เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 88
  พิมพ์  
อ่าน: 202647 ฉากประทับใจในหนังเก่า SPOILER ALERT
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 10:45

          เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันนี้ เห็นว่าหนังเรื่องวิมานลอย สนุกเข้มข้นเต็มอิ่มในช่วงครึ่งแรก
ก่อนพักครึ่งเวลา เมื่อสการ์เล็ทกลับคืนมายัง Tara ที่รกร้างขาดแคลน
           ส่วนในครึ่งหลังนั้นเนื้อเรื่องดร็อปลงมาก จากสงครามกลางเมืองสู่สงครามชีวิต แล้ววนเวียน
อยู่กับเรื่องรักสับสนหัวใจของผู้หญิงที่กว่าจะรู้ใจตัวก็สายเกินไป
           
           ดีที่ครึ่งแรกสการ์เล็ทได้ใจคนดูไปแล้ว จึงยอมรับและอยู่ข้างเดียวกับเธอ ไม่รู้สึกรำคาญ(นัก)
และ การจบลงอย่างทิ้งปมเอาไว้ก็ช่วยทำให้ครึ่งหลังนี้มีความประทับใจค้างคาน่าจดจำมากขึ้น ครับ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 10:46

บางภาพจากเว็บจับผิดหนัง

         ความต่อเนื่องคลาดเคลื่อน - Continuity

              เมื่อบิดาสกร์เล็ทกลับมาส่งข่าวว่าสงครมเลิกแล้ว เมลานียืนมือเปล่าอยู่บนบันได
แต่ไม่ทันไรลูกน้อยก็ปรากฏอยู่ในอ้อมแขนเธอ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 10:49

       ข้อเท็จจริงผิดพลาด - Factual error

            เมลานีถือโคมไฟที่มีสายไฟฟ้าเดินตามแอชลีย์ที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 13:21

คุณ SILA ประเดิมด้วย Gone With the Wind  ก็เท่ากับเอาชิ้นปลามันไปรับประทานเสียหมดแล้ว   นึกไม่ออกว่าจะเอาก้างปลาหรือหางปลาที่ไหนมาต่อได้อีก ร้องไห้
เลยไม่เอาปลามาประชัน    ขอเปลี่ยนเป็นตุ๊กตาตัวงามที่ยังเป็นอมตะในบรรดาหนังแฟนตาซี   American Film Institute ตัดสินให้เรื่องนี้เป็น The best American fantasy movie ever 

The Wizard of Oz
ดูหนังตัวอย่างดีกว่า จะได้ไม่ spoil



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 13:26

จูดี้ การ์แลนด์อายุ ๑๗ แต่เธอต้องเล่นเป็นหนูน้อยโดโรธีวัย ๑๒ 
เรื่องนี้เช่นกันที่เธอร้องเพลงอมตะ Over the Rainbow  ซึ่งกลายมาเป็นเพลงประจำตัวเธอ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 22 ก.พ. 11, 15:14

คำรำพึงของโดโรธี  เมื่อพายุหมุนหอบเธอไปตกลงในดินแดน อ๊อซ  ว่า "Toto, I Don't Think We Are In Kansas Anymore"  กลายมาเป็นสำนวนติดปากคนทั่วอเมริกามาหลายสิบปี
ใช้ในความหมาย เมื่อกำลังจะเผชิญอะไรใหม่แปลก น่าตื่นเต้น ลึกลับ หรือมหัศจรรย์

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:02

            สำนวนของเขาฮิทจริงๆ ทั้งแพร่หลาย และต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ยังคงย้อนดูฉากประทับใจจากหนังเก่าคลาสสิค ครับ

               หนังขาวดำเรื่องนี้สร้างความประทับใจและเป็นที่รักของบรรดาผู้ชม จนเบียดชนะหนังอมตะอย่าง
Gone with the Wind ให้ไปอยู่ที่สอง ได้ขึ้นครองอันดับ 1 "หนังรัก" ของ American Film Institute

                       Casablanca (1942)

            คาซาบลังก้า ประเทศมอร็อคโคครั้งยังเป็นดินแดนในอาณัติ Vichy France คือจุดตั้งต้นการเดินทาง
สู่(ลิสบอนแล้วจึงไป)อเมริกาที่ปลอดสงครามโลกครั้งที่สอง
            หลากชีวิตหลายเชื้อชาติมุ่งสู่เมืองนี้ เพื่อหาทางต่อไปยังดินแดนอีกฟากฝั่งมหาสมุทร

               ริค ชายหนุ่มผู้มีอดีตที่ไม่มีใครล่วงรู้ดำเนินกิจการ ริค'ส์ คาเฟ่ สถานที่ผู้คนหลากหลาย
ทั้งแขกประจำ และขาจรแวะเวียนผ่านเข้าออก
              จนกระทั่งถึงวันแห่งการมาถึงของสาวสวย(มาก)คนหนึ่ง ผู้ซึ่งจะตอกย้ำรอยแผลเก่าในใจ
ริคให้อักเสบระบมด้วยเสียงเพลง
               เธอขอให้นักเปียโนในบาร์เล่นบทเพลงที่ริคห้ามบรรเลง
  
              "Play it once, Sam, for old times' sake."
 
              "Play it, Sam. Play 'As Time Goes By'."

                                
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:06

                คืนนั้นหลังบาร์เลิก ริคบอกกับแซมว่า

            "You played it for her and you can play it for me,"
"If she can stand it, I can! Play it!"


          ภาพความหลังหวานชื่นเมื่อครั้งทั้งสองพบรักกันในปารีสหวนกลับคืน เมื่อนาซีบุกปารีสทั้งเขาและเธอ
- ริคและอิลส้าตัดสินใจเดินทางออกจากกรุงปารีสไปด้วยกัน แต่พอถึงวันนัดที่สถานีรถไฟ เธอกลับหายตัวไป
ฝากไว้เพียงจดหมายบอกลา(โดยไม่บอกสาเหตุ) ที่ถูกสายฝน(ปนน้ำตา?) ชะรอยหมึกให้พร่าเลือนหายไป

            ภาพประกอบเพลง(เคย)ฮิท Casablanca เสียงร้องโดย Bertie Higgins
ชื่อเพลงอิงชื่อหนัง เนื้อร้องเล่าเรื่องความรักความหลังของหนุ่มสาวอิงเนื้อเพลง As Time Goes By ครับ



                    
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:32

         เธอมาพบเขาหลังคาเฟ่ปิดแล้ว เพื่อขอร้องให้เขาช่วยหาหนังสือผ่านแดน (letter of transit)
ให้สามีเธอเพื่อเดินทางไปอเมริกา
          เธออ้อนวอนเพื่อให้เห็นแก่วันเก่าๆ ครั้งเราเคยรักกันที่ปารีส ริคบอกเธอว่า

                 I wouldn't bring up Paris if I were you. It's poor salesmanship.

         อิลส้าขอโอกาสให้เธอได้เล่าเหตุผลจำเป็นก่อน แต่ริคที่เจ็บแล้วจำไม่รับฟัง
         เมื่อวอนแล้วไม่ได้ เธอจึงใช้ปืนขู่ ผู้ชายอย่างริคจึงท้าให้ยิง ผู้หญิงอย่างอิลส้าจึงรินน้ำตา
และสารภาพว่า เธอเคยรักและยังคงรักเขามากมาย
            เธอเล่าเรื่องราวรักสาม"เศร้า" ที่ไม่ได้ตั้งใจว่า
            เมื่อเธอพบเขาในปารีสนั้น เธอคือสาวหม้าย วิคเทอร์สามีของเธอเป็นหัวหน้าขบวนการต่อต้านนาซี
ชาวเช็คถูกยิงตาย ก่อนวันนัดเธอได้ข่าวว่าแท้จริงแล้ว เขายังไม่ตายแต่ป่วยหนัก เธอต้องไปดูแลเขา
ที่เธอหายไปโดยไม่เล่าเรื่องนี้เพราะ ถ้าริครู้เรื่องริคคงไม่ไปจากเธอและปารีส เธอไม่อยากให้ริคเข้ามา
เกี่ยวข้องด้วยเกรงว่าจะถูกพวกเกสตาโปตามล่าไปด้วย
 
            เธอวอนขอให้ริคจัดการเรื่องสามีของเธอ ส่วนเธอนั้น

                  I'll never have the strength to leave you again.
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:44

           เมื่อชายสองคนผู้รักหญิงคนเดียวกันได้พบและเปิดใจคุยกัน วิคเทอร์บอกว่าเขาดูออกว่า
ริคและอิลส้ามี"ซัมธิง"กันและเขาไม่โทษใคร ไม่ต้องการคำอธิบาย สิ่งที่เขาขอคือให้ริคจัดการ
ส่งอิลส้าไปอเมริกา

             ฉากสุดท้าย ริคเสี่ยงภัยจัดการช่วยเหลือให้สามีของหญิงคนรักเดินทางหลบภัยไปอเมริกา
เขาบอกหญิงคนรักให้เธอร่วมเดินทางไปกับสามี เธอออกอาการงุนงง ริคบอกอิลส้าว่า

                   Inside of us we both know you belong with Victor.
 
           ส่วนเรื่องระหว่างเราทั้งสองนั้น  

                   We'll always have Paris. We didn't have, we'd lost it, until you came to Casablanca.
We got it back last night.

                   Ilsa, I'm no good at being noble, but it doesn't take much to see that
the problems of three little people don't amount to a hill of beans in this crazy world.
Someday you'll understand that. Now, now. Here's lookin' at you, kid.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:49

            ริคยังทำเพื่อคนรักจนนาทีสุดท้าย เขาเคลียร์เรื่องราวรักสามเศร้ากับวิคเทอร์
โดยเล่าว่า
               อิลส้ามาหาเขา พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หนังสือผ่านแดน โน้มน้าวเขาให้เชื่อว่า
เธอยังรักเขาอยู่ ทั้งที่มันจบสิ้นไปนานแล้ว
             
              นายตำรวจแห่งคาซาบลังก้าผู้เห็นผู้คนมามากมายอ่านเรื่องราวออก บอกกับริค

                   You are a sentimentalist.

                What you just did for (Victor) Laszlo, and that fairy tale that you invented to send
Ilsa away with him.
                She went but she knew you were lying.

              ริค - พ่อพระ(เอก)ผู้เสียสละมองเครื่องบินพาหญิงคนรักจากไป
แม้ว่าเขาจะสูญเสียคนรัก แต่เขาก็ชนะใจคนดู และติดอันดับ 4 hero ของ American Film Institute


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 10:51

              โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยปลื้มบทนางเอกที่ออกแนวหญิงสองใจ รอบแรกที่ปารีสนั้น
ยังให้อภัยเพราะเข้าใจว่าตัวเองเป็นหม้าย แต่ที่คาซาบลังก้านี่ ดูเธอจะไม่ค่อยเหลือความรักให้สามี
เท่าไรแล้ว คงมีแต่หน้าที่ของภรรยา เพราะความรักนั้นได้มอบให้ริคจนหมดใจ
                 การที่ริคยอมเสียสละเธอไปครั้งนี้ นอกจากเพราะเหตุผลสวยงาม ความเหมาะสมต่างๆ แล้ว
อดคิดไม่ได้ว่า อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เรื่องของศักดิ์ศรี ที่ริคไม่ต้องการจะได้ชื่อว่าตัวเองเป็นชายชู้ ครับ

                                     
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 11:26

เรื่องนี้เป็นเรื่องของรักและศักดิ์ศรีในอุดมคติ กันทั้งพระเอกนางเอก      ที่สำคัญคือดาราเล่นได้ถึงบทถึงบาท ชวนให้เชื่อในอุดมคตินั้นจริงๆ    ถ้าเล่นไม่ถึงขั้น คนดูไม่เชื่อ  ก็จบกัน
ฮัมฟรีย์ โบการ์ดเล่นเรื่องนี้ได้มีเสน่ห์       ไม่ใช่เล่นแล้วหล่อ      ออกมาในมาดชายชาตรีที่มีรักแท้ แต่ถือศักดิ์ศรียิ่งกว่ารัก   ตามแบบพระเอกยุคเก่า   ส่วนอิงกริดเล่นได้สวยซึ้งประทับใจ     เชื่อได้จริงๆว่าทำไมผู้ชายสองคนจึงหลงรักเธอสุดชีวิต แม้ว่าเธอรักเพียงคนเดียว  แต่เธอก็ไม่ลืมหน้าที่และความภักดีในฐานะภรรยาต่อชายอีกคน

คุณ SILA ก็...ถ้าหากว่านางเอกรักทั้งพระเอกและสามี  นั่นจึงเรียกว่าสองใจนะคะ   นี่เธอรักทีละคน     คนที่สองเมื่อเธอรักแล้วก็รักเลย   ไม่เปลี่ยนใจกลับไปรักสามี     แล้วจะเรียกว่าสองใจได้ยังไง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 11:36

หนังที่จะนำเสนอ  คนละแบบกับ Casablanca  เป็นหนังที่มีฉากประทับใจมากมายจนถ้าหากว่าเอามาลงให้หมด  ก็คือเป็นหนังทั้งเรื่องเลย
ฉากของ My Fair Lady อลังการงานสร้างจริงๆ     ดีไซเนอร์สะท้อนให้เห็นสังคมของผู้ดีอังกฤษในยุค 1900 ต้นๆ ได้ชัดมาก  เป็นยุคที่ผู้ดีก็อยู่กันเหมือนเทพบุตรเทพธิดา    ยาจกก็ต่ำต้อยขาดโอกาสไปหมดทุกอย่าง แม้แต่พูดจาก็ไม่อาจเปล่งอักขระพยัญชนะอย่างผู้ดีได้แม้แต่คำเดียว
เรื่องนี้ดัดแปลงจากวรรณกรรม Pygmalion ของ George Bernard Shaw   แต่ว่าดัดแปลงตอนจบซึ่ง Shaw อุตส่าห์เขียนไม่ให้น้ำเน่า   กลับมาเป็นน้ำเน่าเอาใจคนดูทั่วโลก   แล้วดังยิ่งกว่าบทละครของเดิมไม่รู้กี่เท่า

ฉากที่ยกมานี้คือโปรเฟสเซอร์ฮิกกิ้นส์(พระเอก) ได้บรรจงขัดเกลาอีไลซ่า สาวน้อยจากสลัมให้พูดจาออกเสียงเป็นผู้ดี  แต่งกายอย่างผู้ดีได้น่าพอใจแล้ว  ก็พาเธอมาเปิดตัวในงานแข่งม้าที่ Ascot   
งานนี้  จะว่าเป็นงานเพื่อให้มาดูม้าแข่งก็ไม่เชิง     แต่เป็นงานโอ่อ่ามีหน้ามีตาของผู้ดีมีชื่อเสียงของอังกฤษ    ใครจะไปดูตัวสาวไฮโซหน้าใหม่แฟนของท่านชายท่านไหน  ก็เปิดตัวกันงานนี้แหละ
ดีไซเนอร์เก่งมากที่ตีโจทย์แตก   สามารถเอาสีจำกัดคือขาว ดำ และเทา ออกมาโชว์ได้อลังการเหลือพรรณนา   บอกถึงยุคสมัยที่ล่วงเลยไปแล้วได้อย่างดี

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 24 ก.พ. 11, 11:40

ฉากนี้คือสังคมของคนยากจน พวกค็อกนี่ย์ในลอนดอน    ตรงกันข้ามกับฉากแข่งม้าเหมือนอยู่กันคนละโลก 
คลิปนี้ออเดรย์ เฮพเบิร์นเล่น แต่เสียงเป็นเสียงจูลี่ แอนดรูว์ ซึ่งเล่นบทอีไลซ่ามาตั้งแต่เป็นละครในลอนดอน      ความฝันของสาวน้อยขอเพียงห้องสักห้อง มีไฟให้ผิงอุ่นๆ  มีเก้าอี้ตัวใหญ่ๆให้เอนกายพิง พร้อมกับช็อกโกแลตถ้วยร้อนๆในคืนที่หนาวเหน็บ  เท่านั้นก็พอ

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 88
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง