เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 24752 โคลง กลอน กาพย์ ฉันท์ ร่าย
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


 เมื่อ 15 มี.ค. 11, 22:28

     กราบคารวะท่านเจ้าเรือนและเหล่าผู้อาวุโสทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิทุกท่านจากใจจริงของสมาชิกใหม่  ปกติก็ขออ่านเพียงอย่างเดียวเพื่ิอประเทืองสติปัญญาแห่งตน  แต่อ่านมาแรมปียังไม่มีท่านผู้ใดหรือกระทู้ใดจะคลายความกระหายใคร่รู้ได้จึงจำใจต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งของเรือนไทยทั้งที่ตนเองมีความรู้น้อยซ้ำยังพิมพ์แบบสัมผัสไม่เป็นเสียอีกได้แต่จิ้มทีละตัวอักษร  ทั้งนี้ก็เพียงแต่ขอตั้งกระทู้เพื่อขอความรู้จากท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลายน่ะครับ
    ผมอยากให้ท่านที่ชำนาญในชั้นเชิงกวีช่วยประพันธ์บทกวีประเภทกลบทหรือกระทู้เป็นทานให้แก่ผู้ที่สนใจทั่วไป  สมาชิกของเรือนไทย โดยเฉพาะตัวผมเองที่เข้ามาเยี่ยมชมเพื่อไม่ให้สูญหายไปจากวงวรรณกรรมของเรา  ถ้ามีเกร็ดหรือสิ่งควรรับรู้เกี่ยวเนื่องกับกลบทหรือกระทู้นั้นๆ ก็ขอความรู้นั้นเป็นทานแก่สาธารณะด้วยครับ
     เมื่อกว่าสี่สิบปีที่แล้วขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น  คุณครูให้การบ้านเป็นโคลงกลบทอะไรก็ได้แล้วแต่ใจ  ผมนึกไปนึกมาได้ยินเพลง "บัวตูมบัวบาน" ของ อ. พร ภิรมย์ จึงนำมาตั้งเป็นโจทย์  ตั้งชื่อกลบทที่คิดขึ้นเองนี้ว่า "กลบทอักษรล้วนสลักแก้ว" แล้วส่งคุณครู  ดังนี้
                                   บัวตูมตูมเต่งตั้ง                    เตือนตา
                              ตาต่อตามเต็มตา                       ไต่เต้า
                              เต้าตูมเต่งต้องตา                       ตาตื่น
                              ตื่นเต่งตึงตุ่มเต้า                        แตะต้องตูมบัว  ฯ
                                   บัวบานบานเบียดแบ้               ใบบัว
                              บัวเบี่ยงใบบังบัว                        บู่บี้
                              บี้แบนบ่าวบีบบัว                        บัวบ่ง
                              บ่งบ่าวบุกบดบี้                          บ่นบ้าบานบัว  ฯ
     แล้วนำเพลง "รักเร่" ของคุณ มัณฑณา โมรากุล กับดอก "ชวนชม" ที่พ่อปลูกไว้หน้าบ้านมาเป็นโจทย์เพิ่มเพื่อให้ครบสี่บท
                                   รักเร่ระเร่าร้อน                     เรรวน
                              รวนระเรรารวน                          เริดร้าง
                              ร้างระร่อนรักรวน                        รวนร่วง
                              ร่วงระรุ่ยรีบร้าง                          เร่งเร้นเร่รัก  ฯ
                                   ชวนชมชวนชื่อชี้                   ชายชม
                              ชมเช่นแชเชือนชม                      เชื่องช้า
                              ช้าเชิงเชี่ยวชาญชม                      ชมชื่น
                              ชื่นเชื่อมชั้นเชิงช้า                       แช่มช้อยชมชวน  ฯ
     จากกลบทการบ้านชิ้นนี้เองที่คุณครูบอกว่าผมเป็นคนนอกตำรา ไปเอาหลักเกณฑ์มาจากไหน  ไม่มีใครเขาแต่งโคลงกันแบบนี้  ผมเลยเปลี่ยนชื่อกลบทชิ้นนี้ของผมเสียใหม่
ว่า "กลบทอักษรนอกตำรา" เสียเลย
     คำถาม :  ใครเป็นผู้กำหนดว่ากลบทจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  มีหลักฐานบ้างหรือไม่ที่ตั้งกรอบแห่งกลบทไว้  ถ้ามี อ้างอิงจากแหล่งใด
     ขอบคุณครับ.

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25921

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 09:09

คุณทำได้ ๒ อย่าง
๑ ใช้ search engine ของเรือนไทย   ดูตรงคำว่า "ค้นหา" ในแถวบนของหน้าแรก    แล้วค้นคำว่า กลบท เลือกจากห้อง ภาษาและวรรณคดี    จะมีกระทู้เก่าๆ พูดถึงเรื่องนี้
๒ อ่านกระทู้ กลโคลง

    http://www.reurnthai.com/index.php?topic=496.0
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 09:26

ผมเห็นว่า  โคลงกลบทนี้  อยู่นอกตำรา  อย่างที่อาจารย์ของคุณบอก
เพราะโคลงกลบทไม่ว่าจะมีบังคับพิเศษอย่างไร 
ก็จะไม่แต่งให้คำคำเดียวกันมารับสัมผัสในบทเดียวกัน

อย่างโคลงของคุณ ใช้คำคำเดียวกันรับส่งสัมผัสทุกบท
ถือว่าผิดฉันทลักษณ์อย่างแรง   

โคลงกลบทที่ใช้อักษรล้วนทั้งบทนั้น  คิดว่าไม่น่าจะมี
มีแต่ใช้พยัญชนะล้วนเฉพาะบาท

กลบทนั้น  ก็คือคำประพันธ์ที่แต่งตามข้อกำหนดฉันทลักษณ์
ของร้อยกรองแต่ละชนิด  และเพิ่มลักษณะพิเศษที่ทำให้แต่งได้ยาก
ขึ้นไปอีก  เช่น  แต่งใช้อักษรสลับในวรรคเดียว 
กำหนดให้คำแรกของวรรคเป็นคำสุดท้ายของวรรคด้วย
กำหนดให้ใช้แต่คำตายทั้งบท   เป็นต้น   
กลบทนั้น  ก็คือ  กลวิธีการแต่งร้อยกรองให้พิเศษยิ่งกว่าธรรมดา
แต่ไม่ได้หมายความว่า  แต่งแล้วจะไพเราะดีเสมอไป
เพียงแต่สิ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้มีความสามารถในการแต่ง
ที่มีความชำนาญในพื้นฐานการแต่งคำประพันธ์แล้ว 
ให้ประลองฝีมือกัน
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 09:51

     มีโคลงกลบทอยู่ชนิดหนึ่งชื่อว่า "ช้างประสานงา" แต่กลบทชนิดนี้กลับแยกออกเป็นสองตำราซึ่งแตกต่างกันอย่างมากโดยไม่ทราบจริงๆ ว่าชนิดใดเป็นของแท้หรือเป็นของเทียม  หรือเพียงแต่ชื่อ
มาพ้องกันเข้าโดยบังเอิญ  แต่ก่อนที่จะยกตัวอย่างมาให้เห็น  ผมขอเรียนให้ทราบก่อนว่า  ผมจะตั้งโจทย์ของผม (ชื่อเรื่อง) เป็นดอกบานชื่นเสมอ  เนื่องจากว่าโดยความเห็นส่วนตัวของผม  บานชื่น
เป็นดอกไม้ที่สะอาดหมดจด บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นจะต้องอาศัยกลิ่น (ไม่ว่าหอมหรือเหม็น) เพื่อยั่วยวน  หรืออาศัยสีสันที่ฉูดฉาดเพื่อเรียกร้อง   เปรียบดังสาวชนบทที่ใสซื่อและสะอาด  ดอกบานชื่นจึง
ประทับใจผมอยู่ตลอดมา
     เข้าเรื่องดีกว่าครับ  กลบทช้างประสานงารูปแบบแรกจะต้องตีเป็นตารางเพื่อบรรจุอักษรเป็นลักษณะของปริศนา  ผู้ที่อ่านจะต้องมีความรู้พอจึงจะอ่านได้  แต่ผมกล่าวไว้เป็นเบื้องต้นแล้วว่ามีความรู้
น้อย  แม้แต่การพิมพ์ผมยังต้องจิ้มทีละตัวอักษร   ดังนั้นผมจะวางรูปแบบไว้ตามธรรมดา  แต่จะกำหนดตัวเลขการอ่านไว้ให้  ผู้อ่านก็อ่านไล่ไปตามหมาบเลขเท่านั้น  รูปแบบมีดังนี้
                    
                    ด้วยเกี่ยวนาม ๓            ๒ (๙) นิ่ม               ๔ (๗) มา               ๘ หมายแสวงหา
                                                 ๑ (๑๐) เนื้อ             ๕ (๖) ลา
                    ราโรยบ่ ๑๓                ๑๒ (๒๑) ชื่น            ๑๕ (๑๘) คง            ๑๙ กลางใจเอื้อ
                                                ๑๑ (๒๒) บาน           ๑๖ (๑๗) อยู่            ๒๐ ยั่วยิ้ม

     ตามปกติจะต้องมีการตีกรอบไว้เพื่อบรรจุอักษรไว้ภายใน  แต่ผมทำไม่เป็นนะครับ   เมื่อเฉลยแล้วรูปแบบจะเป็นดังนี้
                                                  
                                                   เนื้อนิ่มนามเกี่ยวด้วย                     มาลา
                                              ลามาหมายแสวงหา                           นิ่มเนื้อ
                                              บานชื่นบ่โรยรา                               คงอยู่
                                              อยู่คงกลางใจเอื้อ                             ยั่วยิ้มชื่นบาน  ฯ

     นี่คือโคลงกลบทช้างประสานงารูปแบบหนึ่ง    ส่วนอีกตำราหนึ่งแตกต่างออกไปไม่ยุ่งยากเท่ารูปแบบแรกนัก  ดังนี้

                                                   นางเอยคมเนตรน้อง                     "เบนชาย"
                                             "บานชื่น" เพียงกรุยกราย                       'พี่เต้น'
                                             'เพียรติด' ดั่งเงาฉาย                           "เคียงร่าง"
                                             "ค่อนรุ่ง" บ หลีกเร้น                           ร่ำร้องรอสูรย์  ฯ
    
     ข้อกำหนดของกลบทช้างประสานงารูปแบบนี้เป็นไปตามเครื่องหมายที่ได้ทำไว้ให้เห็นเท่านั้น
     คำถาม : อาจารย์ท่านใดพอจะให้ความกระจ่างในเรื่อง "โคลงกลบทช้างประสานงา" ทั้งสองรูปแบบนี้ได้บ้างครับ
     ขอบคุณครับ.  
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 13:04

     ขอบพระคุณคุณหลวงมากครับที่ให้ความเห็นในเรื่องนี้   คล้ายกับที่คุณครูผมสอนไว้เกือบทุกประการ   แต่ขณะนั้นผมมีอายุแค่ 12-13 ขวบ เพิ่งจะเรียนวิชาการประพันธ์
อยากจะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ด้วยตนเอง (คิดนอกกรอบ) เลยคิดค้นด้วยตนเองตามประสาเด็กๆ  ด้วยเหตุนี้ผมจึงเดินตามรอยบุรพาจารย์มาตั้งแต่นั้น  เดี๋ยวนี้ผมอ่านบทกวีของศิลปิน
ระดับชาติที่เขียนอะไรแปลกๆ นอกกรอบที่คุณครูเคยสอน ผมจึงไม่ค่อยประทับใจเท่าไรนัก (ทั้งๆ ที่เขายกย่องกัน) ผมขอเดินตามรอยท่านดังเดิมสบายใจกว่า
     และกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่เจ้าเรือนที่กรุณาแนะแนวทางให้  ผมอ่านอย่างใจจดใจจ่อทีเดียว  แต่เดิมเมื่อครั้งที่ท่านแสดงความเห็นใน ชั้นเรียนวรรณกรรม (คนเขียน
เพลง) ที่มีต่อเพลง Harper Valley P.T.A. นั้น  ยอมรับว่าผมมองท่านด้วยความแปลกใจและไม่ยอมรับในความคิดเห็นนั้น  แม่คนหนึ่งจะมีลูกสูงสุดได้สักกี่คน  แต่ครูอาจารย์
เพียงคนเดียวสามารถมีลูก (ศิษย์) ได้นับหมื่น (แล้วแต่อายุราชการ)    ส่วนใหญ่เด็กจะเชื่อครูหรือกลัวครูมากกว่าพ่อแม่เสียอีก  ถ้าครูทำตัวอย่างที่ไม่ดีแบบเดียวกับที่แม่เด็กทำแล้ว
จะถือสิทธิอันใดที่จะไปประณามแม่ของเด็ก  ผลสุดท้ายเด็กนั่นเองที่เป็นผู้รับกรรม  แต่ตอนนี้ผมขอกราบขออภัยท่านในมโนกรรมที่ผมก่อเอาไว้ครับ
     กระทู้ที่ท่านแนะให้ผมเข้าไปดูนั้นผมไม่เคยอ่านมาก่อนเลยครับ มีประโยชน์มาก คุณพลายงามเก่งจริงๆ   แต่ท่านไม่คิดว่ามันยากเกินไปสำหรับยุวชนที่กำลังเริ่มต้นหรือครับ
เพราะกลโคลงที่ลงกันไว้นั้นส่วนใหญ่เป็นกลโคลงอักษร (ปริศนา) เกือบทั้งนั้น  ดูเอาจากหลานผมที่เบ้หน้าก็พอจะทราบว่าเกินความสามารถของแกเกินไป  ผมเพียงอยากให้มีการ
แสดงความสามารถในการประพันธ์เชิง "กลบท" ธรรมดาไม่ใช่ "กลบทอักษร หรือ ปริศนา" เพื่อยุวชนที่เริ่มจะให้ความสนใจสามารถที่จะเข้าร่วมแสดงความสามารถด้วย  ดูตัวอย่าง
จากโคลง "กลบทช้างประสานงา" ทั้งสองแบบที่ผมลงไว้ก็ได้  หนึ่งเป็นโคลงกลบทอักษร  หนึ่งเป็นโคลงกลบทธรรมดา  โคลงกลบทอักษรนั้น ถ้าผมไม่เฉลยไว้ให้  จะมีเยาวชนสัก
กี่ท่านที่สามารถอ่านได้อย่างถูกต้อง   แต่กลบททั่วไปอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที
     ผมตั้งกระทู้นี้เพื่อเชื้อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายได้กรุณาแสดงความสามารถของท่านประพันธ์โคลง กลอน กาพย์ ฉันท์ ร่าย แบบ "กลบท" ให้ปรากฎไว้เป็นที่เรียนรู้แก่บุคคล
ทั่วไป  เรามีกลบทมากมายที่ยังไม่เป็นที่รับรู้หรือถูกเก็บงำเอาไว้  หากท่านเปิดเผยออกมาก็จะเป็นประโยชน์แก่สมาชิกเรือนไทยและแก่บุคคลทั่วไปทั้งหลายที่เข้าเยี่ยมชมนะครับ
ผมกราบเรียนเชิญท่านผู้ทรงคุณวุฒิแต่งเป็นตัวอย่างเพื่อฝากฝีปาก (กา) ของท่านอีกครั้งครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 25921

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 13:41

ไม่ถนัดเรื่องแต่งกลบท   ขอเชิญท่านอื่นๆค่ะ
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2334


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 14:15

ไม่เก่งด้านกลบทเช่นกันค่ะ
แต่จะขอเชิญ กลบท ของบรมครูมนตรี ตราโมท จากหนังสือ ม.ต.ปกิณกนิพนธ์ (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทาน ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายมนตรี ตราโมท ม.ป.ช. ม.ว.ม. ท.จ.ว. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 22 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2538 )
ถ้าสนใจด้านนี้ลองหามาศึกษาดูนะคะ

โคลงกลบทสาลินี
เป็นโคลงกลบทที่ผู้อ่านสามารถอ่านเป็นสาลินีฉันท์ ๑๑ ก็ได้ และเป็นโคลงสี่สุภาพ ก็ได้ค่ะ

 "หยาดฝน"

สาลินีฉันท์ ๑๑

ฝนพรำฉ่ำชุ่มพื้น          สุธาชื่นหทัยชน
ผาสุกเรื้องรุกขผล        และดอกดาระดาษคลี่

โลกปลดกำเดาเปลื้อง     อุบัติเปล้ประดาปรีด์
ชาวนาสวนซิกซี้           สราญยิ่งขยันทำ

งานเร่งจ้ำให้ทัน            ฤดูกาลวรุณฉ่ำ
ชนที่ชอบเที่ยวช้ำ           มนัสแค้นพิรุณโปรย

โคลงสี่สุภาพ
 
ฝนพรำฉ่ำชุ่มพื้น            สุธา
ชื่นหทัยชนผา-            สุกเรื้อง
รุกขผลและดอกดา-       ระดาษคลี่
โลกปลดกำเดาเปลื้อง      อุบัติเปล้ ประดาปรีด์

ชาวนาสวนซิกซี้           สราญ
ยิ่งขยันทำงาน             เร่งจ้ำ
ให้ทันฤดูกาล              วรุณฉ่ำ
ชนที่ชอบเที่ยวช้ำ         มนัสแค้น พิรุณโปรย

สำหรับภาพด้านล่างเป็น โคลงกลบทช้างประสานงา ค่ะ

"คนึงรัก"



บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 18:13

     ประทับใจมากครับคุณ DD ขอบพระคุณอย่างสูงครับ  จริงอย่างที่ผมบอกไว้เลยครับว่าของดียังถูกซุกซ่อนอยู่อีกมากมาย  อย่างน้อยผมก็ได้รับทราบเพิ่มเติมว่า
ยังมีโคลงกลบท "ช้างประสานงา" อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรับรู้มาก่อน  ผมต้องบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลส่วนตัวแน่นอน
     โดยปกติผมใช้วิชาครูพักลักจำ  อ่านพบที่ไหนผมก็จะคัดลอกเอาไว้เพื่อเป็นแม่แบบ เมื่อหลานๆ ให้แต่งเป็นตัวอย่างผมก็จะแต่งให้โดยอาศัยแม่แบบที่บันทึกไว้
(ของเดิมมักจะเป็นภาษาโบราณขนาดบางคำหาในพจนานุกรมไม่ได้) เป็นแนวทาง  การแต่งก็จะใช้ภาษาง่ายๆ ให้สมกับวัยของหลานๆ  แต่ข้อจำกัดของผมก็คือ  ผม
ไม่รู้เลยว่าบทประพันธ์นั้นถูกต้องตามแบบแผนฉันทลักษณ์ของเดิมหรือไม่  ผมจึงได้มาขอความรู้จากเหล่าคณาจารย์ในที่นี้ครับ
     ล่าสุดหลานให้แต่งกลอนเพลงยาวแบบกลบทให้ดูแล้วต้องโรแมนติกหรือเป็นเรื่องราวของชีวิตคนเสียด้วย เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างหินสำหรับผมจริงๆ เพราะผมไม่ถนัด
ในแนวนี้ แต่ก็จำใจต้องแต่งให้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก  ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางช่วงบางตอนมาลงไว้ในที่นี้ ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดขอท่านผู้รู้ช่วยเสนอแนะด้วยครับ

     ๑. กลบทกบเต้นต่อยหอย :-
                                                                                             "ยอดดวงใจไยด่วนจาก" มาพรากหนี
                              "เจ้ามิซึ้งจึงมาซ้ำ" ทำย่ำยี                                    "ล้วงใจพี่ลี้จำพราก" กระชากไป
                              "เหลือแต่กายลายตกกระ" สะท้อนจิต                        "แม้คำนิดมิตรเคยนอน" ร่วมหมอนไหม
                              "ยังมิเคยเย้ยแม่ค่อน" ให้ร้อนใจ                              "ด้วยเหตุไรได้ห่างรัก" หักอำลา

     ๒. กลบทกบเต้นสลักเพชร :-
                              "เคยทั้งสุขคราทุกข์เศร้า" เจ้าอยู่ข้าง                          "ไม่ทิ้งห่างแม้ทางเห็น" เป็นปัญหา
                              "จับมือพี่เจ้ามิพราก" จากสายตา                               "ร่วมทางมาเราท้ามัน" มิหวั่นเลย
                              "ยามรันทดยื่นรสถ้อย" คอยปลุกปลอบ                        "รักต่างมอบรู้ตอบมาน" หวานเฉลย
                              "ด้วยคำเจ้าด่ำเข้าใจ" ให้เสบย                                 "อกอุ่นเคยอิงเอ่ยคำ" จำนรรจ์พร

     ๓. กลบทกวางเดินดง :- (กระทู้ ; ไยเจ้ารีบด่วนมาหนีจากไป)
                              ไย เอ๋ยเจ้าสายใยใจสวาท                                      เจ้า เอ๋ยคลาดคลาล่วงดวงสมร
                              รีบ เอ๋ยเจ้ารีบพรากมาจากจร                                   ด่วน เอ๋ยเจ้าด่วนร้อนมิผ่อนคลาย
                              มา เอ๋ยลมเย็นเย็นมาเป็นเพื่อน                                 หนี เอ๋ยเลือนลับไปไม่ขวนขวาย
                              จาก เอ๋ยลาจากเร้นไม่เห็นกาย                                  ไป เอ๋ยเจ้าไปหายคล้ายดังลม
 
 
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 17 มี.ค. 11, 10:24

     หลานชายบังเกิดเกล้าโทรศัพท์มาต่อว่าปู่แต่เช้ามืดว่าปู่ก็เข้าอีหรอบเดียวกันกับหนังสือกลบทสุภาษิตในตู้หนังสือของเรือนไทยนั่นแหละ
คือไม่อธิบายอะไรเลยไม่บอกกลวิธีให้รู้ว่าทำไมจึงเรียกว่ากลบทชนิดนั้นๆ เคล็ดการดูอยู่ตรงไหน   ปู่เองก็จนด้วยเกล้าไม่รู้จะตอบหลานให้
เหมาะสมอย่างไร ได้แต่บอกว่าปู่บอกไม่ได้เพราะตัวปู่เองก็ต้องใช้วิธีสังเกตุดูและแยกแยะความแตกต่างจากโคลงกลอนธรรมดา  ผู้ที่ดูแลเว็บ
แต่ละท่านล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ  ถ้าปู่อธิบายความผิดพลาดไปก็จะเป็นผลเสียเสียมากกว่า  ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา
เอง  เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "กลบท" ดังนั้นย่อมต้องมีข้อแตกต่างกว่าโคลงกลอนธรรมดาแน่นอน  ปู่เองก็ทำเครื่องหมายให้ผู้อ่านสังเกตุเอา
เองอยู่แล้ว
    อนุสนธิจากการที่หลานชายโทรศัพท์มาแต่เช้า  ทำให้หวนนึกถึงตนเองตอนที่อยู่ในวัยนั้นที่เพิ่งเริ่มแต่งโคลงกลอนเป็น  เห็นอะไรก็อยากเขียน
ออกมาเป็นโคลงกลอนเสียทั้งหมด  มีอยู่เกมหนึ่งซึ่งชอบเล่นกับเพื่อนคอเดียวกันคือ "ใครเอ่ย" และ "อะไรเอ่ย" เป็นโคลงหรือกลอน เลยอยาก
ลงเอาไว้เป็นตัวอย่างให้ลองขบคิดกันดู (ขอนอกเรื่องกลบทสักนิดหนึ่ง)
     
     ใครเอ่ย? :-
                                          คือโศภิตแต่ตัน            พิจารณ์
                                     คือรัศมิมาน                     รุ่งเร้า
                                     คือขอวรทาน                   จากท่าน
                                     คือปริศนาเรียงเข้า              นั่นแล้นามนาง  ฯ
     
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 18 มี.ค. 11, 10:58

     เอ! ปริศนายากเกินไปหรือนี่  เอ้า งั้นลองดูใหม่  เอาชื่อเดิมนี่แหละแต่แก้แค่ชั้นเดียวก็แล้วกัน

                                     คำแรกบอกกล่าวไว้      ดีงาม
                                สองรัศมีวาม                  ผ่องแผ้ว
                                สามคือสิ่งขอตาม             ใจชอบ
                                เรียงประสมกันแล้ว           แน่แท้นามนาง ฯ

     บอกใบ้ให้นิดว่า คิดคำแรกได้แล้วให้ตั้งไว้ก่อน แล้วค่อยคิดคำต่อไป  หากคิดได้ถึงสองคำเชื่อว่าเมื่อนำมารวมกันแล้วก็พอจะเดาออก
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 19 มี.ค. 11, 02:33

                                                    สุ คืองามแน่แท้       ความหมาย
                                               ภา ดั่งแสงพรรณราย       รุ่งแจ้ง
                                               พร คือสิ่งหญิงชาย         หวังมุ่ง จริงนา
                                               คงบ่มีใครแย้ง              ชื่อนี้สุภาพร ฯ
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 19 มี.ค. 11, 04:48

     ๔. กลบทกินนรเก็บบัว :-
                                               เมื่อ'คิด'ถึง'คิด'ทวนหวนเรื่องหลัง                  แม้'กระ'ทบ'กระ'ทั่งยังสุขสม
                                               พี่'หยอก'ล้อ'หยอก'เอินเพลินอารมณ์              เจ้า'ทำ'ซม'ทำ'ซบครบกระบวน
                                               แกล้ง'แง่'งอน'แง่'เง้าเอากับพี่                      นิ้ว'ลอบ'จี้'ลอบ'จิ้มแล้วยิ้มสรวล
                                               ทำ'สะ'บัด'สะ'บิ้งล้อพอสมควร                     ให้'พี่'ทวน'พี่'ย้ำแต่คำ"รัก"

     ๕. กลบทครอบจักรวาล :-
                                               'เจ้า'ต้องการอย่างไรตามใจ'เจ้า'                   'หนัก'มิเบาเราทนมิบ่น'หนัก'
                                               'ภักดิ์'เที่ยงแท้แน่ในน้ำใจ'ภักดิ์'                    'แจง'คำ"รัก"สักล้านครั้งพี่ยัง'แจง'
                                               'ยาม'พี่ไข้ได้เจ้านั่งเฝ้า'ยาม'                       'แสง'ไฟตามต้องตาเจ้ารา'แสง'
                                               'แรง'พิษไข้ร้อนรุ่มเจ้าทุ่ม'แรง'                     'ซับ'พิษแห้งหายป่วยเจ้าช่วย'ซับ'

     ๖. กลบทตรีประดับ :-  (อักษรสามหมู่, ตรีเพชร  เห็นเรียกอยู่ในบางแห่ง)
                                               แล้วต้ม'ข้าวข่าวขาว'ขึ้นพราวหม้อ                   เตรียมกับ'รอร่อร้อ'พอเสร็จสรรพ
                                               เจ้ายก'ช้อนช่อนชอน'ป้อนปากรับ                   แกมบังคับให้'เคี้ยวเคี่ยวเคียว'กลืน
                                               ต้ม'น้ำน่ำนำ'มารอท่าพี่                              ครั้นได้'ทีที่ที้'พี่แกล้งขืน
                                               เจ้า'เง้าเง่าเงา'งอดกอดอกยืน                       พี่'รืนรื่นรื้น'หวัวจนตัวงอ

     ๗. กลบทธงนำริ้ว :-
                                               "'ดูดู'ซีทำเข้าเจ้ากอดอก                            'มามา'ยกน้ำมาวางข้างพี่หนอ
                                               'แกล้งแกล้ง'หยอกดอกหนาทำหน้างอ              'งอนงอน'ง้อขอดีด้วยช่วยการุณย์
                                               'โอ๋โอ๋'แต่ช้าแต่แม่กานดา                           'นำนำ'มาผ้าซับกับน้ำอุ่น
                                               'เหนอะเหนอะ'เนื้อตัวแย่แล้วแม่คุณ                 'ทำทำ'บุญกับพี่หน่อยเถิดกลอยใจ"

     ๘. กลบทบวรโตฎก :-
                                               'สะเทิ้น'อายหน่ายหนีให้พี่คิด                        'สะท้อน'จิตติดตรึงจึงหวั่นไหว
                                               'สะท้าน'ทรวงหน่วงหนักรักทรามวัย                  'สะเทื้อน'ใจไยแกล้งทำแล้งรา
                                               'ขนาบ'ข้างพลางพลอดกอดกระชับ                  'ขนาน'รับกับทรวงดวงยิหวา
                                               'ขนอง'หันผินให้ไยแก้วตา                           'ขนาง'หน้าหรือน้องต้องจุมพิต

     ๙. กลบทบัวบานกลีบขยาย :-
                                               'เจ้าอาย'เอียงเบี่ยงบ่ายส่ายหน้าหลบ                 'เจ้าอาย'ซบอกงุดพี่ฉุดติด
                                               'เจ้าอาย'เหนียมเตรียมหนีพี่ประชิด                   'เจ้าอาย'ปิดป้องปัดพัลวัน
                                               'เจ้าอาย'ปรางค์พลางแนบแอบอกหวง                'เจ้าอาย'ทรวงกรกกปกสองถัน
                                               'เจ้าอาย'โอษฐ์เม้มมิดปิดไรทันต์                     'เจ้าอาย'กรรณคู่งามหรือทรามเชย
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 20 มี.ค. 11, 01:51

     ๑๐. กลบทบุษบารักร้อย :-
                                                   จัดเตรียมพร้อมทุก'อย่างอย่าง'หน้าที่                    ประเสริฐ'ศรีศรี'เรือนมิเชือนเฉย
                                                   เอาใจ'ใส่ใส่'ใจไม่ละเลย                                 สุดจะ'เอ่ยเอ่ย'ถ้อยเรียงร้อยพจน์
                                                   ทุกยามเช้าเจ้า'ตื่นตื่น'ขึ้นก่อน                            แต่ยาม'นอนนอน'ทีหลังดังกำหนด
                                                   เป็นประ'จำจำ'ได้ไม่เคยคด                               เจ้าวาง'กฎกฎ'เจ้าสุดเข้าใจ

     ๑๑. กลบทพยัคฆ์ข้ามห้วย :-
                                                   แต่'ถึง'คราเคราะห์กรรมนำมา'ถึง'                         รักเราจึง'ไหว'เคลื่อนสะเทือน'ไหว'
                                                   เจ้า'ไป'หลงคำคนจนจาก'ไป'                             แสนอาลัย'ช้ำ'ชอกตอกอก'ช้ำ'
                                                   ใครเล่าจะ'รัก'เจ้าเท่าพี่'รัก'                                มาด่วนหัก'ถลำ'คลาดพลาด'ถลำ'
                                                   สุด'ระกำ'กรรมบาปสาป'ระกำ'                            ลม'แรง'คำซ้ำซัดสะบัด'แรง'

     ๑๒. กลบทสะบัดสะบิ้ง :-
                                                   แรกพาทีมีท่า'ละล้าละลัง'                                ทำดุจดังเคืองข้อง'ระหองระแหง'
                                                   บึ้งใบ้ใจน้อย'ตะบอยตะแบง'                             หน่ายแหนงเกรี้ยวกราด'ฟูมฟาดฟูมฟาย'
                                                   พี่ถามเรื่องราวเจ้า'วิงเว้าวิงวอน'                          กลับโดนย้อนยอกคำ'ระส่ำระสาย'
                                                   ส่ายพักตร์ผมรุ่ย'ขจุยขจาย'                             งมงายงงหนัก'หัวปักหัวปำ'

     ๑๓. กลบทอักษรสังวาส :-
                                                  'เหงาเศร้า'จิตคิดไปให้'หนักนัก'                          'ฤทธิ์พิษ'รักแรงร้ายร่าย'คำพร่ำ'
                                                  'เคยเอ่ย'หวานพาลขมลม'น้ำคำ'                          'แกล้งแทง'ย้ำเหน็บแนมแกม'ปึ่งตึง'
                                                  'คงหลง'ผิดคิดไปใช่'แสนแค้น'                           'รักหนัก'แน่นทำเอาเจ้า'จึงหึง'
                                                  'เพียงเสียง'ล้อต่อคำค'นึงอึง'                             'หามา'ขึ้งขุ่นเจ็บเก็บ'มิดชิด'

     ๑๔. กลบทคำตาย :- (สะกดด้วยตัวอักษรคำตายทุกคำ)
                                                  อนาถหนักรักขาดสวาทหลุด                              เพราะนาฏนุชเหน็บอกกลับปกปิด
                                                  ลอบสลัดตัดพรากจากยอดมิตร                           มิคาดคิดผิดคาดประหลาดนัก
                                                  หากหลับเนตรหยุดตรึกนึกวาดภาพ                       จะซับซาบอาบจิตคิดประจักษ์
                                                  อดีตแรกแตกยับกับพิษรัก                                ก็เพราะปักจิตพลาดคลาดเหตุลึก

     ๑๕. กลบทอักษรงูกินหาง :- (ซ่อนรูปเอาไว้)
                                                  ใครเล่าบอกหลอกเจ้า                                    จงตรองตรึกนึกให้ออก
                                                  อย่าทักทึกนึกกล้า                                        ศึกในใจล้ำลึก
                                                  เขาคนนั้นพลันป่น                                         เจ้าหวั่นไหวไยนั่น
                                                  พูดไยไพใครปูด                                          พี่ไม่เคยเอ่ยใส่ไคล้
บันทึกการเข้า
willyquiz
องคต
*****
ตอบ: 501


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 27 มี.ค. 11, 20:41

กลอนเพลงยาว :-

                                                                   -: ตัวสำรอง :-

                                                                                       พี่หมายปองน้องนุชดุจกระต่าย
                                     หมายโลมบุหลันพรรณราย                       เฉิดฉายพรายประจบนภดล
                                     รักน้องน้องรักหักสวาท                          คลาดแคล้วแคล้วคลาดพิลาสหน
                                     ตรอมอกอกตรอมพี่ปลอมปน                    ช้ำทนทนช้ำน้ำตาคลอ
                                     โหยหามาหายมลายสิ้น                          อกวิ่นวาบไหวกระไรหนอ
                                     คนข้างคอยเคล้าพะเน้าพะนอ                    งอนง้องอเง้าเฝ้าเอาใจ
                                     เขาดูแลพี่แลดูอยู่ห่างห่าง                       เขาควงข้างพี่ครวญคร่ำน้ำตาไหล
                                     เขาอิงแอบพี่อึกอักหนักหทัย                    เขาจรไกลพี่จึ่งกรายหมายพบนวล
                                     คิดฮึกฮักหรือหักงิ้วให้ปลิวสิ้น                   เพื่อยุพินโฉมงามทรามสงวน
                                     มิกลัวแล้วงิ้วหนามจะลามลวน                   มัวครางครวญคำเศร้าไม่เข้าการ
                                     หากรวยรื่นฝืนจิตคิดถึงพี่                        อาจจะมีใจปลงด้วยสงสาร
                                     น้ำใจน้องนาชนุฎกุสุมาลย์                       ขอเป็นทานพี่หน่อยกลอยใจเอย  ฯ
บันทึกการเข้า
อกนิษฐ์
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 มี.ค. 11, 14:12

มาชื่นชมคุณ willyquiz  ยิงฟันยิ้ม

อ่านสำนวนที่เรียบลื่นงดงาม ชัดคม แสดงถึงวัยวุฒิ คุณวุฒิทางท่าน

ดูกลบทแต่ละบทที่ยกมาก็แยบยล และเป็นแบบอย่างที่ดี น่าอิจฉาหลาน ๆ ของท่านจัง

พึ่งแวะเข้ามาเห็นกระทู้นี้ ต่อไปจะแวะมาบ่อย ๆ ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.379 วินาที กับ 19 คำสั่ง