เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 26
  พิมพ์  
อ่าน: 115042 ละครในราชสำนักสยามไปสู่ราชสำนักเขมร
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 15:35

เจอรูปอัปสรานางนี้  โครงหน้าเธอสวยและดูโมเดิร์นมากๆ   นึกถึงนางอัปสรที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เล่าไว้ในเรื่อง ถกเขมร และเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านนำไปแต่งเรื่องสั้นในชุด เพื่อนนอน


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 15:47

อัปสรา องค์นี้ตาตี่ จีนแน่นอน  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 15:54

อัปสรา แบบเด็กแนว


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 15:59

นาฏศิลป์กัมพูชา เคารพผู้สอนวิชานาฏศิลป์ เรียกว่า "ครู" เช่นเดียวกับที่ภาษาไทยยืมมา คือ ผู้มีหน้าที่สั่งสอนศิษย์ การสวมเครื่องประดับศีรษะให้กับศิษย์ถือเป็นสิ่งที่ดีงามและความเคารพสูงสุดแห่งวิชาชีพ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:02

เชื่อว่า ท่าน NAVARAT  คุณเพ็ญชมพู  คุณ siamese และท่านอื่นๆอาจอยากแยกซอยคุยกันอีก     ถ้าใครนึกอะไรได้ก็เชิญโพสเลย  ไม่ว่าจะเรื่องอัปสรา  เจ้าสีหนุ  หรือวัฒนธรรมเขมร       รับรองว่าไม่เสียจังหวะ
ดิฉันก็เล่าของดิฉันไปเรื่อยๆ  
เพราะถ้าเอ่ยถึงเขมรในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมา  ไม่เอ่ยถึงเจ้าสีหนุก็จะขาดๆสีสันไปมาก   น่าเสียดายว่าคนอายุต่ำว่า ๔๐ ลงมา ไม่ค่อยจะรู้จักท่านแล้ว  บางคนก็ไม่เคยได้ยินและไม่เอาใจใส่เอาเลย
****************
ศูนย์กลางของเรื่องเล่า อยู่ที่เจ้าสีหนุ     พระเจ้าแผ่นดินเขมรพระองค์นี้ นอกจากเป็นเจ้านายโดยสายเลือด  ท่านยังเป็นทั้งนักการเมือง  นักบริหาร   นักประชาสัมพันธ์  นักอนุรักษ์วัฒนธรรม   และศิลปิน  รวมอยู่ด้วยในคนๆเดียว   ขณะที่คนทั่วไปเป็นได้ ๒ อย่างพร้อมกันก็เก่งแล้ว
ถ้าหากว่าจะบรรยายให้หมด  กระทู้นี้คงยาวเหยียด แยกซอยไปไกล เพราะฉะนั้นขอตีวงแค่โบราณสถานและอัปสรา

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบลง   โลกก็เข้าสู่สงครามเย็น ระหว่างค่ายยักษ์ใหญ่  คืออเมริกาผู้นำของโลกเสรีนิยม    อีก ๒ ค่ายฝ่ายตรงข้ามคือจีนและรัสเซีย ผู้นำโลกสังคมนิยม   ต่างค่ายต่างขยายอำนาจแนวคิดของตัวเอง
ประเทศใหญ่น้อยในเอเชียอยู่ใกล้จีนมากกว่ารัสเซีย  ก็ต้องดูว่าตัวเองจะคบกับจีนมากน้อยแค่ไหนจึงจะปลอดภัย   อินเดียของนายเยาวหราล เนห์รู ประกาศนโยบายเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ใคร       ไทยมีไมตรีจิตกับอเมริกาแนบแน่นตั้งแต่สมัยเสรีไทย  และอเมริกาเข้าข้างไทยไม่ให้เป็นประเทศร่วมแพ้สงคราม   ผู้นำไทยตั้งแต่จอมพลป. จอมพลสฤษดิ์ และจอมพลถนอม  จึงเลือกค่ายเสรีนิยม
ส่วนเจ้าสีหนุบอกว่าท่านเป็นกลาง    แต่ก็เป็นกลางแบบเข้าข้างจีน   เพราะท่านไม่ชอบอเมริกา  เห็นว่าอเมริกาสนับสนุนนายซัน ง็อก ทันห์ หัวหน้าขบวนการเขมรเสรี ซึ่งเป็นปรปักษ์ทางการเมืองของท่านโดยตรง     มีเวียตนามและไทยเป็นแนวร่วมของอเมริกาอีกที
ผู้นำเขมรกับผู้นำไทยในสมัยนั้น คือจอมพลสฤษดิ์ ก็เลยไม่ค่อยจะกินเส้นกัน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:04

เจอรูปอัปสรานางนี้  โครงหน้าเธอสวยและดูโมเดิร์นมากๆ   นึกถึงนางอัปสรที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เล่าไว้ในเรื่อง ถกเขมร และเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านนำไปแต่งเรื่องสั้นในชุด เพื่อนนอน

นางอัปสรกลุ่มใหญ่เกิดขึ้นหลังกวนเกษียณสมุทร ที่เทวดากับอสูรเอานาคมาชักคะเย่อ มีเขาพระสุเมรุปั่นอยู่ตรงกลาง ส่วนที่ลอยขึ้นมาเป็นครีมมีพิษร้ายที่พระอิศวรฉวยไปกลืนจนพระศอดำ   พระลักษมี   ธันวันตรี(แพทย์เทวดา) และนางอัปสร

นางอัปสรเหล่านี้เป็นของกลาง ไม่มีใครรับไปเป็นภรรยา   ทั้งที่ยังสาวสวย    นานๆก็ถูกใช้ลงมาทำลายตบะฤาษี ที่จำได้คือนางเมนกาถูกใช้มาทำลายตบะพระวิศวามิตรจนเกิดลูกสาวคือศกุนตลา  คลอดลูกเสร็จก็กลับสวรรค์ไม่มาเลี้ยงดู  อีกคนคืออุรวศี  แต่ทำอะไรลืมไปแล้วต้องไปหาหนังสือดร.ศักดิ์ศรีมาอ่าน

ส่วนนางอัปสรา ก็มาจากอัปสรนั่นละค่ะ ภาษาสันสกฤต  บาลีเรียกว่าอัจฉรา   ดิฉันคิดว่าสาวประดับผนังนครวัดคงเป็นรูปแบบของคนงามในสมัยนั้น
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์เคยเขียนล้อเอาไว้ในเรื่องสั้น   ที่นางอัปสรสวยที่สุดในนครวัดได้แบบมาจากนางตะเภาเหาะ   หล่อนเป็นหญิงงามแห่งนคร  พูดอีกทีคือโสเภณี



"ครู มะรืนนี้ผมก็จะไม่ได้พบครูอีกแล้ว วันนี้วันที่หกผมยังหาผู้หญิงเหมือนนางอัปสราถวายไม่ได้ พรุ่งนี้วันที่เจ็ดก็คงหาไม่ได้"

"เฮ้ย! ลื้ออย่าไปท้อแท้อย่างงั้นสิวะ"ครูอบสะเรดกล่าว " ในเมื่อหาไม่ได้ เจ้าก็ไปหาอีตัวที่มันเหมือนในสปิริตไปถวายซี อั้วพาลื้อไปเรียนรู้นางอัปสราที่ไหน ลื้อก็ไปหาเอาที่นั้นก็แล้วกัน ไม่เห็นจะยากอะไรนี่หว่า เลือกเอาไปถวายซักคนยังดีกว่าไม่ถวายเลย"

"ครูหมายถึงคนไหนล่ะ" ศิลปินหนุ่มถาม

"ก็นังตะเภาเหาะไง"  สิ้นคำแนะนำของครูเฒ่า โอยสะลาร้องเสียงหลง

"ตายแล้ว! ก็นังตะเภาเหาะนั้นมันตัวร้ายที่สุดเลยนี่ครู! คนสร้างนครวัดกี่หมื่นกี่แสนก็เป็นแฟนมันทั้งนั้น ขืนผมเอาไปถวาย"

ครูเฒ่าตัดบทขึ้นมาทันที  "ก็เพราะไอ้เหตุนี้แหละ เจ้าจึงควรเอานางตะเภาเหาะไปถวาย ช่างสลักนางอัปสรากี่ร้อยคนมันก็เป็นแฟนนังตะเภาเหาะทั้งนั้น นางตะเภาเหาะมันจึงต้องมีส่วนเหมือนนางอัปสราที่นครวัดมากกว่าคนอื่น เชื่ออั๊วเถิดน่า! ถ้าเจ้าไม่ไปหานางอัปสราไปถวายภายในเจ็ดวันก็ต้องตายแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าพานางตะเภาเหาะไปถวาย เจ้าก็ยังพอมีทางรอดครึ่งต่อครึ่งว่ะ"

 ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:04

ครุฑ

ยังคงเอกลักษณ์เครื่องห้อยหน้าไว้อย่างงดงาม (สุวรรณกระถอบ) ไม่มีชายไหว ชายแครง



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:09

เชื่อว่า คุณ siamese ต่ำกว่า ๔๐ ลงมา
****************

ตรงนี้ตรงแม่นยำที่สุด ครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:14

นางอัปสรา กำลังถูกทำลายด้วยมือนักท่องเที่ยว ผมเคยไปถกเขมรนานแล้ว เห็นอัปสรานั้นงามชดช้อย องค์ที่ประดับตามซุ้มประตูก่อนถึงตัวปราสาทก็ไม่มีใครแตะต้อง ส่วนนางอัปสราที่อยู่บนชั้นปรางค์ประธาน นั้นถูกย้ำยี ด้วยกระแสความเชื่อมากมาย สัมผัสจับต้องกันทุกวัน วันละเป็นร้อยๆคน อีกหน่อยคงเป็นมะเร็งแน่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:15

  ความตึงเครียดระหว่างกัมพูชากับไทย ระเบิดออกมาขั้นกัมพูชาประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยในปลายปี ค.ศ. 1958 ต่อมา เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959 สหประชาชาติก็ไกล่เกลี่ยให้คืนดี มีสัมพันธ์ทางการทูตได้อีกครั้ง

   แต่แล้วก็เกิดเหตุใหญ่  ในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน  คือการก่อวินาศกรรม  หรือจะเรียกว่าลอบปลงพระชนม์ก็ได้   มีผู้ส่งห่อบรรจุระเบิดเข้าไปในท้องพระโรงพระราชวัง    แต่ห่อนี้ถูกนำไปเปิดยังอีกห้องหนึ่ง แรงระเบิดทำให้เจ้าชายเขมรองค์หนึ่ง  และราชเลขาธิการเสียชีวิต มหาดเล็กอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ
   พระเจ้าสึหนุปักใจเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือนายซัน ง็อก ทันห์ คู่ปรปักษ์  โดยมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สนับสนุน   วิธีแก้แค้นไทยไม่ใช่ยกทัพมาบุกชายแดน  ทำอย่างนั้นอาจไม่ได้อะไรนอกจากพ่ายแพ้     แต่ทรงเลือกวิธีตีฆ้องร้องป่าวเรียกความสนใจจากหลายประเทศ  ด้วยการเอาโบราณสถานแหล่งวัฒนธรรมมาจุดประเด็นร้อน
   จึงเกิดเป็นคดีประวัติศาสตร์  คือการฟ้องศาลโลกว่าเขาพระวิหารที่อยู่ในเขตไทย   ที่จริงเป็นของกัมพูชา   สองประเทศต้องส่งตัวแทนไปขึ้นศาลโลก   กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของสองประเทศ   ผลก็อย่างที่รู้ๆกันคือกัมพูชาชนะ ไทยแพ้   เพราะแผนที่ที่ทำตั้งแต่ฝรั่งเศสครองอำนาจเหนือกัมพูชา  ระบุว่าเขาพระวิหารอยู่ในเขตของเขมร
   โบราณสถานปราสาทหินเล็กๆที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก (แม้แต่คนไทยด้วยกันเอง) ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาทันที    เรื่องของวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ฝรั่งให้ความสำคัญและสนใจใคร่รู้อยู่แล้ว    ผลงานด้านประชาสัมพันธ์ให้กัมพูชาโดดเด่นขึ้นมา เจ้าสีหนุก็ได้คะแนนไปเต็มๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:18

นางอัปสรา กำลังถูกทำลายด้วยมือนักท่องเที่ยว ผมเคยไปถกเขมรนานแล้ว เห็นอัปสรานั้นงามชดช้อย องค์ที่ประดับตามซุ้มประตูก่อนถึงตัวปราสาทก็ไม่มีใครแตะต้อง ส่วนนางอัปสราที่อยู่บนชั้นปรางค์ประธาน นั้นถูกย้ำยี ด้วยกระแสความเชื่อมากมาย สัมผัสจับต้องกันทุกวัน วันละเป็นร้อยๆคน อีกหน่อยคงเป็นมะเร็งแน่
นางอัปสรในค.ห. 210 อยู่ที่ไหนกันหนอ   เธอถึงรอดมือนักท่องเที่ยวมาได้
กระทู้ร้อนมากค่ะ  วิ่งเร็วจี๋
รอฟังท่านอื่นๆคุยบ้าง   คอแห้งแล้ว
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10674



ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:25

คุณชายคึกฤทธิ์ ท่านก็ไม่ใคร่ชอบเจ้าสีหนุนัก

"นักองค์สีหนุก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ว่า  ในวันที่ ๒๒ ธันวาคมนี้  เขาจะเป็นผู้นำคณะขึ้นไปบนเขาพระวิหารเพื่อทำสักการบูชาในพระวิหารนั้น   คนที่จะไปด้วยก็จะมีพระภิกษุ ๓๐ รูป และฆราวาสอีก ๒๐ คน  ทั้งนี้นักองค์สีหนุให้ข่าวว่า  ที่จำเป็นต้องไปกันน้อยก็เพราะเหตุว่าทางขึ้นเขาพระวิการนั้นลำบากมาก  จะไปเป็นขบวนใหญ่ไม่ได้

ทีนี้ปัญหาต่อไปก็คือว่า  สีหนุขึ้นมานี้เพื่อจะทำอะไร  ตามข่าวนั้นสีหนุบอกว่าจะนำพระภิกษุสงฆ์ขึ้นมาทำพิธี   มาทำสักการะบนเขาพระวิหาร  เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเหตุว่าเขาพระวิหารไม่ใช่พุทธสถาน  ไม่ใช่วัด  ไม่ใช่วิหารในศาสนาพุทธเป้นอย่างแน่นอน  สิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารนั้นเป็นเทวสถานของพวกขอมโบราณได้สร้างไว้  และเทวสถานนั้นก็ได้ปรักหักพังลงไป  จนไม่รู้ว่าสร้างขึ้นไว้เพื่อจะบูชาผู้ใด

เขาพระวิหารนั้นได้หมดความสำคัญในฐานะที่เป็นปูชนียสถานมานานนักหนาแล้ว เป็นจำนวนหลายร้อยปีทีเดียว จะมีความสำคัญก็ในฐานที่เป็นโบราณสถาน  ในฐานที่เป็นศิลปวัตถุ  ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมสีหนุจึงจะต้องขึ้นมาบูชาบนเขาพระวิหาร  นี่เป็นเรื่องสำคัญ

เป็นจุดสำคัญที่สุดในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับเขมรในเรื่องดินแดนเขาพระวิหารตลอดมา  ทางฝ่ายเขมรนั้นหลอกลวงฝรั่งเรื่อยมา  ว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมร  แล้วไทยยึดเอามาไว้ในดินแดนของตน  เขมรไม่สามารถที่จะขึ้นมาทำพิธีบูชามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้   เป็นการกระทบกระเทือนน้ำใจกันอย่างรุนแรง    เหมือนกับว่าถ้าเขาพระวิหารยังอยู่กับไทยแล้ว  เขมรไม่มีวันที่จะไหว้พระไหว้เจ้าได้   หรือถ้าจะเปรียบไปก็คล้าย ๆ กับมีประเทศหนึ่งมายึดครองวัดพระแก้วแล้วไม่ยอมให้คนไทยเข้าไปไหว้พระแก้ว  คนไทยก็จะต้องเดือดร้อน การที่เขาพระวิหารตกเข้าไปอยู่ในเขตไทยนั้น  เขมรเดือดร้อนอย่างยิ่ง  ตามคำกล่าวอ้างของสีหนุ  เพราะไม่รู้จะไปไหว้พระสะเจ้าที่ไหนได้แล้ว  จำเป็นที่จะต้องเอาเขาพระวิหารไปให้เขมรโดยด่วน   ไม่เช่นนั้นก็เป็นอันว่าเขมรตายแล้วตกนรกทั้งชาติไม่ได้ไหว้พระไหว้เจ้ากัน  เมื่อฝรั่งส่วนมากได้ฟังอย่างนี้ก็เชื่อ  แล้วฝรั่งนั้นก็เห็นความสำคัญในเรื่องสิทธิที่จะนับถือหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  หลงเชื่อกลอุบายสีหนุว่า  เขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานจริง ๆ ถ้าหากว่าไทยยึดไว้ เขมรจะขึ้นมาเคารพบูชาบนเขาพระวิหารไม่ได้จริง ๆ เป็นเรื่องเดือดร้อนแก่เขมร  ความรู้สึกอันนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝรั่งและต่างชาติต่างภาษาอีกเป็นอันมากเห็นใจเขมร    และถ้าจะพูดตามความเห็น  ผมว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้พิพากษาศาลโลก  ซึ่งไม่เคยมาดูเหตุการณ์แถวนี้  ไม่รู้ข้อเท็จจริง  และไม่รู้ขนบธรรมเนียมใด ๆ   ตัดสินให้เขมรชนะความไปด้วยซ้ำ  ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าไทยเราไม่เคยอ้างข้อนี้เลย  เพราะไทยเราพูดไปตามความสัตย์จริง   ว่าเขาพระวิหารนั้นเป็นของไทยโดยเหตุผลทางธรรมชาติ  และด้วยความยุติธรรม  และสิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารเองก็เป็นสิ่งปรกหักพังเป็นเพียงโบราณสถาน  คนไทยก็ไม่ได้ขึ้นไปนับถือกราบไหว้อะไรบนนั้น  เพราะไทยเรานับถือศาสนาพุทธ  สิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารเป็นเทวสถาน  แต่ส่วนเขมรนั้นไม่ได้พูดว่าเป็นเทวสถานหรือพุทธสถาน  ยืนกระต่ายขาเดียวว่าเป็นปูชนียสถาน  ถ้าไม่ได้คืนไปแล้วจะขาดใจตาย  เป็นเรื่องสำคัญทางจิตใจของเขมรเหลือเกิน  เมื่อไทยยึดเอาเขาพระวิหารมาไว้  เขมรขึ้นไปกราบไหว้บูชาไม่ได้  เขมรจะดิ้นตายเสียให้ได้  คนทั้งโลกก็เห็นใจ  เขมรก็ชนะคดีไป  

นี่เป็นเหตุหนึ่ง  และผมอยากจะกล่าวด้วยว่า  นายกัสซิ่ง ผู้แทนของอูถั่นที่มาประเทศไทยและประเทศเขมรเพื่อดูสถานการณ์นั้น  ก็หลงเชื่อสีหนุตลอดมา  เข้าใจมาตลอดว่า  เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมรแล้วตกมาอยู่แก่ไทย

นายกัสซิ่งเพิ่งมารู้ความจริงในเมืองไทยนี้เอง  โดยมีผู้บอกว่า  เขาพระวิหารไม่ใช่ปูชนียสถาน  เป็นแต่เพียงปราสาทร้าง  เป็นเทวสถาน  เป็นสถานของศาสนาหนึ่ง  ซึ่งเขมรก็ไม่ได้นับถือแล้ว  และคนไทยก็มิได้นับถือในทุกวันนี้  นายกัสซิ่งเพิ่งจะมารู้เหตุการณ์นั้นในประเทศไทย  แต่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในต่างประเทศอีกมาก  ผมเข้าใจว่ายังไม่รู้   แมะเมื่อสีหนุได้ใช้กลลวงโลกมา  โดยอ้างว่าเป็นความเดือดร้อนทั้ง ๆ ที่ไม่มีความเดือดร้อน  โดยวิธีอ้างว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถาน  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความหมายในทางเป็นปูชนียสถาน   เพราะเขมรทุกวันนี้ก็นับถือศาสนาพุทธ  ด้วยเหตุเหล่านี้  สีหนุจึงต้องทำพิธีต่อไป  เพื่อสนับสนุนความเท็จของตนที่ได้กล่าวมาแล้ว

เป็นธรรมดาครับ  คนโกหกนั้นถ้าลงโกหกหนหนึ่งแล้ว  จะต้องโกหกต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด  เพราะความเท็จนั้นย่อมนำไปสู่ความเท็จใหม่  และความเท็จใหม่ก็นำไปสู่ความเท็จใหม่ ๆ ต่อไปอีก

เพราะฉะนั้นที่ท่านสีหนุจะแสดงการไต่เขาชั้นยอด เอาพระสงฆ์องค์เจ้ามาลำบาก  เอามหาดเล็กข้าหลวงตามเสด็จ  อาจจะตกเขาคอหักตายกันหมดได้ครั้งนี้  ก็เพื่อว่าจะโกหกคนทั้งโลกต่อไปว่า  เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานสมดังที่ตนได้กล่าวไว้แล้ว"

จาก “เพื่อนนอน” วันที่๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๕



 
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:50

นางอัปสรา กำลังถูกทำลายด้วยมือนักท่องเที่ยว ผมเคยไปถกเขมรนานแล้ว เห็นอัปสรานั้นงามชดช้อย องค์ที่ประดับตามซุ้มประตูก่อนถึงตัวปราสาทก็ไม่มีใครแตะต้อง ส่วนนางอัปสราที่อยู่บนชั้นปรางค์ประธาน นั้นถูกย้ำยี ด้วยกระแสความเชื่อมากมาย สัมผัสจับต้องกันทุกวัน วันละเป็นร้อยๆคน อีกหน่อยคงเป็นมะเร็งแน่
นางอัปสรในค.ห. 210 อยู่ที่ไหนกันหนอ   เธอถึงรอดมือนักท่องเที่ยวมาได้
กระทู้ร้อนมากค่ะ  วิ่งเร็วจี๋
รอฟังท่านอื่นๆคุยบ้าง   คอแห้งแล้ว

อัปสราองค์เดียวกันแน่เลย แต่มองด้านตรง ที่นครวัดแน่นอน สะโพกผาย ท้องงามครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 16:56

ปราสาทพระวิหาร หรือ Temple of Preah Vihear


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30433

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 08 เม.ย. 11, 20:05

      ศาลโลกใช้เวลา  3 ปี ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียงเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน  พ.ศ. 2505 ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อของกัมพูชา คือ
       1. ราชอาณาจักรไทย มีพันธะที่จะต้องถอนหน่วยทหารที่ได้ส่งไปตั้งประจำ ณ บริเวณสิ่งหักพังของปราสาทพระวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ.2497
        2. อำนาจอธิปไตยแห่งดินแดนเหนือปราสาทพระวิหาร เป็นของราชอาณาจักรกัมพูชา”

        หลังจากการพ่ายแพ้คดี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สั่งให้ปิดทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารที่อยู่ในเขตแดนไทยเพื่อเป็นการตอบโต้ เพราะด้านหน้าและทางขึ้น-ลงของปราสาทเขาพระวิหารนั้นอยู่ทางฝั่งประเทศไทย
        แต่ผลงานของพระเจ้าสีหนุในครั้งนั้น   ก็ยังมีผลต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน     มีท่าทีว่ายังไม่จบลงง่ายๆ
        นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราควรจะรู้จักท่านบ้าง  เพราะการไม่รู้"ความเป็นมา"ในอดีต   ก็จะทำให้เราไม่รู้"ความเป็นไป" ในอนาคตเช่นกัน

       ถ้าหากว่าโบราณสถานจัดระดับชั้นได้เหมือนเทวดาบนชั้นฟ้า    ปราสาทพระวิหารก็เป็นเทพระดับผู้น้อย  ขณะที่นครวัดเป็นจอมเทพ      เป็นหน้าตาทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่   เป็นความภูมิใจของอาณาจักรเล็กๆในเอเชียอาคเนย์ที่แสดงออกต่อชาวโลก   
       อย่างไรก็ตามนครวัดเป็นปราสาทหิน  เคลื่อนไหวพาไปไหนไม่ได้    จำลองไปก็ได้แต่เป็นครั้งคราว และไม่มีทางว่าจะโอฬารเหมือนของจริง     ต้องอาศัยนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมกันเอง      ดังนั้น   ก็ต้องมีอย่างอื่นควบคู่กับนครวัด ที่นำออกโชว์ชาวโลกได้ง่ายกว่า    และนำความภูมิใจมาให้ควบคู่กัน     
       สิ่งนั้นคืออัปสรา  รูปสลักนางอัปสรที่เรียงรายแทบนับไม่ถ้วนบนปราสาทหินแห่งนี้  เป็นภาพสตรีงามในเครื่องแต่งกายและอิริยาบถร่ายรำต่างๆสารพัด แบบน่าตื่นตาตื่นใจ   พระเจ้าสีหนุก็มองเห็นข้อนี้เช่นกัน   เพราะพระองค์เป็นศิลปินเต็มตัว     ผลงานก็เห็นได้จากภาพข้างล่างนี้ค่ะ
 
       


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16 17 ... 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง