เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 26
  พิมพ์  
อ่าน: 116246 ละครในราชสำนักสยามไปสู่ราชสำนักเขมร
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:37

เมื่อเริ่มรัชกาลสมเด็จพระนโรดมสีหนุ รัฐบาลวีซีอ้างความจำเป็นทางเศรษฐกิจที่จะตัดทอนงบประมาณของละครพระราชทรัพย์ที่พระนางกุสุมะทรงกำกับอยู่ลงทั้งหมด กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงตัดสินพระทัยโดยทันทีที่จะจ่ายเงินจำนวน๖๐๐เรียล สำหรับเงินเดือนพวกละครเหล่านี้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เอง การกระทำของพระองค์ต่อพระราชมารดาได้ส่งผลตอบแทนอันล้ำค่าในกาลข้างหน้า

หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง สมเด็จพระนโรดมสีหนุไม่ใช่เด็กแล้ว ทรงเป็นกษัตริย์หนุ่มชาตินิยมรุนแรง และทรงเป็นเจ้าบทบาท ไม่ยอมนิ่งเฉยเป็นเจว็ดในฐานะพระประมุขแห่งชาติดังที่ฝรั่งเศสต้องการ แต่ทรงมาสวมบทนักการเมืองในแทบจะทุกเรื่องที่สามารถจะนำพาราชอาณาจักรเขมรไปสู่การยอมรับในสังคมโลก ทรงออกรับรองแขกบ้านแขกเมืองที่ไปมาหาสู่ด้วยพระองค์เองราวกับเป็นประธานาธิบดี

สถานการณ์ของโลกหลังสงครามเพียงแต่ระงับความเลวร้ายลงชั่วคราว ความขัดแย้งใหม่กำลังคุกรุ่นขึ้น ประเทศอาณานิคมหลายแห่งลุกจับอาวุธขึ้นต่อสู้เจ้าอาณานิคม ส่อแนวโน้มว่าในที่สุดแล้วอังกฤษและฝรั่งเศสอาจต้องปล่อยบรรดาเมืองขึ้นให้เป็นอิสระ แต่คนเขมรไม่ต้องการให้ประเทศของตนไปรวมอยู่กับญวนเป็นโคชินไชน่า เหมือนพม่าซึ่งอังกฤษจับบรรดาอดีตราชอาณาจักรน้อยใหญ่ที่เชื้อชาติวัฒนธรรมต่างกันไปรวมไว้ จนเป็นปัญหามาจนทุกวันนี้  ในขณะเดียวกัน เขมรก็ไม่ต้องการภาพพจน์การเป็นเบี้ยล่างของไทยด้วย

ผมเอาข้อความเล็กๆตอนนี้มาลงให้อ่านดู


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:39

คำแปล

ทฤษฎีที่ว่านาฏศิลป์สยามได้รับอิทธิพลมาจากเขมรได้รับการเสริมด้วย(ข้อเขียน)ของนายแมคโดนัล (ข้าหลวงใหญ่ของสหราชอาณาจักรประจำอุษาคเนย์ 2491) ผู้ซึ่งกษัตริย์นโรดมสีหนุทรงร่ายยาวให้ฟังว่า คณะนาฏศิลป์หลวงของเขมรได้ถูกทอดทิ้งอย่างไรตอนที่สยามเข้ายึดพระนครวัต และถูกนำตัวไปยังราชสำนักกรุงศรีอยุธยาในที่สุด ทรงอ้างว่า หลังจากนั้นนาฏศิลป์แบบฉบับของเขมรจึงได้รับการเบิกตัวให้เป็นที่รู้จักในสยาม  ภายใต้เครื่องแต่งกายที่นางละครหลวงจะสวมใส่เครื่องทรงแบบสยามที่หรูเลิศ  นานปีหลังจากนั้น พวกนางรำเหล่านั้นจึงได้กลับคืนสู่พนมเปญและเริ่มรื้อฟื้นนาฏศิลป์ขึ้นใหม่ ด้วยท่าร่ายรำโบราณอันศักดิ์สิทธิ์นับเนื่องมาหลายศตวรรษได้ แต่ทว่าเครื่องแต่งกายยังเป็นแบบที่นำเข้ามาจากสยามอยู่  การยอมรับของนายแมคโดนัลนี้อ้างอิงเอกสารของกษัตริย์สีหนุที่ยังมีข้อขัดแย้ง ในเรื่องเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ ระหว่างอิทธิพลเขมรและสยาม

