยิ้ม

ปัจจุบันพัฒนาได้สวยงามและแลดูสะอาดดีค่ะ อันนี้ชื่นชม..



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 10:57

ขนมไข่ ตอนเด็กๆชอบทานมากครับ รู้สึกว่าแบบพิมพ์กลมๆ จะอร่อยกว่าพิมพ์ยาวรี  ยิ้มเท่ห์

เมื่อหยอดแป้งใส่พิมพ์แล้วจะตั้งวางบนเตาถ่าน ส่วนฝากจะมีถ่านกลบเช่นกัน คงเป็นการดัดแปลงจากขนมกุฎีจีน ทำเตาให้เล็กพอขายตามรถเข็นได้

ขนมไข่เป็นของโปรดตอนเด็กๆ    เวลากินจะต้องไปซื้อที่สะพานหัน  ที่นั่นเป็นแหล่งรวมขนม   ไปยืนดูคนขายเทแป้งใส่พิมพ์อย่างในรูปนี้    สักครู่ก็พอสุกก็แคะออกจากพิมพ์  ร้อนๆ  ไม่มีไส้ ไม่มีลูกเกต   แค่เนื้อขนมกับรสขนมก็อร่อยที่สุดแล้วค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 11:00

เด็กรุ่นนี้รู้จักขนมเหนียวไหมคะ       ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 11:03

เด็กรุ่นนี้รู้จักขนมเหนียวไหมคะ       ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน


ยังพอมีขายตามตลาดนัดครับ  ยิงฟันยิ้ม เมื่ออาทิตย์ก่อนยังซื้อทานเลย น้ำตาลเชื่อมสีน้ำตาลไหม้ หอมกรุ่น ต้องโรยด้วยข้าวพองตามภาพของ อ. เลยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 11:31

ต้องไปหาตามตลาดนัดเสียแล้ว  ยิ้มกว้างๆ

ขนมถ้วยฟู กับขนมตาล ยังพอมีขายค่ะ
คุณป้าถือเคล็ดว่าถ้าทำบุญบ้าน   ต้องหาขนมถ้วยฟูมาเป็นของหวานถวายพระ  จะได้เฟื่องฟู


บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 13:07

ภาพนี้ มีขนมอะไรบ้างเอ่ย... ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
Pangram
อสุรผัด
*
ตอบ: 24


ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 14:26

เป็นอาลัวที่สวยน่ารักที่สุด ..ใช่อาลัวไหมคะ
ถาดบน (หรือควรจะเรียกว่าราง หรือจานเปล) ขอเดาว่าเป็นขนมต้มค่ะ
ส่วนซากุระชมพูสวยด้านล่าง เดาไม่ออกค่ะ ขอมั่วว่าเป็นขนมชั้นค่ะ (ผิดแน่เลย)

ตามอ่านมาจนถึงหน้านี้  เฮ่อ.. จะขาดใจ
อยากทานจังเลย  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
ธีร์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 54



ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 14:36

ขนมอาลัวกุหลาบสวยน่าทานจังครับ

ขนมที่เห็นในกระทู้นี้ยังพอหาทานได้ แต่ว่ามีขนมอยู่อีก 1 อย่างหาทานยากจังทั้งใน ก.ท.ม. และต่างจังหวัด

ขนมข้าวแขกครับ ปัจจุบันยังหาทานไม่ได้เลยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 เม.ย. 11, 16:00 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 16:06

ย้อนกลับเอาขนมแชงมา หรือแชงม้า หรือแฉ่งม้า มาให้ดูอีกครั้ง  เพราะไปเจอบทดอกสร้อย พระนิพนธ์ในสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เข้าค่ะ

          โอเอย โอละเห่                       คิดถ่ายเทตื่นนอนแต่ก่อนไก่
     ทำขนมแชงมาหากำไร                    เกิดขัดใจกันในครัวทั้งผัวเมีย
     ผัวตีเมียด่าท้าขรม                         ลืมขนมทิ้งไว้ไม่คนเขี่ย
     ก้นหม้อเกรียมไหม้ไฟลวกเลีย            ขนมเสียเพราะวิวาทขาดทุนเอย

     

    ภาพล่างสุดเป็นภาพวาดจากนิทานพื้นบ้าน บนหน้าต่างพระอุโบสถวัดพระเชตุพน    ตรงกับบทร้องเรื่องขนมแชงม้า


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 16:18

บทความเรื่อง "ตำนานอาหารไทย..ขนมแชงมา" โดย "สันติ เศวตวิมล" นิตยสาร "ผู้หญิง" ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๓๐๔ ปักษ์แรก เมษายน ๒๕๔๑  หน้า ๑๕๘-๑๖๐

ขนมแชงมา


เรื่อง ขนมแชงมา หรือ ขนมแฉ่งม้า เป็นเรื่องที่ควรศึกษา และค้นคว้าหาข้อยุติให้ได้ น่าเสียดายที่คนไทยในปัจจุบัน ไม่สู้จะสนใจเรื่องอาหารหวานคาวของบรรพบุรุษนัก นับวันประวัติตำนานแม้กระทั่งสูตรวิธีปรุงทั้งหลายกำลังถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ฉะนั้นจึงอย่าได้แปลกใจเลยว่า เด็กเล็กสมัยนี้รู้จักขนมเค้ก ขนมคุ้กกี้ มากกว่าขนมเรไร ขนมสอดไส้ ฯลฯ หรือแม้แต่ ขนมแชงมา สมัยยังเด็กจำได้ว่าเมื่อผู้ใหญ่กล่อมลูกหลานที่นอนหลับอยู่ในเปลญวนหรือเปลไทย ขณะแกว่งไกวให้เด็ก ๆ เคลิ้มนั้น ก็มักได้ยินเพลงกล่อมเด็กมากมาย หลายเพลง อย่างเช่นเพลงนี้ ผู้ใหญ่จะร้องว่า

โอละเห่ โอละหึก ลุกขึ้นแต่ดึกทำขนมแฉ่งม้า ผัวก็ตี เมียก็ด่า ขนมแฉ่งม้าก็คาหม้อแกง

เป็นอันว่า ขนมแชงมา หรือ ขนมแฉ่งม้า นี้ ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่ามีลักษณะรูปร่างหน้าตาอย่างไร เรื่องนี้มีการถกเถียงสอบถามกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๕ พระองค์เจ้าจรูญโรจน์เรืองศรี พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เคยบันทึกไว้ว่า

ขนมแชงม้า รูปพรรณสีสัน กลิ่นรสของขนมเป็นอย่างไรไม่ทราบ เป็นแต่ชื่อลอยมาอย่างนั้น ถึงมีผู้เฒ่าผู้แก่ก็มิได้เคยพบเคยเห็น ได้ยินแต่เสียงคนทั้งหลายกล่อมเด็กว่า โอละเห่ โอละหึก ลุกขึ้นแต่ดึกทำขนมแชงม้า ฯลฯ แต่บางคนก็ว่าขนมหม้อแกงนั้นเอง เดิมชื่อ ขนมแชงม้า ครั้นเกิดความผัวเมียตีกันขึ้น ขนมไม่ทันสุกคาหม้อแกงอยู่ คนทั้งหลายจึงได้เรียกว่า ขนมหม้อแกง ตั้งแต่นั้นมา นี่แหละ ความจะเท็จจริงอย่างไร ก็ไม่ทราบแน่

เรื่องนี้เป็นเหตุทำให้ท่านผู้หญิง เปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารหวานคาว เมื่อสมัยรัชกาลที่ ๕ และเป็นผู้แต่ง ตำราอาหารชื่อ แม่ครัวหัวป่าก์ เคยติดตามเรื่องราวความเป็นมาของขนมแชงมา และบันทึกไว้ว่า

ขนมนี้เป็นของโบราณ ได้ยินแต่แม่หญิงกล่อมเด็ก ต่อ ๆ กันมา ดังข้างบนนี้ จะเป็นอย่างใด ทำด้วยอะไร ไต่ถามผู้หลักผู้ใหญ่มามากแล้ว ก็ไม่ได้ความชัดเจนลงได้ คนหนึ่งก็ว่า คือขนมนั้นบ้าง นี้บ้าง แต่ว่าเป็น ขนมไข่เต่า นั่นเอง ที่ว่าเช่นนี้ ถูกกันสามสี่ปากแล้ว เวลาวันหนึ่ง อุบาสิกาเนย วัดอัมรินทร์ ได้ทำขนมมาให้ วางลงถาดมาสองหม้อแกง ได้ถามว่าอะไร อุบาสิกาเนย บอกว่า ขนมแชงมา เป็นขนมโบราณ ทำมาเพื่อจะเลี้ยงคนที่อยู่ในบ้าน จึงได้ตักออกมาดู หม้อหนึ่งเป็น ขนมไข่เต่า อีกหม้อเป็น ขนมปลากริม จึงได้ ถามออกไปอีกว่า เช่นนี้เขาเรียก ขนมปลากริม ขนมไข่เต่า ไม่ใช่หรือ อุบาสิกาเนย บอกว่า โบราณใช้ผสมกัน ๒ อย่าง จึงเรียกว่า ขนมแชงมา ถ้าอย่างเดียวเรียก ขนมไข่เต่า ขนมปลากริม รับประทานคนละครึ่งกัน จึงให้ตักออกมาดู ก็ตัก ขนมปลากริม ลงชามก่อน แล้วตัก ขนมไข่เต่า ทับลงหน้า เมื่อจะรับประทาน เอาช้อนคน รับประทานด้วยกัน ได้ความเป็นหลักฐานเพียงเท่านี้


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 16:29

ตำรับ ขนมปลากริม

จากหนังสือ ตำราปรุงอาหาร ของ นางสมรรคนันทพล (จีบ บุนนาค) หลานแม่ครัวหัวป่าก์ พิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ โรงพิมพ์ สยามบรรณกิจ ถนนเจริญกรุง สี่กั๊กพระยาศรี พระนคร เขียนไว้ว่า

เครื่องปรุง: แป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม น้ำปูนใส มะพร้าว น้ำตาลมะพร้าว น้ำดอกมะลิสด

วิธีปรุง: พรมด้วยน้ำปูนใสให้แป้งละเอียดเข้ากัน เอาแป้งมันสำปะหลังกับแป้งท้าวยายม่อมอย่างละเท่ากัน เคล้ากันเข้าอย่าให้เหลว แล้วนวดด้วยน้ำร้อนกำลังเดือดจนเหนียวปั้นเป็นตัวได้ เอาลงวางกับกระดานสำหรับทำขนม คลึงด้วยไม้กลม อย่าให้บางหรือหนานัก แล้วใช้มีดตัดเป็นตัวเล็ก ๆ ยาวประมาณ หนึ่งองคุลี เอาลงตะแกรง ปูด้วยใบตอง เกลี่ยให้สวย ขูดมะพร้าว คั้นกะทิ ด้วยน้ำดอกมะลิ ละลายน้ำตาลเสียทีเดียว แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ลงในกระทะทอง ตั้งไฟให้เดือด จึงเทแป้งที่ตัดไว้ลงไป พอแป้งสุกใสแล้วเป็นใช้ได้

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pathuma
ชมพูพาน
***
ตอบ: 110


ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 17:16

ตังเมหลอด ค่ะ
เคยทานสมัยเด็กๆ อร่อยหรือเปล่าจำไม่ได้แต่จำได้ว่าสนุกค่ะ...
เวลาจะซื้อ เราจะมุงกันรอบรถ เป็นรถเข็นหรือรถถีบจำไม่ค่อยได้แล้ว
ที่กะบะจะมีช่องให้หยอดเหรียญ พอหยอดแล้วจะมีเข็มหมุนติ้วเลย
เข็มจะหยุดที่ตัวเลข แล้วพ่อค้าก็จะบอกเราว่าได้กี่อัน
แล้วเขาก็จะดึงตังเมหลอด ออกมาแล้วตัด ห่อกระดาษไขเล็กๆ ส่งให้เรา
คนที่หยอดตังแล้วได้หลายอันกว่าเพื่อน ก็จะรู้สึกยืดนิดๆ ...
แล้วถ้าเราได้หลายอันพ่อค้าก็จะดึงอันผอมๆ เรียวๆ ฮึ เทคนิคการขาย... ยิงฟันยิ้ม

ปัจจุบันพัฒนาได้สวยงามและแลดูสะอาดดีค่ะ อันนี้ชื่นชม..
ยังจำบรรยากาศนีได้ครับ กรรไกรอันสั้นๆ ตัดใส่ใบตอง ถ้าให้อร่อยต้องมีถั่วลิสงคั่วผสมด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 30 เม.ย. 11, 20:29

เคยกินขนมลิ้นแมวไหมคะ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.098 วินาที กับ 19 คำสั่ง