เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 5509 เอิร์ลเมาท์แบ็ทแตนแห่งพม่า เกร็ดพงศาวดารเรื่องประวัติส่วนตัว
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


 เมื่อ 10 มี.ค. 11, 14:48

    
      ลอร์ดเมาท์แบ็ทแตน  เป็นโอรสของ เจ้าชายหลุยส์แห่งแบ็ทแตนเบิร์ก  และเจ้าหญิงวิคตอเรียแห่งเฮสและไรน์

พระมารดาเป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของเจ้าหญิงอลิซ  พระราชธิดาองค์ที่สองของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย และเจ้าชายฟิลิปส์แห้งซักโคบวร์ก - โกธา


โอรสและธิดาของหลุยส์และวิคตอเรีย

อลิซ       ทรงสมรสกับเจ้าชายแอนดรูแห่งกรีซและเด็นมาร์ก    พระธิดาคือพระมารดาของเจ้าชายฟิลิปส์

หลุยส์      ทรงสมรสกับพระเจ้าสวีเดน   Gustaf VI Adolf

ยอร์จ       สมรสกับเคาเตสนัดย่า  Nadejda Mihailovna    


หลุยส์      เกิด  June 25, 1900       สิ้นชีพ  August 27, 1979     ในการลอบสังหาร


หลุยส์  เมาท์แบ็ทแตน   ผู้นี้  ที่เรากำลัง   จะสนทนากัน  ทำความรู้จักท่านสักหน่อย     นับพระญาติของท่านสักนิด


เรื่องที่ท่านได้เป็น   Viceroy of India (1947)  นั้น    น่าจะเก็บไว้คุยกันวันหน้า  เพราะจะต้องอ่านหนังสืออีกหลายตั้ง

คิดดูก็แปลก   เจ้านายอังกฤษเลือดเยอรมัน   มาเป็น  Earl Mountbatten of Burma  


เรียนเชิญ ท่านที่สนใจ แวะมาสนทนาตามใจชอบ  ก่อนอื่นต้องนับความสำคัญของสกุลให้พอได้บ้าง
        

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 10 มี.ค. 11, 15:33



       นับญาติแบบย่อ ๆ    ขนาดพญายักษ์ตนหนึ่งได้แนะแนวน้องชายว่า  ญาติมิตรพวกเรามีเยอะไป  ต้องไปพึ่งมนุษย์เชียวหรือ


ควีนวิคตอเรีย  เป็น  เสด็จชวด  ของ ลอร์ดหลุยส์(เอิร์ลเมาท์แบ็ทแตน)

ลอร์ดหลุยส์ เป็น  คุณตา  ของ เจ้าชายฟิลิป            ตอนนี้นับแค่นี้ก่อนนะคะ  พอนำเรื่อง



       ลอร์ดหลุยส์เกิดที่   Frogmore House, Windsor,  Berkshire

ตอนเล็ก ๆ ก็เรียนหนังสือที่บ้านจนอายุ ๑๐ ขวบ         การเล่าเรียนที่บ้านของฝรั่งผู้ดี  ที่นับเนื่องในราชวงศ์นั้นคงไม่สบายสักเท่าไร

เพราะต้องมีติวเตอร์ประจำ  หรือเชิญผู้นำศาสนามาสอนวิชาพิเศษที่บ้าน       ต่อมาก็ถูกส่งไปเรียนที่  Lockers Park School  ใน

็Hertfordshire    และตามรอยพี่ชายไปเข้าโรงเรียน Naval Cadet School.

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 10 มี.ค. 11, 16:20



       ตอนเด็ก ๆ  ลอร์ดหลุยส์ได้ไปเยียมรัสเซียหลายครั้ง   และสนิทสนมกับพระราชวงศ์  นับเนื่องเป็นพระญาติลูกพี่ลูกน้อง

สิ่งที่อ่านแล้วสลดใจคือในตอนบั้นปลายของชีวิต     ลอร์ดหลุยส์หรือท่านเอิร์ลต้องเป็นตัวแทนมีอำนาจเต็มไปปฎิเสธการแอบอ้างเป็นเจ้าหญิงแอนนาสเตชีย


       ตอนที่เริ่มรุ่นนั้น  ลอร์ดหลุยส์มองเจ้าหญิงมาเรียด้วยความสนใจหรือพอใจอย่างมาก       ถ้าจะคิดว่าท่านลอร์ดเป็นนักดีดลูกคิด  ก็เชิญคิดไปได้

ชื่อเสียงของสุภาพบุรุษจากตระกูลเก่าก็ต้องรักษาไว่โดยแต่งงานกับเจ้าหญิงที่มีดินแดน  ทรัพย์สมบัติ หรือ ทายาทมหาเศรษฐีที่จะเข้ามาพยุงฐานะของครอบครัว       

ในสมัยโบราณก่อนหน้านั้น  ตัวแทนของสองครอบครัวต้องตกลงเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวที่เจ้าสาวจะนำติดตัวมา   บัญชีนี้ก็เก็บไว้ในห้องหนังสือตลอดไป

รายละเอียดของบัญชีสินเดิมของเจ้าสาวนี้  ลงกระทั่งหนังสือไบเบิ้ลฉบับที่เท่าไรที่นำมา    รูปภาพเขียนโดยนักเขียนของโลก   เครื่องประดับบ้าน  จานชาม

อย่างไรก็ตาม  ลอร์ดหลุยส์ได้เก็บรูปของเจ้าหญิงไว้ที่โต๊ะหัวนอนตลอดชีวิตของท่าน      ความในใจของชายหนุ่มนั้นใครเลยจะรู้ได้      แต่ความรู้สึกของวัยรุ่นนั้น

เป็นความรักที่ไม่มีข้อแม้และปัจจัย       ชะตากรรมของราชวงศ์นั้นคงสั่นสะเทือนจิตใจของนายทหารเรือหนุ่มไปนานแสนนาน


       ไบเบิ้ลบางฉบับนั้นมูลค่ามหาศาล  เพราะปกทำพิเศษด้วยทองคำและพลอยมีค่า      ราคาที่แท้จริงอยู่ที่ปีพิมพ์ของหนังสือ

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 10 มี.ค. 11, 20:06



       เจ้าฟ้าหญิงมาเรียนั้น พระวรกายสูงได้สัดส่วน    พระเกศาสีน้ำตาลอ่อน  และดวงพระเนตรกลมโตสีฟ้า  สมาชิกของพระราชวงศ์

ล้อเลียนว่า ดวงพระเนตรใหญ่ราวจานรองถ้วยน้ำชาทีเดียว   สายพระเนตรที่มองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความอ่อนหวานและอ่อนโยน 

ไม่ทรงซุกซนหรื่อสร้างเรื่องยุ่งยากอะไร        มักใช้เวลาอยู่กับพระขนิษฐาแอนนาสเตเชีย  ซึ่งอ่อนพระชันษากว่าสองปีกับไม่กี่วัน

เจ้านายทั้งสองก็ถูกเรียกในครอบครัวว่า  "คู่เล็ก"      ขณะที่เจ้าฟ้าหญิงโอลกา และ  ตาเตียนา เป็น "คู่ใหญ่"  ทรงใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

และไม่ค่อยจะยุ่งเกี่ยวกับ "คู่เล็ก"  มากนัก       วันหนึ่งเจ้าหญิงมาเรียโดนจับได้ทรงหยิบบิสกิตไปจากโต๊ะน้ำชาของซาริน่า   เลยโดนตัดสิน

ว่าให้เข้าไปในห้องบรรทมเสีย          ซาร์นิโคลาสไม่ทรงเห็นด้วย  รับสั่งว่า  "ลูกฉันเป็นคนดีเสียจนปีกจะงอกเป็นนางฟ้าอยู่แล้ว    ฉันดีใจว่า

เธอก็คือเด็กธรรมดานั่นเอง"



       เจ้าฟ้าหญิงทรงรักสมเด็จพระราชบิดาอย่างลึกซึ้ง  และพยายามหนีออกจากห้องเด็กเสมอ ๆเพื่อไปหา ปาปา       ครั้งหนึ่งซาร์นิโคลาส

ทรงพระประชวรเป็นไทฟอยด์       เจ้าหญิงโดนห้ามไม่ให้เข้าไปในห้องบรรทมของซาร์  เธอบรรจงจุมพิตรูปวาดเล็ก ๆ ของพระราชบิดาทุกคืน   



       "คู่เล็ก"  ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นส่วนมาก     ทรงแต่งพระองค์ในชุดที่เหมือนกัน  บางทีก็ดัดแปลงให้แตกต่างกันเล็กน้อยในโอกาสพิเศษต่าง ๆ       

เจ้าฟ้าหญิงทั้งสี่พระองค์เคยทรงพระอักษรร่วมกัน    และลงพระนามว่า  OTMA   ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกของแต่ละพระนามนั่นเอง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 04:53



       เจ้าฟ้าหญิงมาเรียมีรสนิยมที่เรียบง่าย  พระทัยดี  จนถูกเอาเปรียบจาก "คู่ใหญ่" อยู่เสมอ ๆ

ในปี ๑๙๑๐    เจ้าฟ้าหญิงโอลกา  พระชนมายุ ๑๔  ได้ชักจูงเจ้าฟ้าหญิงมาเรียที่พระชนมายุ เพียง ๑๐ พระชันษา

ให้ทรงพระอักษรถึงซารินา  ขอพระราชทานห้องพระบรรทมส่วนพระองค์ให้พระองค์เอง  และทรงขออนุญาตใส่กระโปรงยาวอีกด้วย

เจ้าฟ้าหญิงมาเรียทรงพยายามจะกราบทูลพระมารดาว่าเป็นความคิดของพระองค์เอง         


       พระสหายของซารินาเล่าว่า       แม้นว่าเจ้าหญิงจะทรงไม่ร่าเริงมีชีวิตชีวาเท่าเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ  แต่ทรงรู้พระองค์เองว่าต้องการอะไรไม่ต้องการอะไร

ทรงงานวาดเขียนได้ดี  และใช้พระหัตถ์ซ้ายเสมอ         วิชาความรู้อื่น ๆ ไม่ทรงสนพระทัยมากนัก     ทรงมีสุขภาพแข็งแรง

และบางทีก็ทรงแสดงโดยจับตัวพระอาจารย์ยกตัวขึ้นจากพื้น    เจ้าฟ้าหญิงทรงดื้อและบางครั้งก็ไม่ขยัน

       
       พระมารดาในจดหมายส่วนพระองค์เล่าว่าถึงจะเป็นผู้มีนิสัยอ่อนหวานเป็นธรรมชาติ    บางทีเจ้าฟ้าหญิงก็ทรงขี้โมโห และเอ็ดผู้คนที่มากวนพระทัย

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 05:21


       เจ้าฟ้าหญิงทรงโปรดทหารหวือหวา         วันหนึ่งทอดพระเนตรออกไปนอกพระแกลเห็นทหารสวนสนามกันอยู่

ได้รับสั่งว่า   "โอ!   ดูนั่นซิ    อยากจูบทุกคนเลย"      ได้รับการเตือนว่า เด็กผู้หญิงดี ๆ ไม่เที่ยวไปจูบทหารหรอก

ไม่กี่วันต่อมาพระญาติสนิทก็มาเยี่ยมและพักอยู่ด้วย        เจ้าชายพระองค์หนึ่งพระชนมายุเพียง ๑๒ ปี เพิ่งเข้าโรงเรียน

เตรียมนายร้อยเสด็จมาในเครื่องแบบ  และกำลังจะประทานจุมพิตพระญาติเป็นการทักทาย    เจ้าหญิงน้อยไม่ทรงยอม

กลับไล่เจ้าชายว่า "ไปห่าง ๆ นะ   ทหาร"   และรับสั่งด้วยท่าทีที่สง่างามว่า "เราไม่จูบทหาร"     เจ้าชายทรงขันไม่ใช่น้อย

และพอพระทัยว่าถูกมองว่าเป็นทหารจริงๆ  และได้เล่าเรื่องนี้ไปทั่ว

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 06:01



       ซารินา อเล็กซานดา  ในจดหมายส่วนพระองค์ฉบับหนึ่ง  เล่าว่า  เจ้าฟ้าหญิงมาเรียเป็นพระธิดาองค์กลาง

บางเวลาก็ทรงคิดว่าไม่ได้รับความรักเท่ากับเจ้าพี่เจ้าน้อง      พระมารดาต้องยืนยันว่าลูก ๆ ได้รับความรักเท่ากัน

ครั้งหนึ่งเจ้าฟ้าหญิงเมื่อพระชนมายุ ๑๑  โปรดนายทหารคนหนึ่งมาก   พระมารดาต้องปลอบโยนว่า  อย่าเปิดเผย

ความรู้สึกมากเกินไปเพราะไม่งาม   คนอื่นๆก็จะรู้แล้วนำมาล้อเลียนสร้างความเจ็บปวด     พระมารดาทรงทราบดีว่า

ฝ่ายชายมองพระธิดาเสมือนน้องน้อยคนหนึ่งเท่านั้น  และอยากจะให้เจ้าฟ้าหญิงทรงลืมเรื่องนี้เสีย  เพราะฝ่ายชายรู้

ฐานะอันสูงส่งของเจ้าฟ้าหญิงไม่สมควรจะมาใส่ใจในตัวเขา

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 มี.ค. 11, 06:37



       เจ้าฟ้าหญิงมาเรียทรงโปรดปราน ซาร์เรวิช อเล็กไซ  หรือ "เบบี้" เหมือนกับสมาชิกทุกพระองค์ในครอบครัว   ซาร์เรวิชประชวรด้วยโรคโลหิต

เฮโมฟีเลียอย่างหนักจนเกือนสิ้นพระชนม์หลายครั้ง         นี่คือเรื่องราวที่ กรีกอรี  รัสปูติน เข้ามาถวายการรักษา  จากชาวบ้านธรรมดาก็กลาย

เป็นผู้เรืองอำนาจในพระบรมมหาราชวังไป  เพราะเชื่อกันว่าการภาวนาของรัสปูตินรักษาองค์รัชทายาทได้         พระราชธิดาทั้งสี่พระองค์คุ้นเคย

และสนิทสนมกับรัสปูตินมาก     


       รัสปูตินโทรเลขถึงเจ้าฟ้าหญิงมาเรียพระชนมายุ ๘  พระชันษา  อย่างคุ้นเคยว่า

       "My Dear Pearl M!"


       ในปี ๑๙๐๘   พระชันษา ๙ ปี  รัสปูตินได้ส่งโทรเลขมาว่า

       "Tell me how you talked with the sea, with nature!   I miss your simple  soul. 

We will see each other soon!  A big kiss."


เท่าที่เล่าอย่างสบายใจก็เก็บมาจาก วิกิ  เรื่อง  Grand Duchess Maria,  Prince Louis of Battenberg  และ  Louis Mountbatten

เคยอ่านหนังสือปกแข็งเรื่อง  Lady Edwina Mountbatten  อยู่เล่มสองเล่มนานมาแล้ว   

สมัยนี้หนังสือฝรั่งแพงเกินกำลังทรัพย์

 
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 03:34



       ครูพี่เลี้ยงคนหนึ่ง  Sofia Ivanovna Tyutcheva ตกใจมากและกลัวมากเมื่อเห็นว่า  รัสปูตินได้รับอนุญาต

ให้เข้ามาเยี่ยมเจ้าหญิงทั้งสี่องค์ในห้องเด็กได้เมื่อเจ้าหญิงทรงอยู่ในชุดนอน     ซาร์นิโคลาสได้ทรงห้ามไม่ให้รัสปูตินมาที่ห้องเด็กอีก

เจ้าฟ้าหญิงตาติเนียตอนนนั้นพระชนมายุ ๑๒ ได้ทรงพระอักษรไปถวายพระมารดาในวันที่ ๘ มีนาคม ๑๙๑๐ ว่าขอพระราชทานโทษ

ว่าได้ทรงกระทำบางสิ่งบางอย่างที่พระมารดาไม่โปรด  และหวังว่า เดี๋ยวนี้ ST คงดีกับเพื่อนของเราแล้ว    ซารินาอเล็กซานดราได้ทรง

ให้พระพี่เลี้ยงออกจากงานไปในที่สุด

       พระพี่เลี้ยงอีกรายอ้างว่าในฤดูใบไม้ผลิในปี ๑๙๑๐  รัสปูตินได้ข่มขืนเธอ    ซารินาไม่ทรงรับฟังและรับสั่งว่า การกระทำทุกอย่างของ

รัสปูตินบริสุทธิ์     คำฟ้องนี้ได้รับการสอบสวนในทันที  และพบว่าผู้ฟ้องมีสัมพันธ์กับทหารคอสแซครักษาพระองค์  และต่อมาก็ถูกให้ออกจากงานไป


       คำนินทาว่าร้ายว่านอกจากจะมีสัมพันธ์สวาทกับพระมารดาแล้ว  รัสปูตินยังมีสัมพันธ์กับเจ้าฟ้าหญิงทั้งสี่อีกด้วย     รัสปูตินได้แสดงจดหมาย

แสดงความรักอย่างร้อนแรงจากซารินาและพระธิดาทั้งสี่     สังคมอ่านจดหมายแล้วก็ลือกันกระหน่ำ    มีการ์ตูนล้อเลียนเกิดขึ้น     ซาร์นิโคลาสโปรดให้

รัสปูตินออกจากกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์กไป   รัสปูตินก็ออกเดินทางแสวงบุญไปปาเลสไตน์     ความสัมพันธ์กับพระราชวงค์ก็ยังดำเนินไปจนวาระสุดท้ายใน

เดือนธันวาคม ๑๙๑๖ เมื่อรัสปูตินโดนสังหาร

   
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 04:21



       เจ้าฟ้าหญิงมาเรียมีอาการฮีโมฟีเลียครั้งหนึ่งเมื่อทรงรับการผ่าตัดทอมซิล    พระญาติ

ทางสมเด็จพระราชบิดา Grand Duchess Olga Alexandrovna of Russia ทรงเล่าประทานในการสัมภาษณ์

ครั้งหนึ่งว่าแพทย์ที่ถวายการผ่าตัดตกใจจนเกือบทำอะไรไม่ถูก   ซารินาต้องทรงบัญชาว่าให้ถวายการผ่าตัดต่อไป

แกรนด์ดัชเชสรับสั่งว่าเจ้าหญิงทั้งสี่มีพระอาการพระโลหิตไหลมากกว่าธรรมดา    การตรวจ DNA ในปี ๒๐๐๙

พิสูจน์ว่า ซาร์เรวิช มีพระอาการ เฮโมฟีเลีย บี  ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายาก  การตรวจยังพบอีกว่า  ซารินาและเจ้าฟ้าหญิง

หนึ่งในสี่พระองค์เป็น carriers     ทางรัสเซียแจ้งว่าเจ้าหญิงพระองค์นั้นคือแอนนาสเตเชีย  แต่นักวิทยาศาสตร์อเมริกันว่า

เป็นเจ้าหญิงมาเรีย

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 มี.ค. 11, 04:48


       เจ้าหญิง "คู่เล็ก"  ไปเยี่ยมทหารที่บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพิเศษ   ทรงเล่นหมากฮอสและบิลเลียด

กับทหารที่พักฟื้น  เพราะทั้งสองพระองค์ยังไม่สามารถเป็นพยาบาลเหมือนสมเด็จพระมารดาและ "คู่ใหญ่" ได้

ในระหว่างสงคราม  เจ้าหญิงเสด็จไปที่โรงเรียนพยาบาลและทรงช่วยดูแลและเล่นกับเด็ก ๆ    โดยทรงป้อนป้อนอาหาร

เจ้าหญิงมีลายพระหัตถ์ไปถวายสมเด็จพระราชบิดาว่า   เมื่อเด็กบ้วนอาหารผสมออกมา  ก็ทรงใช้ช้อนไล่กวาดอาหารป้อนใส่เข้าปากเด็กไปใหม่

ในระหว่างนี้เจ้าหญิงโปรดนายทหารที่ศูนย์บัญชาการชื่อ Nikolai Dmitrievich Demenkov    เมือซาร์เสด็จไปกองบัญชาการเจ้าฟ้าหญิงก็

ทรงฝากสมเด็จพระราชบิดาให้ทรงพระกรุณาทักทายนายทหารเดเมนกอฟด้วย

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 17 มี.ค. 11, 09:35

       ในฤดูใบไม้ผลิของปีค.ศ. ๑๙๑๗  เมื่อเกิดการปฎิวัติขึ้นในกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก    ซาร์เรวิชและเจ้าฟ้าหญิงทั้งสี่ทรงประชวรโรคหัดตาม ๆ กัน

ซารินาไม่ประสงค์ที่ย้ายพระโอรสพระธิดาไปจากเมืองคัทชินาตามที่มีผู้กราบทูลแนะนำ           เจ้าฟ้าหญิงมาเรียเป็นองค์สุดท่ายที่ติดโรค  จึงทรงเป็น

กำลังใจให้พระมารดาอย่างมาก      ในเวลานั้นมีพระชนมายุ ๑๗  ได้ตามเสด็จซาริน่าไปเจรจากับทหารให้คงความภักดีต่อราชวงศ์

ต่อมาก็ทรงประชวรหนักเริ่มด้วยหัดและตามด้วยนิวมอเนีย        พระอาการหนักจนเกือบสิ้นพระชนม์   ในระหว่างนั้นไม่มีผู้ใดกราบทูลว่า

สมเด็จพระราชบิดาได้สละราชบัลลังก์


       พระราชวงศ์ถูกจับกุมคุมขังที่พระราชวังที่ Tsarskoye   ต่อมาก็ถูกย้ายไปที่  Tobolsk และ  Yekaterinburg  ในไซบีเรีย       เจ้าหญิงมาเรีย

ทรงมีไมตรีที่ดีกับทหารยาม  ทรงทราบชื่อของทหาร  ชื่อของภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขา        เจ้าหญิงมิได้ทรงทราบถึงอันตรายใหญ่หลวงที่

กำลังเผชิญ     มีรับสั่งว่าสามารถอยู่แบบนั้นได้ตลอด  ขอเพียงแต่ได้เสด็จออกกำลังบ้างโดยไม่ต้องมีทหารมาคุมอยู่ตลอด     อย่างไรก็ตามทรงทราบ

ดีว่ามีผู้เฝ้าดูกิจกรรมของพระองค์     ในเดือนเมษายน ๑๙๑๘    เจ้าหญิงและเจ้าหญิงแอนนาสเตเชียจึงทรงเผาจดหมายและบันทึกของพระองค์เสีย

เพราะเกรงว่าจะถูกค้น
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 17 มี.ค. 11, 09:56


       ซารินาอเล็กซานดราทรงเลือกเจ้าหญิงมาเรียให้ตามเสด็จซาร์นิโคลาสและพระองค์ไป Yekaterinburg  เมื่อ

พระราชวงศ์ถูกแบ่งแยกชั่วคราว    นางสนองพระโอษฐ บารอนเนส Sophie Buxhoevden  เล่าในเวลาต่อมาว่าเจ้าหญิงมาเรีย

มีบุคคลิกที่พระราชมารดาพึ่งพาได้  ส่วนเจ้าหญิงโอลกาก็ทรงเศร้าโศกอ่อนไหวและแอนนาสเตียเชียก็ยังทรงพระเยาว์    

เจ้าหญิงตาเตียนาผู้เข้มแข็งต้องอยู่ดูแลซาร์เรวิช          อีกหลายอาทิตย์ต่อมาพระราชวงศ์ก็ได้ถูกเชิญเสด็จมาประทับรวมกันที่

Yekaterinburg
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 18 มี.ค. 11, 05:01

      
       ในระหว่างที่ถูกกักบริเวณอยู่นี้  เจ้าหญิงทั้งสี่ทรงเบื่อหน่ายการที่ไม่ทรงมีอะไรทำมาก   ทรงหว่านเสน่ห์กับทหารรักษาการณ์

และช่วยหญิงที่มาทำความสะอาดเลื่อนเตียงพระบรรทมเพื่อจะได้ถูพื้นได้สะดวก


       เจ้าหญิงมาเรียพระชนมายุได้ ๑๙ ปีเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๑๘


       ในตอนกลางคืนของวันที่ ๑๖ กรกฎาคม  พระราชวงศ์ถูกปลุกให้ลงมาชุมนุมที่ชั้นล่างของบ้านเพราะมีความไม่สงบในเมือง

เจ้านายแต่ละองค์ก็ทรงถือหมอน ถุงใส่ของเล็ก ๆ น้อยๆ  และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ซารินาและซาเรวิช     เจ้าหญิงแอนนาสเตเชียทรงอุ้ม

สุนัขปักกิ่งชื่อ จิมมี่      มีการถ่ายรูปหมู่    ซารินาอเล็กซานดราทรงขอเก้าอี้ให้ซาเรวิชและพระองค์เอง    พระราชโอรสประทับด้านขวาของพระมารดา

สมเด็จพระจักรพรรดิทรงยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าชาย     เจ้าหญิงทั้งสี่ทรงยืนอยู่เบื้องหลังพระมารดา   มีบุคคลอื่นในภาพด้วยเช่น ดร.บอตกินและ

ผู้รับใช้           หลังจากนั้นพระราชวงศ์ก็ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังประมาณครึ่งชั่วโมง       ซารินารับสั่งกับพระราชธิดาเป็นภาษาอังกฤษซึ่งละเมิดกฎที่

ว่าต้องรับสั่งเป็นภาษารัสเซียเท่านั้น

       ยูรอบสกี้เข้ามาในห้องสั่งให้พระราชวงศ์ยืนขึ้นและอ่านคำสั่งประหารชีวิต

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 18 มี.ค. 11, 05:18


       พระราชวงศ์ไม่ทันจะได้รับสั่งอะไรเพียงอุทานประท้วงได้สองสามคำ  เมื่อกองทหารภายใต้ยูรอฟสกี้เข้ามา

และเริ่มยิง

      ขณะนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ของ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๑๙๑๘

      กระสุนชุดแรกสังหารซาร์  ซารินา   มหาดเล็กชายสองคน   แพทย์หลวงบาดเจ็บ   ตามด้วยข้าหลวงของซารินา

เจ้าหญิงมาเรียทรงพยายามจะหลบออกไปทางประตูหลังของห้องทางไปห้องเก็บของ   แต่ประตูถูกปิดตาย     เสียงตบประตู

ของพระองค์มีผู้ได้ยิน       ในห้องเริ่มมีควันหนาแน่นจากการยิง   ปูนตามฝาผนังก็ร่วงลงมาบ้าง    ผู้ยิงเห็นแต่ส่วนร่างของร่างกายผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

คอมมิสสาร์ ปีเตอร์  เออร์มานอฟ  ยิงเจ้าหญิงมาเรียถูกที่ต้นพระพาหา    ทรงล้มลงเช่นเดียวกับเจ้าหญิงแอนนาสเตเชีย    และ เดมิโนวา    มีเสียงครวญคราง

ด้วยความเจ็บปวด     ทหารได้เดินออกจากห้องไปครู่หนึ่งเพื่อให้ควันในห้องจางลง   เมื่อกลับมาอีกทีก็สังหารนายแพทย์บอตกิต  ซารเรวิช  เจ้าหญิงโอลกา

และเจ้าหญิงตาเตียนา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.063 วินาที กับ 19 คำสั่ง