ในระหว่างรัชสมัยของพระองค์ และภายใต้การสงเคราะห์ของพระนางกุสุมะ พระราชมารดา อิทธิพลของนาฏศิลป์สยามจึงถูกเจือให้จางหายไปด้วยท่ารำที่เน้นๆว่าเป็นแบบเขมร
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:42

ข้อความตอนนี้แสดงให้เห็นว่า แม้รูปลักษณ์ละครเขมรจะดูคล้ายไทยอยู่ แต่ในรัชสมัยของสมเด็จพระนโรดมสีหนุ เขมรก็พยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของเขมรแท้ให้ปรากฏในท่าร่ายรำ เริ่มผิดไปจากที่ถ่ายทอดมาจากราชสำนักสยามแล้ว



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:48

เรื่องนี้สมเด็จพระนโรดมสีหนุ ต้องเห็นด้วยแน่นอน เพราะต้องการสร้างความเป็นชาติ เอกลักษณ์ของชนชาติขึ้นมา จึงมีทีท่าที่จะทรงเห็นด้วยทั้งปวง จำได้ว่าหลายปีก่อนรัฐบาลกัมพูชา ออกประกาศให้ชาวบ้านเลิกก่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีสถาปัตยกรรมอย่างประเทศไทย ให้หันมาสร้างเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอย่างเขมรกันแทน  และในไทยเองจำได้ว่า รูปหลังธนบัตรฉบับละ ๕๐๐ บาทแบบเก่า ก็มีลักษณะปราสาทหิน วัฒนธรรมเขมรเก่าอยู่ ต่อมาจึงได้เปลี่ยนรูปแบบและรุ่นใหม่ขึ้นแทน  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:50

แล้วความพยายามของเขมรมามาถึงจุดสำเร็จที่สำคัญ

สมเด็จพระนโรดมสีหนุ ทรงมีพระราชธิดากับเจ้าจอม อดีตตัวชูโรงของละครพระราชทรัพย์พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าพระนางนโรดม บุปผาเทวี

พระนางบุปผาเทวีทรงเกิดมาเพื่อวงการละครเขมรโดยแท้ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์แล้วที่ทรงสนพระทัยแต่จะร่ายรำ จึงทรงเป็นหลานรักองค์โปรดของสมเด็จย่า ทรงนำไปประทับอยู่ด้วยกัน แวดล้อมด้วยศิลปินระดับครูในคณะนาฏศิลป์แห่งราชสำนัก เพียงพระชนษาได้๕ขวบก็สามารถออกโรงเป็นดาวเด่นยามพระราชบิดาทรงมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนยังพระราชสำนักได้แล้ว

แต่เดิม ก็ทรงร่ายรำตามแบบฉบับที่ยังโต้เถียงกันว่าเป็นเขมรหรือสยามอยู่



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 20:58

เมื่อทรงจำเริญวัยขึ้นเป็นสาว พระนางกุสุมะก็ทรงชุบชีวิตนางอัปสราขึ้นมาร่ายรำใหม่โดยอาศัยพระสรีระและจิตวิญญาณของพระนางบุปผาเทวี หลานสาวผู้สูงศักดิ์นั่นเอง

พระนางกุสุมะทรงเติมเต็มประวัติศาสตร์นาฏศิลป์เขมรที่หายไปแต่ครั้งพระนครวัตล่มสลาย มาให้พระโอรส สมเด็จนโรดมสีหนุ นำไปใช้ประโยชน์ระหว่างการโฆษณาชวนเชื่อกับชาวโลกว่า นาฏศิลป์สยามคือนาฏศิลป์เขมรที่ถูกคนไทยกวาดต้อนไปแล้วอำว่าเป็นของตน
แต่ก่อนแต่ไรมา ฝรั่งจะดูไม่ออกว่าเขมรกับไทยมีท่ารำ หรือขับร้องต่างกันอย่างไร เห็นแต่เครื่องแต่งตัวที่แม้จะคล้ายกัน แต่ก็ดูได้ไม่ยากว่าของใครสวยกว่า อลังการกว่า จะว่าไทยเอาอย่างเขมรรึ เขมรก็มีท่าร่ายรำไม่เหมือนกับหลักฐานที่นครวัตเลยแม้แต่ชุดเดียว แต่พอระบำอัปสราปรากฏกายร่ายรำออกมา ฝรั่งจึงเข้าใจโดยง่ายว่านี่เป็นศิลปวัฒนธรรมแบบเขมรแท้แน่นอนไม่ได้ลอกเลียนไทยมาแน่ เพราะนางอัปสราในภาพแกะสลักหินก็รำอย่างนี้  ระบำอัปสราจึงกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของนาฏศิลป์เขมรอันเก่าแก่สืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณกาลไปในบัดดล ทั้งๆที่เพิ่งจะคิดท่ารำขึ้นมากันสดๆไม่นานนี้ก็ตาม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 21:09

