เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 38532 สอบถามเรื่องหลักการเขียนและอ่านวันในแบบจันทรคติครับ
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 30 มี.ค. 11, 15:45

     ได้อ่าน คคห. 11 ของ อ. เพ็ญชมพู ที่บอกว่า "การเรียกชื่อเดือนมีอีกวิธีหนึ่งคือโดยเรียกตามตำแหน่งดวงจันทร์ กับกลุ่มดาวฤกษ์ ๑๒ กลุ่ม  คือ พระจันทร์เต็มดวง
ณ ตำแหน่งกลุ่มดาวใด ก็จะนำชื่อกลุ่มดาวนั้นมาเป็นชื่อเดือน" แล้วอาจจะมีหลายๆ ท่านงุนงงสงสัย  เพราะไม่คุ้นเคยหรือรู้จักชื่อเดือนเหล่านั้นเอาเสียเลย
     ชื่อเดือนต่างๆ ที่ อ. เพ็ญชมพู ยกขึ้นมาเป็นชื่อ เดือนของ กลุ่มดาว "นักษัตรฤกษ์"  โดยอาศัยดูจากดวงจันทร์ว่าเสวยฤกษ์ใดก็นำเอาชื่อของกลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์นั้น
มาตั้งเป็นชื่อเดือน (ตั้งแต่เดือน ๑-๑๒)  กลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์มีอยู่ทั้งหมด 27 กลุ่ม ครับ ไม่ใช่ 12 กลุ่ม

     ยังมีกลุ่มดาวอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลุ่มดาว "นักษัตรบท" มีอยู่ทั้งหมด 12 กลุ่ม   
     เดือนใดที่เรามองจากโลกออกไปยังจักรวาล  และแลเห็นดวงอาทิตย์ (โลก) โคจรกระทบขอบวงของกลุ่มดาวนักษัตรบทใด  เราก็นำรูปร่างลักษณะของกลุ่มดาว
นักษัตรบทนั้นมาเรียกเป็นชื่อเดือน  (โหรแยกกลุ่มดาวนักษัตรบทนี้ออกเป็น 12 ราศีๆ ละ 30 องศา)  ซึ่งกลุ่มดาวนักษัตรบทประจำราศีมีดังนี้

     ๑. ราศีเมษ          รูป แกะ                                                ๗. ราศีตุลย์          รูป ตาชั่ง
     ๒. ราศีพฤษภ       รูป โคผู้                                                ๘. ราศีพิจิก           รูป แมงป่อง
     ๓. ราศีเมถุน        รูป คนคู่                                                ๙. ราศีธนู            รูป คันศร,  คนน้าวศร
     ๔. ราศีกรกฎ        รูป ปู                                                  ๑๐. ราศีมังกร         รูป มังกร
     ๕. ราศีสิงห์         รูป สิงโต                                               ๑๑. ราศีกุมภ์         รูป คนเทินหม้อน้ำ, หม้อน้ำ
     ๖. ราศีกันย์         รูป นางสาว                                            ๑๒. ราศีมีน           รูป ปลา

     
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1432


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 30 มี.ค. 11, 17:23

เรียนถามนะคะ  ยิงฟันยิ้ม

๑ = เดือนอ้าย  ๒ = เดือนยี่  ๓ = เดือน ๓...
ตรงกับเดือนในปัจจุบัน คือ ๑ = เดือนมกราคม ๒ = เดือนกุมภาพันธ์ ...หรือไม่คะ
แล้วปีที่เป็นอธิกมาศ มีเดือน ๘ สองหน จะให้ชื่อว่าเป็นเดือนสิงหาคม ซ้ำกัน ๒ เดือน เหรอคะ  ฮืม

เรื่องการนับเดือนอ้าย  เดือนยี่  แบบไทยนั้นคงเป็นไปตามที่หลายท่านได้ช่วยกันอธิบายไว้ข้างต้น

ส่วนที่ตรงกับเดือนในปัจจุบัน คือ ๑ = เดือนมกราคม ๒ = เดือนกุมภาพันธ์ นั้นเป็นการนับโดยอนุโลมตามแบบการนับเดือนแบบสากล  ที่เราเริ่มใช้เดือนมกราคมเป็นเดือนที่ ๑ ของปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔  แต่การนับเดือนแบบนี้มีใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ พร้อมกับการใช้รัตนโกสินทรศก  ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ร.ศ. ๑๑๐  ซึ่งเลิกใช้วันข้างขึ้นข้างแรมแบบเก่ามาใช้วันที่ตามแบบปฏิทินสากล  แต่ครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้วันที่  ๑  เมษายน  เป็นวันขึ้นปีใหม่  และได้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อเดือนเป็นตัวเลขตามลำดับดังนี้
 
๑ = เมษายน
๒ = พฤษภาคม
๓ = มิถุนายน
๔ = กรกฎาคม
๕ = สิงหาคม
๖ = กันยายน
๗ = ตุลาคม
๘ = พฤศจิกายน
๙ = ธันวาคม
๑๐ = มกราคม
๑๑ = กุมภาพันธ์
๑๒ = มีนาคม

ถ้าอ่านเอกสารเก่าก่อน พ.ศ. ๒๔๘๔  แล้วพบตัวย่อชื่อเดือน  ต้องเข้าใจว่าเป็นลำดับเดือนตามที่ยกมาข้างต้น 
แต่ถ้าเป็นตัวย่อเดือนนับแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นต้นมา  ต้องเริ่ม ๑ = มกราคม  ๒ = กุมภาพันธ์  ไปตามลำดับจนถึง ๑๒ = ธันวาคม  เพราะปี พ.ศ. ๒๔๘๓ นั้นมีเพียง ๙ เดือน คือ มกราคม - ธันวาคม  พอถึงมกราคม  ก็เปลี่ยนเป็น พ.ศ. ๒๔๘๔ แล้ว

เรื่องการเปลี่ยนปีแบบเก่ากับแบบใหม่นี้  กำลังเป็นปัญหาสำคัญของการฉลอง ๑๐๐ ปีของหน่วยราชการหลายแห่ง  หากไม่คำนึงถึงการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ แล้ว  การนับอายุจะผิดไปถึง ๑ ปีเต็มเลยทีเดียว  ตัวอย่างเช่น วันก่อนดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งอ้างว่า กรมศิลปากรจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปีในวันที่  ๒๗  มีนาคม ๒๕๕๔  แต่เมื่อตรวจสอบจากประกาศพระบรมราชโองการซึ่งลงวันที่  ๒๗  มีนาคม  ร.ศ. ๑๓๐ ให้ยกงานโยธาจากจากกระทรวงโยธาธิการมารวมกับงานประณีตศิลป์  กระทรวงนครบาล  และงานพิพิธภัณฑ์จากกระทรวงธรรมการ  มารวมจัดเป็นกรมศิลปากร  กระทรวงวังตั้งแต่วันที่  ๑  เมษายน  ร.ศ. ๑๓๑ เป็นต้นไป  หากนับกันอย่างปัจจุบัน  พระบรมราชโองการดังกล่าวจะออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๔  ในขณะที่กรมศิลปากรเพิ่งเริ่มจัดตั้งในวันที่  ๑  เมษายน  พ.ศ. ๒๔๕๕  แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นพระบรมราชโองการออกมาก่อนที่จะจัดตั้งกระทรวงศึกษาธิการเพียง ๔ วันเท่านั้น   
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 30 มี.ค. 11, 17:51

     "เพราะปี พ.ศ. ๒๔๘๓ นั้นมีเพียง ๙ เดือน คือ มกราคม - ธันวาคม  พอถึงมกราคม  ก็เปลี่ยนเป็น พ.ศ. ๒๔๘๔ แล้ว"
     ผมแก้ไขข้อความข้างต้นแทนคุณ V_Mee ดังนี้นะครับ
     "เพราะปี พ.ศ. ๒๔๘๓ นั้นมีเพียง ๙ เดือน คือ เมษายน - ธันวาคม ดังนั้นเดือน มกราคม - มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงไม่มี"
     ขออภัยด้วยครับ.
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 30 มี.ค. 11, 18:37

     อ่านข้อความของคุณ V_Mee ย่อหน้าสุดท้ายแล้วอยากจะเสริมว่า   การอ่านเอกสารโบราณที่บ่งบอก วัน-เดือน-ปี เอาไว้ แล้วจะคำนวณกลับมาเป็น วัน-เดือน-ปี ของ
เวลาปัจจุบันเป็นงานสุดหินนะครับ  ไม่ใช่งานง่ายๆ
     นอกจาก พ.ศ. ๒๔๘๓ ที่มีอยู่แค่ ๙ เดือนแล้ว  ถ้าเอกสารนั้นเก่าแก่กว่า พ.ศ. ๒๑๒๕ เราจะต้องระวังอีกด้วยว่า เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๑๒๕ นั้นมีอยู่เพียง ๒๑ วันเท่านั้น
ปฏิทินสากลที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกขณะนี้เป็นปฏิทินแบบเกรกอเรียน  ซึ่ง พระสันตะปาปา เกรกอรี่ ที่ ๑๓ ทรงคิดคำนวณขึ้นใช้แทนปฏิทินของ จูเลียส ซีซาร์ ดั้งเดิม ที่เรียกกันว่า
ปฏิทินแบบจูเลี่ยน   และเอกสารโบราณของเราก่อนกรุงรัตนโกสินทร์มาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นใช้การบันทึกแบบจันทรคติทั้งสิ้น  ต้องคำนวณกันถึงสามระดับทีเดียว  นอก
จากนี้ยังต้องตัดศักราชออกเสีย ๑ ก่อนเสมอ (ถ้าเอกสารนั้นบันทึกไว้ก่อนสมัย ร. ๕)  จะเห็นได้ว่างานนี้เปลืองสมองขนาดไหน  เรื่องเหล่านี้เคยทำให้บุคคลระดับอาจารย์เสีย
ฟอร์มมาแล้วครับ
บันทึกการเข้า
ธีร์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 54



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 31 มี.ค. 11, 14:42

ที่ท่าน willyquiz เรียกว่า กลุ่มดาว "นักษัตรบท" นั้น คนละกลุ่มกับ กลุ่มดาวนักษัตร นะครับ กลุ่มดาวนักษัตร เราใช้เรียก สัญลักษณ์ของแต่ละปีไล่ตั้งแต่ชวดถึงกุน(หรือกุญชร:ฝ่ายเหนือ)

ส่วนนักษัตรบทนั้น ส่วนใหญ่ทางโหรท่านเรียก " นักษัตรฤกษ์" ครับ ดูจากดาวอาทิตย์ยกหรือย้ายราศีเข้าราศีอะไรก็เรียกตาม กลุ่มดาวราศีนั้นๆไป

ส่วนชื่อเดือนต่างๆนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ องค์ผู้ให้กำเนิดชื่อเดือนทั้ง ๑๒ เดือน ครับผม ทั้งยังทรงประปรีชา ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ เรียกว่า เทวะ

ประติทิน อีกด้วย  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
LOFT
อสุรผัด
*
ตอบ: 11


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 31 มี.ค. 11, 14:44

ขอบพระคุณทุกท่านมากเลยนะครับ ผมได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลยครับ และก็สนุกับการเขียนวันไทยๆ ด้วย ฮร่าๆๆๆ  ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ทุกๆท่านเลย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10771



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 31 มี.ค. 11, 15:14

ส่วนนักษัตรบทนั้น ส่วนใหญ่ทางโหรท่านเรียก " นักษัตรฤกษ์" ครับ ดูจากดาวอาทิตย์ยกหรือย้ายราศีเข้าราศีอะไรก็เรียกตาม กลุ่มดาวราศีนั้นๆไป

ส่วนชื่อเดือนต่างๆนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ องค์ผู้ให้กำเนิดชื่อเดือนทั้ง ๑๒ เดือน ครับผม ทั้งยังทรงประปรีชา ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ เรียกว่า เทวะ

ประติทิน อีกด้วย  ยิ้ม

สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กับ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา โดยทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๔๒  พระนามเดิม ว่า "พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงษ"  ทรงสนพระทัยศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าเกี่ยวกับปฏิิทิน และโหราศาสตร์มาตั้งแต่แรก เมื่อเสด็จไปราชการต่างประเทศในยุโรป พ.ศ. ๒๔๓๐ ทรงซื้อหนังสือที่เป็นตำราโหราศาสตร์ว่าด้วยสุริยุปราคาจากกรุง เบอร์ลินมา ๑ เล่ม ภายในเล่มนี้มีแผนที่ทางสุริยุปราคาอยู่เกือบเต็มทั้งเล่ม

การที่ทรงสนพระทัยในเรื่องโหราศาสตร์นี้ อาจเป็นเพราะทรงได้รับอิทธิพลทางความคิดเกี่ยวกับโหราศาสตร์จาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็นพระราชบิดา ความชำนาญเรื่องโหราศาสตร์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ จึงต้องเกี่ยวพันไปกับการตรวจตรา ตรวจสอบดูปฏิทินด้วย เพราะต้องเรียนรู้การคำนวณ วัน เดือน ปี โดยตรง เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับปฏิทินโดยตรง จึงทำให้เกิดที่มาของชื่อเดือน ดังที่กล่าวมา

คำว่า "ปฏิทิน" ที่เราใช้ในปัจจุบัน สามารถเขียนได้เป็น "ประติทิน" ภาษาสันสกฤต หรือ "ประฏิทิน" บาลีแผลง "ประดิทิน" หรือ "ประนินทิน" ก็ได้  การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๓๘๕ ปลายสมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะนั้นปฏิทินยังคงใช้ตามแบบ "จันทรคติ" การนับ วัน เดือน ปี ถือการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก ต่อมาจึงมีวิธีนับวัน เดือน ปี ตามการหมุนเวียนของโลกรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า "สุริยคติ ประเทศไทยประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติอย่างเป็นทางราชการ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แม้เราจะใช้ปฏิทินตามสุริยคติ แต่ทางจันทรคติเราก็ยังใช้ควบไปด้วย

ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากจันทรคติที่นับตั้งแต่เดือนอ้าย เดือนยี่...ถึง เดือนสิบสอง มาเป็นแบบสุริยคติ จึงได้มีการกำหนดชื่อเดือนขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ ซึ่งนับวันและเดือนแบบสากล ขึ้นทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ ๕ จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นประเพณีบ้านเมืองตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๒ เรียกว่า "เทวะประติทิน" ที่เป็นต้นแบบปฏิทินไทยในวันนี้

สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงคิดตั้งชื่อเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงใช้ตำราจักรราศี หรือการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปี ประกอบด้วย ๑๒ ราศี ตามวิชาโหราศาสตร์มาใช้กำหนดชื่อเดือนทั้ง ๑๒ เดือน  ทั้งนี้ แบ่งเดือนที่มี ๓๐ วัน และเดือนที่มี ๓๑ วัน ให้ชัดเจน ด้วยการลงท้ายเดือนต่างกัน คือ คำว่า "ยน" และ "คม"  และเดือนที ๒๘ หรือ ๒๙ วัน ลงท้ายด้วย "พันธ์"

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานสร้างวังให้สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ บนที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อว่า วังเทวะเวสม์ ทรงเป็นต้นราชสกุล เทวกุล   ทรงสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๘ แรม ๑ ค่ำ ปีกุนเบญจศก จ.ศ. ๑๒๘๕ ตรงกับวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๖ พระชันษา ๖๖ ปี

ที่มา :  บทความเรื่อง "กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้ตั้งชื่อเดือนของไทย โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 31 มี.ค. 11, 19:31

     อ่าน คคห.ที่ 19 ของคุณธีร์แล้วต้องกลับมาชี้แจงสักหน่อยเพราะแน่ใจแล้วว่าเรามากันคนละสาย
     "กลุ่มดาวนักษัตร เราใช้เรียก สัญลักษณ์ของแต่ละปีไล่ตั้งแต่ชวดถึงกุน(หรือกุญชร:ฝ่ายเหนือ)"  ที่คุณธีร์กล่าวถึงนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมจริงๆ ไม่ทราบว่า
อ้างอิงจากตำราใด  ไฉนกลุ่มดาวนักษัตรจึงไปเกี่ยวข้องกับปีชวดถึงปีกุนได้?ฮืม?
     กลุ่มดาวนักษัตร ถ้ากล่าวลอยๆ โดยไม่มีส่วนอื่นเกี่ยวข้อง คุณธีร์จะหมายถึงกลุ่มดาวฤกษ์กลุ่มไหนครับ?   แต่สำหรับผมแล้วถ้าเอ่ยถึงกลุ่มดาวนักษัตรลอยๆ ผม
จะหมายถึงกลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์ทั้ง 27 กลุ่มทันที  ผมขออธิบายโดยใช้มโนภาพนิดหน่อยนะครับ
     ถ้าสมมติว่าเราจะแบ่งจักรวาลออกเป็นสามชั้นโดยให้เป็น ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน   กลุ่มดาวฤกษ์ชั้นนอกซึ่งมีอยู่ 27 กลุ่ม ผมเรียกว่า กลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์
ส่วนกลุ่มดาวฤกษ์ชั้นกลางซึ่งมีอยู่ 12 กลุ่ม ผมเรียกว่า กลุ่มดาวนักษัตรบท  และกลุ่มชั้นในสุดก็คือสุริยจักรวาลที่ประกอบด้วยดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์บริวารทั้งปวง
(ขอให้คิดเป็นมโนภาพนะครับ ไม่ใช่ความเป็นจริงทางดาราศาสตร์)
     กลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มที่ผมเรียกว่ากลุ่มดาวนักษัตรฤกษ์นั้น  กำหนดโดยอาศัยดวงจันทร์โคจรผ่าน เรียกว่าเสวยฤกษ์ ดังที่ อ.เพ็ญชมพูได้กล่าวไว้แล้ว
     ส่วนกลุ่มดาวนักษัตรบท 12 กลุ่ม กำหนดโดยอาศัยดวงอาทิตย์ (โลก) โคจรผ่าน  เมื่อโคจรผ่านกลุ่มดาวนักษัตรบทกลุ่มใด  ก็นำสัญญลักษณ์ของกลุ่มดาวนั้น
มาเรียกเป็นชื่อเดือนทางสุริยคติ  ง่ายๆ อย่างนี้แหละครับไม่ซับซ้อนอะไร จะเรียกว่าย้ายเข้าราศีอย่างคุณธีร์เรียกผมก็ไม่ขัดข้อง
     ที่คุณธีร์เรียก กลุ่มดาวนักษัตร เฉยๆ มันอึมครึมเกินไป  อย่างนี้เขาเรียกว่าแทงกั๊ก ออกด้านไหนก็ถูก  หรือจะบอกว่า กลุ่มดาวนักษัตร ใช้เรียกเฉพาะสัญญลักษณ์
ของปีชวด-ปีกุนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  อย่างนี้ใช่หรือไม่?
     จากข้อเขียนของคุณธีร์ผมพอจะเข้าใจว่าเรามากันคนละด้าน  แต่ผมยอมรับความแตกต่างเสมอ  ถ้าคุณธีร์จะไขให้กระจ่างผมก็ยินดีรับฟังครับ
บันทึกการเข้า
ธีร์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 54



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 01 เม.ย. 11, 13:43

กลุ่มดาวนักษัตร ถ้ากล่าวลอยๆ โดยไม่มีส่วนอื่นเกี่ยวข้อง โดยปกติที่ศึกษาทั้งตามตำราเก่าสุดของ หลวงวิศาลดรุณกร(อั้น สาริกบุตร)ครับ จะยึดเล่มนี้

เป็นหลักและ โดยทั่วๆไปถ้าพูดถึงดาวนักษัตร ก็จะหมายถึงดาว 12 นักษัตร กันอยู่แล้วนี้ครับ  ฮืม ผิดหรือครับ แนะนำด้วยครับ

ถ้าจะพูดถึงนักษัตรฤกษ์ก็จะบอกแค่ลำดับที่ของฤกษ์และชื่อฤกษ์นั้นๆเลย

ส่วนคำว่า นักษัตรบท ผมก็พึ่งจะเคยได้ยินจากท่านนี้ละครับ ขนาดอ่านตำราเรียนอักษรไทยโบราณ ที่มีตัวอย่างหลักศิลาจารึกแล้วก็ยังไม่มีกล่าวไว้

ไม่ทราบว่า คำนี้มาจากสายไหนครับ ใคร่รู้เช่นเดียวกันครับ

รบกวนคุณ willyquiz  ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 01 เม.ย. 11, 14:10

นักษัตร  ในภาษาไทย  มี ๒ ความหมาย
๑.กลุ่มดาวฤกษ์  ๒๗ กลุ่ม  ซึ่งใน ๒๗ กลุ่ม  จะมี ๑๒ กลุ่มดาวฤกษ์ที่ใช้เป็นชื่อเดือนทางจันทรคติ

๒.ตัวสัตว์ที่เป็นเครื่องหมายในรอบ ๑๒ ปีตามคติการนับปีของไทย จีน เขมร และชนชาติบางกลุ่ม
ซึ่งล้วนใช้คตินับปีแบบรอบพฤหัสบดีจักร (๖๐ ปี)  เดิมคำนี้  เป็น ภาษาเขมรมาแต่โบราณว่า
อฺนกสตฺว  แปลว่า  ตัวสัตว์ ที่เป็นเครื่องหมายปีในรอบ ๑๒ ปี  ต่อมาคำคำนี้ กร่อนลงเป็น นักสัตว
และเพี้ยนไปซ้ำรูปกับ นักษัตร ในภาษาสันสกฤต (บาลี นักขัตต) และพลอยทำให้คนที่ไม่รู้สับสนไปด้วย
คำว่า นักสัตว นี้ มีใช้ในจารึกไทยสมัยสุโขทัย อยุธยาตอนต้น อยู่บ้างก่อนจะกลายมาใช้นักษัตรเหมือนกันหมด
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 01 เม.ย. 11, 19:43

     ขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่าขิงอ่อน  คำอธิบายของคุณหลวงเล็ก ง่ายๆ สั้น กระชับ ผมแทบไม่ต้องเสริมอะไรอีกเลย  คุณธีร์กับผมกำลังคุยกันแบบ ไปไหนมาสามวาสองศอก
ทั้งวันก็ไม่เข้าใจกัน     ขณะที่ อ.เพ็ญชมพู (คคห. 11) กับผม (คคห. 15) กล่าวถึงกลุ่มดาวฤกษ์ ที่เรียกอีกอย่างว่า "กลุ่มดาวนักษัตร" ตามความหมายในข้อ ๑ ของ
คุณหลวงเล็ก    คุณธีร์ (คคห. 19) กลับกล่าวถึง ปีนักษัตร ตามความหมายข้อ ๒ ของคุณหลวงเล็ก โดยใช้คำว่า "กลุ่มดาวนักษัตร" อย่างนี้จะคุยกันไปได้ถึงไหนล่ะครับ
     ในความคิดเห็นล่าสุดของคุณธีร์เปลี่ยนมาใช้คำว่า "ดาวนักษัตร" ผมจึงมาถึงบางอ้อน่ะครับ  ผมกำลังกล่าวถึงเรื่อง "ราศีจักร" คุณธีร์กลับกล่าวถึงเรื่อง "ทักษา" แทรก
เข้ามา ผมก็เลยสับสนไปหน่อย  ขออภัยครับ
บันทึกการเข้า
ธีร์
มัจฉานุ
**
ตอบ: 54



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 02 เม.ย. 11, 14:05

 ฮืม ฮืม ฮืม  ผมพูดถึง ทักษา ตั้งแต่เมื่อไรหรือครับ งง ครับ ถ้าพูดเรื่องฤกษ์ ก็คือเรื่องของฟ้า
  ไม่กล่าวเรื่องดินครับ ผมไม่ได้พูดถึงดินเลยนะครับ ขยิบตา
ที่คุณ luanglek กล่าวนั้น ผมก็เข้าใจเหมือนที่คุณ luanglek กล่าวครับ  กลุ่มดาวฤกษ์  ๒๗ กลุ่ม  ซึ่งใน ๒๗ กลุ่ม  จะมี ๑๒ กลุ่มดาวฤกษ์ที่ใช้เป็นชื่อ

เดือนทางจันทรคติ นั้นไม่มีคำว่า เมษ พฤษภ ฯ แน่ๆครับ  ถ้ากล่าวว่า ๑๒ กลุ่มดาวที่ใช้เป็นชื่อเดือนทางจันทรคตินั้น ท่านกำหนดมี จิตรมาศ มาฆะมาส

เป็นต้นครับ

แต่ที่คุณ willyquiz  กล่าวถึง นักษัตรบท นั้น คือ ผมไม่เคยได้ยินถามท่านที่น้องๆเจ้ากรมตำราก็ไม่เคยได้ยิน

ที่ท่านกล่าวว่านั้น ท่านบอกว่า นักษัตรบทคือ ฤกษ์ชั้นกลางโดยสมมุติ ที่ผ่านฤกษ์ที่ 12 โหรไทยเล่มไหนเรียก ดาว ๑ เข้าราศีแล้วเรียกว่าฤกษ์ มีแต่

จันทร์ผ่านราศีแล้วเรียกฤกษ์ครับ คำว่าฤกษ์ที่ศึกษามาเขาใช้กับดวงจันทร์ครับ แม้แต่การให้ฤกษ์ปัจจุบันโหรบางท่านยังให้แบบ ครูโหรยัง งง

อีกอย่างดาว ๑ ผ่านเข้ากลุ่มดาว เป็นคติของ สุริยคติ มาทางลาตินครับ ถึงจะเรียก เมษ พฤษภ มิถุน ฯ ถ้าของไทยใช้ทางจันทรคติใช้ จิตรมาส วิสาข

มาส ฯ  ที่สงสัยเพราะไม่เคยผ่านตาแม้จากหนังสือ โลกธาตุ หรือสมุดข่อย หรือจากหนังสือพระราชทานเพลิงพระศพกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาท ครับ
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 02 เม.ย. 11, 16:29

     ผมนึกว่าเรื่องนี้จะยุติแล้วเสียอีก  ผมก็ขออภัยในความเข้าใจผิดของผมไปแล้ว   ผมขอให้คุณธีร์กรุณากลับไปอ่านข้อความต่างๆ ที่ได้ลงไว้อย่างช้าๆ ก็คงจะเข้าใจ
หลังจากการอธิบายครั้งนี้  ผมจะไม่โต้ตอบอะไรอีกแล้ว
     ถ้าผมจะบอกคุณธีร์ว่า ถึงแม้ผมจะมีความสามารถไม่ทัดเทียมแม้สักฝุ่นธุลีของ อ. ทองเจือ อ่างแก้ว ก็ตาม แต่ผมก็สามารถคำนวณหาวัน เวลา ของวันมหาสงกรานต์
ได้  โดยคำนวณว่าดวงอาทิตย์จะยกขึ้นสู่ราศีเมษในวันเวลาใด  คุณธีร์พอจะมองอะไรออกไหม  หรือลดลงมาอีก  ถ้าผมจะบอกว่าผมสามารถผูกดวงชะตาแบบอินทภาส-
บาทจันทร์ หรือจะเรียกว่า "ดวงพิชัยสงคราม" ได้ คุณธีร์พอมองเห็นภาพไหม  ถ้าคุณธีร์อยู่ในแวดวงโหราศาสตร์จะรู้ทันทีว่าผมหมายถึงอะไร  แต่ถ้าคุณธีร์ยังไม่รู้ผมก็
ป่วยการที่จะอธิบายต่อไปอีก
     ผมมิได้มีเจตนาที่จะยกตนข่มท่านแต่อย่างใด  แต่ความหมายของผมก็คือ ผมรู้พื้นฐานเบื้องต้นของดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ดีครับ  รู้ทั้งจากการอ่านและปฏิบัติ
ด้วยตนเอง  ผมไม่ได้อ่านเฉยๆ อย่างเดียว  ขณะที่คุณธีร์กำลังโพสท์ข้อความอยู่ที่กระทู้นี้  ผมก็กำลังโพสท์ข้อความอยู่อีกกระทู้หนึ่ง แต่เราส่งกระทู้เวลาเดียวกัน  ถ้า
คุณธีร์ไม่รังเกียจ  ลองเจียดเวลาเข้าไปอ่านบ้างก็ได้ 
     ถ้าผมทำหรือเขียนอะไรที่ทำให้คุณธีร์ขุ่นเคืองใจ  ผมขออภัยไว้ในที่นี้อีกครั้งครับ
บันทึกการเข้า
nakor
อสุรผัด
*
ตอบ: 25


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 03 เม.ย. 11, 08:38

ขอถามโดยเขลาครับ

ระบบจันทรคติ เริ่มเดือนอ้ายที่ปลายปี ประมาณธันวา แต่ทำไมโบราณถึงมีการขึ้นปีใหม่ตอนสงกรานต์ครับ ทำไมไม่ขึ้นปีใหม่ตอนปลายเดือนสิบสอง-ต้นเดือนอ้าย
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 03 เม.ย. 11, 12:52

     ตามความเห็นส่วนตัว ขอย้ำว่้าความเห็นส่วนตัว  ปีใหม่ในยุคตอนต้นของกรุงสุโขทัยคงจะเป็น วันขี้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ ซึ่งผมสันนิษฐานจากหลักศิลาจารึกหลักที่ ๑
ที่จำหลักไว้ มีใจความกล่าวถึงโดยสังเขปว่า หลังจากออกพรรษา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑)  มีการกรานกฐิน เดือนหนึ่งจึ่งแล้ว (ปัจจุบันเทศกาลกฐิน จะอยู่ราวกลางเดือน
๑๑ ถึง กลางเดือน ๑๒) มีการเฉลิมฉลองต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่ 'คนเสียดกันเข้าดูท่านเผาเทียนเล่นไฟ' ซึ่งคงจะหมายถึงวันลอยกระทง (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) หรืออาจจะ
เลยไปถึงสิ้นเดือน ๑๒ ก็เป็นได้  เป็นการฉลองสิ้นปี (อบ่างเดียวกับสมัยปัจจุบันกล่าวว่า ส่งท้ายปีเก่า)
     มีการเปลี่ยนศักราชหรือวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งในสมัยของพญาลิไท  สันนิษฐานจากหลักศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงหลักที่ ๑ ที่จำหลักว่า "...มีพระปรีชาโอฬาริก ฝ่ายผาลคุณานุต
...ศักราชที่เกินทรงแก้ให้สั้น เบา ถูกต้อง....)  "ผาลคุณานุต" คาดว่าคือต้ดเดือนสี่ให้สิ้นสุด (ผัคคุณมาส = เดือนสี่)   หมายถึงว่าทรงเริ่มต้นศักราชเสียใหม่ให้เป็น วันขึ้น ๑ ค่ำ
เดือน ๕  ซึ่งก็ใช้กันมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มาจนถึงตอนกลางของกรุงรัตนโกสินทร์
     เมื่ออิทธิพลทางตะวันตกเริ่มแพร่ขยายเข้ามา  จึงมีการเปลี่ยนศักราชหรือวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งเพื่อให้เป็นไปตามสมัยนิยมเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๒ (ร.ศ. ๑๐๘)
     และการเปลี่ยนแปลงครั้งสุดท้ายซึ่งใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔

     วันสงกรานต์ไม่ใช่วันขึ้นปีใหม่ครับ  วันปีใหม่อยู่ถัดจากวันสงกรานต์สองวัน เรียกว่าวันเถลิงศก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง