เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 64 65 [66] 67 68 ... 88
  พิมพ์  
อ่าน: 201102 ฉากประทับใจในหนังเก่า SPOILER ALERT
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 975  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 10:47

         ....นอกจากฝีมือ หรือศิลปะในการเขียนแล้ว  อาจารย์คึกฤทธิ์ได้ใช้บทของ ‘คนทำช้อง’
เป็นตัวแทนของการวิพากษ์วิจารณ์สังคม ไว้อย่างน่าสนใจ
         ในประตูราโชมอน ขณะที่มีคนมาหลบฝน เพื่อรอให้พายุฝนสงบนั้น ‘คนทำช้อง’เปิดตัวออกมา
ด้วยความหงุดหงิดจากการนอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงคนตัดฟืนมาคุยอยู่กับพระ นั้น
                อาจารย์คึกฤทธิ์  ร้อยเรียงเรื่องราว ไว้ด้วยภาษาดังต่อไปนี้

        พระ – โยมผู้ชายของอาตมาเป็นเศรษฐี ทำกระจกขายอยู่ที่เมืองกิวะ ท่านไม่อยากให้อาตมาบวช  
แต่อาตมาก็อยากบวช บอกกับโยมว่า คนเราไม่สามารถมองเห็นวิญญาณของตนเองได้ด้วยการส่องกระจก
ถึงเดี๋ยวนี้เพิ่งจะได้คิดว่า  ความคิดของโยมอาจจะถูกก็ได้
       คนตัดฟืน – (มองหน้าพระอย่างงง ๆ) แล้วท่านจะไปไหนครับ
       พระ – อาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน ..ไม่รู้...

      คนทำช้อง – (เสียงดังจากข้างบน) ก็ทำไมไม่ไปนรกเสียล่ะ เลือกเอาสักขุมซี นรกมีตั้งหลายขุม
(เสียงคนทำช้องที่ดังขึ้นโดยกะทันหันนี้ ทำให้นกกาที่จับอยู่บนประตูผี ตื่นขึ้น มีเสียงการ้อง ทั้งพระและ
คนตัดฟืนเหลียวขึ้นไปดูบนขื่อประตู ขณะที่คนทำช้องโผล่หัวออกมา) คนเขาจะหลับนอน ก็มาพูดกัน
ให้หนวกหูอยู่ได้

               ถ้ามีโอกาสทำละครเรื่องนี้ ผู้เขียนจะแสดงบทเป็นคนทำช้องนี้เอง เพราะฉะนั้น
ถ้อยคำสำนวนของคนทำช้องหลายประโยค จึงสะท้อน ‘สำนวนคึกฤทธิ์’ สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์สังคม
ในช่วงยุคนั้นได้อีกมิติหนึ่ง อย่างน่าสนใจ เริ่มตั้งแต่ คนทำช้อง พูดถึงตัวเอง ที่มีอาชีพทำมาหากินอยู่กับศพว่า

    คนทำช้อง – ได้ยินท่านพูดแว่วๆ ว่า ท่านจะสึกหรือครับ บางทีผมอาจทำช้องให้สักอันก็ได้
เอาให้ยาวๆ สวยๆ เลย  (พระลุกขึ้นเดินหนี คนทำช้องสั่นหัว มองตาม หัวเราะ แล้วพูดต่อ)
                  ขออภัยเถิดครับ ผมมาอยู่แถวนี้เสียนานจนกลายเป็นคนไม่มีมารยาทไป เพื่อนฝูงผม
คือพวกศพที่อยู่แถวนี้ เขาไม่ค่อยถือสาอะไรกันหรอกครับ ...ฯลฯ....
                  ถ้าท่านรู้จักกับผี ที่ฝังอยู่แถวนี้ ท่านอาจจะชอบนะครับ  นอนเฉย ไม่นินทาใคร ไม่ด่าว่าใคร
ไม่ขโมย ไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทะเลาะวิวาทกัน ไม่ต่อยตีกัน ... ก็นั่นแหละครับ กลิ่นออกจะไม่ดีสักหน่อย
แต่ก็ไม่เหม็นกว่าคนเป็นๆ บางคนหรอกครับ         


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 976  เมื่อ 05 ต.ค. 11, 11:03

           ขอบันทึกรายนามผู้แสดงราโชมอนตอนออกอากาศทางช่องสี่ บางขุนพรหม
           โดยข้อมูลจากเว็บ http://www.koratdaily.com/home/2010-07-27-16-38-20/90-2010-07-26-21-12-29.html

           บทละครเรื่อง “ราโชมอน” ... จัดแสดงหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ
สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๘ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            ในวันที่ ๒๓ เดือนเดียวกัน(มีนาคม ๒๕๐๘) จัดแสดงเป็นครั้งที่ ๒ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๔
บางขุนพรหม เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์
            ผู้ร่วมแสดงประกอบด้วย

            สาหัส บุญ-หลง (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “พฤหัส”) เป็นพระ, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เป็นคนตัดฟืน,
            เสริมพันธุ์ สุทธิเนตร เป็นสารวัตร, อาคม มกรานนท์ เป็นตาโจมารุ, อาจิต รัศมิทัต เป็นซามูไร,
            สุพรรณ บูรณะพิมพ์ เป็นเมียซามูไร, มาลี เวชประเสริฐ เป็นแม่ยายซามูไร, มนัส บุณยเกียรติ เป็นคนทรง
และ         ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นคนทำช้อง

            การแสดงละครโทรทัศน์ในสมัยนั้น เป็นการแสดงสด แม้จะมีการบันทึกเทปโทรทัศน์ไว้ก็เป็นการบันทึก
จากการแสดงสดแล้ววันดีคืนดีทางสถานีก็นำเทปมาออกอากาศซ้ำ แต่สำหรับ “ราโชมอน” ฉบับคึกฤทธิ์นี้
ไม่มีข้อมูลจริงๆ ว่า ได้มีการบันทึกแล้วนำกลับมาออกอากาศอีกหรือไม่

------------------------

              ตอบคำถามนี้ได้ว่า มีการบันทึกเทปและนำมาออกอากาศซ้ำ เพราะตอนแสดงสดนั้น
ดูไม่จบเนื่องจากดึกแล้ว ได้มาดูต่อจนจบในวันหลังเมื่อมีการนำเทปมาออกอากาศซ้ำตอนกลางวัน
(ที่น่าจะเป็น) วันหยุด
(เช่นเดียวกับละครช่องสี่หลายเรื่องในสมัยนั้นที่ได้ดูจนจบก็ตอนนำเทปมาออกอากาศใหม่ในเวลากลางวัน)

อีกภาพจากละครเวทีนิเทศ จุฬาฯ ราโชมอนตอนท้ายเรื่อง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 977  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 11:18

          เนื่องจากหนังราโชมอน เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ของมาสเตอร์อ๊อฟซิเนมา
ที่มีบทวิพากษ์ วิจารณ์ และวิเคราะห์มากมายหลายจุดจนอ่านกันไม่หมด
          จึงจะขอนำเสนอหนังเรื่องนี้เป็นแบบเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ:)
          แต่ก็อดที่จะพูดถึงข้อเด่นอย่างหนึ่งของหนังไม่ได้ ครับ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 978  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 11:23

            หนังเริ่มเรื่องด้วยคน สามคน สนทนาถึงคดีที่มีคน สามคน เกี่ยวข้องกัน และ
ทั้งสามคนชุดหลังนี้คือผู้เข้าให้การสำคัญในศาล          
            นอกจาก สามคน สองชุดนี้แล้ว หนังยังเดินเรื่องใน สามฉากหลัก นั่นคือ
ราโชมอน ศาล และ ป่า

            ฉากราโชมอนอยู่ในสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรม เหมือนจะสะท้อนสภาวะจิตใจของคนในยุคนั้น
ที่เสื่อมทราม สายฝนโหมกระหน่ำยาวนานนอกจากจะเป็นตัวการทำให้สามคนไปไหนไม่ได้แล้ว
ยังสร้างความอึดอัด อึมครึม หม่นหมอง จนถึงตอนจบเมื่อฝนหยุด ฟ้าสว่าง อารมณ์จึงเปลี่ยนไป
สู่ความสดใส มีความหวังยังคงมองโลกในแง่ดี


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 979  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 11:30

            ฉากศาล ถูกออกแบบให้เป็นลานเปิดโล่งเห็นท้องฟ้ากระจ่างยามกลางวัน
พื้นปูด้วยกรวดสีขาว ด้านหลังเป็นกำแพงทึบเตี้ยตันสันกำแพงตัดเรียบแต่มีเงาดำทาบตอนบน
ตลอดแนวเป็นเส้นตรง ภาพรวมให้ความรู้สึกเปิดเผย มั่นคง ตรง โปร่งใส แต่ก็แอบแฝงความลับดำมืดไว้

            หนังเสนอภาพพยานและผู้เข้าให้การเป็นภาพหน้าตรง คนดูเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่
พิจารณาคดีฟังความ
            คนแรกๆ นั่งอยู่ในร่มเงา จนเวลาผ่านไปถึงคนสุดท้ายจึงให้การกลางแดด

พระหนุ่มให้การ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 980  เมื่อ 06 ต.ค. 11, 11:32

          ฉากธรรมชาติในป่า ออกมาในลักษณะที่ก้ำกึ่งระหว่างฉากทั้งสอง กล่าวคือ
มีทั้งแสงสว่างจากแสงแดดที่ส่องลอดใบไม้ กับเงามืดมัวสลัวเพราะใบบัง มีทั้งความรกทึบและลานโล่ง
ให้ความรู้สึกคลุมเครือ หวาดระแวง ไม่ไว้ใจ เหมาะสมสำหรับหน้าที่เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ร้าย  


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30680

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 981  เมื่อ 07 ต.ค. 11, 16:16

เข้ามาอ่าน และขอบคุณคุณศิลา  ยอดเยี่ยมจริงๆ

ป.ล. รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ให้การบ้านคุณศิลาหนักมากค่ะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 982  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:40

ส่งการบ้านต่อครับ

              หนังเปิดเรื่องที่ ราโชมอน ประตูเมืองเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรม



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 983  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:41

            ในวันที่ฝนตกกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุด



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 984  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:44

            ชายสองคนนั่งหลบฝนอยู่ในอาคาร คนหนึ่งเป็นพระหนุ่ม อีกหนึ่งเป็นคนตัดฟืน
รำพึง รำพันว่า
 
             ไม่เข้าใจ   ไม่เข้าใจ อะไรสักอย่างซึ่งพระหนุ่มก็เห็นพ้องด้วย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 985  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:47

        ชายชาวบ้านคนที่สามวิ่งหลบฝนเข้ามา



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 986  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:52

            ผู้มาใหม่ได้ยินคนตัดฟืนรำพึงจึงถามว่า ไม่เข้าใจเรื่องอะไร เล่าให้ฟังที
จะได้ฆ่าเวลาระหว่างที่รอฝนหยุด


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 987  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:56

           คนตัดฟืนจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ว่า

            เมื่อสามวันก่อน ขณะที่เขาเดินเข้าป่าเพื่อไปตัดฟืน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 988  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 09:59

           เขาได้พบข้าวของสองสามชิ้นติดกิ่งไม้และหล่นอยู่บนหนทางเดิน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 989  เมื่อ 08 ต.ค. 11, 10:01

            เขาเดินต่อไปจนในที่สุดก็ได้พบศพคนตายในป่า ด้วยความตกใจเขารีบวิ่งแจ้นออกจากป่า
ไปหาตำรวจทันที และ วันนี้เขาถูกทางการเรียกไปให้ปากคำ

             คนตัดฟืนให้การว่า เขาไม่พบอาวุธ - ดาบที่ปลิดชีพคนตาย หากพบแต่หมวก
ของผู้หญิงกับผู้ชาย เชือกและเครื่องราง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 64 65 [66] 67 68 ... 88
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.255 วินาที กับ 19 คำสั่ง