สมเด็จนโรดมสีหนุ ทรงใฝ่พระทัยในการนำเสนอระบำอัปสรา ซึ่งร่ายรำโดยพระนางบุปผาเทวี พระราชธิดาในทุกโอกาส รายชื่อVVIPที่เคยทอดพระเนตรหรือมีโอกาสชมระบำนี้ ทั้งในและนอกประเทศเขมร ส่วนหนึ่งก็คือ ประธานาธิบดีไอเซนฮาวเวอร์ เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตและลอร์ดสโนวดอน พระราชสวามี ดยุคและดัชเชสแห่งเคนท์ นายพลติโตแห่งยูโกสลาเวีย ประธานาธิบดีเนหรูแห่งอินเดีย นายกรัฐมนตรี จูเอนไล ประธานาธิบดีซูการ์โนแห่งอินโดเนเซีย ประธานาธิบดีซาลส์ เดอ โกล์แห่งฝรั่งเศส และแจกเกอรีน เคเนดี้ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอเมริกา

ไม่ต้องสงสัย บรรดาผู้ที่มีอิทธิพลของโลกทั้งหมดนี้จะชื่นชมสิ่งที่กษัตริย์เขมรจัดให้พระราชธิดามาร่ายรำเป็นเกียรติเฉพาะตนเพียงใด และพร้อมที่จะรับทุกข้อมูลที่เจ้าภาพต้องการจะให้รับรู้ ระหว่างการแสดง บางคนก็เชื่อมั่นถึงกับนำไปขยายความต่อดังบทความที่ผมแปลมาให้อ่าน



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 21:13


ผลทางการเมืองระหว่างประเทศที่เขมรได้รับในทางอ้อมก็เป็นไปอย่างน่าพอใจ ดูเหมือนเขมรจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามความต้องการ แต่การเมืองในประเทศกลับไม่เข้าใครออกใคร ในที่สุดเจ้าสีหนุ(เรียกแบบไทยๆ)ที่พยายามจะรวบอำนาจการปกครองไว้ภายใต้พระองค์เพียงผู้เดียวก็โดนทหาร โดยนายพลลอนนอลปฏิวัติด้วยข้อกล่าวหาว่าพระองค์บ้าๆบอๆ อะไรทำนองนี้ ถ้าใครสูงวัยพอที่จะเคยเห็นหนังข่าวเกี่ยวกับเจ้าสีหนุสมัยหนุ่มๆ จะเห็นพระกิริยาท่าทางของพระองค์เสมือนนักแสดง ทั้งการจีบปากจีบคอพูดและท่าทางประกอบ ดูรุกรี้รุกรนชอบกลอยู่ ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลา ได้ดูหนังข่าวของยูซิสเรื่องหนึ่งที่โรงเรียนฉายให้ดูประมาณปีสองพันห้าร้อยต้นๆ เรื่องพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่รื้อฟิ้นขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงพนมเปญ ครั้งนั้นพระโคตื่นคน วิ่งเตลิดเอาไม่อยู่ ในที่สุดต้องใช้พวกข้าราชการมาช่วยกันลากคันไถแทน เจ้าสีหนุก็เลยทรงนอกบท ถอดฉลองพระองค์ชั้นนอกออก เหลือแต่เสื้อกล้าม เสด็จลงมาจับคันไถเอง เดินลุยโคลนยิ้มโบกมือโบกไม้กับประชาชนเบิกบาน คนเขมรชอบอกชอบใจกันใหญ่ แต่ดูแล้วก็เหมือนนักการเมืองไทยกำลังหาเสียงอย่างไงอย่างงั้น


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10732



ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 21:34

จำได้ว่ามีคำถามกวน ๆ ที่เด็กถามกันอยู่คำถามหนึ่ง

ถาม : สีอะไรคนไทยเกลียดที่สุด

ตอบ : ก็สีข้างบนที่คุณนวรัตนพูดถึงนั่นแหละ

เหตุผล :  กรณีปราสาทเขาพระวิหาร

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 21:36

เจ้าสีหนุเสด็จหนีไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นอยู่ที่เมืองจีน
เขมรเริ่มเข้าสู่กลียุค

ไม่นานเขมรแดงก็เริ่มก่อหวอดและใหญ่ขึ้น รัฐบาลลอนนอลไม่อาจต้านทานได้ ในที่สุดเขมรแตก สงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างคนเขมรด้วยกันถึงจุดเดือด เขมรแดงทำลายศิลปวัฒนธรรมของชาติหมดสิ้น ฆ่าเพื่อนร่วมแผ่นดินที่มิใช่ฝ่ายตนไปเป็นล้าน ประชาชนชาวเขมรนับแสนคนหนีตายทะลักเข้าไทยตลอดแนวชายแดน สหประชาชาติต้องมาเปิดค่ายผู้อพยพในแผ่นดินไทยให้ชาวเขมรได้พำนักอยู่หลายปี

ในค่ายผู้อพยพเขาอีด่าง อำเภออรัญประเทศ อันเป็นค่ายใหญ่ที่สุดมีคนเขมรรวมกันอยู่หลายหมื่น พวกเขาพยายามดำรงชาติให้อยู่ต่อไปด้วยการสอนภาษาเขมร และถ่ายทอดวัฒนธรรมให้เด็กๆ
ที่นั่น พระนางบุปผาเทวี ในสภาพที่ไม่ต่างกับชาวบ้าน ได้อุทิศเวลาทั้งหมด ถ่ายทอดวิชาการละครให้กับเยาวชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 21:48

ขอแทรกนิดครับ เมื่อสองปีที่ผ่านมา กษัตริย์นโรดมสีหมุนี พร้อมด้วยองค์หญิง บุปผา เทวี เสด็จไปยังโรงละครเพื่อชมการแสดงของ Sam Savin และเหล่านักแสดงครับ




บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 22:00

จะว่าไป กษัตริย์เขมรแทบทุกพระองค์ทรงมีเลือดศิลปินการลครเข้มข้น สมเด็จนโรดมสีหมุนีก็เป็นนักบัลเลต์เก่า เรื่องระบำรำฟ้อนละก็ ทรงโปรดมาก


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30584

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 22:12

เกิดไม่ทันเจ้าสีหนุตอนท่านยังทรงหนุ่มอยู่  มาเห็นในยูทูปก็รู้สึกว่าท่านทรงหล่อพอเป็นพระเอกได้    แต่เมื่อดิฉันโตเรียนชั้นมัธยม เจ้าสีหนุอยู่ในวัยกลางคนแล้ว   พระวรกายสมบูรณ์ เลยดูว่าท่านอ้วนเตี้ย     แต่กระฉับกระเฉงรวดเร็วแบบ hyperactive   อย่างที่ท่าน NAVARAT เรียกว่าลุกลี้ลุกลนน่ะใช่เลย    
เวลาเสด็จมาพบคนสำคัญทางฝ่ายไทย   กล้องทีวีจับเห็นท่านทักทายแบบฝรั่งเศส คือจับไหล่และจุ๊บแก้มผู้ชายด้วยกัน     แต่ก็มีหลายครั้งท่านก็เขย่ามือแรงๆหลายครั้งกว่าจะปล่อย   หน้าตายิ้มแป้นดีอกดีใจ    ท่านไม่ใช่คนวางฟอร์ม    ดูเป็นกันเองเอามากๆ ไม่เคยเห็นประมุขชาติไหนที่มีบุคลิกซ้ำกับท่าน   ส่วนใหญ่จะวางภูมิให้รู้ว่าฉันใหญ่
เจ้าสีหนุเป็นประมุขของต่างชาติที่คนไทยเห็นบ่อยกว่าเพื่อน      จำได้รางๆว่าท่านมาประเทศไทยหลายครั้ง  ผู้ใหญ่เล่าว่าท่านเคยลี้ภัยการเมืองหรือว่าทรงหลบมากู้ชาติ หรืออะไรสักอย่างในประเทศไทยนี่เองก่อนจะกลับไปกัมพูชา   แล้วก็มีเรื่องเสด็จมาเยือนในฐานะแขกเมืองหรือแขกรัฐบาล หลายครั้ง    เมื่อเกิดกรณีเขาพระวิหาร  ไทยเป็นฝ่ายแพ้   คนไทยเลยไม่ชอบท่าน   แต่คนเขมรในยุคของท่านรักและเคารพท่านมาก
ทราบมาว่าท่านทรงเป็นศิลปิน  มีผลงานด้านแต่งเพลง เป็นที่นิยมในพนมเปญ
 
คลิปนี้มีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส  แปลเป็นไทยว่า เก้าชีวิตของเจ้านโรดมสีหนุ ค่ะ  เปิดดูไปก็จะเห็นลีลาและบุคลิกของท่าน ตั้งแต่หนุ่มจนแก่

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 22:16

ตัวจริงมากระแอ้มๆข้างหลืบหลายครั้งแล้ว
ก่อนเข้าโรง เอาภาพค่ายเขมรอพยพที่เขาอีด่างมาให้ดู

คนเขมรก็ฆ่าเวลาด้วยการละเล่นพื้นบ้านตามถนัด ให้หายคิดถึงบ้าน
โรงเรียนก็มีมากแห่ง บางแห่งก็สอนการร่ายรำที่ไม่เหมือนกับละครหลวงที่พระนางบุปผาเทวีทรงสอนเสียทีเดียว

คราวหน้า ผมจะสลับฉากว่า หลังนาฏศิลป์เขมรรอดพ้นจากการทำลายล้างของเขมรแดงแล้ว เขากลับขึ้นสู่เวทีโลกได้อีกอย่างไร




บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10732



ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 06 เม.ย. 11, 22:39

ความเชื่อในเรื่องการแต่งงานในตระกูลที่ใกล้ชิดกันของราชวงศ์กัมพูชาโดยสายเลือดนั้นก็เพื่อรักษาตระกูลของตนเองไว้ โดยราชนิกูลนโรดม หรือราชนิกูลศรีสวัสดิ์มักแต่งงานในราชนิกูลเดียวกัน แม้นายพลลอนนอล จะเคยตำหนิว่า “เจ้าสีหนุทรงเป็นบ้า” เพราะการแต่งงานในตระกูลที่ใกล้ชิดกัน แต่ก็มีนายแพทย์ประจำราชสำนัก (นายแพทย์อาร์มังค์ริช) ยืนยันตรงกันข้ามว่า กษัตริย์เขมรนั้นมีการเปลี่ยนสายเลือดใหม่ในตระกูลของพระองค์เพราะการรับเอาคนสามัญชนมาเป็นนางสนม

“ข้าพเจ้าได้ใช้หลักนี้ แล้วเจ้าหญิงบุปผาเทวี พระธิดาของข้าพเจ้าก็เป็นผลผลิตของการที่ข้าพเจ้าได้จากนางสนมที่เป็นนางละครรำประจำราชสำนัก”

พระบิดาของเจ้าสีหนุทรงเป็นครูดนตรีในราชสำนัก สามารถเล่นขลุ่ย แซ็คโซโฟน และเขียนโน้ตเพลงได้ ท่านชอบงานด้านบันเทิงศิลป์ แม้ว่าท่านปู่ (เจ้าชายสุธารส) ทรงเป็นนักปรัชญาฝ่ายพุทธศาสนา เป็นนักภาษา พระบิดาจึงอยากให้เจ้าสีหนุเรียนไวโอลิน “เพื่อให้วงออเคสตร้าน้อย ๆ ในครอบครัวได้ครบวง” แต่เจ้าสีหนุนั้นกลับชอบเล่นแซคโซโฟนและคลาริเนตมากกว่า

ในราชสำนักกัมพูชาได้มีการรำละครหลวง โดยมีแบบอย่างการร้องรำและมีการนำครูละครรำมาจากราชอาณาจักรสยาม พระเจ้ามณีวงศ์ (คุณตา) จึงทรงแต่งบทเพลงบรรเลงประกอบละครหลวง เพื่อ “กลับทำให้เป็นเขมร”

จากบล็อกของคุณศรีวิไล นิวัชระ

http://www.oknation.net/blog/nn1234/2009/12/16/entry-1

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13 14 ... 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง